บทที่ 28 ดูท่าที
“กลับมาแล้วเหรอ?”
เมื่อฉู่โม่วกลับมาที่บ้านในคืนนั้น เขาก็ได้ยินน้ำเสียงที่ไพเราะและอ่อนโยน
เฉินซีเวยนั่นเอง
เธอวางอาหารลงบนโต๊ะ เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วกลับมาแล้วก็เรียกเขาทันที “มานั่งสิ ได้เวลากินข้าวแล้ว”
ฉู่โม่วพยักหน้าก่อนจะไปล้างมือและกลับมานั่งที่โต๊ะ
เฉินซีเวยตักข้าวให้ฉู่โม่วและเอ่ยถาม “ฉันไม่เห็นเลยว่านายกลับมาตอนไหน ไปที่ไหนมาล่ะ?”
“จะไปไหนได้อีกล่ะ ก็ไปอ่านหนังสืออยู่ที่สถาบันนั่นแหละ”
ฉู่โม่วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อได้ฟังคำตอบ เฉินซีเวยก็พยักหน้าเบา ๆ และไม่ถามอะไรอีก
ทั้งสองฝ่ายต่างก้มหน้าก้มตากิน
บ้านทั้งหลังเงียบสงัดไปครู่หนึ่ง
จู่ ๆ เฉินซีเวยก็พูดขึ้นมา “ในการทดสอบไล่ล่าของสถาบัน ฉันถูกผู้ปลุกพลังจากฐานฉางเฟิงทำร้าย ฉันบาดเจ็บหนักจนเกือบตายเลยละ!”
หลังจากที่พูดจบ เฉินซีเวยก็จ้องเขม็งไปที่ฉู่โม่วราวกับว่ารอดูปฏิกิริยาของเขา
แต่เธอก็ต้องผิดหวัง
ฉู่โม่วแค่แสดงสีหน้าตกใจและถามด้วยความเป็นห่วง “แล้วตอนนี้เธอสบายดีไหม?”
“ก็สบายดี”
เฉินซีเวยไม่เห็นปฏิกิริยาอะไรจากสีหน้าของฉู่โม่วเลย แต่เธอยังไม่ยอมแพ้ “ตอนที่กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน มีใครก็ไม่รู้โผล่มาช่วยฉันไว้ แล้วยังให้ซากสัตว์อสูรมาเยอะแยะเลยด้วย ฉันได้อันดับหนึ่งในการทดสอบเลยนะ!”
“ยินดีด้วยนะ เธอชนะแล้ว สถาบันคงให้รางวัลมาเยอะเลยใช่ไหมล่ะ?”
ฉู่โม่วยิ้มและกล่าวแสดงความยินดี
เฉินซีเวยพยักหน้าเล็กน้อย
เธออยากจะลองดูอีกรอบ แต่พอมองรอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่โม่วแล้วก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
และในตอนนั้นเอง
ฉู่โม่ววางชามข้าวลงและเอ่ยขึ้น “ฉันอิ่มแล้ว ฉันเหนื่อยมากเลย วันนี้ฝากเธอล้างจานหน่อยนะ ฉันขอกลับไปที่ห้องก่อนละ”
แล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินไปที่ห้อง
“มีอีกอย่าง…”
เฉินซีเวยหยุดฉู่โม่วไว้กลางทาง
เขากลับหลังหันไปด้วยความสงสัย
“ตอนที่เข้าไปในภูเขาต้าสู่ ฉันตั้งใจจะตามหาอสรพิษสองหัวและฆ่าเพื่อเอาถุงน้ำดีของมันมาให้ แต่ตอนไปถึง อสรพิษสองหัวก็ตายไปแล้ว ถุงน้ำดีกับหัวใจของมันยังหายไปด้วย”
เธอพูดต่อ “แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะหาวิธีพัฒนาพรสวรรค์กับร่างกายของนายต่อไป และจะต้องทำได้แน่!”
ฉู่โม่วพยักหน้า “เธอต้องลำบากแน่ แต่ไม่ต้องคิดมากหรอก ช่างมันเถอะ”
เมื่อพูดจบ เขาก็เดินเข้าห้องไปและปิดประตู
ในห้องอาหาร
เมื่อเห็นฉู่โม่วปิดประตูห้อง เฉินซีเวยก็ถอนหายใจเงียบ ๆ
เธอสงสัยมาตลอดว่าฉู่โม่วเป็นคนที่ช่วยเธอไว้
ถึงมันจะน่าเหลือเชื่อเกินไป แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอก็คิดว่าเป็นแบบนั้นอยู่ในใจเสมอมา
และคำถามก่อนหน้านี้ก็เพื่อสังเกตว่าฉู่โม่วมีพิรุธบ้างหรือไม่
แต่…
เธอก็ไม่เห็นอะไรเลย
“หรือว่า…”
“ไม่ใช่เขาจริง ๆ เหรอ?”
…
ข้างในห้อง
ฉู่โม่วอดทำหน้านิ่วไม่ได้เมื่อนึกถึงคำพูดของเฉินซีเวยในห้องอาหาร
“หรือว่าเธอจะรู้อะไรบางอย่าง?”
ฉู่โม่วลังเล
อันที่จริงการซ่อนพละกำลังของตัวเองไม่ได้สำคัญนัก เขาจะบอกเฉินซีเวยก็ได้
ฉู่โม่วแค่ไม่รู้ว่าจะอธิบายกับเธออย่างไรดี
“ช่างมันเถอะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด!”
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
หลังจากที่กำจัดความคิดยุ่งเหยิงออกไป ฉู่โม่วก็หยิบขวดเลือดสัตว์อสูรระดับ 2 ออกมาดื่มและเริ่มฝึกฝน
“ครับ!”
คนรับใช้พยักหน้าและก้าวถอยหลังไป
หลังจากที่คนรับใช้ออกไป โจวเฉิงก็อดสูดหายใจลึกไม่ได้
เป็นเวลามากกว่าหนึ่งเดือนแล้ว!
ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่สั่งให้เค่อเหนียนไปพาตัวฉู่โม่วมา แต่ผ่านมาสองสามวันแล้ว เขาก็ยังไม่เห็นเค่อเหนียนกลับมา
ตอนนั้นเขาคิดว่าเป็นเพราะเค่อเหนียนทำงานไม่ได้เรื่อง
แต่ใครจะไปรู้ว่าไม่กี่วันหลังจากนั้นจะมีข่าวว่าเค่อเหนียนตายแล้ว
โจวเฉิงรู้ว่าเขาคงถูกจับได้ และเค่อเหนียนถูกฉู่โม่วฆ่า!
และฉู่โม่วจะต้องได้สมบัติลึกลับแห่งสวรรค์และโลกไปแน่ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีพลังที่จะสังหารเค่อเหนียนได้เร็วขนาดนั้นอย่างแน่นอน อย่างไรแล้วเขาก็เป็นคนไร้ประโยชน์ที่ฝึกฝนพลังไม่ได้
หลังจากที่รู้เรื่องนี้ โจวเฉิงก็วางแผนที่จะลงมือด้วยตัวเอง แต่ก็พบว่าฉู่โม่วหายตัวไป
โจวเฉิงยังคงไม่ยอมแพ้
กลับกัน เขาส่งกำลังคนออกไปสังเกตการณ์อย่างลับ ๆ
และมันก็ได้ผล หลังจากที่ผ่านมาเป็นเวลานาน เขาก็พบร่องรอยของฉู่โม่วในที่สุด
“หลังจากที่หนีมาได้เป็นเดือน ในที่สุดแกก็ปรากฏตัว!”
โจวเฉิงกล่าวอย่างเดือดดาล
ความคิดที่ฉู่โม่วพรากลูกชายและโอกาสของเขาไป ทำให้โจวเฉิงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
แต่ยังโชคดี
หลังจากที่ฆ่าฉู่โม่ว เขาจะได้โอกาสนั้นกลับคืนมา
จนถึงตอนนั้น โจวเฉิงอาจจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น หรือเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ยุทธ์เลยก็ได้!
ส่วนเรื่องการสังหารฉู่โม่ว เขาไม่มีความกังวลเลยสักนิด
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับต้นและระดับสูงนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง
แม้ว่าฉู่โม่วจะฆ่าเค่อเหนียนได้เมื่อเดือน ก่อนก็ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะพัฒนาขึ้นจนทัดเทียมกับเขาได้ภายในเดือนเดียวแน่!
ถ้าอย่างนั้น…
ฉู่โม่วจะต้องตายอย่างแน่นอน!
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์