บทที่ 196 ทั่วทั้งฐานสั่นสะท้าน และราชันย์เทพยุทธ์ทั้งเจ็ดอยู่ที่นี่แล้ว!
ในสุดยอดฐานจงไห่มีอาคารสูงตระหง่านตั้งอยู่
หญิงสาวพราวเสน่ห์ผู้สง่างามและมีท่าทีโดดเดียวกำลังฝึกฝนอยู่ แต่แล้วสัมผัสได้ถึงบางอย่างจึงลืมตาขึ้นมองโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังตำแหน่งหนึ่งในฐานด้วยแววตาประหลาดใจ
“เส้นลมปราณซ่อนเร้นแต่กำเนิด กายาเยือกแข็ง!”
“ไม่คิดเลยว่าจะมีร่างกายแบบนี้อยู่บนโลกด้วย!”
ขณะที่พึมพำ ร่างกายของเธอก็กะพริบและหายวับไป
ในขณะเดียวกัน
ที่ส่วนอื่น ๆ ของฐานมีผู้ปลุกพลังที่น่าสะพรึงกลัวลืมตาขึ้นคนแล้วคนเล่าเพื่อมองไปยังตำแหน่งของฉู่โม่ว
…
ตอนนี้
ท้องฟ้าดูน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นทุกขณะ
เดิมที ไอเยือกแข็งที่เคยแผ่ออกไปสองร้อยกิโลเมตรก็กินพื้นที่ไปหลายร้อยกิโลเมตรแล้ว มันแทบจะปกคลุมทั่วทั้งฐานจงไห่เลยทีเดียว!
ในขณะเดียวกัน
มีรัศมีรุ่งโรจน์ปรากฏขึ้น นำพาแสงอาทิตย์และรัศมีสว่างไสวสาดลงมา
ลำแสงเปล่งประกายเหล่านี้มีสัมผัสของพลังลึกลับ อณูแห่งชีวิตและแสงสวรรค์มากมายตัดผ่านกันไปมา
และด้วยการส่องสว่างจากแสงนี้
ห้วงอากาศให้กำเนิดดอกบัวสีทองและดอกไม้ขนาดเล็กมากมายร่วงโรยอย่างไร้ระเบียบ พร้อมด้วยกลิ่นหอมหวนที่พัดเข้ามาในจมูก ทั้งสว่างไสวและรุ่งโรจน์
ทั่วทั้งย่านรุ่งอรุณเรืองแสงจ้าและท้องฟ้าเต็มไปด้วยลำแสงสว่างเจิดจรัส!
แม้ว่าจะยังเป็นเวลากลางวัน
แต่ภาพเช่นนี้ทำให้ผู้คนทั่วทั้งฐานจงไห่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
เมื่อเห็นภาพนี้
ผู้ปลุกพลังมากมายก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าตกตะลึง
“นี่… สถานการณ์แบบไหนกัน?!”
“เกิดภาพนี้ขึ้นระหว่างสวรรค์และโลก หรือว่าจะมีสมบัติบางอย่างที่ยังไม่กำเนิดออกมานะ?”
“ถ้าไปทางนั้นก็น่าจะเป็นย่านรุ่งอรุณ หรือว่าผู้ปลุกพลังอัจฉริยะในย่านจะปลุกพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาขึ้นมาแล้ว?!”
“แสงอาทิตย์รุ่งโรจน์ก่อกำเนิดขึ้น ดอกบัวสีทองปรากฏขึ้นกลางห้วงอากาศและร่วงลงมาจากท้องฟ้า นี่มัน… พรสวรรค์แบบไหนกันที่ทำให้เกิดภาพแบบนี้ได้!”
“เหลือเชื่อ น่าเหลือเชื่อจริง ๆ!!”
ผู้คนนับไม่ถ้วนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
ทุกคนจ้องมองไปยังภาพขนาดมหึมา
ทั่วทั้งฐานจงไห่มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที!
ผู้คนนับไม่ถ้วนพูดคุยกันในประเด็นนี้และกระทั่งเดินทางมาที่นี่
และตอนนี้ในย่านรุ่งอรุณก็มีผู้ปลุกพลังมากมายตื่นตัวและออกมาจากการฝึกฝน
พวกเขาอยู่ใกล้กันมากจึงสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ารัศมีนี้มาจากที่ไหน
“คฤหาสน์ 0264 เหรอ? ผู้ปลุกพลังที่พึ่งย้ายมาใหม่น่ะเหรอ?”
“น่ากลัว! พรสวรรค์ที่ตื่นขึ้นมาทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ เป็นอัจฉริยะแบบไหนกัน!”
“น่าเหลือเชื่อ!”
“ดูเหมือนว่าฐานจงไห่จะมีสุดยอดผู้มีพรสวรรค์อีกคนแล้วนะ!”
“ดูรัศมีที่แผ่ออกมาสิ เหมือนพรสวรรค์ธาตุเยือกแข็งเลย มันหาพบได้ยากมาก!”
“ไปดูว่าใครคือผู้ปลุกพลังคนใหม่ที่ย้ายมาอยู่คฤหาสน์ 0264 กันไหม? อัจฉริยะแบบนี้ต้องมีเพื่อน!”
ผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งมากมายในย่านตัดสินใจไปที่นั่นคนแล้วคนเล่าด้วยหัวใจที่สั่นเทิ้ม
หน้าประตูย่านรุ่งอรุณ
หยางเซี่ยวสัมผัสได้ถึงทิศทางต้นกำเนิดของรัศมีและเผยสีหน้าตกใจราวกับว่าเห็นผีออกมา
วินาทีแรกที่สัมผัสได้ถึงรัศมีนี้ เขาก็รู้แล้วว่านี่คือรัศมีที่ออกมาจากคฤหาสน์ของฉู่โม่ว
และต่างไปจากคนอื่น ๆ
เพราะหยางเซี่ยวสนิทกับฉู่โม่ว เมื่อรัศมีแผ่ออกมาจึงรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่รัศมีของชายหนุ่ม!
“ต้องเป็นสตรีเย็นชาที่มากับคุณฉู่แน่!”
เขารู้ได้ในทันที!
ในตอนนั้น หญิงสาวยืนอยู่ข้างกายฉู่โม่วตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าทั้งสองสนิทกันมาก หยางเซี่ยวก็เข้าใจว่าเธอเป็นภรรยาหรือคู่รักจึงไม่กล้าจ้องมองมากเกินไป
แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงรัศมีอันเยือกเย็นของเธอได้ดี!
‘หมายความว่า…’
‘นอกจากคุณฉู่โม่วจะมีพรสวรรค์ที่น่าอัศจรรย์แล้ว คุณนายฉู่เองก็เป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบด้วยเหรอ?!’
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้
หยางเซี่ยวก็สูดหายใจลึกและมีความหวาดกลัวอยู่ในสายตา
อัจฉริยะแค่คนเดียวก็น่าตกตะลึงพอแล้ว
และตอนนี้
มีอัจฉริยะถึงสองคน!
“ไม่!”
หยางเซี่ยวส่ายหน้าไปมา
ถ้าจำไม่ผิด เด็กสาวที่ตามหลังคุณฉู่มาในตอนนั้นยังเด็กมาก ทว่าพลังก็ไปถึงขั้นนายพลเมืองแล้ว!
ในตอนนั้น หยางเซี่ยวจดจ่ออยู่กับฉู่โม่วและไม่ได้คิดอะไรมากมาย
แต่พอลองคิดย้อนกลับไป
เด็กสาวคนนั้นยังเด็กมากแต่ก็เป็นนายพลเมืองแล้ว ยิ่งมาอยู่ในฐานจงไห่แล้วก็น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด!
ส่วนเด็กชายอีกคน
ถึงแม้จะยังไม่ได้ฝึกวรยุทธ์ ร่างกายเยี่ยมยอดและคงจะเป็นอัจฉริยะเช่นกัน
‘นั่นก็แปลว่า!’
‘ทั้งสี่เป็นอัจฉริยะกันหมดเลยเหรอ?!’
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ในหัวใจของหยางเซี่ยวก็เกิดพายุโหมกระหน่ำในทันใด
แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าท่านประมุขและหญิงสาวที่ตำหนักมหาวรยุทธ์มอบของขวัญมาให้เป็นการส่วนตัว
“มิตรภาพ!”
“เป็นมิตรภาพที่เหนียวแน่นอย่างแน่นอน!”
“ถ้าเป็นเพื่อนกับเขาได้ ในอนาคตก็จะได้รับผลประโยชน์ไร้ที่สิ้นสุด!”
เขาตัดสินใจในทันที
“ทำไมราชันย์เทพยุทธ์เจ็ดคนถึงปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันล่ะ?”
“พวกเขามาทำอะไรกัน?!”
ข้างในฐาน
ผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนมองเห็นร่างทั้งเจ็ดที่ลอยอยู่กลางอากาศราวกับดวงตะวัน ทุกคนต่างงุนงงและตกตะลึง
นี่คือราชันย์เทพยุทธ์!
ตัวตนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของผู้ปลุกพลังในโลกมนุษย์!
ในทุกวัน พวกเขาเป็นราวกับพญามังกรที่เห็นหัวแต่ไม่เห็นหาง แต่ละคนมีชีวิตอยู่มาตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของโลกเหมือนกับเทพเจ้าเดินดิน ต่อสู้กับสัตว์อสูรและรับใช้เผ่าพันธุ์มนุษย์!
จนถึงวันนี้
ทุกคนมีสถานะสูงส่งอย่างถึงที่สุด!
ทุกคนมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวเกินจะพรรณนา!
สำหรับผู้ปลุกพลังทั่วไป แค่ได้พบกับราชันย์เทพยุทธ์สักครั้งในชีวิตก็ถือเป็นเกียรติครั้งใหญ่แล้ว
และตอนนี้…
มีพวกเขาอยู่เจ็ดคนจริง ๆ!
หัวใจของผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนเต้นระรัวและมีความตื่นเต้นเหนือการควบคุม
อีกอย่าง
ในขณะที่พวกเขาตื่นเต้น ความสงสัยก็ปรากฏขึ้นในหัวใจ
ราชันย์เทพยุทธ์ทั้งเจ็ดเหล่านี้มาที่นี่ทำไมกัน?!
คำตอบคงจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า…
“สาวน้อย อยากมาอยู่ในการดูแลของฉันไหม?”
เสียงอันยิ่งใหญ่พลันดังกึกก้องมาจากผืนฟ้า
เมื่อเสียงนั้นพูดจบ แสงทองอร่ามไร้ที่สิ้นสุดก็แพร่กระจายออกมาปกคลุมร่าง และในที่สุดร่างของชายวัยกลางคนผู้มีรัศมีไร้ที่เปรียบก็ปรากฏขึ้น
“นี่คือ… ราชันย์เทพยุทธ์เหรอ?!”
“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเขา!”
“ราชันย์เทพยุทธ์ทรราชเป็นไอดอลของฉันเลย! เมื่อร้อยปีก่อนเคยมีสัตว์อสูรอยู่ใต้ทะเลลึก ราชันย์เทพยุทธ์ทรราชเคยเดินทางข้ามทะเลคนเดียวกว่าสองแสนกิโลเมตร ต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับ 8 ถึงสามตัวที่มีระดับเทียบเท่ากับราชันย์เทพยุทธ์ ด้วยพลังไร้เทียมทาน เขาสังหารราชันย์สัตว์อสูรระดับ 8 คาที่ ทำร้ายอีกตัวหนึ่ง และอีกตัวหลบหนีไปโดยไม่กล้าเข้ามาในระยะใกล้ชายฝั่งอีกหลายสิบปี!”
“ว่ากันว่าราชันย์เทพยุทธ์ทรราชเก็บตัวไปฝึกฝนและไม่ปรากฏตัวให้ผู้คนเห็นมาหลายสิบปี แต่วันนี้เขาออกมาจากการเก็บตัวก็เพื่อ… รับศิษย์งั้นเหรอ?!”
“เห้อ!”
ผู้คนนับไม่ถ้วนสูดหายใจลึกด้วยสีหน้าหวาดผวา
แต่แล้ว
พวกเขายังคงตกตะลึงกับเรื่องเดิม
แต่หลังจากที่ราชันย์เทพยุทธ์ทรราชพูดจบ
อีกเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น
“ราชันย์เทพยุทธ์ทรราช ถึงท่านจะแข็งแกร่งแต่ก็ยังรุนแรงเกินไป ไม่เหมาะสมที่จะฝึกฝนเด็กสาวคนนี้หรอก สาวน้อยคนนี้มีรูปลักษณ์และท่าทีที่เยี่ยมยอดจะไปฝึกวิชาหอกไร้เทียมทานของท่านได้ยังไง?”
ขณะที่แสงสีทองจางหายไป ร่างของชายชราก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าผู้คน เขามองไปยังเฉินซีเวยและกล่าวอย่างใจดี “สาวน้อย ทำไมไม่มาให้ฉันเป็นอาจารย์ล่ะ ชายแก่คนนี้จะทำทุกอย่างเพื่อส่งต่อกระบวนท่าขั้นสูงสุดให้เธอ แล้วในอีกร้อยปีจะสามารถเลื่อนขั้นเป็นราชันย์เทพยุทธ์ได้!”
“ตาแก่ แค่ใช้กระบวนท่าแมวสามขาก็คุยโม้ว่าจะเป็นราชันย์เทพยุทธ์ภายในร้อยปี ฝันต่อไปเถอะ!”
เมื่อชายชราพูดจบ อีกร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียง
แต่เป็นหญิงชรา
เธอถือไม้เท้าไว้ในมือและตำหนิชายชราเป็นอย่างแรก จากนั้นหันไปยิ้มกับเฉินซีเวย “สาวน้อย ถ้าเธอนับถือฉันเป็นอาจารย์ ฉันการันตีเลยว่าจะเอาชนะตาแก่หนังเหี่ยวนี่ได้ภายในร้อยปี!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์