เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 200

บทที่ 200 สำรวจทักษะการต่อสู้ และกลืนกินพรสวรรค์ระดับกลาง!

ในห้องที่เงียบสงบ ฉู่โม่วนั่งนิ่งโดยมีตำราสามเล่มวางอยู่ตรงหน้า

ก่อนอื่นหยิบตำรากระบวนท่าออกมา และเพ่งจิตเพื่อสัมผัสมัน

วินาทีต่อมาก็ได้ยินเพียงเสียง ‘โพละ’ ราวกับว่ามีบางอย่างแตกหัก

ก่อนที่จะได้ทันคิดอย่างรอบคอบ ทันใดนั้นก็ ‘เห็นนิมิตร’ ตัวเองเข้าสู่โลกที่น่าอัศจรรย์ ปรากฏชายคนหนึ่งสวมชุดคลุมสีดำ ตัวสูงใหญ่ ยืนอยู่บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

ศัตรูกระโจนเข้าหาด้วยแรงกดดันอันน่าทึ่ง แม้แต่ดวงดาวยังแกว่งไกวไปตามทาง และชายผู้นั้นยังคงยืนนิ่งเฉย เว้นแต่เสียงกระบี่ในมือเท่านั้นที่คำรามหึ่ง ๆ

วินาทีต่อมา เมื่อเสียงกระบี่ในมือดังขึ้นถึงขีดสุด ชายคนนั้นตวัดมันออกไปทันที แสงคมของกระบี่ลุกโชนขึ้นกลายเป็นดวงดาวที่สว่างไสวนับพันดวง บดบังร่างของศัตรูและทำลายล้างจนสิ้น

เขาไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าไร

ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาจากพื้นที่แปลกประหลาดแห่งนี้

ในเวลาเดียวกัน กระแสข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาในความคิด นี่เป็นความลับกับความลี้ลับของเทคนิคการฝึกฝน ‘กระบี่สะบั้นพันดารา’

‘มันเป็นสุดยอดทักษะอย่างแท้จริง พลังของมันน่ากลัวยิ่งกว่ากระบวนท่าระดับทอง!’

‘เพียงแต่…’

‘มันยากมากที่จะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง!’

เมื่อคิดภาพย้อนไปถึงเคล็ดวิชากระบี่ ฉู่โม่วก็แอบคิดในใจ

เนื่องจากมีเพียงขั้นราชันย์ยุทธ์เท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการฝึกฝน และเพียงผู้เข้าใจความลี้ลับของทักษะนี้เท่านั้นถึงสามารถฝึกฝนได้

เพียงตัวคนเดียวก็สามารถหยุดผู้ปลุกพลังจำนวนมากได้

แต่นั่นไม่อาจหยุดยั้งชายหนุ่ม!

ตอนนี้ได้บรรลุเจตจำนงแห่งกระบี่ และตระหนักรู้ถึงวิถีกระบี่แล้ว จึงมีคุณสมบัติที่จะฝึกฝนกระบวนท่าระดับแพลทินัม

‘เริ่มทำความเข้าใจ!’

เมื่อคิดได้อย่างนั้น

ฉู่โม่วก็เพ่งสมาธิจดจ่อสะท้อนความหมายที่ลึกลับมากมายของทักษะนี้ในใจ และฝึกฝนด้วยความแข็งแกร่งทั้งหมด

กระบวนท่าระดับแพลทินัมลึกซึ้งมาก

แม้แต่ชายหนุ่มยังใช้เวลาสามวันเต็มในการฝึกแรกเริ่ม!

จากนั้นใช้เวลาอีกหกวันในการฝึก เพื่อเข้าสู่ความสำเร็จ

ในขั้นตอนนี้ เป็นไปไม่ได้อีกต่อไปที่จะพัฒนาด้วยการฝึกอย่างสันโดษ จำเป็นต้องบรรลุตัดผ่านการต่อสู้จริงเท่านั้น

ดังนั้น ฉู่โม่วจึงไม่สามารถฝึกไปได้ต่อเพื่อหยั่งรู้ แต่เริ่มที่จะสัมผัสได้ถึงกระบวนท่าเท้าอัสนีแล้ว

หนึ่งวันต่อมาสามารถบรรลุถึงท่าเท้าเก้าอัสนีขั้น 1 ได้

สามวันต่อมา บรรลุท่าเท้าเก้าอัสนีขั้น 2

แปดวันต่อมา บรรลุท่าเท้าเก้าอัสนีขั้น 3

และในวันนี้

ที่ลานคฤหาสน์ ฉู่โม่วกำลังทดลองเคล็ดย่างก้าวด้วยร่างกายของเขาเอง

“ท่าเท้าเก้าอัสนี!”

ชายหนุ่มหมุนเวียนอณูแห่งชีวิตใช้ออกด้วยเคล็ดท่าเท้าเก้าอัสนี ตอนนี้ร่างกายยังไม่ได้หายไปไหน แต่ทันใดนั้นก็หายไปโผล่อยู่อีกจุด และขยับไปรอบ ๆ มันไม่อาจแยกแยะได้ว่าร่างของเขาจะไปสิ้นสุดยังจุดไหน

ต่อจากนั้น

ฝีเท้าของฉู่โม่วยังคงดำเนินต่อไปติดต่อกัน และเมื่อมาถึงก้าวที่เก้า ร่างของเขาก็สว่างวาบราวกับเป็นเพียงประกายอัสนี และหายไปในทันที

ความเร็วนั้นสูงมากจนไม่อาจตอบสนองได้ทัน

หลังจากการทดสอบสองชั่วโมง ในที่สุดก็คุ้นเคยกับความเร็วของท่าเท้าเก้าอัสนี

“กระบวนท่าระดับทองทรงพลังจริง ๆ!”

“เพียงแค่ถึงขั้น 4 ก็เร็วกว่าย่างก้าวปีศาจไร้เงาถึงห้าเท่า!”

“ถ้าสามารถฝึกท่าเท้าเก้าอัสนีให้ชำนาญกว่านี้ เกรงว่าความเร็วอาจเทียบได้กับราชันย์ยุทธ์ระดับสูงเลยก็เป็นได้!”

ชายหนุ่มยืนพึมพำอยู่ในคฤหาสน์

สีหน้าปรากฏรอยยิ้มโดยไม่ได้ตั้งใจ

หลังจากเก็บตัวและฝึกฝนมากว่ายี่สิบวัน เขาก็เชี่ยวชาญกระบวนท่ากระบี่ระดับแพลทินัมและระดับทองทั้งหมด ซึ่งเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างมาก!

“หลังจากนั้น…”

“มันเป็นพรสวรรค์ที่ได้รับมาจากอสูรเขียวคราม!”

เมื่อวานนี้ ระบบกลืนกินของเขาได้รับการฟื้นฟูแล้ว!

สามารถทำการกลืนกินรอบใหม่ได้

ดังนั้น ฉู่โม่วจึงตรงไปที่ลานคฤหาสน์โล่งแจ้ง จากนั้นนำร่างของอสูรเขียวครามที่แน่นิ่งออกมาจากมิติพกพา

ชายหนุ่มมองไปที่ซากของอสูรยักษ์ตัวนี้ด้วยแววตาคาดหวัง

การที่มีพรสวรรค์แห่งห้วงมิติตั้งแต่แรกได้ช่วยเหลือเขาอย่างมากบนเส้นทางการฝึกฝน!

มันช่วยให้รอดพ้นจากอันตรายครั้งแล้วครั้งเล่า หรือแม้แต่เปลี่ยนโอกาสการพ่ายแพ้ให้กลับมาชนะ

และพรสวรรค์ห้วงเวลาซึ่งเป็นหนึ่งในสองพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มันสามารถช่วยอะไรได้บ้าง?

เมื่อคิดอย่างนั้น

ฉู่โม่วยื่นมือออกไปโดยเล็งไปที่ศพแล้วพึมพำ “กลืนกิน!”

วินาทีที่เสียงนั้นแผ่วลง

จะเห็นว่ามือของชายหนุ่มปรากฏแสงสีทองอร่ามขณะจับซากของอสูรเขียวคราม

เมื่อดึงมือกลับมาก็มีลูกบอลสีดำขาวอยู่ในฝ่ามือสีทองของเขา

[กลืนกินสำเร็จ!]

[รับพรสวรรค์พรสวรรค์ห้วงเวลาระดับ 2!]

[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]

“พรสวรรค์ห้วงเวลา!”

เมื่อเห็นภาพนี้ ดวงตาก็เป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

เขาพูดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “หลอมรวม!”

ตู้ม!

เมื่อเสียงแผ่วลง พรสวรรค์ห้วงเวลาในมือก็แตกสลายทันที กลายเป็นจุดแสงเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย

ทันใดนั้นความรู้เจ็บปวดและมึนงงที่ไม่สามารถอธิบายได้ก็แล่นพล่านไปทั่ยว

ชายหนุ่มรู้สึกได้

สนามเวลานั้นเปราะบางมาก หากสิ่งมีชีวิตภายในพยายามต่อต้าน ผลของทักษะก็จะถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะอุกอาจลดความเร็วลงสี่เท่าเมื่อต่อสู้กับศัตรู

แต่ถึงอย่างนั้น

หากฝ่ายตรงข้ามไม่คาดคิด การหน่วงเวลาอย่างกะทันหันให้ช้าลง ก็เพียงพอที่ทำให้ศัตรูประหลาดใจและเอาชนะได้

ทั้งหมดนี้

หากใช้อย่างถูกต้อง ทำให้พรสวรรค์ห้วงเวลากลายเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวได้!

ไม่เพียงเท่านั้น

พรสวรรค์ห้วงเวลายังมีผลกระทบที่ทรงพลังอย่างมากในการฝึกฝนประจำวัน

‘พรสวรรค์ห้วงเวลาระดับ 2 สามารถทำให้เร่งเวลาได้สี่เท่า ซึ่งหมายความว่าหากสร้างสนามเวลารอบตัว การฝึกฝนหนึ่งวันจะเทียบเท่ากับการฝึกฝนสี่วันสำหรับผู้อื่น!’

‘นั่นเกือบจะเหมือนเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนเป็นสี่เท่า!’

‘นี่ไม่ได้หมายความว่า…ฉันไม่ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งร้อยปีในการฝึกให้ถึงขอบเขตสูงสุดระดับราชันย์ยุทธ์ แต่จะใช้เวลาเพียงยี่สิบปีเท่านั้นก็สำเร็จ?!’

เมื่อคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้

ทันใดนั้น ความตื่นเต้นก็ปรากฏบนสีหน้า

พรสวรรค์ห้วงเวลาเพียงอย่างเดียวทำให้ความเร็วในการฝึกฝนสั้นลงอย่างมาก!

ยังไม่กล่าวถึงเรื่องที่เขายังคงมีวิธีหลอมพลังพันธุกรรมที่ยังไม่ได้ฝึกฝน

หากฝึกฝนจนถึงขั้นหนึ่ง มันจะสามารถเพิ่มความเร็วในการฝึกได้เช่นกัน!

ภายใต้การซ้อนทับของทั้งสอง ความเร็วในการฝึกฝนของเขาจะน่ากลัวเพิ่มขึ้นเพียงใด?

‘ลึกซึ้ง!’

เมื่อลองนึกถึง

ฉู่โม่วแทบรอไม่ไหวที่จะศึกษาวิธีหลอมพลังพันธุกรรม

ทันทีที่คิดเกี่ยวกับมัน ข้อมูลของการฝึกนี้ก็ปรากฏขึ้นในใจ จากนั้นชายหนุ่มนั่งลง และเพ่งจิตไปตามการฝึก จัดวางหัวใจห้าดวงหันหน้าไปทางท้องฟ้า และดูดซับพลังงานสวรรค์และโลกรอบตัวอย่างช้า ๆ

ในทันใดนั้น

พลังงานไหลเข้าทางรูขุมขนทั่วร่างกาย แต่ไม่ได้เข้าสู่ร่างกายโดยตรง กลับถูกจับและดูดซึมโดยเซลล์เล็ก ๆ นับไม่ถ้วนในผิวหนัง

“ฟู่ว…”

ฉู่โม่วสามารถรู้สึกถึงเลือดและอณูแห่งชีวิต เป็นเหมือนการระเบิดของภูเขาไฟอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน เลือดมากมายกำลังเผาผลาญอย่างบ้าคลั่ง อณูแห่งชีวิตมีการรวมตัวกันใหม่และขยายตัวอย่างต่อเนื่อง กลืนกินพลังชีวิตอย่างบ้าคลั่งและเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ชายหนุ่มก็ลืมตาขึ้น

‘วิธีหลอมพลังพันธุกรรมได้ผลจริง ๆ!’

‘ความเร็วในการดูดซับพลังและอุณหภูมิร่างกายเร็วกว่ากระบวนท่าฝึกอณูแห่งชีวิตเมฆาครามประมาณห้าเท่า!’

‘ถ้าเร่งความเร็วเป็นห้าเท่าของพรสวรรค์ห้วงเวลา นั่นก็หมายความว่าความเร็วในการฝึกฝนจะเพิ่มขึ้นยี่สิบเท่า!’

‘เดิมต้องใช้เวลาร้อยปีในการฝึกจนถึงขั้นจ้าวยุทธ์ แต่ตอนนี้ใช้เวลาไม่ถึงห้าปีเท่านั้น!’

‘เมื่อรวมกับการเพิ่มขึ้นของแก่นเลือดสัวต์อสูร เวลาจะลดลงอีกอย่างแน่นอน และสุดท้ายอาจใช้เวลาเพียงสองหรือสามปีหรือแม้แต่หนึ่งหรือสองปี!’

ดวงตาของฉู่โม่วเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์