เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 255

บทที่ 255 ตระกูลเฉียนแห่งเมืองหยวนซาน โลกอันหนาวเหน็บ!

ตระกูลเฉียน แห่งเมืองหยวนซาน

ในฐานะตระกูลขนาดใหญ่เพียงตระกูลเดียวในเมืองหยวนซาน… ซึ่งมีผู้ปลุกพลังที่อยู่ในจุดสูงสุดของขั้นราชันย์ยุทธ์ คฤหาสน์อันหรูหราแห่งตระกูลเฉียนนั้นก็ตั้งอยู่ที่ใจกลางเมือง

หากเป็นเมื่อก่อน

เมื่อสมาชิกตระกูลเฉียนออกไปข้างนอก พวกเขาคงจะยืดอกเชิดหน้าได้อย่างมั่นใจ และเพลิดเพลินไปกับสายตาของผู้ปลุกพลังในเมืองที่มองมาอย่างอิจฉา

แต่ทั้งหมดนี้

กลับแตกสลายจนหมดสิ้นภายในเวลาเพียงครึ่งเดือน!

ครึ่งเดือนก่อน เกิดเรื่องใหญ่…

ผู้นำตระกูลได้ออกไปสำรวจแต่กลับกลับมาพร้อมกับบาดแผลสาหัสสากรรจ์จนทำให้ทั้งตระกูลต้องตกตะลึง

ทั้งที่เขาเป็นผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์ยุทธ์เพียงคนเดียวในตระกูล แต่ตอนนี้กลับได้รับบาดเจ็บหนัก หากเกิดอะไรขึ้นกับเขาละก็ ตระกูลคงต้องล่มสลายเป็นแน่

แต่โชคยังดี

อาการบาดเจ็บของผู้นำตระกูลนั้นสามารถรักษาได้ เพียงแค่ให้เวลาฟื้นฟูมันไปอย่างช้า ๆ

ส่วนสมบัติที่เขาเอากลับมาหลังจากเฉียดตายไปทั้งหมดเก้าครั้งนั้นก็ได้สร้างความประหลาดใจให้กับคนในตระกูลเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเขาคว้ามันมาครอบครองได้ ตระกูลเฉียนก็อาจเติบโตและกลายเป็นตระกูลสูงสุดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อย่างแน่นอน

ทว่า

ด้วยเหตุผลบางอย่าง ข่าวนี้กลับแพร่กระจายออกไปและทำให้กองกำลังนับไม่ถ้วนต่างมุ่งความสนใจมาที่มันทันที แต่กระนั้นกองกำลังที่ว่าต่างก็หวาดเกรงพลังของผู้นำตระกูลเฉียน พวกเขาจึงไม่กล้าทำอะไรโดยไม่ได้รับอนุญาต

แต่ราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดที่ไม่รู้ว่าไปได้ยินข่าวนี้มาจากไหน จู่ ๆ ก็มาข่มขู่ตระกูลเฉียนให้ส่งมอบสมบัติชิ้นนี้มา ไม่อย่างนั้น ตระกูลเฉียนจะถูกทำลายภายในสามวัน

วันนี้เป็นวันที่สองแล้ว

วันพรุ่งนี้คือวันที่สามตามที่ราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดได้กล่าวไว้ ถ้าเขามาจริง ๆ ตระกูลเฉียนจะรับมือด้วยตัวเองได้อย่างไรกัน?

แม้ว่าเขาจะเรียกพวกพ้องมากมายมาช่วย

แต่…

ราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดคนนั้นก็เป็นผู้แข็งแกร่งที่สังหารราชันย์ยุทธ์มาแล้วนักต่อนัก!

นอกจากนี้ยังมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พร้อมมาช่วย และถึงจะมีจำนวนมาก แต่พวกเขาจะสู้กับราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดได้ยังไงกัน?

ใช่แล้ว

โลกภายนอกนั้นไม่ได้มองตระกูลเฉียนในแง่ดีนัก แม้แต่สถานการณ์ของตระกูลเฉียนในตอนนี้เองก็ไม่สู้ดีนัก

คฤหาสน์ตระกูลเฉียน

ในห้องโถงหลัก

ตอนนี้ เฉียนเหิงผู้เป็นผู้นำตระกูลนั่งอยู่บนที่นั่งหลักและกำลังฟังรายงานจากผู้อาวุโส

“คุณสวี่ต้าตอบกลับมาว่าเขากำลังสำรวจเขตแดนลับและไม่สามารถมาที่นี่ได้ในตอนนี้ พวกเราต้องหาวิธีกันเองแล้วละ!”

“หลังจากที่ได้รับจดหมาย ราชันย์ยุทธ์ไร้ปรานีได้ทำร้ายคนที่เราส่งออกไป และข่มขู่ให้ตัดขาดกับตระกูลเฉียน”

“แล้วเราก็ยังตามหาตัวราชันย์ยุทธ์มหายานไม่พบ เราเลยไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน”

“ส่วนราชันย์สะท้านโลกา… ก็ปฏิเสธ”

เมื่อได้ฟังรายงานจากผู้อาวุโส สีหน้าของเฉียนเหิงที่นั่งอยู่ก็บึ้งตึงยิ่งกว่าเก่า และเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบหน้าของเขาจึงซีดเผือดอย่างถึงที่สุด

เขากระแอมสองสามครั้งและกล่าว “ตอนนี้มีคนมาเท่าไหร่?”

“ณ ตอนนี้มีแค่มีราชันย์ยุทธ์ชลพิสุทธิ์และราชันย์ยุทธ์พิฆาตอสูรที่มาที่นี่ ตอนนี้พวกเขาอยู่ในห้องพักแขก แต่… ดูเหมือนว่าพวกเขาจะอยากถอนตัวเช่นกัน!” ผู้อาวุโสกล่าว

เมื่อได้ยินดังนั้น

เฉียนเหิงก็ไม่พูดอะไร แต่ผู้อาวุโสข้างกายเขาอดตะโกนลั่นด้วยความโมโหไม่ได้ “หมาป่าตาขาวพวกนี้ ตอนมาขอให้พวกเราช่วยก็หน้าสลอนมากันพร้อมหน้า แต่พอเราขอความช่วยเหลือเจ้าพวกนี้ก็วิ่งหางจุกตูดกันซะหมด!”

“โดยเฉพาะราชันย์ยุทธ์ไร้ปรานี ตอนที่เขาเข้าสู่ขั้นราชันย์ยุทธ์ได้ก็เป็นเพราะท่านผู้นำที่เข้าไปสำรวจเขตแดนลับพร้อมกันกับเขา และได้ช่วยเขาต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับ 7 เขาถึงได้สมบัติชิ้นนั้นมาอย่างง่ายดาย ไม่อย่างนั้นมันก็เป็นได้แค่หมาป่าตาขาวเท่านั้นแหละ!”

“ตอนที่ราชันย์ยุทธ์สะท้านโลกาได้รับบาดเจ็บสาหัส ท่านผู้นำก็เป็นคนเอายาอายุวัฒนะที่เก็บไว้ไปให้ และกระทั่งมอบหินปฐมกาลมากมายให้เขาทุกปี เป็นเวลาตั้งหลายปีดีดัก พอเกิดเรื่องขึ้นเท่านั้นแหละ กลับหายหัวไม่ดูดำดูดี แล้วคราวนี้ถึงขั้นปฏิเสธซึ่ง ๆ หน้า ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยรึไง?!”

“ดี!”

“ส่วนราชันย์ยุทธ์มหายาน หากไม่ใช่เพราะท่านผู้นำตระกูล เขาจะมีสถานะอย่างทุกวันนี้ได้ยังไงกัน!”

“ไอ้หมาป่าตาขาวพวกนี้!”

“พอเจออะไรเข้าหน่อยก็หนีหัวหดกันหมด!”

ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างก็พูดด้วยความโกรธแค้น

เมื่อได้ฟังคำพูดของทุกคน เฉียนเหิงก็อดกำหมัดแน่นไม่ได้

เขาเคยเป็นแค่ผู้ปลุกพลังไร้สำนัก แต่กลับได้รับโอกาสตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นจึงฝึกฝนอย่างหนักตั้งแต่เริ่มต้น เขาคุ้นเคยกับความโหดร้ายของการเป็นผู้ปลุกพลังดี และในขณะเดียวกันก็เข้าใจดีว่าพลังของผู้ปลุกพลังที่ทรงพลังหลายคนรวมกันจะช่วยเขาได้มากขนาดไหน

ด้วยเหตุนี้ เมื่อเขาเข้าสู่ขั้นราชันย์ยุทธ์ เขาก็ก่อตั้งตระกูลขึ้นและพยายามที่จะผูกมิตรกับผู้คน

ทั้งหมดก็เพื่อ…

วันหนึ่ง เมื่อเขาต้องสิ้นใจไปอย่างไม่ทันได้เตรียมใจ สหายเหล่านี้ก็จะกลับมาช่วยเหลือตระกูลเฉียนของเขาได้ เขาไม่ลังเลเลยที่จะใช้เงินมหาศาลไปกับเรื่องนี้จนทำให้ผู้อาวุโสหลายคนติติงเขาเสียด้วยซ้ำ

แต่เฉียนเหิงก็คิดว่าที่ทำไปทั้งหมดนั้นมันคุ้มค่า

หากสร้างความสัมพันธ์ด้วยความจริงใจ ก็จะได้รับความจริงใจกลับคืนมาอย่างแน่นอน

แต่ใครจะคาดคิด…

ภาพที่เขาได้เห็นในวันนี้ กลับทำให้เขาได้เข้าใจความโหดร้ายในความสัมพันธ์ของมนุษย์และความโหดร้ายของโลกใบนี้อย่างแท้จริง

“ทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละ!”

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่

เฉียนเหิงโบกมือและกล่าวอย่างตัดพ้อ “ก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะมองหาแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง แล้วก็หลีกเลี่ยงเรื่องที่จะทำให้เขามีอันตรายได้ละนะ ตอนนี้โลกภายนอกคงรู้แล้วว่าตระกูลเฉียนกลายเป็นเป้าหมายของราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืด และกำลังจะสิ้นชื่อในไม่ช้า พวกนั้นเลยไม่อยากเข้ามาพัวพันแล้วเอาชีวิตเข้าแลกโดยสูญเปล่าหรอก”

เมื่อพูดจบ

เขาก็ถามขึ้นอย่างมีความหวัง “หวังเฉิงเพื่อนของฉันล่ะเขาอยู่ที่ไหน?”

“เมื่อวานนี้หวังเฉิงตอบตกลงว่าจะมา หากตามเวลาที่คาดการณ์ไว้ เขาควรจะมาถึงภายในเที่ยงวันนี้ แต่… กระผมยังไม่เห็นเขาแม้แต่น้อย”

ผู้อาวุโสส่ายหน้าและกล่าวอย่างสิ้นหวัง “เขาก็คงจะไม่มาเหมือนกัน!”

เมื่อได้ยินดังนั้น

เฉียนเหิงก็ได้แต่ถอนหายใจ

ในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความอ้างว้างและสิ้นหวัง

“หรือว่า…”

“การสร้างพันธมิตรของฉันในอดีตมันล้มเหลวจริง ๆ อย่างงั้นเหรอ?”

เขาอดคิดกับตัวเองไม่ได้

และในตอนนั้นเอง

“ท่านผู้นำตระกูล มีใครบางคนอยู่ข้างนอก เขาบอกว่าเป็นเพื่อนของหวังเฉิงและได้ถูกเชิญมาที่คฤหาสน์เฉียน!”

ข้างนอกห้องโถง เสียงหนึ่งดังขึ้นฉับพลัน

เมื่อได้ยินดังนั้น

เห็นได้ชัดว่าเฉียนเหิงยังคงไม่วางใจในพละกำลังของฉู่โม่วอยู่เล็กน้อย

แต่อย่างไรแล้ว นี่ก็เป็นหวังเฉิงไว้วางใจคนคนนี้ และฉู่โม่วก็ยังเต็มใจจะอยู่ที่นี่ เขาจึงพอใจและแสดงออกอย่างสุภาพกับฉู่โม่ว

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ฉู่โม่วก็พยักหน้า

หลังจากนั้น

ทั้งสองพูดคุยกันอีกเล็กน้อย แล้วเฉียนเหิงก็สั่งให้ผู้ปลุกพลังในตระกูลเฉียนพาฉู่โม่วไปยังห้องพักแขก

หลังจากรอให้พวกเขาพูดคุยกันจบ

ผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ข้างกายเขาที่เงียบมาโดยตลอดก็เอ่ยขึ้นในทันใด “ท่านผู้นำ ฉันคิดว่าหวังเฉิงคงไม่กล้ามาแน่ ๆ ระดับเขาแล้ว จะไปถูกสัตว์อสูรเล่นงานระหว่างทางจนได้รับบาดเจ็บสาหัสได้ยังไงกัน?!”

“ใช่! มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว!”

“ส่วนฉู่โม่วคนนี้ ฉันว่าไม่มีอะไรไปมากกว่าหนุ่มรูปหล่อที่หลงใหลในหวังเฉิงและถูกหลอกให้มาตาย!”

“สุดท้าย… โลกก็เป็นสถานที่อันโหดร้าย!”

“ตอนนี้ตระกูลเฉียนตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ !”

ผู้อาวุโสหลายคนต่างก็แสดงความคิดเห็นแง่ลบ

ส่วนเฉียนเหิงนั้นไม่พูดอะไรแม้แต่น้อย

เขาได้แต่ถอนหายใจอยู่เงียบ ๆ

ในตอนนี้

ตระกูลเฉียนเชิญราชันย์ยุทธ์มาได้สามคน

สองคนตั้งใจว่าจะถอนตัว ส่วนอีกคนก็เป็นแค่ราชันย์ยุทธ์ระดับต้น

ส่วนเขา

แม้ว่าจะเป็นราชันย์ยุทธ์ระดับสูง แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บหนักและใช้พลังต่อสู้ได้ไม่มากนัก

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืด พวกเขาคงไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่น้อย

หรือว่า…

ตระกูลเฉียนของเขากำลังจะล่มสลายจริง ๆ

ถ้าอย่างนั้น

หากยอมมอบสมบัติชิ้นนั้นให้ราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดไปล่ะ?

ความคิดของเขาปั่นป่วนและหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

ในตอนนี้ ฉู่โม่วกลับไปที่ห้องพักแขกที่ตระกูลเฉียนจัดเตรียมให้

ส่วนสิ่งที่ผู้อาวุโสตระกูลเฉียนพูดหลังจากที่เขาจากไปนั้น ฉู่โม่วได้ยินทั้งหมด แม้ว่าจะมีฉากกั้นอยู่ในห้องโถงแต่มันก็ยังกั้นหูของเขาไม่ได้

ถึงอย่างนั้น

ฉู่โม่วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

คราวนี้ จุดประสงค์ของเขาคือพรสวรรค์ของราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดและสมบัติที่ตระกูลเฉียนมีอยู่

และสมบัติอีกมากมายที่จะตามมา

เมื่อราชันย์ยุทธ์แห่งเงามืดมาถึง เขาก็จะได้เห็นด้วยตาตัวเอง

เมื่อคิดได้ดังนั้น

ฉู่โม่วก็นั่งขัดสมาธิลงและรอคอยให้เวลามาถึงอย่างเงียบเชียบ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์