บทที่ 22 วิชากระบี่ระดับสูง กระบวนท่าระดับเงิน!
เห็นสวี่กวงถอยออก เขาค่อนข้างมั่นใจเลยว่าอีกฝ่ายคิดจะหนีแล้วแน่ ๆ
แววตาของฉู่โม่วเป็นประกายราวกับเห็นอัญมณีล้ำค่า เพียงไม่กี่ก้าวของเขา ด้วยกระบวนท่าย่างก้าวหมอกควันก็สามารถตามตัวสวี่กวงทันได้ไม่ยาก
ทันทีที่ตามทัน เลือดลมที่ไหลเวียนในกายก็สูบฉีดอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อัสนีสีม่วงถูกกระตุ้นให้วิ่งพล่านไปทั่วร่างของเขา
ก่อนจะปลดปล่อยหมัดออกไป
อัสนีสีม่วงที่ก่อตัวเป็นมวลสายฟ้าขนาดกำปั้นพลันพุ่งตรงออกไปคล้ายอสรพิษตัวยาว พลังอันมหาศาลดุจลาวาปะทุพวยพุ่งออกจากปากปล่องภูเขาไฟ โผทะยานเข้าสู่หัวของสวี่กวงทันควัน
“ไม่… ปล่อยฉันไปเถอะ… ฉันขอร้องล่ะ ฉันยังไม่อยาก…”
สีหน้าของสวี่กวงซีดเผือดราวกับไร้ซึ่งเลือดเดิน เขาพยายามร้องขอความเมตตาจากฉู่โม่ว
ทว่าประโยคนั้นก็ไม่ได้ถูกพูดจนจบ
ฉู่โม่วไม่ลดระดับหมัดของเขาลงแต่อย่างใด ดวงตาจับจ้องฝ่ายตรงข้ามอย่างไร้ซึ่งความปรานี
เปรี้ยง!
เสียงของอัสนีบาตปะทะเข้ากับร่างของเป้าหมาย และมันดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงของอะไรบางอย่างที่ระเบิดอยู่อย่างต่อเนื่อง
ร่างของสวี่กวงดิ้นทุรนทุรายด้วยผลของธาตุสายฟ้าที่พุ่งเข้าปะทะกับร่างโดยตรง ความรุนแรงของมันทำให้อวัยวะภายในของเขาล้มเหลวติดต่อกัน เสียงร้องโอดครวญดังจากความเจ็บปวดคงอยู่เพียงแค่ไม่กี่วินาที… ก่อนที่มันจะเงียบสงัดไป
ร่างทั้งร่างแน่นิ่งไป ก่อนที่จะล้มลงกับพื้นคล้ายถุงขยะที่ไร้ซึ่งแรงต้านใด ๆ
ไร้การเคลื่อนไหว และทุกอย่างก็กลับมาเงียบสงบ
ผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์
สวี่กวงตายแล้ว!
เมื่อสถานการณ์โดยรอบกลับสู่ความสงบ ฉู่โม่วก็ค่อย ๆ ใจเย็นลง อย่างแรก เขาหันไปตรวจดูอาการของเฉินซีเวยก่อนจะพบว่าเธอบาดเจ็บหนักเพียงภายนอกเท่านั้น เพราะงั้นแค่ยารักษาบาดแผลฉุกเฉินที่พกมาด้วยคงจะเพียงพอแล้ว
หลังจากช่วยให้เธอกลืนยาดังกล่าวเข้าไปได้แล้ว ฉู่โม่วก็คอยตรวจดูเลือดลมและอณูแห่งชีวิตในร่างของเธอ เมื่อรับรู้ได้ว่ามันเริ่มกลับมาปกติดีแล้ว เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ด้วยยารักษาสารพัดโรคนี่ เธอน่าจะไม่เป็นอะไรมากแล้วล่ะมั้ง”
ฉู่โม่วปาดเหงื่อ
เขาหันไปมองรอบ ๆ ตัว และหยุดสายตาไว้ที่ร่างของสวี่กวง
หากยึดตามคำพูดของตู้จิ้งแล้ว คนคนนี้น่าจะเป็นคนของฐานฉางเฟิง สวี่กวงผู้ที่มีทักษะวิชากระบี่อยู่ในระดับสูง
ทักษะกระบี่ระดับสูง!
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ที่สู้กับสวี่กวง ฉู่โม่วจะไม่ได้เห็นเขาใช้ทักษะที่ว่านั่นเลย แต่ก็คาดไว้ว่าทักษะนี้จะต้องทรงพลังมากแน่ ๆ
และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด
ทักษะนี้น่าจะมีประโยชน์อย่างมากในการต่อสู้แน่นอน!
ในเมื่อตอนนี้สวี่กวงตายแล้ว และระบบกลืนกินของเขาก็คูลดาวน์เสร็จแล้วด้วย ดังนั้นเขาสามารถกลืนกินความสามารถของคนคนนี้ได้
คิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วก็ยื่นมือออกไปอย่างไม่ลังเลพร้อมออกคำสั่งในใจ ‘กลืนกิน!’
[กลืนกินสำเร็จ!]
[ได้รับ วิชากระบี่ระดับสูง!]
[ต้องการ ‘หลอมรวม’ หรือไม่?]
เวลาเดียวกับที่เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัว ลูกแก้วสีขาวขนาดเล็กก็ลอยเข้ามาในมือฉู่โม่ว
ภาพของกระบวนท่าฟาดฟันกระบี่ต่าง ๆ พลันปรากฏขึ้นในลูกแก้วดังกล่าว พร้อมกับกลิ่นอายที่มีกลิ่นเหมือนคมเหล็กซึ่งผ่านการฉาบตีมาอย่างหนักแน่น
เช่นเดิม โดยปราศจากการลังเล
“หลอมรวม!”
ฟึ่บ!
ลูกแก้วสีขาวแตกออกและกลายเป็นผงละอองสีขาวซึมเข้าไปในร่างของฉู่โม่ว
เขารับรู้ได้ว่าร่างกายของเขาเหมือนกำลังถูกคมกระบี่นับหมื่นพันเชือดเฉือน ทั้งกล้ามเนื้อ กระดูก รวมถึงเส้นชีวิตมันบาดเจ็บเสียจนเหมือนว่าถูกตัดขาดหมดแล้ว
ความเจ็บปวดเหล่านี้สลักลึกลงไปในจิตวิญญาณ ทำเอาฉู่โม่วเกือบจะรับมันไว้ไม่ได้ไปชั่วขณะ และเขาเกือบจะส่งเสียงร้องออกมาแล้ว
โชคยังดีที่ความเจ็บปวดนั้นอยู่ไม่นาน มันจากไปเร็วกว่าที่คิด
หลังจากกลับมาควบคุมลมหายใจได้แล้ว ความเจ็บปวดก็จางหายไป
ในตอนนี้ ร่างกายของฉู่โม่วรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งร่าง ไม่ว่าจะแขนหรือขา หรือแม้แต่กระดูกล้วนแต่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันไปจากก่อนหน้านี้มาก
ตรวจสอบข้อมูลของตัวเอง
[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]
[ระดับร่างกาย : พลังกายระดับสูง]
[พรสวรรค์ : วิชากระบี่ระดับสูง ธาตุสายฟ้าระดับ 2 ธาตุลมระดับ 2]
“ได้ทักษะกระบี่ระดับสูงมาแล้ว!”
ฉู่โม่วหยิบกระบี่ของเขาขึ้นมา และทันใดนั้น ในหัวของเขาก็เล่นภาพของกระบวนท่าต่าง ๆ ออกมาราวกับเคยเรียนรู้มันมาก่อน
ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของคมศัสตรา ท่วงทำนองในการฟาดฟัน รวมไปถึงกระบวนท่าอันลึกล้ำ ที่ไม่น่าจะสามารถหาฝึกได้จากตำราเล่มใด หากวิชากระบี่ไม่ใช่พรสวรรค์
อย่างกับว่า…
กระบี่เล่มนี้มันมีชีวิตขึ้นมา!
สำหรับคนนอกแล้ว ยังไงมันก็ยังคงเป็นกระบี่ที่ถูกมนุษย์สร้างขึ้นมาก็จริง แต่ยามที่มันมาอยู่ในมือของเขา มันไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตและจิตวิญญาณเลย!
เมื่อลองตวัดกระบี่ดูเรื่อยเปื่อย
ภาพของวิชากระบี่จำนวนมากมายก็หลั่งไหลจากในหัวเข้าสู่จิตใจของเขา
แม้แต่กระบวนท่า ‘กระบี่ฝ่าวายุ’ ที่เคยฝึกฝนมาก่อนหน้าแล้ว เมื่อได้ทักษะวิชากระบี่ระดับสูงมาช่วยเพิ่มความเข้าใจ กระบวนท่านี้ก็เหมือนสิ่งที่มีวิธีการใช้ซับซ้อนมากขึ้นไปอีก
ความมั่นใจก่อเกิดขึ้นในใจฉู่โม่ว
ในตอนนี้หากเขาใช้กระบวนท่ากระบี่ฝ่าวายุอีกครั้ง
ความเสียหายมันก็จะเพิ่มขึ้นอีกสองเท่าแน่ ๆ!
เพราะงั้นมันจึงทำให้ฉู่โม่วพึงพอใจกับสิ่งนี้มาก ๆ
‘กลืนกินต่อ!’
วางกระบี่ลงไปข้างกาย ฉู่โม่วเลือกที่จะกลืนกินร่างตรงหน้าต่อ
[กลืนกินสำเร็จ!]
และเพราะแบบนี้
่ร่องรอย’ ต่าง ๆ ของสวี่กวงก็จะหายสาบสูญไปด้วย
หลังจากที่ทำทุกอย่างที่ต้องทำเสร็จหมดแล้ว ฉู่โม่วก็อุ้มร่างของเฉินซีเวยขึ้นมาแล้วรีบออกจากที่นี่โดยไว
…
ภายในลำต้นของต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่แห่งนี้มีโพรงไม้ที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์อยู่
เฉินซีเวยลุกขึ้นมาช้า ๆ
“ฉัน… ยังไม่ตายงั้นเหรอ?”
เธอลืมตามองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกไม่คุ้นเคยขณะที่ปากก็บ่นพึมพำเบา ๆ
ในความทรงจำของเธอ
เธอจำได้ชัดเจนว่าเธอถูกสวี่กวงทำให้บาดเจ็บหนักและกำลังจะโดนเขาปลิดชีพด้วยกระบี่
เพราะตอนนั้นเธอประคองสติไว้แทบจะไม่ได้แล้ว ทว่าภายในหัวกลับมีเสียงของใครบางคนตะโกนออกมา พร้อมกับร่างที่ค่อนข้างจะคุ้นตาวิ่งเข้ามาหาเธอ
หญิงสาวครุ่นคิดและพยายามนึกให้ออกว่าเจ้าของร่างนั้นจะเป็นใครได้บ้าง แต่สิ่งที่เธอคิดออก กลับไม่ใช่สิ่งที่เธอจะเชื่อได้นัก
“เป็นไปไม่ได้น่า…”
“เขายังทลายขีดจำกัดไม่ได้เลยด้วยซ้ำ… ไม่มีทางที่เขาจะมาอยู่ที่นี่หรอก!”
เฉินซีเวยสลัดความคิดนั้นทิ้ง
ขณะเดียวกันนั้นเอง เธอก็หันไปเห็นถุงเก็บของที่อยู่ข้าง ๆ เธอ มือเรียวคว้าหยิบมันขึ้นมาเปิดออก แล้วก็พบว่าภายในนั้นมีซากสัตว์อสูรถูกเก็บไว้มากมายเลยทีเดียว
ด้วยปริมาณของพวกมันนี้
เธอน่าจะขึ้นเป็นท็อปสิบอันดับ… ไม่สิ เป็นท็อปสามได้ไม่ยากเลย!
“นี่มัน… ของที่อยู่ในถุงเก็บของสวี่กวง!”
“หรือว่าสวี่กวงตายแล้วเหรอ?”
“คนที่มาช่วยฉันไว้ทิ้งสิ่งนี้ไว้ให้งั้นเหรอ? แล้วเขาจะมาช่วยฉันทำไมน่ะ…”
ความสงสัยต่าง ๆ นานาเริ่มผุดขึ้นมาในหัวของเฉินซีเวย
แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไร เธอก็หาคำตอบไม่ได้
และในเมื่อคิดไม่ออก เธอก็เลือกที่จะเก็บไว้คิดในภายหลังแทน
หญิงสาวเก็บของต่าง ๆ ที่เป็น ‘ของตน’ เธอลุกขึ้นยืนและหันไปพูดเสียงดังทางป่าใหญ่ “ท่านผู้มีเมตตาที่ไม่อยากจะเปิดเผยตัวตน! ในเมื่อท่านต้องการเช่นนี้ ฉัน เฉินซีเวย ก็จะไม่บังคับให้ท่านเผยตัวหรอกนะ! ฉันขอบคุณจริง ๆ ที่ท่านช่วยฉันไว้ในครั้งนี้ เฉินซีเวยผู้นี้จะไม่ลืมบุญคุณเลย! และไม่ว่าท่านจะเป็นใคร ขอให้รับรู้ไว้ว่าฉันจะต้องหาทางทดแทนบุญคุณให้ในอนาคตแน่ ๆ!”
พูดไปเช่นนั้น เฉินซีเวยก็กระโดดออกจากโพรงไม้และออกจากที่แห่งนี้ไป
ทว่า
ขณะที่กำลังจากไป
ภายในหัวของเธอพลันมีร่างคุ้นเคยที่ได้เข้ามาช่วยเธอในวิกฤตก่อนหน้าก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
“หรือมันจะเป็นเขาจริง ๆ นะ?”
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์