บทที่ 293 จักรพรรดิมังกรทะเลปรากฏตัว, บุปผาสวรรค์จำแลง!
“ฉันไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าท่านจักรพรรดิมังกรทะเลจะให้ฉันควบคุมมนุษย์พวกนี้ไปทำไมกัน เป็นแค่มนุษย์ชั้นต่ำที่ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลยแท้ ๆ ให้ฉันกิน ๆ ไปให้หมดซะก็สิ้นเรื่อง นี่กลับไม่ให้ทำอะไรเลยนอกจากควบคุมมนุษย์พวกนี้ไว้เฉย ๆ”
“ทั้งที่อีกไม่นานก็จะถึงกำหนดที่จะเข้าโจมตีมนุษย์แล้ว แต่กลับไม่มีการเคลื่อนไหวแบบนี้ ใช้ได้ซะที่ไหน!”
ที่บนเกาะแห่งหนึ่ง
หมึกยักษ์ตนหนึ่งกำลังบ่นด้วยความเหนื่อยหน่าย และงุนงงกับคำสั่งที่มันได้รับมาจากจักรพรรดิมังกรทะเล
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ได้ต่อต้านแต่อย่างใด
เดิมทีมันเป็นเพียงสัตว์อสูรสายพันธุ์หมึกที่เข้ามายังน่านน้ำแห่งนี้เท่านั้น โชคดีของมันที่ได้โอกาสดำดิ่งลงไปยังก้นทะเลจนสามารถปลุกพรสวรรค์การเชิดหุ่นให้ตื่นขึ้นมา และด้วยพรสวรรค์นี้เองที่ทำให้มันสามารถควบคุมจิตใจของสิ่งมีชีวิตมาใช้ดั่งหุ่นเชิดได้
สิ่งนี้ทำให้มันมีอำนาจในท้องทะเลขึ้นมาได้
แต่ในเวลาไม่นาน ความสามารถของมันเข้าไปเตะตาจักรพรรดิมังกรทะเลเข้า
จักรพรรดิมังกรทะเลนั้นชื่อชอบความสามารถนี้ของมันมาก และชักชวนให้มันมาเป็นลูกน้อง ในขณะเดียวกันก็มอบโอกาสอันยิ่งใหญ่ทำให้มันสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งขึ้นเป็นสัตว์อสูรระดับ 8 ได้ในเวลาสั้น ๆ
เพราะงั้นแล้ว ภายในใจของหมึกยักษ์ตนนี้ จึงเทิดทูนจักรพรรดิมังกรทะเลมาก
มันตอบรับทุกคำสั่งของผู้เป็นนาย ใช้พรสวรรค์ที่มีในการขจัดเสี้ยนหนามภายใต้ท้องทะเลจนกระทั่งจักรพรรดิมังกรทะเลได้ขึ้นเป็นจ้าวแห่งท้องทะเลในที่สุด ดังนั้นแล้วจะบอกว่ามันเป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์ที่สุดของจักรพรรดิมังกรทะเลเลยก็ว่าได้
ในครั้งนี้
ยามที่จักรพรรดิมังกรทะเลตัดสินใจที่จะโจมตีมนุษย์ แผนการที่วางไว้เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดก็ถูกสร้างขึ้น พร้อมกับแผนลับที่ต้องให้ลูกน้องอย่างสัตว์อสูรหมึกยักษ์ตนนี้ช่วยวางแผนซ้อนขึ้นมาอีกแผนหนึ่ง
ถึงแม้ว่าตัวอสูรหมึกยักษ์จะค่อนข้างไม่เข้าใจกับแผนการที่ว่านี้ ว่าทำไมนายของมันต้องกระทำการให้ยุ่งยากแทนที่จะยกพลขึ้นบกและบุกเข้าไปตรง ๆ เลย แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังเชื่อใจในแผนการที่จักรพรรดิมังกรทะเลตนนี้วางไว้และปฏิบัติตามคำสั่งโดยการควบคุมจิตใจมนุษย์ที่อ่อนแออย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
จากคำพูดของจักรพรรดิมังกรทะเล ก่อนที่แผนการจะเริ่มต้น จะให้มนุษย์เหล่านี้รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติใด ๆ ไม่ได้
เพราะงั้นแล้ว มันจึงใช้พรสวรรค์ในการเชิดหุ่นนี้เพื่อควบคุมจิตใจมนุษย์บริเวณชายฝั่งทะเลมามากกว่าสิบวันแล้ว
แม้จะรู้สึกเหนื่อยอยู่บ้าง
แต่มันเบื่อมากกว่า
และในตอนนี้
จู่ ๆ มันก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง จึงหันหน้ามองไปตามทิศทางที่จับสัมผัสได้โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งทิศทางนั้น มันก็เห็นกลุ่มก้อนบางสิ่งบางอย่างกำลังพุ่งลงมาจากฟากฟ้า
…
“เจอตัวแล้ว!”
ฉู่โม่วนำราชันย์เทพยุทธ์อีกสามคนมายังต้นตอของการควบคุมจิต ซึ่งนั่นก็คือสัตว์อสูรหมึกยักษ์ตนนี้
ด้วยพรสวรรค์ห้วงมิติ เขาสามารถมองเห็นสิ่งที่ซ่อนจากสายตาได้อย่างชัดเจน
เส้นใยที่มองไม่เห็นนั้น มีต้นตอมาจากเจ้าหมึกยักษ์นี่!
“สัตว์อสูรตัวนี้คือตัวการที่อยู่เบื้องหลังทำให้ผู้ปลุกพลังพวกนั้นถูกสะกด!”
ฉู่โม่วพูด
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น
ราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตสิงขร ราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียน และราชันย์เทพยุทธ์คงกระพัน ต่างหันมองหน้ากัน แววตาของพวกเขาแสดงความตกตะลึงก่อนจะกลับไปสบมองหมึกยักษ์ที่อยู่ด้านล่าง
ในตอนนั้น
สัตว์อสูรหมึกยักษ์เองก็ตระหนักได้ถึงผู้มาเยือนเช่นกัน มันรีบตะโกนออกมา “เจ้าพวกมนุษย์! กล้ามากนักนะที่มาถึงถิ่นของฉันในทะเลลึกเช่นนี้ พวกแกรนหาที่ตายเองนะ!”
เมื่อพูดเช่นนั้น
มันก็เริ่มยกหนวดขนาดใหญ่ของมันไล่หวดร่างของพวกฉู่โม่วที่ลอยอยู่เหนือตัวมัน
“ลุยเลย!”
ราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตสิงขรไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงนอกเสียจากออกคำสั่ง
ทันใดนั้น
เขาตะปบฝ่ามือออกมาด้านหน้า บังเกิดเป็นฝ่ามือทองคำซ้อนทับอยู่ในฝ่ามือของเขาก่อนจะฟาดลงไปบนหนวดของสัตว์อสูรหมึกยักษ์
และเพราะพลังที่รุนแรงของกระบวนท่านี้เอง ทำให้มิติรอบข้างแตกออกเป็นเศษเล็กเศษน้อย
เพียงแค่ฝ่ามือเท่านั้น ก็ทำให้หนวดของหมึกยักษ์ที่ซึ่งกำลังจะเข้ามาโจมตีกระเด็นลอยออกไปไกล
จากนั้นร่างของเขาก็พุ่งหายไปปรากฏอยู่ตรงหน้าสัตว์อสูรหมึกยักษ์เพื่อกระชับพื้นที่ต่อสู้ให้แคบลง ราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตสิงขรนั้นโดดเด่นเรื่องกระบวนท่า ด้วยการต่อสู้ด้วยฝ่ามือในฐานะที่เป็นผู้ชมนี้ ค่อนข้างหาชมได้ยากนักสำหรับฉู่โม่ว คลื่นอัดกระแทกมากมายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเวลาอันสั้น
ในตอนนี้ ไม่เพียงแต่หนวดเท่านั้นที่ถูกซัดให้กระเด็นไป เพราะแม้แต่ร่างของหมึกยักษ์เองก็ยังเริ่มกระเด็นลอยออกไปจากจุดเดิมแล้ว
พร้อมกันนั้น ราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียนและราชันย์เทพยุทธ์คงกระพันก็ประสานการโจมตีไปพร้อม ๆ กันด้วย
ด้วยการใช้กระบวนท่าของราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียน เปลวเพลิงสีเขียวค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในห้วงอากาศ ก่อนจะกระจายไปทั่วฟ้า ทว่าแทนที่มันจะทำให้บรรยากาศโดยรอบร้อนระอุขึ้น มันกลับทำให้พื้นที่แห่งนั้นดูอึมครึมขึ้นมาแทน
และเมื่อหนวดอันทรงพลังของอสูรหมึกยักษ์สัมผัสเข้ากับเพลิงสีเขียวเหล่านี้ เปลวไฟก็ลุกลามไล่ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ถึงอย่างนั้น ไฟนี้ก็ไม่ได้แผดเผาหนวดหมึกเหล่านี้แต่อย่างใด
มันกำลัง… กัดกิน!
ใช่แล้ว นี่คือกระบวนท่าอันเป็นเอกลักษณ์ของราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียน เพลิงพิษ!
ทางด้านราชันย์เทพยุทธ์คงกระพันนั้นก็ไม่น้อยหน้า
เพียงแค่เขาขยับกาย ทั่วทั้งร่างของเขาก็ปกคลุมไปด้วยแสงสีทอง ในทุกครั้งที่เข้ารับการโจมตีแทนคนอื่น ๆ หนวดหมึกที่เข้าปะทะร่างของเขาก็ส่งเสียง ‘เคร้ง เคร้ง เคร้ง’ ออกมาราวกับฟาดเข้าไปบนเหล็กกล้าก็มิปาน
นอกจากพลังความสามารถอันแข็งแกร่งของเหล่าราชันย์เทพยุทธ์เหล่านี้แล้ว ตัวอสูรหมึกยักษ์เองก็มีความแข็งแกร่งเพียงระดับราชันย์เทพยุทธ์เท่านั้น
ดังนั้นแล้ว การเผชิญหน้ากับการโจมตีผสานของราชันย์เทพยุทธ์ถึงสามคนเช่นนี้ จึงทำให้มันเสียเปรียบได้โดยง่าย
เห็นเช่นนั้น
ฉู่โม่วก็ล้มเลิกความคิดที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยและเลือกที่จะดูการต่อสู้ราวกับดูการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจแทน
ครืน… ตู้ม!… ตึง!
พลังที่รุนแรงสาดกระจายไปทั่วบริเวณ ภาพการต่อสู้ของราชันย์เทพยุทธ์ถึงสามคนกับสัตว์อสูรระดับ 8 นี่ช่างเป็นอะไรที่เกินคาดการณ์เสียจริง
ฟากฟ้ามืดหม่นลงในทันทีราวกับพายุกำลังก่อตัวขึ้น การต่อสู้นี้ทำให้เกิดผลกระทบกับบรรยากาศไปไกลถึงแสนกว่ากิโลเมตร ทะเลเกรี้ยวกราดเสมือนเป็นช่วงโลกเพิ่งกำเนิดใหม่ ก่อเกิดคลื่นยักษ์สูงหลายร้อยเมตร ไม่ว่าจะมองทางไหนก็เหมือนว่าคลื่นนี้จะกลืนกินท้องฟ้าอย่างไรอย่างนั้น
นี่เป็นเพียงผลกระทบที่เกิดจากการต่อสู้เท่านั้น
ในส่วนที่เป็นสมรภูมิที่แท้จริงซึ่งอยู่ตรงกลางทะเลนั้น มันยิ่งกว่านี้เสียอีก
เกาะกลางทะเลที่มีพื้นที่กว่าหมื่นพันกิโลเมตรจมลงสู่ใต้ทะเลด้วยเวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมง บริเวณรอบจุดที่เคยเป็นเกาะนั้นก็เต็มไปด้วยคลื่นน้ำมากมายซัดไปมาก่อนจะกลายเป็นเกลียวคลื่นน้ำวนสูบลงไปใต้ท้องทะเลด้วย
พลังของเกลียวคลื่นนี้ ต่อให้เป็นสัตว์อสูรทะเลที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในน้ำก็ยังยากที่จะเอาตัวรอดได้ พวกมันต่างตายจากการโดนคลื่นกลืนกินกันแทบจะทั้งหมด
การต่อสู้นี้ โลกและสวรรค์รับรู้แล้ว มันจะถูกจารึกไว้บนสมรภูมินี้หลังจากทุกอย่างจบลง
ซึ่งก็เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
ทั่วทั้งร่างของสัตว์อสูรหมึกยักษ์เต็มไปด้วยบาดแผล ลมหายใจของมันเริ่มรวยรินจากอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ไม่ดีแล้ว!”
“หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันได้ตายอยู่ตรงนี้แน่ ๆ!”
ความกลัวก่อตัวขึ้นภายในใจของมัน พร้อมกันนั้นมันก็รู้สึกเสียใจที่ตนต้องมาเจอกับเรื่องเช่นนี้ไปด้วย
มันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า พลังของมนุษย์สามคนจะกล้าแกร่งได้ถึงเพียงนี้ หากมันรู้มาก่อนหน้า มันจะไม่กระทำการบุ่มบ่ามเช่นนี้แน่!
แต่ถึงอย่างนั้น เสียใจตอนนี้มันก็ยังเร็วเกินไป
มันต้องเอาตัวรอดให้ได้ก่อน
“ท่านจักรพรรดิมังกรทะเล! ได้โปรด ช่วยผมด้วย!”
“ตอนแรก ฉันคิดว่าจะค่อย ๆ กลืนกินพวกแกโดยการเริ่มโจมตีจากชายฝั่งและกลืนขึ้นไปบนบกเรื่อย ๆ แต่ในเมื่อแกรู้แล้ว ฉันก็ไม่ได้รู้สึกผิดแผนอะไรนักหรอกนะ!”
“อีกไม่นาน บุปผาสวรรค์จำแลงก็จะโตเต็มวัยและบานสะพรั่ง เมื่อถึงเวลานั้นฉันก็จะกลืนกินมันแล้วขึ้นไปบนพื้นดิน!”
บุปผาสวรรค์จำแลง?
มันคืออะไรกัน?
สิ่งที่จักรพรรดิมังกรทะเลพูดนั้น ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกสงสัยไปชั่วขณะ
และในตอนนี้เอง
ราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียนที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็ตกใจจนตาเบิกโพลง สีหน้าของเธอคนนี้ดูจะเหลือเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน
“เป็นไปไม่ได้… ทำไมเจ้านี่ถึงมีบุปผาสวรรค์จำแลงได้!”
ราชันย์เทพยุทธ์สาวอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
ซึ่งทางด้านของราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตสิงขรและราชันย์เทพยุทธ์คงกระพันเองก็ดูจะมีสีหน้าตกใจไม่ต่างกันนัก
“ท่านราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียน อะไรคือบุปผาสวรรค์จำแลงงั้นเหรอ?” ฉู่โม่วกล่าวถาม
“บุปผาสวรรค์จำแลง เป็นสมบัติแห่งโลกและสวรรค์ที่ล้ำค่าและหายากมาก ๆ ชิ้นหนึ่ง มันบรรจุพลังงานลึกลับเอาไว้ พลังงานที่ไม่สามารถอธิบายได้ หากผู้ปลุกพลังกลืนกินมันเข้าไป พวกเขาจะได้รับพลังอันยิ่งใหญ่กลับมา!”
“อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ที่โลกเปลี่ยนแปลงไปจนปัจจุบัน บุปผาสวรรค์จำแลงเคยปรากฏออกมาอยู่บ้างตามการบันทึกของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ครั้งแรกถูกกลืนกินโดยผู้ปลุกพลังยุคเริ่มต้น สมัยที่ต้องรับมือกับความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ และได้กลายมาเป็นหนึ่งในมหาราชันย์เทพยุทธ์ในเผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกเรา”
“ส่วนอีกครั้งหนึ่ง… เพราะความเสียหายจากการโดนลูกหลงการโจมตี มันเลยทำให้บุปผาสวรรค์จำแลงแตกออกเป็นหกชิ้น กระจายไปอยู่กับราชันย์ยุทธ์ทั้งหกคน ภายหลังพวกเขากลายมาเป็นหกราชันย์เทพยุทธ์ที่เป็นคานพลังอันแข็งแกร่งให้มนุษย์ มันสามารถทำให้มนุษย์ผู้ที่มีพลังอ่อนแอที่สุดมีพลังสูงถึงราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 7 ดาวได้เลย”
ราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียนเรียกสติกลับมาและตอบคำถามฉู่โม่ว
ภายหลังจากที่ฉู่โม่วได้ฟังแล้ว เขาก็ได้เข้าใจว่าทำไมราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียนและคนอื่น ๆ ถึงได้แสดงสีหน้าเช่นนั้นกัน
มันเป็นเพราะ
บุปผาสวรรค์จำแลงเป็นสมบัติที่ล้ำค่ามาก ๆ มาทุกยุคทุกสมัยนั่นเอง!
‘ถ้าฉันสามารถได้บุปผาสวรรค์จำแลงนั่นมาละก็…’
ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนี้
“ฉันประมาทความรู้ของมนุษย์ไม่ได้จริง ๆ รู้จักบุปผาสวรรค์จำแลงเช่นนี้ต้องยอมรับเลยว่าพวกแกนั้นฉลาดมากกว่าเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรทะเลของฉันจริง ๆ”
“แต่ถึงยังไง…”
“พวกแกเองก็จะได้กลายเป็นปุ๋ยให้กับบุปผาสวรรค์จำแลงดอกต่อไปแล้วละ!”
ในตอนนั้น น้ำเสียงของจักรพรรดิมังกรทะเลก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
สิ้นเสียง
มันก็ไม่ลังเลที่จะเปิดฉากการโจมตีก่อน คลื่นพลังที่น่ากลัวถูกสร้างขึ้นในชั่วพริบตา
พลังของมัน
มากเสียจนราวกับว่าสามารถทำให้โลกนี้ล่มสลายได้
ไม่ว่าจะเป็นราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียน ราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตสิงขร หรือราชันย์เทพยุทธ์คงกระพันต่างก็แสดงสีหน้าสิ้นหวังออกมา
พลังของจักรพรรดิมังกรทะเลตนนี้ เทียบเท่าได้กับพลังของราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 8 ดาว ซึ่งนั่นหมายถึง พวกเขาทั้งสามไม่สามารถรับมือได้เลยสักนิด!
“หรือว่านี่คือ…”
“จุดจบของพวกเรางั้นเหรอ?”
ทั้งสามคิดเช่นเดียวกัน
ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังคิดสิ้นหวังกันเช่นนั้น ฉู่โม่วก็เริ่มกระทำการบางอย่างบ้างแล้วโดยการไปยืนอยู่ด้านหน้าราชันย์เทพยุทธ์ทั้งสามคน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์