เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 201

บทที่ 201 ลมปราณเส้นที่สองสั่นสะเทือน และพลังมังกร!

ภายในห้าปี เขาสามารถก้าวจากระดับล่างสุดของผู้ปลุกพลังไปสู่ระดับสูงที่สุด!

ด้วยความเร็วเช่นนั้น แน่นอนว่าต้องทำให้ใครหลายคนตกตะลึง

และอีกอย่าง…

นี่ไม่ใช่ความเร็วสูงสุดของฉู่โม่ว!

เขาสามารถกลืนกินเลือดอสูรเพื่อเพิ่มระดับพลังได้อีกด้วย!

อีกทั้ง

สุดยอดฐานจงไห่ยังมีค่ายกลเวทกลืนกินวิญญาณที่ทำให้พลังเพิ่มขึ้นไปอีกหลายสิบหรือหลายร้อยเท่าตัว!

ถ้าหากมีมันละก็…

เวลาในการฝึกก็จะย่นลงไปอีก!

ไม่แน่ว่าอาจจะใช้เวลาเพียงปีสองปีเท่านั้น

ถึงกระนั้นฉู่โม่วก็ไม่รู้จะหามันได้จากที่ไหน

ครั้งล่าสุดที่ไปดูในตำหนักวิทยายุทธ์ก็ไม่เห็นว่ามีค่ายกลเวทกลืนกินวิญญาณวางขายแต่อย่างไร

เห็นทีคงต้องหยุดไว้เพียงเท่านี้ก่อน

ถึงอย่างนั้นทุกอย่างเวลานี้ก็น่าพอใจมาก

“พอก่อน!”

“อันดับแรกต้องจัดการกับลมปราณเส้นที่สองให้เสร็จโดยเร็วที่สุด!”

ฉู่โม่วตัดสินใจ

เขากลับเข้าไปในห้องอีกครั้งและใช้พรสวรรค์ห้วงเวลาเพื่อสร้างสนามเวลารอบตัวและเร่งเวลาให้เร็วขึ้น จากนั้นดื่มเลือดบางส่วนของสัตว์อสูรก่อนจะเริ่มฝึกฝน

ครู่หนึ่ง

ฉู่โม่วเริ่มขมวดคิ้ว

พรสวรรค์ห้วงเวลาจำเป็นต้องดึงพลังงานออกมาใช้ แม้ว่าการฝึกจะสามารถทำไปพร้อมกับการใช้พลังได้ ตามสมมติฐานแล้วการใช้พลังขณะที่ทำการฝึกวิชาเป็นการยากมากที่จะเร่งเวลาขึ้นเป็นสี่เท่า

ชายหนุ่มลองทำดู

เขาค้นพบว่าการใช้พรสวรรค์ห้วงเวลาไปพร้อมกับการฝึกวิชา ระยะเวลาที่ใช้ลดลงเพียงสิบเท่าเท่านั้น

กล่าวคือการเร่งความเร็วที่เกิดจากการใช้พรสวรรค์ห้วงเวลาจำนวนสี่ แท้จริงแล้วถูกนำออกมาใช้จริงเพียงครึ่งหนึ่ง

แต่พลังชีวิตกลับถูกใช้ไปถึงสี่เท่า!

เท่ากับว่าสูญเสียอายุขัยสองวันไปกับการฝึกวิชาเพียงวันเดียว!

มันค่อนข้างสิ้นเปลือง

อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ในจุดที่ฉู่โม่วรับค่าเสียโอกาสได้

พลังชีวิตมหาศาลที่ได้มาจากพรสวรรค์ธาตุไม้แต่เดิมที่มี ทำให้นับตั้งแต่ที่ฝึกฝนจนถึงขั้นจ้าวยุทธ์ อายุขัยจึงมากกว่าจ้าวยุทธ์ทั่วไป นั่นคือเขามีอายุขัยราวสองพันปี

แม้ว่าจะใช้พรสวรรค์ห้วงเวลาอย่างไม่มีหยุดพัก แต่สามารถฝึกไปเช่นนี้ได้ตลอดห้าร้อยปีโดยไม่มีสิ่งใดต้องกังวล!

นั่นเป็นเวลาที่ยาวนานทีเดียว

แน่นอนว่าอาจมากพอให้ก้าวไปถึงขั้นราชันย์เทพยุทธ์!

และเมื่อถึงตอนนั้น เขาจะได้พลังชีวิตเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

ดังนั้นแล้วอายุขัยที่ทอนลงไปเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องยี่หระเลย

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เพียงพริบตาก็ล่วงไปแล้วหนึ่งเดือน

วันนี้เอง

ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!

จู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังออกมาจากร่างของฉู่โม่ว

ภายใต้เสียงนั้น เส้นลมปราณของเขาปูดโปน พลังภายในไหลวนดังกระแสน้ำเชี่ยว

ทันใดนั้น

พลังปราณ เลือดและอณูแห่งชีวิตขยายตัวและปั่นป่วนกลางเส้นลมปราณหลักทั้งสิบสอง และเส้นลมปราณพิเศษทั้งแปด

ครั้งพลังอันรุนแรงพลันทะลักพล่าน ข้อรยางค์และบรรดากระดูกภายในร่างกายสั่นสะท้าน

เมื่อเริ่มสำรวจข้างในกาย

ฉู่โม่วพลังสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

เซลล์และยีนเริ่มทำการแบ่งตัว มันจัดเรียงและสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่องท่ามกลางการขยับไหว

สารพันธุกรรมที่แตกตัวเหล่านี้มีลักษณะเหมือนอนุภาคแฝดที่สั่นไหวพร้อมเพียงกัน ทุกครั้งที่เกิดการสั่นพ้อง พวกมันจะแยกตัวเพิ่มขึ้นอีก

เป็นวงจรไปเรื่อย ๆ

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ลมปราณ เลือดและอณูแห่งชีวิตของฉู่โม่วสั่นรุนแรงยิ่งขึ้น อีกทั้งไอพลังรอบกายยังค่อย ๆ แข็งแกร่งมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น

กระดูกที่เป็นสีทองอ่อนก็สั่นสะเทือนเช่นกัน ส่งผลให้แสงสีทองเหล่านั้นเข้มมากขึ้นไปกว่าเดิม

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร

การขยับสั่นเลือนหายไปในที่สุด

เมื่อกวาดมองรอบกายา ฉู่โม่วพบว่ามีเศษสีเทาดำบาง ๆ ถูกขับออกมาจากภายในและเกาะอยู่ทั่วผิวหนัง

เพียงใช้พลังจิตเคลื่อนไหว พวกมันก็ร่วงหลงสู่พื้นสิ้น

“หนึ่งเดือนที่พยายามมา ในที่สุดก็บรรลุการฝึกเส้นลมปราณที่สอง!”

“พลังกายมากขึ้นถึง 2 ล้านช้างสาร!”

เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังอันบ้าคลั่งที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน เขาอดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้ม

“อยากจะลองทดสอบดูแล้วสิ!”

เขาบ่นพึมพำ

แม้ว่าจะมีเคลื่องทดสอบความแข็งแกร่งอยู่ในคฤหาสน์ แต่มันจับระดับสูงสุดได้เพียงแค่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับต้นเท่านั้น ถ้าเขาโจมตีด้วยพลังกายราว ๆ 2.6 ล้าน มันจะระเบิดและไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างแม่นยำ

“ถ้าหากว่าพลังสูงที่สุดที่ฐานสามารถตรวจจับได้อยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับต้น แล้วบรรดาผู้ที่อยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับสูงกับราชันย์เทพยุทธ์จะรู้ค่าความแข็งแกร่งของตนอย่างถูกต้องได้ยังไง”

สิ้นคำถาม

ฉู่โม่วเปิดกำไลข้อมือขึ้นมาและส่งข้อความไปถึงหยางเซียวเพื่อถามเกี่ยวกับเรื่องนี้

ไม่นานหลังจากนั้น

ก็รับรู้ถึงแรงสั่นจากข้อมือ เมื่อยกขึ้นมาดูพบว่าเป็นสายจากหยางเซียว

ชายหนุ่มกดปุ่มเชื่อมต่อ

“คุณฉู่โม่ว ผู้ปลุกพลังที่อยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์ขึ้นไปจะมีเครื่องวัดพลังโดยเฉพาะ แต่มีราคาสูงมาก เพราะแบบนั้นโดยปกติแล้วเรามักจะไม่นิยมซื้อกัน ลองไปที่สถาบันเหนือยุทธ์เพื่อทดสอบดูสิครับ!”

เสียงนอบน้อมของหยางเซียวดังจากปลายสาย

ดังนั้นชายหนุ่มจึงหยิบหินปฐมกาลระดับสูงออกมา ที่สถาบันเหนือยุทธ์ อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 : 20,000 นั่นคือเขาใช้หินปฐมกาลระดับสูงไปทั้งหมด 500,000 ก้อนเท่านั้น

จากนั้นดำเนินการอย่างอื่นต่อและป้อนข้อมูลจากบัตรประจำตัวลงไป

ทันใดนั้น

เขาก็กลายเป็นสมาชิกของสถาบันเหนือยุทธ์!

“สถานภาพสมาชิกผูกกับบัตรประชาชนนะคะ ในครั้งหน้าเพียงรูดด้วยบัตรประชาชนก็สามารถเข้าใช้บริการได้ทันทีเลยค่ะ!”

“ถ้าหากคุณผู้ชายต้องการอัพเกรดสมาชิกก็สามารถจ่ายด้วยหินปฐมกาลได้ที่แผนกต้อนรับเลยค่ะ!”

พนักหญิงกล่าวด้วยความเคารพ

ฉู่โม่วพยักหน้า

เขาก้าวเข้าไปภายในห้องโถง

เมื่อมองไปรอบ ๆ จึงเห็นความกว้างใหญ่เต็มตา

ครั้งสำรวจที่ป้ายบอกชั้น ฉู่โม่วพบว่าเครื่องทดสอบความแข็งแกร่งอยู่ระหว่างชั้น 80 ไปถึงชั้นที่ 100

ดังนั้นเขาจึงสุ่มเลือกชั้นที่อยู่ตรงกลาง

ชั้นที่ 86!

นับว่าโชคดีมากที่ไม่มีใครอยู่ในชั้นนี้

ชายหนุ่มก้าวท้าวยังเครื่องทดสอบความแข็งแกร่ง

มันเปนเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถระบุได้ว่าทำมาจากวัสดุอะไร แต่ลักษณะโดยรวมค่อนข้างคล้ายกับเครื่องทดสอบความแข็งแกร่งที่เคยเห็นผ่านตามาก่อน

นอกจากนี้ยังมีแผงกั้นล้อมรอบซึ่งทำหน้าที่ป้องกันผลของการโจมตีที่เล็ดลอดออกมาเพื่อไม่ให้ตัวอาคารได้รับความเสียหาย

ตามที่หยางเซียวได้กล่าวไว้…

เครื่องทดสอบแบบนี้สามารถต้านทานการโจมตีของราชันย์เทพยุทธ์ได้!

เหตุนี้ฉู่โม่วจึงไม่ต้องกังวลว่ามันจะพังด้วยน้ำมือของเขา!

“ไหนดูสิ ว่าตอนนี้ฉันแข็งแกร่งไปขนาดไหนแล้ว!”

เขาสูดหายใจเข้าลึกสุดปอด

หลับตาลงเริ่มปล่อยอณูแห่งชีวิตและเลือดให้ไหลเวียนอย่างช้า ๆ หลังจากกะพริบตาไม่กี่ครั้ง อณูแห่งชีวิตและเลือดภายในร่างกายก็ไหลเวียนอย่างสมบูรณ์ พวกมันเคลื่อนไปตามเส้นลมปราณราวกับแม่น้ำที่เอ่อไหลอย่างไม่รู้ปลายน้ำ

หลังจากนั้น

ฉู่โม่วลืมตาขึ้นและสาวหมัดออกไป

ตู้ม!

กำปั้นของเขาประหนึ่งมังกรที่ร้องคำราม

แท่นทดสอบความแข็งแกร่งสั่นไหวเล็กน้อย

ไม่นานนัก

ข้อมูลก็พลันปรากฏขึ้นบนจอ

2.0!

นอกจากนี้ยังมีรูปมังกรอยู่ที่ด้านหลังตัวเลข!

เห็นดังนั้น ฉู่โม่วได้แต่ขมวดคิ้ว

‘มังกรเรอะ?’

‘หน่วยวัดแบบใหม่หรือยังไงเนี่ย?’

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์