บทที่ 222 เข้าไปในเขตแดนลับ สายลมผ่ามิติ และเถาวัลย์แปลกประหลาด!
“ถึงแล้ว!”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉู่โม่วก็มาถึงจุดหมายตามการนำทางของผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารา
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองจะเห็นว่าพื้นที่โดยรอบเป็นทะเลทรายเหมือนที่อื่น ๆ และไม่ได้มีอะไรพิเศษ
หากไม่ใช่เพราะแรงสั่นสะเทือนจากผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดารารุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉู่โม่วคงคิดว่าเขามาผิดที่แล้ว
“ผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราบอกว่าคือที่นี่ แต่ทำไมฉันไม่เห็นรอยแยกห้วงมิติเลยล่ะ?”
ฉู่โม่วสับสนเล็กน้อย
หลังจากนั้น
เขาจับจ้องไปยังผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราในมือ
รัศมีที่ปลดปล่อยออกมาสว่างไสวมากขึ้น ราวกับว่าเป็นดวงดาวที่ส่องประกายไร้ที่สิ้นสุดจริง ๆ
นอกจากนี้
กระทั่งสัมผัสได้ถึงพลังงานลึกลับข้างในที่ดูเหมือนจะต้องใช้วิธีการบางอย่างดึงออกมา
“หรือว่า…”
ชายหนุ่มหัวใจเต้นแรงและปล่อยอณูแห่งชีวิตเข้าไปในผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราโดยไม่รู้ตัว
หึ่ง!
ด้วยอณูแห่งชีวิตที่หลั่งไหลเข้าไป แสงประกายก็พุ่งออกมาปกคลุมร่างกายของฉู่โม่วจนมิด กลายเป็นลำแสงสว่างจ้าที่ห่อหุ้มร่าง
ในตอนนี้
สัมผัสได้ถึงพลังปริศนาที่พวยพุ่งออกมาทันที พลังลึกลับนี้ล่องหนและไม่อาจจับต้องได้ แต่กระนั้นก็สัมผัสและมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เขายื่นมือออกไป
และเห็นว่ามือและแขนของตนเปลี่ยนไปจากสีเลือดเนื้อมนุษย์เป็นสีเงินจาง ๆ ราวกับแสงดาว
เมื่อเห็นภาพนี้
สีหน้าของฉู่โม่วก็เปลี่ยนแปลงไปทันที
เขาอยากจะไหลเวียนเลือดและอณูแห่งชีวิตเข้าไปเพื่อกำจัดพลังงานนี้ออกจากร่างกาย แต่เมื่อคิดดูให้ดีแล้วพบว่าพลังนี้ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อร่างกายเลย
“นี่มันอะไรกัน?”
ความสงสัยก่อเกิดขึ้นในใจ
และคำตอบก็ถูกเปิดเผยในไม่ช้า
หึ่ง!
พร้อมกับเสียงสั่นสะเทือน เสียงกระจกแตกพลันดังขึ้นในห้วงอากาศตรงหน้า และรอยแยกค่อย ๆ ปรากฏตัวและขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในเวลาอันสั้น มันขยายจนมีขนาดหลายเมตร
เมื่อมองผ่านรอยแยกนี้จะมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีแสงดวงดาวสว่างไสวอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม และมีแรงผลักออกที่ไม่อาจอธิบายได้อยู่ แต่เมื่อพลังนี้มาถึงตัวเขา มันก็จางหายไปอย่างเงียบเชียบ
“งั้น… แสงดาวบนร่างกายของฉันคือวิธีการคัดเลือกของเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยเหรอ?”
“มีแต่ผู้ปลุกพลังที่มีผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราเท่านั้นที่จะเข้าไปได้อย่างปลอดภัย ส่วนผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ที่ไม่มีก็จะถูกปฏิเสธและไม่สามารถเข้าไปได้งั้นเหรอ?”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเองและแสดงสีหน้าว่าเข้าใจมากขึ้น
ต่อมา
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป สาวเท้าก้าวไปข้างหน้าเข้าไปในเขตแดนลับแห่งนี้
ตู้ม!
เมื่อก้าวเข้าไป แสงดาวนับไม่ถ้วนก็ระเบิดออกมาจากร่างกายของฉู่โม่วราวกับภูเขาไฟระเบิดและส่องไปทั่วทุกหนแห่ง
ในขณะเดียวกันรู้สึกราวกับว่าทั้งร่างกายได้กลายเป็นขนนกที่สามารถโบยบินขึ้นลงในอากาศได้ด้วยตัวเอง
ในตอนนั้นเอง
ตู้ม
หลังจากเสียงคำรามลั่น แสงดาวบนร่างกายก็จางหายไปในห้วงอากาศอย่างไร้ร่องรอย
มีเพียงดวงดาวไร้ที่สิ้นสุดที่ร่วงหล่นลงมาดวงแล้วดวงเล่า
รอยแยกห้วงมิติที่ถูกเปิดออกในตอนแรกปิดลงในทันใด ทำให้มันหายวับไปอย่างสมบูรณ์แบบ
สายลมพัดพาและต้นไม้สั่นไหว
แสงดาวทั้งหมดจางหายไป สายลมสงบเย็นเป็นอย่างมากราวกับว่าเรื่องทั้งหมดก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น
…
ผลึกทองพิสุทธิ์หมื่นดาราช่างล้ำค่าสมชื่อจริง ๆ
เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองอยู่ในอวกาศกว้างใหญ่
เมื่อมองไปรอบ ๆ นอกจากแสงดาวกับดวงดารานับไม่ถ้วนแล้วก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีก
นอกจากนี้
สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจยิ่งกว่าคือพลังงานแห่งดวงดาวในพื้นที่แห่งนี้มหาศาลเกินไป!
พลังงานไร้ที่สิ้นสุดของดวงดาวกำลังจะบีบอัดเป็นกลุ่มดาว และหลั่งไหลผ่านรูขุมขนเข้าไปในร่างกาย
ในขณะเดียวกัน
สัมผัสได้ถึงสายลมบางเบาที่พัดเข้าใส่ใบหน้า ทำให้รู้สึกสดชื่นเล็กน้อย
แต่…
ในผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนี้ …สายลมจะมาจากไหนกัน?
‘กระแสขึ้นลง!’
‘นี่คือพลังแห่งดวงดาวและกระแสขึ้นลงของดวงดาวเริ่มต้นขึ้นแล้ว!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
หลังจากที่ตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ ชายหนุ่มเริ่มเดินตรงไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
แม้จะดูเหมือนว่าไม่มีอันตรายใดอยู่ในเขตแดนลับนี้และไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดให้เห็น
แต่เข้าใจได้เป็นอย่างดี
เขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยที่เฉินซีเวยอธิบายถูกเปิดขึ้นมาก่อนสามครั้ง ผู้ปลุกพลังทุกคนที่เข้าไปข้างในได้รับความสูญเสียอย่างหนัก โดยเฉพาะครั้งล่าสุดที่เรียกได้ว่าเป็นการล้างบางทั้งกองทัพเลยทีเดียว
ดังนั้นแล้วจะต้องมีอันตรายอยู่ในสถานที่แห่งนี้แน่
อย่างที่คาดการณ์ไว้…
หลังจากที่เดินไปสักพัก ร่างกายพลันหยุดนิ่งและเผยแววตาจริงจังออกมา
เขามองเข้าไปในอวกาศอันกว้างใหญ่
และด้วยการรับรู้ผ่านพรสวรรค์แห่งห้วงมิติ
เขามองเห็นเส้นสีดำทึบอยู่ข้างหน้าได้อย่างชัดเจน
“กระบี่สะบั้นพันดารา!”
เขาฟันออกไป
แสงกระบี่สีแดงฉานพลันฟาดฟันผ่านท้องฟ้าลงไปยังเถาวัลย์
เจตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่ห่อหุ้มไปด้วยปราณกระบี่นับไม่ถ้วนฟันลงไปราวกับว่าสามารถผ่าท้องฟ้าและอากาศออกเป็นส่วน ๆ ได้อย่างไรอย่างนั้น!
ตู้ม!!!
ทันใดนั้น
กระบี่เล่มยาวปะทะเข้ากับเถาวัลย์ก่อเกิดเป็นเสียงระเบิดดังสนั่น แรงเหวี่ยงมหาศาลแพร่กระจายออกมาเป็นคลื่นสั่นสะเทือนขนาดยักษ์ ทำให้ดวงดาวนับไม่ถ้วนกระจัดกระจายถอยห่างไป
ฉู่โม่วสัมผัสได้เพียงแค่ว่ากระบี่ในมือปะทะเข้ากับแรงมหาศาลและเหมือนจะตัดบางสิ่งขาด แล้วกระบี่ก็ฟันผ่านไปพร้อมกับเสียง ‘ฉับ’
เถาวัลย์ที่ถูกตัดร่วงลงมาทันที
เสียงกรีดร้องแหลมคมดังขึ้นในห้วงอากาศทันที
เสียงนี้ดูราวกับว่าสามารถทำร้ายจิตวิญญาณของคนได้ มีช่วงเวลาหนึ่งที่ฉู่โม่วรู้สึกราวกับว่าค้อนขนาดใหญ่ถูกทุบลงไปยังก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ทำให้รู้สึกมึนงง
โชคยังดี…
กงล้อทองคำปฐมวิญญาณกลับกลายเป็นเกราะป้องกันพลังที่บุกรุกเข้ามาในจิตใจ
“นี่มันการโจมตีจิตวิญญาณ!”
ฉู่โม่วประหลาดใจ
หลังจากนั้น
ร่างของฉู่โม่วกะพริบครั้งแล้วครั้งเล่า กระบี่เล่มยาวที่ส่องประกายในมือยังคงฟาดฟันลงไปยังเถาวัลย์ขนาดใหญ่
พลังชีวิตของมันเหนียวแน่นมาก
แม้ว่าจะถูกตัดเป็นชิ้น ๆ มันก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่ลมหายใจแผ่วเบาลงไปเล็กน้อย
เมื่อเห็นดังนั้น
ฉู่โม่วไม่รอช้า ง้างกระบี่ฟันออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า
ในพริบตาเดียว กระบี่ก็ถูกฟันออกไปกว่าหลายพันครั้ง
ในที่สุด!
หลังจากที่ถูกฉู่โม่วตัดเป็นชิ้นเล็กน้อยหลายร้อยชิ้น เถาวัลย์สีดำทมิฬก็ใช้พลังชีวิตหมดจนร่วงลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้น
“เฮ้อ…”
เมื่อเห็นท่าทีของเถาวัลย์ ฉู่โม่วจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ที่จริงแล้วพละกำลังของเถาวัลย์นี้ไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก มันเทียบได้กับราชันย์ยุทธ์ระดับต้น แต่เพราะพลังชีวิตที่เหลือเฟือและวิธีการที่แปลกประหลาดของมันจึงต้องใช้เวลาไม่น้อยในการจัดการ
หลังจากตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้มันฟื้นขึ้นมาอีก ฉู่โม่วจึงใช้พรสวรรค์ธาตุไฟปลดปล่อยเปลวเพลิงไร้ที่สิ้นสุดออกมาเผามันให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น
ฉู่โม่วเตรียมจะจากไป
เพียงแต่ว่า…
ในตอนนั้นเองพบบางสิ่งอยู่ในกองเถ้าถ่านของเถาวัลย์และพลันส่งเสียงขึ้น
เมื่อลองมองดู
จะพบว่ามีแสงสีเขียวจาง ๆ เปล่งประกายส่องแสงเรืองเรื่อออกมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์