เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 237

บทที่ 237 เติมเต็มคำสัญญา และวิธีฝึกฝนขั้นราชันย์ยุทธ์

หลังจากสิ้นธุระแล้ว ฉู่โม่วก็วางแผนจะเดินทางกลับคฤหาสน์เพื่อฝึกวิชาตามลำพังต่อไป

ในยามนั้น เหลืออีกเพียงเดือนเดียวเขตแดนศักดิ์สิทธิ์จะเปิดแล้ว

เมื่อนึกได้เช่นนั้น หัวใจก็พลันเต้นแรง รู้สึกคล้ายตัวชาวาบ ขนทั่วกายลุกชันทั้งสรรพางค์ประหนึ่งผืนฟ้าผันกลับทิศ

ลางสังหรณ์กระตุ้นสัญชาติญาณให้ตื่นรู้!

อันตรายคืบคลานเข้ามาถึง!

“มีคนกำลังปองร้าย?”

“มันเป็นใคร?!”

ฉู่โม่วส่งจิตสัมผัสออกไปตามสัญชาตญาณ ด้วยอยากรู้ว่าใครกำลังสอดแนมเขาอย่างลับ ๆ

แต่เมื่อค้นจนทั่วแล้วก็ยังไม่พบบุคคลต้องสงสัย

สิ่งนี้หาได้ทำให้โล่งใจ กลับกันระหวาดระแวงยิ่งกว่าเก่า

เขาแน่ใจว่าความรู้สึกเมื่อครู่ไม่ใช่การคิดไปเองแน่นอน แถมคนผู้นั้นยังประสงค์ร้าย

‘ใครมันกล้ามายุ่งกับฉัน’

เสียงความคิดดังขึ้นในหัว

นับแต่ที่เดินทางมาอาศัยในสุดยอดฐานจงไห่ เขาฝึกฝนด้วยความสันโดษมาตลอด ไม่ได้แหย่เท้าสร้างศัตรู หรือไปกระตุกหนวดเสือใครที่ไหน แม้ว่าอาจจะทำให้ใครบางคนในวิหารราชันย์เทพยุทธ์อิจฉาตาร้อนอยู่บ้าง แต่เมื่อได้เป็นผู้สืบทอดที่แท้จริง เขาก็มั่นใจได้ว่าคนพวกนั้นคงเลิกล้มความตั้งใจที่จะเอาชนะเขาไปแล้ว

หากตัดคนพวกนั้นออกไป… ที่เหลือที่นึกออกก็มีแต่คนตระกูลโจว

“หรือว่าจะมีคนรู้เรื่องที่ฉันตัดหัวโจวอวิ๋นกับโจวหยงแล้ว?”

ความคิดนั้นทำเอาหัวใจบีบรัดแน่น

แม้ว่าจะฆ่าพ่อลูกตระกูลโจวในเขตแดนลับสวรรค์ดาราลัยก็ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าจะไม่มีคนอื่นรู้เรื่องนี้

อย่างไรก็ดี วิทยาการในสุดยอดฐานจงไห่ค่อนข้างล้ำหน้ากว่าที่อื่น ๆ ไม่แน่ว่าคนตระกูลโจวอาจจะมีเทคนิคบางอย่างในการสืบสาวราวเรื่องก็เป็นได้

“ตระกูลโจวต้องมีอันตรายซ่อนอยู่แน่นอน!”

“ตอนนี้พวกเขาเริ่มสงสัยในตัวฉันแล้ว ถ้าปล่อยให้ถึงวันที่พวกเขารู้ความจริง เรื่องคงจะจบยาก!”

ฉู่โม่วฆ่าผู้นำและนายน้อยของตระกูลโจว นั่นหมายความว่าเขาต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ยากจะหาทางออก มีเพียงแต่ความล่มสลายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้นที่เป็นข้อยุติ!

คิดได้เช่นนั้น

จิตสังหารก็ฉายวาบผ่านแววตา

‘ต้องฝึกต่อไป!’

‘สิ่งสำคัญอันดับแรกก็คือต้องแข็งแกร่งกว่านี้ มีแค่วิธีนี้วิธีเดียวที่สามารถจัดการกับปัญหาได้!’

‘ความแข็งแกร่งคือคำตอบของทุกอย่าง!’

ฉู่โม่วคิดในใจ

ครู่ถัดมาก็รีบสาวเท้ากลับคฤหาสน์ด้วยความรวดเร็ว

“ฉันละเกลียดเด็กเซนส์ดีแบบนี้จริง ๆ …เกือบจะถูกจับได้แล้วไหมละ”

เมื่อแผ่นหลังฉู่โม่วหายลับจากสายตา

ภายในมุมมืด ร่างของบรรพบุรุษตระกูลโจวเร้นกายอย่างเงียบเชียบ

ท่านกลางแสงสว่าง เงาดำตกกระทบลงแผ่นหน้านั้นครึ่งหนึ่ง

เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่เขาจับกระแสพลังของคนที่สังหารโจวอวิ๋นกับโจวหยงได้ เขาก็รีบตามร่องรอยมาทันที ก่อนจะพบว่าไอพลังนั้นเลือนหายไปใกล้กับวิหารราชันย์เทพยุทธ์

ดังนั้นแล้วเขาจึงเฝ้ารออย่างอดทน

ไม่นานเกินรอ

เจ้าของกลิ่นอายนั้นก็เดินออกมา แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวออกไป ชายผู้นั้นก็เดินเข้าไปยังวิหารราชันย์เทพยุทธ์เสียแล้ว

หลังจากที่อีกฝ่ายออกมาจากวิหารอีกครั้ง บรรพบุรุษตระกูลโจวก็รับรู้ได้ทันทีว่าที่แท้คนที่สังหารลูกหลานของเขาก็คือผู้สืบทอดที่แท้จริงอันดับสองแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ เขาเป็นผู้สืบทอดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสุดยอดฐานจงไห่เมื่อไม่นานมานี้…

ฉู่โม่ว!

วินาทีแรกที่เห็นคนคนนั้นก็แทบจะสกัดกลั้นโทสะไว้ไม่อยู่ เมื่อจิตสังหารก่อตัวอย่างเต็มที่ ห้วงเวลานั้นเองที่ฉู่โม่วสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง และทำให้คืนสติสัมปชัญญะอีกครั้ง!

ที่นี่คือสุดยอดฐานจงไห่!

สถานที่ซึ่งมีกฎหมายป้องกันอาชญากรรมที่เข้มงวด!

ผู้กระทำผิดไม่ว่าจะเป็นใคร หรืออยู่ในสถานะใดจะต้องถูกลงโทษ

นอกจากนี้…

ฉู่โม่วยังเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงของวิหารราชันย์เทพยุทธ์

หากไม่จัดการฉู่โม่วให้จบในครั้งเดียว บรรดาผู้อาวุโสในสุดยอดฐานจงไห่จะต้องกรูกันออกมาช่วยแน่ และเขานั่นเองที่จะกลายเป็นฝ่ายตกเป็นเป้านิ่ง

แม้ต้องการแก้แค้นแค่ไหน แต่จะถลำลึกจนไม่คิดหน้าคิดหลังไม่ได้

“ถ้าเป็นแบบนั้นละก็… หรือว่า!”

“รอจนกว่ามันจะออกจากฐานแล้วค่อยปลิดชีพมันแล้วกัน!”

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้

ครู่ถัดมา เขาจึงซ่อนตัวภายในมุมมืดอีกครั้ง

ภายในคฤหาสน์

“ยินดีด้วยคุณสามี ในที่สุดก็บรรลุขั้นราชันย์ยุทธ์แล้ว!”

เมื่อเห็นหน้าของชายหนุ่ม เฉินซีเวยที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นก็เอ่ยคำแสดงความยินดี

“เธอรู้ได้ยังไงเนี่ย”

เขาถามอย่างประหลาดใจ

เพราะเพิ่งจะฝึกสำเร็จไปไม่นาน และมีเพียงราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางเท่านั้นที่รู้อย่างลับ ๆ ดังนั้นแล้วเป็นที่แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ในวิหารราชันย์เทพยุทธ์ยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำ ถ้าเช่นนั้นเฉินซีเวยรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

หญิงสาวคลี่ยิ้ม “ไม่นานมานี้ ฉันเห็นว่าในวิหารราชันย์เทพยุทธ์มีบางอย่างที่ทำให้ฐานทั้งฐานสั่นสะเทือนน่ะสิ จะมีใครที่ไหนที่สร้างความวุ่นวายใหญ่โตแบบนี้ได้นอกจากนายล่ะ”

ได้ยินเช่นนั้น

รอยยิ้มก็ปรากฏบนหน้าผู้เป็นสามี เขาโอบเธอเข้าไว้ในอ้อมแขนอุ่น “ภรรยาของฉันนี่ฉลาดจริง ๆ !”

อ้อมกอดละมุนชวนให้ใบหน้าเฉินซีเวยขึ้นสีแดงระเรื่อ

แม้ว่าฉู่โม่วจะถือเป็นสามีในอนาคตมานานแล้ว

กระนั้นท่าทีชิดใกล้เพียงเล็กน้อยก็ทำเอาใจสั่นสะท้านได้ทุกครั้ง

เพียงคิดเช่นนั้น ความสุขมากมายก็ผุดพรายผ่านรอยยิ้มงาม

ในห้องฝึกวิชา ฉู่โม่วกำลังนั่งขัดสมาธิ

เขาไม่ได้ฝึกอย่างจริงจังอะไร แต่กำลังทำความเข้าใจกับตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับ

ตั้งแต่ที่ได้รับมา เขาไม่ได้ใส่ใจมันมากเท่าไรนัก

ตอนนี้มีเป้าหมายที่จะฝึกอย่างจริงจังแล้ว และเพิ่งเข้าสู่ขั้นราชันย์ยุทธ์ได้ไม่นาน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องศึกษาให้มาก

สำหรับขั้นราชันย์ยุทธ์ ระดับพลังชีวิตจะแตกต่างไปจากคนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

หากต้องการฝึกฝนต่อไป สิ่งสำคัญไม่ใช่แต่เพียงเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเข้าใจถึงพลังภายในและการดึงเอาสมบัติภายในร่างกายมนุษย์ออกมาใช้อีกด้วย

สำหรับวิธีการดึงออกมานั้น

ไม่มีการบันทึกอยู่ในกระบวนท่าลับพลังชีวิตเมฆาครามและการปรับแต่งพลังงานดั้งเดิมของยีนที่เคยฝึกฝนมาก่อน

กระบวนท่าทั้งสองนี้

ในอดีตสามารถฝึกฝนได้เฉพาะในขั้นราชันย์ยุทธ์เท่านั้น และไม่มีบันทึกเกี่ยวกับมันอีกในขั้นที่สูงกว่านั้น

อีกประการหนึ่งก็คือการเพิ่มความเร็วในการฝึกวิชา

ดังนั้นฉู่โม่วจึงหันมาสนใจตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับเป็นพิเศษ

หลังจากตั้งใจอยู่นาน ในที่สุดก็เข้าใจถึงบทนิยามของมัน

มันเป็นวิถีของสำนักที่ยิ่งใหญ่ในอดีตกาล เรียกว่าการศึกษาที่เป็นเอกลักษณ์ของสำนักไท่เสวียน ที่แห่งนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อบำเพ็ญวิถีวรยุทธ์ ก่อนที่ผู้ก่อตั้งจะทำการละทิ้งวิถีของตนไป

ถึงอย่างนั้นคนรุ่นใหม่ของสำนักไท่เสวียนยังยึดเอาวิชานี้เป็นแกนหลักในการฝึกฝน และสามารถแตกสาขาย่อยของวิชาดังกล่าวไปได้เป็นหลายสิบประเภท ตั้งแต่นั้นมาคำสอนนี้ก็ได้สืบต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น

แต่เมื่อเวลาผ่านไป

ความแข็งแกร่งของสำนักไท่เสวียนเสื่อมลงไปตามกาลเวลา และในที่สุดก็ถึงคราวล่มสลาย กลืนหายไปตามสายธารแห่งประวัติศาสตร์

ต่อมา

ชายวัยกลางคนในชุดสีขาวเดินทางไปทั่วจักรวาล และพบกับตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับท่ามกลางซากปรักหักพัง เนื่องจากเห็นว่ามันดูเป็นของที่มีคุณภาพดีและเปี่ยมด้วยพลัง จึงได้เก็บรักษามันไว้และศึกษาอย่างถี่ถ้วน

ตามความเข้าใจของชายวัยกลางคนชุดขาว

ตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับนี้ แม้ว่าจะไม่ได้บันทึกเกี่ยวกับกระบวนท่าพิเศษอื่น ๆ ของสำนักไท่เสวียน แต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาทำให้เห็นว่ากระบวนท่าในตำรานี้ค่อนข้างจะมีคุณค่าอนันต์

หากฝึกฝนอย่างจริงจังและค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไป เมื่อถึงระดับดาราลับฟ้าก็เพียงพอที่จะนับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่

แต่น่าเสียดายที่กระบวนท่าในตำรานี้สามารถฝึกได้แค่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น และยังจำกัดเฉพาะผู้ที่อยู่ในขั้นราชันย์ยุทธ์เท่านั้นที่จะฝึกได้

ฉู่โม่วรู้สึกเสียดายเล็กน้อย

ในที่สุดเขาก็เข้าใจ สิ่งนี้สามารถฝึกได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

แต่ด้วยขั้นพลังของเขาถือเป็นโอกาสอันดีที่จะลองฝึกฝน หากวิชานี้แพร่หลายออกไป แน่นอนว่าต้องเป็นที่ฮือฮาสำหรับผู้อาวุโสขั้นราชันย์เทพยุทธจำนวนนับไม่ถ้วน

เช่นนั้นจะมัวแต่เสียดายไปทำไมกัน

คิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วจึงถอนใจอย่างโล่งอกและเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง

ในไม่ช้า ความใคร่ครวญก็ปรากฏขึ้นในใจ

ตำราหอศักดิ์สิทธิ์ทองคำลึกลับได้บันทึกวิธีการฝึกของราชันย์ยุทธ์เอาไว้ แต่กระนั้นวิธีการเฉพาะของมันค่อนข้างเกินความคาดหมายไปมาก

“ปรับอวัยวะภายในทั้งห้า อณูแห่งชีวิตและเลือดให้กลับสู่สภาวะเดิม!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์