เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 221

บทที่ 221 ผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารา และเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัย!

“เมื่อตอนที่ฉันไปฝึกกับท่านอาจารย์ เขาให้ฉันฝึกอยู่ในเขตแดนลับแห่งหนึ่ง แต่เพราะพลังกายของฉันเป็นปัญหา เธอถึงพาฉันไปยังแดนโชคชะตาแทน”

“ที่นั่นไม่เพียงแต่จะสามารถฝึกได้ตามคำแนะนำของท่านอาจารย์เท่านั้น แต่ยังได้เผอิญเจอเข้ากับผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราด้วย”

ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ในห้อง

เฉินซีเวยค่อย ๆ พลิกข้อมือขึ้นมา จากนั้นดวงดาวที่มีแสงระยิบระยับก็ลอยออกมาให้เห็น

ในสายตาของฉู่โม่ว เกือบจะทันทีกับที่แสงดาวนั้นปรากฏขึ้น เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าท่ามกลางแสงเกิดจากแร่ประหลาดชนิดหนึ่งที่ผสมผสานไปด้วยสีม่วง สีทอง สีเงิน และสีขาว

ตอนนี้ แม้ว่าจะถูกถืออยู่ในฝ่ามือ แต่ด้วยความงดงามของแสงประกายดาวที่ส่องประกายออกมา ก็พลอยทำให้ผู้คนที่ได้จับตามองรู้สึกราวกับว่าตนเองอยู่ในจักรวาลที่ประดับประดาไปด้วยแสงดาวระยิบระยับเต็มไปหมดก็มิปาน

งดงาม!

ระยิบระยับ!

สวยเกินกว่าจะอธิบายได้

ขณะเดียวกันนั้น

ไม่เพียงแค่แสงของดวงดาวที่ส่องประกายเท่านั้น แต่ยังนำพากลิ่นอายพลังที่แสดงถึงความโดดเดี่ยวและว่างเปล่าราวกับว่าสิ่งนี้ถูกทิ้งไว้อย่างเดียวดายมานานหลายร้อยปีมาแล้ว

ฉู่โม่วทดลองบีบผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารานี้ไปไว้ในมือและลองใช้พลังจิตสัมผัสตรวจสอบ เขารู้สึกได้เพียงว่า… พลังจิตวิญญาณของเขาสามารถแทรกซึมเข้าไปในผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารานี้ได้ โดยที่นอกจากจะไม่เจออุปสรรคใด ๆ แล้วยังราบรื่นกว่าสิ่งอื่นมากเลยด้วย

แม้แต่ความเหนียวแน่นของพลังจิตวิญญาณก็พลอยเพิ่มขึ้นด้วยในเวลาเช่นนี้

ผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้สีหน้าของฉู่โม่วแสดงความตกตะลึงออกมาทันที

เขาเกือบจะตัดสินใจไปแล้ว

ว่าสิ่งที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำมาสร้างอาวุธพลังจิตคือผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารา

แต่ในตอนนี้

ฉู่โม่วเพิ่งจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่เป็นเหมือนมนตราลึกลับภายในผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราชิ้นนี้ สิ่งที่เหมือนกับเส้นทางที่ล่อลวงให้ออกตามหามัน

“สิ่งนี้…”

ชายหนุ่มได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง

“ดูเหมือนนายจะจับทางได้แล้วหรือเปล่านะ?”

เฉินซีเวยพูดด้วยรอยยิ้ม “ผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราเป็นแค่กุญแจ!”

“กุญแจเหรอ?”

คนฟังสงสัยขึ้นเล็กน้อย

ตอนนั้นเอง หญิงสาวเล่าถึงเรื่องที่รู้ให้ฟัง

เรื่องมีอยู่ว่า …ตั้งแต่แรกเริ่มภายหลังจากที่เฉินซีเวยได้รับผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารานี้มาจากแดนโชคชะตา เธอไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร ดังนั้นจึงนำมันไปถามราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง และได้รับรู้ว่ามันคือกุญแจที่จะช่วยนำพาไปสู่การปลดล็อกเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยได้!

เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยถือเป็นเขตแดนลับที่พิเศษมาก

เวลาในการเปิดนั้นไม่กำหนด สถานที่เปิดก็ไม่กำหนดด้วยเช่นกัน

เมื่อครั้งที่มันเปิดออกครั้งแรก ราว ๆ หนึ่งร้อยห้าสิบปีที่แล้ว ตอนนั้นมีดาวตกจำนวนหนึ่งกระจัดกระจายออกมาจากเขตแดนลับและแยกตัวไปยังทิศทางต่าง ๆ ทว่าเพราะเป็นช่วงที่สุดยอดฐานจงไห่กำลังก่อสร้าง เลยมีเพียงผู้ปลุกพลังรุ่นแรก ๆ ไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้ตามหาต้นตอและเข้าไปในเขตแดนลับแห่งนั้น และถึงแม้จะได้สมบัติมากมายออกมา พวกเขาก็เลือกที่จะปิดปากเรื่องนี้ไว้เงียบ ๆ ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้

ครั้งที่สองเป็นช่วงแปดสิบปีที่แล้ว ในครั้งนี้ได้ผู้ปลุกพลังที่กล้าแกร่งจำนวนหนึ่งในสุดยอดฐานจงไห่มาช่วย ดังนั้นจึงสามารถคว้าผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราไว้ได้ เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยสวรรค์กลายเป็นมีชื่อเสียงขึ้นมา

มีผู้ปลุกพลังกว่าสิบคนเข้าร่วม และถึงแม้จะมีส่วนมากที่ตายลงไปภายในนั้น แต่ส่วนที่มีชีวิตรอดกลับมาได้ก็กลับมาพร้อมกับสมบัติล้ำค่ามากมาย ในวันนี้พวกเขาได้กลายเป็นราชันย์ยุทธ์ระดับต้นกันแล้ว นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่แข็งแกร่งขึ้นมากจนสามารถเป็นราชันเทพยุทธ์ได้อีกด้วย!

ตั้งแต่นั้นมา เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยก็เป็นเขตแดนลับที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งมาตลอด

สามสิบปีก่อน เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยเปิดออกเป็นครั้งที่สาม ทว่ามีผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารากระจายตัวออกมาเพียงสามดวงเท่านั้น จึงทำให้เหล่าผู้ปลุกพลังมากมายล้วนแต่ฆ่าแกงกันเพื่อให้ได้กุญแจดอกนี้มา ในท้ายที่สุด ผู้ชนะที่ได้เข้าไป ไม่มีใครเลยที่รอดชีวิตกลับมา ร่างไร้วิญญาณของพวกเขาตกมาจากฟากฟ้ากลายเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคนที่พบเห็น

และในตอนนี้ ใกล้จะได้เวลาที่เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยจะเปิดเป็นครั้งที่สี่แล้ว!

อ้างอิงจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เมื่อผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราปรากฏขึ้นมา อีกสิบวันให้หลังเป็นอย่างมาก เขตแดนลับแห่งนี้จะเปิดออก ในเวลานั้น เหล่าผู้ปลุกพลังที่ถือครองผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราไว้จะถูกอัญเชิญตัวไป และจะมีเพียงผู้ผ่านคุณสมบัติเท่านั้นถึงจะได้เข้าไปภายในเขตแดนลับดังกล่าว

ตัวเขตแดนลับแห่งนี้จะเปิดอยู่เป็นเวลาหนึ่งเดือน หากผู้ปลุกพลังคนนั้นไม่สามารถออกมาได้ในหนึ่งเดือน โอกาสที่จะได้ออกมาอีกครั้งก็คือยามที่เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยเปิดครั้งถัดไป…

“เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยจะเปิดออกในอีกสิบวันหลังจากที่ผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราปรากฏงั้นเหรอ… แล้วก็จะคงอยู่แบบนั้นไปอีกหนึ่งเดือนเท่านั้นสินะ?”

ภายหลังจากที่ได้ฟังเฉินซีเวยเล่าแล้ว ฉู่โม่วอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้

ในตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกสามเดือนกว่าสิ่งที่เรียกว่าเขตแดนศักดิ์สิทธิ์จะเปิด

แต่เดิมเขาวางแผนไว้ว่าตั้งใจจะฝึกฝนต่อภายในวิหารราชันย์เทพยุทธ์ เพื่อที่จะได้เข้าสู่จ้าวยุทธ์ระดับสูงก่อนที่เขตแดนศักดิ์สิทธิ์จะเปิด หรือไม่ถ้าเป็นไปได้ก็จะไปให้ถึงราชันย์ยุทธ์

ทว่าหากดำเนินตามแผนนั้น เขาจะพลาดโอกาสที่จะได้เข้าร่วมในเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยไป

หากต้องรอจนกว่าเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยนี้เปิดอีกรอบ มันคงไม่ต่างอะไรกับรอเก้อ เพราะไม่รู้ว่าเขตแดนลับแห่งนี้จะเปิดอีกครั้งเมื่อไร

เพราะเวลาเปิดของเขตแดนลับนั้นไม่ตายตัว สั้นสุดที่เคยบันทึกไว้ก็คือสามสิบปี แต่ถ้ายาวที่สุดก็คือเจ็ดสิบปี…

ฉู่โม่วรอขนาดนั้นไม่ได้หรอก

อีกทั้ง…

ผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราที่ฉู่โม่วได้มาถือว่าน้อยมาก ๆ แน่นอนว่ามันต้องไม่เพียงพอต่อการสร้างอาวุธพลังจิตให้สมบูรณ์อยู่แล้ว เขาจำเป็นต้องเข้าไปในเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยและเสาะหาผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราเพิ่มให้ได้

ดังนั้นแล้ว

นั่นหมายถึงต้องเลือกระหว่างการฝึกฝนและการสำรวจเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัย

‘การฝึกฝนยังพอหยุดไว้ก่อนได้… แต่จะพลาดโอกาสนี้ไม่ได้ การที่จะได้มาซึ่งผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด!’

‘สิ่งนี้สำคัญมาก ๆ ยังไงก็พลาดไม่ได้!’

ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่เลือกยากสักเท่าไร

คิดได้ดังนั้น

ฉู่โม่วถามต่อ “เธอได้ผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารานี่มานานขนาดไหนแล้วนะ?”

“วันก่อนน่ะ” เฉินซีเวยตอบ

“เพราะงั้นน่าจะเหลือเวลาอย่างมากสุดสี่วันก่อนที่เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยจะเปิดสินะ!”

“ต้องเร่งฝึกฝน!”

“เพื่อพร้อมรับมือกับเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยที่กำลังจะเปิด”

ชายหนุ่มตัดสินใจ

ในตอนนี้ ทั้งฉู่โม่วกับเฉินซีเวยเลือกที่จะพักผ่อนด้วยกันสักหน่อยก่อนจะออกไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าด้วยกัน เมื่อกลับมายังคฤหาสน์อีกครั้ง ทั้งสองก็แยกย้ายกันไปฝึกตามเดิม

แน่นอนว่าฉู่โม่วไม่ลังเลหรือเสียเวลาใด ๆ เขามุ่งหน้าตรงไปยังวิหารราชันย์เทพยุทธ์ เปิดจารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่าและเริ่มฝึกฝนอย่างเคร่งครัดทันที

เป็นเช่นนี้

จนกระทั่งสี่วันผ่านไปในพริบตา

ในวันนี้

ภายในจารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่าของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ ฉู่โม่วที่อยู่ในระหว่างการฝึก จู่ ๆ ก็ลืมตาขึ้นมา แสงสว่างเป็นประกายปรากฏขึ้นในแววตา

“นี่ฉันเข้าใกล้ 28 พลังมังกรแล้ว!”

ในขณะที่กำลังบินไปอยู่นั้นก็พบร่างของคนสองคนที่บินมาก่อนหน้าเขาแล้วในทิศทางเดียวกัน

“ท่านพ่อ เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยเป็นที่ที่วิเศษอย่างที่ท่านว่าจริง ๆ สินะครับ?”

หนึ่งในสองร่างนั้นคือโจวอวิ๋นที่กำลังบินอยู่ สายตาของเขามองไปยังผู้เป็นพ่อโดยที่อดถามออกมาไม่ได้

“อวิ๋นเอ๋อร์ ลูกไม่รู้อะไรซะแล้ว!”

“ตั้งแต่อดีตกาล เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยนี้เปิดมาแค่สามครั้งเองนะ มีเพียงครั้งที่สามนี้ที่ไม่มีใครรอดชีวิตกลับมา แต่นอกจากนั้น ในสองครั้งแรก เหล่าผู้ปลุกพลังที่รอดมาได้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า …ภายในเขตแดนลับแห่งนี้มีสมบัติมากมายกำลังรอพวกเราอยู่”

“และบรรพบุรุษตระกูลโจวของพวกเราเองก็เป็นหนึ่งในผู้ปลุกพลังที่ได้เข้าไปในเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยแห่งนี้รอบแรกด้วยนะ!”

“เมื่อตอนก่อนจะเข้าไป เขายังเป็นเพียงผู้ปลุกพลังที่มีพรสวรรค์ระดับต่ำอยู่เลย ทว่าหลังจากที่ออกมาได้แล้วก็ได้สมบัติมามากมาย เพียงแค่ไม่กี่ทศวรรษก็กลายเป็นราชันย์เทพยุทธ์ได้และก่อตั้งตระกูลโจวของพวกเราขึ้นมาในสุดยอดฐานจงไห่แห่งนี้!”

โจวหยงอธิบาย

“ขนาดนั้นเชียว!”

ได้ฟังเช่นนั้น โจวอวิ๋นก็ประหลาดใจเล็กน้อย

จากนั้นแววตาพลันแสดงความโหดเหี้ยมออกมา “ถ้าเป็นแบบนั้น ภายหลังจากที่ผมออกมาจากเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยได้ ผมจะรีบไปจัดการเจ้าฉู่โม่วก่อนเลย!”

“เจ้าฉู่โม่วนั่นน่ะเรื่องเล็ก เมื่อไรที่ลูกกับพ่อเข้าไปในเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยแล้วนำสมบัติแห่งโลกและสวรรค์ภายในออกมาได้ ต่อให้เป็นเจ้าวิหารราชันย์เทพยุทธ์ก็ไม่กล้าเป็นศัตรูกับพวกเราอย่างแน่นอน!”

โจวหยงพูดเสริมอย่างใจเย็น

เมื่อฟังคำพ่อของตน แววตาของโจวอวิ๋นก็แสดงความหวังขึ้นมา

ไม่นานนัก

ทั้งสองคนก็เดินทางมาถึงที่หมาย

“ที่นี่คือทางเข้าเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยจริง ๆ เหรอครับ? ทำไมผมไม่เห็นว่าจะมีรอยแยกมิติอะไรเลย?”

โจวอวิ๋นหันมองไปยังพื้นที่รอบ ๆ ก่อนจะถามขึ้นด้วยความสงสัย

ได้ยินคำพูดนั้น โจวหยงที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดไขข้อสงสัยให้ “อวิ๋นเอ๋อร์ เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยเป็นเขตแดนพิเศษ เป็นเขตแดนลับที่มีความโดดเด่นในตัวเองที่ซึ่งจะเปิดให้กับผู้ที่มีผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราเท่านั้น หากลูกไร้ซึ่งสิ่งที่ทำหน้าที่เสมือนกุญแจ ต่อให้ลูกมายังที่แห่งนี้ก็จะไม่ถูกอัญเชิญเข้าไป!”

พูดจบ

เขาก็หยิบเอาสิ่งที่ดูเหมือนดวงดาวดวงเล็ก ๆ สองดวงออกมาจากกระเป๋า ดวงดาวทั้งสองดวงในตอนนี้กำลังเปล่งแสงสีทองสว่างจ้าออกมาจนสมชื่อผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารามากขึ้นไปอีก!

โจวหยงส่งผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราให้ผู้เป็นลูกชายหนึ่งดวงแล้วพูด “อวิ๋นเอ๋อร์ ทำตามพ่อ!”

เมื่อพูดไปเช่นนั้นแล้ว เขาก็ปลดปล่อยอณูแห่งชีวิตเข้าไปในผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราที่อยู่ในฝ่ามือ

เห็นแบบนั้น

โจวอวิ๋นรีบทำตามแบบเดียวกันทันที

ยามที่อณูแห่งชีวิตถูกอัดเข้าไปภายใน แสงสีทองของผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราภายในมือยิ่งเปล่งประกายมากขึ้นไปอีกขั้น ครู่หนึ่งด้วยเสียง ‘ครืน’ ผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราพลันแผ่รัศมีออกมากลายเป็นเส้นลำแสงสองเส้นส่องลงมาหาผู้ที่กระตุ้นมันด้วยอณูแห่งชีวิต

เพล้ง!

ด้วยแรงสั่นสะเทือนอันมหาศาลที่เกิดขึ้นกับผู้กระตุ้นการทำงานของผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารา ตามด้วยเสียง ‘เพล้ง’ เหมือนกระจกแตก ทันใดนั้นเบื้องหน้าก็เกิดเป็นช่องว่างมิติแตกออกมา

เมื่อมองผ่านไปในช่องว่างมิตินี้สามารถเห็นแสงสว่างที่อยู่ปลายทางได้ ราวกับว่า หากก้าวเข้าไปแล้วจะเจอเข้ากับท้องฟ้าที่กว้างขวางของอีกโลกหนึ่ง

และเมื่อเห็นเช่นนั้นแล้ว ทั้งสองพ่อลูกก็ดีใจกันสุดขีด

พวกเขาไม่รอช้า รีบกระโดดเข้าไปภายในทันที!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์