เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 21

บทที่ 21 หมัดทะลวงฟ้า!

ในอีกฝากหนึ่ง

ฉู่โม่วค้นหาทุกวิถีทางเพื่อไปตามเส้นทางซึ่งตู้จิ้งบอกไว้

ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงความเคลื่อนไหวหนึ่งก็แว่วขึ้น ณ เบื้องหน้าของเขา

ดังนั้นชายหนุ่มจึงทำการกลั้นหายใจและเอนตัวลงทันที

พื้นลาดโล่งปรากฏสู่สายตาไม่ห่างไปนัก

ร่างสะโอดสะองของผู้หญิงยืนตระหง่านอยู่ด้านหน้าพร้อมกระบี่ในมือ ใบหน้าของเธองดงามหาใดเปรียบ

ทันใดนั้น…

ร่องรอยความเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามประหนึ่งนางฟ้า แววตาของเธอจ้องมองอย่างเฉยเมยไปยังด้านตรงข้าม

ตรงหน้าของเธอ คือผู้ชายท่าทางหยิ่งผยองผู้หนึ่ง ตาของเขาตวัดเชิดขึ้นจนแทบชี้ฟ้า

“เธอนี่สวยจริง ๆ นะ แล้วไหนจะพรสวรรค์และพลังนั่นอีก! นับว่าเยี่ยมยอดมาก!”

“ฉันคือสวี่กวงจากสถาบันอันดับหนึ่งแห่งฐานฉางเฟิง แน่นอนว่าฝีมือกระบี่ฉันเนี่ยไม่มีใครเทียบติด อีกทั้งอนาคตก็ยังรุ่งโรจน์ หากเธอยอมรับใช้และยกให้ฉันเป็นนายท่านแต่โดยดีละก็ รับประกันได้เลยว่าอนาคตเบื้องหน้าของเธอจะสดใส ว่ายังไงละหืม?”

สวี่กวงยืนไผล่หลังพลางใช้แววตาหื่นกระหายตวัดขึ้นลง

ผู้หญิงคนนั้นคือเฉินซีเวยไม่ผิดแน่

เธอไม่ได้พูดสิ่งใด เพียงจ่อปลายกระบี่ไปทางสวี่กวง

ภาพในดวงตาพลันกระจ่างชัด

การกระทำนี่มัน…

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้หญิงคนนี้แน่วแน่เพียงไหน!

“ยัยคนหัวรั้นเอ๊ย!”

ทันใดนั้น

ดวงตาของสวี่กวงกะพริบวาบเช่นเดียวกับใบหน้าที่เริ่มครึ้มเขียว “ถ้าขืนดื้อดึงอยู่อีก ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”

เมื่อสิ้นคำ เจ้าตัวไม่เอ่ยพูดอะไรอีก ทำการพุ่งทะยานร่างออกไปทันที!

ขณะที่ร่างเคลื่อนเข้ามาใกล้ เสียงลมหายใจเข้าออกของอีกฝ่ายพลันกลายเป็นดั่งเสียงของน้ำตกเชี่ยวกราก

เพียงพริบตา พลังของผู้ฝึกยุทธระดับกลางก็พลันถูกปลดปล่อยออกมา!

เมื่อต้องเผชิญกับพลังเช่นนี้ แทนที่จะถอยหนี เฉินซีเวยกลับนิ่งงันอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน

เธอเม้มริมฝีปากน้อย ๆ ปลายกระบี่ยังคงจรดชี้ไปที่คนตรงหน้าไม่เปลี่ยนแปลง

แม้เธอจะเป็นผู้ปลุกพลังซึ่งเปี่ยมพรสวรรค์ แต่ก็เพิ่งเรียนรู้ได้ไม่นาน

ภายใต้แรงกดดันอันน่าสะพรึงนี้ หญิงสาวไม่ต่างจากเรือน้อยกลางพายุคลั่ง ไม่อาจล่วงรู้จะล่มสู่ห้วงสมุทรเมื่อไร

และแล้วก็เป็นไปดังคาด

เพียงการโจมตีไม่กี่ครั้ง เฉินซีเวยก็ผงะถอยพรวด เลือดแดงฉานทะลักของริมฝีปากก่อนตัวจะแนบซบกับพื้น

เธอพยายามพยุงร่างขึ้น แต่ความขมของโลหิตที่แทรกซึมทั่วปากกลับบังคับให้ต้องถุยของเหลวในนั้นออกมา

ถุย!

“เห้อ… เห็นเธออ่อนแอแบบนี้ ฉันละนึกสงสารจริง ๆ…”

สวี่กวงค่อย ๆ สาวเท้าไปข้างหน้าพร้อมกระบี่ในมือ กวาดตาไปยังเรืองร่างงดงามแล้วส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้

“ฉันจะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้ายนะคนสวย จะยอมดี ๆ หรือจะยอมทั้งน้ำตา” เขาว่า

เฉินซีเวยไม่ได้ตระหนกหรือสั่นคลอนประการใด ดวงตาของเธอยังคงไร้แววเหมือนเดิม ประหนึ่งว่าไม่ได้บาดเจ็บสาหัสแม้แต่น้อย

ความเงียบยังคงปกคลุมทั่ว

ทว่าท่าทางเช่นนี้ทำให้ผู้รับชมเกิดความไม่พอใจ

ภาพที่เห็นทำให้ดวงหน้าของสวี่กวงถมึงทึงกว่าเดิม

ทั้ง ๆ ที่ในฐานฉางเฟิงล้วนไม่มีผู้ใดหาญเทียบเขาได้

ด้วยความสามารถของเขา แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงยังให้การยอมรับเขา อีกทั้งยังไม่มีใครในฐานฉางเฟิงที่ขวัญกล้าพอจะขัดขืนต่อต้านคนอย่างเขา!

หากกล่าวว่าเขาแทบจะเรียกลมเรียกฝนได้ก็คงไม่ผิดนัก

นานแค่ไหนกัน…?

นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้พบพานกับผู้หญิงหยาบคายเช่นนี้!?

ทันใดนั้นเอง

ความอดทนของสวี่กวงมอดดับลง

“ในเมื่อเธอเลือกความตาย ฉันก็ไม่ขัดศรัทธา ยินดีจะส่งเธอไปที่ชอบที่ชอบเอง!”

สิ้นเสียง

สวี่กวงสะบัดกระบี่ในมือ เงื้อมันขึ้นเพื่อจบชีวิตหญิงสาวตรงหน้า

ภายใต้แสงอันหนาวเหน็บซึ่งกระจายออกมาจากคมกระบี่คมกริบนั่น เฉินซีเวยค่อย ๆ หลับตาคล้ายยอมรับชะตากรรม

คลื่นความตายคืบคลานเรื่อย ๆ แต่ไร้ซึ่งความกลัวแม้แต่น้อย

มีเพียงความเสียใจครอบครองพื้นที่ส่วนหนึ่งในใจ

เธอไม่อาจได้เห็นทิวทัศน์กว้างใหญ่ และเดินทางไปทั่วอย่างที่ฝัน

และที่สำคัญกว่าสิ่งใด…

เธอไม่อาจช่วยฉู่โม่วได้อีกแล้ว!

“ขอโทษ…”

“ฉันยังไม่ทันได้ช่วยนายเลย”

ลมหายใจถูกทอดถอนแผ่วเบาตามเสียงคำนึง

คมกระบี่กำลังตวัดลง

ผลคือพลังทำลายล้าง 25 ตัน!

สีหน้าของสวี่กวงเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

เมื่อเห็นว่าพลังหมัดกำลังหมดลง ท่ามกลางช่วงเวลาวิกฤตนี้ มือข้างหนึ่งได้ชักกระบี่ขึ้นมากันไว้

ทันใดนั้น กำปั้นและคมกระบี่ถึงปะทะกับ

เวลาเดียวกันนั้นเอง

สวี่กวงรับรู้ถึงเสียงแตกหักบริเวณง่ามมือ ก่อนที่แรงปะทะอันรุงแรงจะพุงตรงไปยังกระบี่ในมือ กระแทกให้เขาหงายหลังขึ้นเหนืออากาศ กระอักเอาเลือดในร่างให้กระจายไปตามลม

ร่างนั้นร่วงสู่พื้นก่อนจะกลิ้งไปมาอีกสองสามรอบ

หลังลุกขึ้นยืน สวี่กวงพลันใช้สายตาจับจ้องไปยังฉู่โม่วอย่างโกรธจัด ก่อนจะสำลักเลือดอีกครั้งหนึ่ง

เพียงหมัดเดียวเท่านั้น!

ทั้งที่เขาเป็นผู้ฝึกยุทธระดับกลาง แต่กลับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อยเพียงครั้งเดียวงั้นหรือ?

“เป็นไปไม่ได้!”

“แกแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไงกัน!”

“ฉันแพ้แกได้ยังไง!”

สวี่กวงคำรามลั่น

ในฐานะอันดับหนึ่งของฐานฉางเฟิง… และผู้เป็นเลิศในด้านกระบี่ เขาคุ้นเคยกับการไม่มีผู้ใดล้มเขาลงได้

ทว่า…

เขากลับพ่ายแพ้ให้ไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้!

ไม่อยากจะเชื่อเลย!!

ความกลัวที่ยากบรรยายพลันก่อตัวขึ้นในหัวใจ

ตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง ทั้งคนตรงหน้าก็ไร้ซึ่งวี่แววว่าจะรามือไปโดยง่าย

ศัตรูคนนี้แข็งแกร่งเกินคนอ่อนแอเช่นเขา

ขืนสู้ต่อไปไม่เท่ากับเขาเอาชีวิตไปทิ้งหรือ?

“ไม่!”

“ฉันเป็นผู้ฝึกยุทธ์เลยนะ ฉันยังมีอนาคตที่สดใส จะมาตายด้วยน้ำมือชายไร้นามเช่นนี้ได้ยังไง!”

“ต้องหนี!”

ฉับพลันที่คิดมาถึงจุดนนี้ สวี่กวงเร่งหอบร่างถอยกรูดด้วยคิดหลบหนี

ทว่า…

“จะหนีหรอ?”

“คิดง่ายไปแล้ว!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์