เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 282

บทที่ 282 คำขอจากเฉินซีเวย และเดินทางไปฮันนีมูน!

ห้าวันผ่านไปตั้งแต่ฉู่โม่วและเฉินซีเวยแต่งงานกัน

ผู้ปลุกพลังส่วนใหญ่ในฐานทัพจงไห่ยังคงพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างครึกครื้น

พิธีแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

กองกำลังสำคัญในฐานเข้าร่วมเกือบทั้งหมด จำนวนผู้ปลุกพลังกว่าสามพันคน ราชันย์เทพยุทธ์มากกว่ายี่สิบคน รวมถึงประมุขวิหารราชันย์เทพยุทธ์อย่างราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง สถาบันเหนือยุทธ์ หรือกระทั่งผู้ทรงอิทธิพลระดับสูงต่าง ๆ ก็ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน

แม้พวกเขาจะปรากฏตัวเพียงชั่วครู่แล้วจากไป แต่ก็ถือว่าพิธีแต่งงานครั้งนี้ได้รับเกียรติอันสูงสุดแล้ว

ผู้ปลุกพลังหลายคนที่เข้าร่วมงานต่างพากันพูดคุยกับเพื่อนฝูงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สร้างบรรยากาศที่ครื้นเครงต่ออย่างเนื่อง

และเมื่อโลกภายนอกทราบข่าวก็มีการพูดถึงเรื่องนี้อย่างชื่นมื่น

ในช่วงห้าวันนี้ ฉู่โม่วอยู่แต่ในคฤหาสน์กับเฉินซีเวย

คู่บ่าวสาวตัวติดกันอย่างแนบแน่น

อารมณ์ร่วมของทั้งสองยิ่งนานวันยิ่งร้อนระอุมากขึ้นกว่าเดิม

หากเป็นเมื่อก่อน เฉินซีเวยจะค่อนข้างหวงเนื้อหวงตัวและขี้อายต่อหน้าสามี แต่ขณะนี้กลับเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ดูดดื่มกลมกลืนและแนบชิดของทั้งคู่เท่านั้น

ในช่วงหนึ่ง

ฉู่โม่วนอนเหนื่อยหอบอยู่บนโซฟากลางห้องนั่งเล่นข้าง ๆ หญิงสาว ทั้งสองพูดคุยกันอย่างออกรส

แต่จู่ ๆ

เฉินซีเวยก็เอียงหน้าขึ้นเล็กน้อยและเสนอออกไปว่า “ที่รัก เราไปเที่ยวกันเถอะ… ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา เรายังไม่ได้ไปเที่ยวข้างนอกเลย”

“ได้สิ เปลี่ยนสถานที่บ้างก็ดี เราออกไปฮันนีมูนกันดีกว่า!”

ฉู่โม่วพยักหน้าโดยไม่ลังเล จากนั้นถามว่า “แล้วเธอมีสถานที่ในใจที่อยากไปบ้างไหม”

“กะ… ก็”

เฉินซีเวยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยรอยยิ้มเขินอายว่า “ฉันอยากไปชายหาด ฉันไม่ได้ไปมานานแล้ว เราย้อนวันวานที่ฐานลู่หยางดีไหม”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วก็ชะงัก

หลังจากมาปักหลักที่สุดยอดฐานจงไห่เป็นเวลานาน เขาก็ไม่ได้กลับไปที่ฐานลู่หยางอีกเลย อาจต้องแวะพักที่ฐานจินหลิงเพื่อเยี่ยมเยียนจุยเฟิงที่ตำหนักลับแห่งสวรรค์ก็ถือว่าไม่เสียเที่ยว

และชายหนุ่มเองก็อยากไปเดินเล่นกับภรรยาริมชายหาดดูพระอาทิตย์ตกเช่นกัน

เขายังจำคำพูดที่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางบรรยายให้ฟังในตอนนั้นได้ว่ากำแพงป้องกันแถบชายฝั่งแผ่กว้างออกไปหลายพันกิโลเมตรนั้นงดงามเพียงใด

เมื่อวางแผนได้อย่างนั้น

ฉู่โม่วรีบตอบตกลงทันที

เพียงมองไปยังใบหน้าที่คาดหวังและการแสดงออกที่ขวยเขินของเฉินซีเวย เขาก็นึกทะเล้น

เขาจึงจงใจแกล้งพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยว่า “ฐานลู่หยางกับริมชายหาดอยู่คนละทิศกันเลยนะ”

“แล้วมันยังไง…”

เฉินซีเวยขมวดคิ้วทันที ราวกับพร้อมจะหาเรื่องชายหนุ่ม

เมื่อเห็นท่าทีไม่พอใจของเฉินซีเวย ฉู่โม่วก็อดยิ้มไม่ได้ และหอมลงไปที่แก้มอย่างแผ่วเบาพร้อมกระซิบว่า “ล้อเล่น ฉันไม่แกล้งเธอแล้ว แน่นอนว่าสามีที่ดีต้องเชื่อฟังภรรยา ดังนั้นเราจะไปฮันนีมูน แล้วไปทุกที่ที่เราอยากไปเลย!”

“จริงนะคะ สามี!”

เฉินซีเวยยิ้มอย่างเขินอาย โดยไม่สนใจคำพูดหยอกล้อ

โดยปกติแล้ว ผู้ปลุกพลังไม่จำเป็นต้องคิดมากในเรื่องการเดินทาง

หลังจากตัดสินใจที่จะท่องเที่ยวฮันนีมูน ทั้งสองก็ออกเดินทางในวันนั้นทันที

แน่นอนว่า

ก่อนออกเดินทาง

ฉู่โม่วได้แนะแนวทางการฝึกฝนแก่หลี่โย่วเวยและหลี่เสวียนจี

หลังจากนั้น ฉู่โม่วไปที่ห้องโถงรางวัลอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบข้อมูลของสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์สองอย่างคือธาตุไฟกับธาตุเหล็ก และวางแผนล่าสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ ระหว่างทาง เพื่อกลืนกินพรสวรรค์และฟื้นฟูอาการบาดเจ็บภายในทั้งห้าให้สำเร็จ

หลังจากมาถึงห้องโถงรางวัล เขาใช้เวลาเพียงครู่หนึ่งก็พบสัตว์อสูรระดับสูงสองตัวตามที่คาดหวังไว้

ตัวแรกเป็นสัตว์อสูรระดับ 8 ที่มีพรสวรรค์ธาตุไฟ ชื่อของมันคือ วิหคเพลิง

สัตว์อสูรธาตุเหล็กอีกตัวชื่อว่า ตะขาบทองคำ เป็นสัตว์อสูรระดับ 7

เริ่มจากวิหคเพลิง

ตามข้อมูล

วิหคสีแดงชาดตัวนี้ มีสายพันธุ์ดั้งเดิมเป็นนกกระเรียน แต่เพราะโอกาสบางอย่าง สายเลือดของมันจึงกลายพันธุ์สูงขึ้นไปเป็นวิหคเพลิง

ต้องทราบก่อนว่า

พื้นที่ที่วิหคเพลิงปกครองนี้มีลูกน้องเป็นนกกระเรียนนับร้อยตัว ที่ต่างก็มีแก่นแท้ไฟ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างยุทธภัณฑ์วิญญาณธาตุไฟ

มิหนำซ้ำหากผู้ปลุกพลังหลอมรวมแก่นแท้ธาตุไฟเข้าไป ยังมีโอกาสที่จะเพิ่มหรือแม้แต่ปลุกพรสวรรค์ธาตุไฟขึ้นได้ ซึ่งทำให้มันมีมูลค่าสูงมาก

ผู้ปลุกพลังและกองกำลังจำนวนมากในฐานทัพจงไห่กำลังวางแผนล่าพวกมันเช่นกัน

แต่เนื่องจากระดับพลังของวิหคเพลิงแข็งแกร่งเกินไป ยังไม่รวมถึงฝูงนกกระเรียนนับร้อยเหล่านั้นที่ประมาทไม่ได้ ดังนั้นจนถึงปัจจุบันจึงยังไม่มีใครสามารถกำจัดพวกมันลงได้

มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้ปลุกพลังทั่วไป

แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉู่โม่ว

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า

ชายหนุ่มจับจ้องไปที่แก่นแท้ธาตุไฟในฝูงนกกระเรียน

ด้วยพรสวรรค์ธาตุไฟของเฉินซีเวยนั้นอ่อนแอ หากล่ากลุ่มนกกระเรียนฝูงนี้และมอบแก่นแท้ธาตุไฟให้เธอดูดซับ มันจะเป็นตัวช่วยส่งเสริมพรสวรรค์ธาตุไฟได้อย่างดี

สำหรับตะขาบทองคำก็ตามชื่อ มันชอบกินเหล็กและยังสามารถกำจัดสิ่งเจือปนออกจากเหล็กที่มันกินเข้าไป ทำให้ธาตุเหล็กในร่างกายนั้นบริสุทธิ์อย่างมาก

แก่นแท้ธาตุเหล็กนี้เป็นสิ่งที่หายากมาก

หากนำไปสร้างเป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณ แล้วเพิ่มแก่นแท้เหล็กระดับ 7 เข้าไป อาวุธจะมีความคมขึ้น ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่ช่างตีเหล็ก

แต่น่าเสียดาย

ตะขาบทองคำมีไหวพริบเอาตัวรอดเก่งอย่างมากและมักจะซ่อนอยู่ใต้ดิน มิหนำซ้ำสัตว์อสูรตัวนี้ยังสามารถเคลื่อนที่ผ่านโลหะได้ จึงมีผู้ปลุกพลังเพียงไม่กี่คนที่สามารถล่ามันได้

“แค่สองรายการนี้คงพอ!”

ฉู่โม่วรับภารกิจมาเพียงสองรายการนี้ จากนั้นออกจากห้องโถงรางวัลและกลับไปที่คฤหาสน์

“หือ…”

เมื่อเห็นว่าลูกไฟกำลังจะเข้าปะทะ เสี่ยวจินก็พลันกระพือปีก ก่อตัวเป็นพายุเฮอริเคนโจมตีสวนกลับทันที

หลังจากนั้น

ลูกไฟถูกเป่ากระจายออกไปทันที

“เยี่ยมมาก!” เมื่อเห็นการตอบโต้นี้ ชายหนุ่มส่งเสียงชมออกมาทันที

“แกเก่งมากที่ป้องกันการโจมตีของสัตว์อสูรระดับ 6 ได้ ดูท่าแล้วแกก็มีพรสวรรค์เหมือนกันนะ!”

ฉู่โม่วกล่าว

เมื่อได้ยินเช่นนั้น

เสี่ยวจินก็ร้องขึ้นอย่างดีใจ

ฉู่โม่วไม่ได้สนใจมันต่อ และหันไปหาหญิงสาวก่อนจะพูดว่า “เธอรอฉันสักพักนะ เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมา”

“อืม ระวังตัวด้วยนะ”

เฉินซีเวยพยักหน้าและเตือนอย่างเป็นห่วง

ร่างของฉู่โม่วสว่างวาบกลายเป็นลำแสงหายไปจากบนหลังของ เสี่ยวจิน วินาทีต่อมาก็ปรากฏตัวต่อหน้านกกระเรียนตัวนั้น ก่อนจะฟันออกไปด้วยกระบี่ และคลื่นสีแดงก็วาบผ่านท้องฟ้าอย่างเงียบงัน ก่อนที่นกกระเรียนจะตายตกในทันที

เวลาต่อมา

เขาก้าวไปด้านหน้าเพื่อแหวกร่างของนกกระเรียนเหล่านี้ และหยิบผลึกแก้วสีแดงขนาดเล็กเท่านิ้วก้อยออกมา มันปล่อยความร้อนจาง ๆ

นี่คือแก่นแท้ธาตุไฟ!

มันมีพลังธาตุไฟจาง ๆ เมื่อได้มันมาแล้ว หากเก็บไม่ถูกวิธี พลังงานที่บรรจุอยู่ก็จะสลายไปในไม่ช้า

ฉู่โม่วจึงหยิบกล่องหยกที่เตรียมมาและใส่มันเข้าไปทันที

ก่อนจะบินตรงไปยังภูเขาไฟ

บางทีพวกมันอาจสัมผัสได้ถึงแรงปะทะก่อนหน้า จึงตื่นตระหนกพร้อมต่อสู้

ขณะนี้นกกระเรียนจำนวนมากบินออกมาจากภูเขาไฟ และเมื่อเห็นชายหนุ่มก็พุ่งถลาเข้าโจมตีใส่ทันที

นกกระเรียนเป็นสัตว์สังคม ชอบหากินเป็นกลุ่ม และดุร้ายมาก พวกมันมักจะช่วยกันโจมตีศัตรู

แม้แต่ผู้ปลุกพลังหลายคนร่วมมือกัน ก็ยังยากที่จะต้านทานการโจมตีของฝูงนกกระเรียนหลายร้อยตัวได้

แต่สิ่งนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉู่โม่ว

เพียงฝูงนกกระเรียนไม่กี่ร้อยตัว

ฉู่โม่วโคจรพลังปราน เลือด และอณูแห่งชีวิต เปิดใช้งานพรสวรรค์ทีละอย่าง ก่อนจะใช้ออกไปพร้อมด้วยกระบวนท่าต่าง ๆ ภายใต้พลังทวีคูณ 400 เท่า ร่างคนพลันกลายเป็นเงาดั่งภูตผี หายแวบไปในฝูงนกกระเรียนทันที

กระบี่สารทสังหาร!

ในพริบตาเดียว ประกายกระบี่ยาวก็พุ่งทะลวงขึ้นไปเหนือเมฆ

ก่อนจะปรากฏแสงกระบี่คมกริบและเจิดจรัสโผล่ออกมาจากท้องฟ้า ตกลงมาตัดผ่านอย่างไร้สิ้นสุด

ฝูงนกกระเรียนเหล่านั้นตายลงโดยไม่อาจหลีกหนีชะตากรรมได้แม้แต่น้อย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์