เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 296

บทที่ 296 สมบัติที่กำลังเบ่งบาน!

“ตายซะ!”

ด้วยการโจมตีที่รุนแรงของคนทั้งสาม ราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตสิงขร ราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียน และราชันย์เทพยุทธ์คงกระพัน จัดการสัตว์อสูรหมึกยักษ์ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้วจนไม่สามารถทนได้อีกต่อไป

“ฮะ…”

“ในที่สุดก็ฆ่าสัตว์อสูรตัวนี้ได้!”

คลื่นค่อย ๆ สงบลง และทั้งสามคนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นจึงเริ่มกินยาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

แม้ว่าพวกเขาจะได้เปรียบ แต่ปลาหมึกยักษ์ก็ยังเป็นสัตว์อสูรระดับเทียบเท่าราชันย์เทพยุทธ์ที่ทรงพลัง ดังนั้นพวกเขาทั้งสามจึงได้รับบาดเจ็บไม่มากก็น้อย และพลังปราณในร่างของพวกเขาก็เกือบจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว

หลังจากนั้นไม่นาน

ทั้งสามฟื้นฟูได้เจ็ดถึงแปดส่วน

และในตอนนี้

เมื่อพวกเขาพบว่าฉู่โม่วไม่กลับมา ก็เริ่มกังวลเกี่ยวกับฉู่โม่ว

พวกเขาให้ความสนใจกับการต่อสู้ระหว่างฉู่โม่วและจักรพรรดิมังกรทะเลก่อนหน้านี้

แต่เมื่อรู้ว่าจักรพรรดิมังกรทะเลได้รับบาดเจ็บและหนีไป ฉู่โม่วจึงไล่ล่ามัน ทำให้พวกเขาตกใจที่ฉู่โม่วสามารถเอาชนะจักรพรรดิมังกรทะเลได้

เพราะยังไงจักรพรรดิมังกรทะเลก็เป็นสัตว์อสูรที่มีพลังแข็งแกร่งเทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 8 ดาว หากพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับมัน พวกเขาคงทำได้เพียงหนีเท่านั้น

แต่ฉู่โม่วสามารถเอาชนะมันได้แบบตัวต่อตัวและยังทำให้มันต้องหลบหนีไปอีก

ความแข็งแกร่งของเขานั้นช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ

แต่ทว่า…

“จักรพรรดิมังกรทะเลเจ้าเล่ห์มาก แม้ว่ามันจะบาดเจ็บและหนีไป แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่ามันมีกองหนุนไหม? คุณฉู่โม่วไล่ตามมันไปแบบนี้ฉันเกรงว่า…”

ความกังวลปรากฏขึ้นบนใบหน้าของราชันย์เทพยุทธ์คงกระพัน

“อย่ามาพูดไร้สาระ!”

ราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตสิงขรส่ายหัวและพูดว่า “แม้ว่าฉู่โม่วจะเป็นเพียงราชันย์ยุทธ์ แต่เขาก็มีพรสวรรค์มากมายและเป็นคนใจเย็น ในเมื่อเขากล้าที่จะติดตามมันไป เขาจะต้องมีความมั่นใจอยู่บ้าง แม้ว่าจักรพรรดิมังกรทะเลจะมีไพ่ตายอะไร เขาก็คงไม่เป็นไร!”

“แล้ว… เราจะรออยู่ที่นี่เหรอ?”

ราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียนพูดอย่างเฉียบคม “เราควรตามเขาไปในทะเลลึกไหม?”

ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา

ราชันย์เทพยุทธ์คงกระพันซึ่งอยู่ข้าง ๆ เขาก็กะพริบตาปริบ ๆ เช่นกัน

ส่วนราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตสิงขรก็เงยหน้าขึ้นในทันใด

แน่นอน เขารู้ว่าคำพูดของราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียนนั้นมีความหมายลึกซึ้ง และมันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเพื่อบุปผาสวรรค์จำแลง

แต่…

หลังจากคิดเกี่ยวกับมัน เขายังคงส่ายหัว

“ลืมมันไปได้เลย!”

“ในทะเลลึกเต็มไปด้วยอันตราย ด้วยกำลังของเรา แค่คิดก็ยากแล้ว! เป็นการดีกว่าที่เราจะรออยู่ที่นี่ให้คุณฉู่โม่วกลับมา หากเราลงไปตาย ทุกอย่างมันก็ไร้ค่า!”

เขาพูดอย่างมีเหตุผล

เดิมทีราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียนและราชันย์เทพยุทธ์คงกระพันต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อพวกเขาเห็นดวงตาของราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตสิงขร ร่างกายของพวกเขาก็สั่นเล็กน้อย

ใช่แล้ว!

ฉู่โม่วตามล่าจักรพรรดิมังกรทะเลด้วยตัวเอง ถ้าเขาสามารถฆ่ามันได้ เขาจะไม่อยากได้บุปผาสวรรค์จำแลงเหรอ?

และถ้าหากพวกเขาตามฉู่โม่วไป ในทะเลลึกแบบนั้น เพียงเพื่อไปช่วยชายหนุ่ม… ด้วยความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายที่สามารถต่อสู้กับศัตรูที่ทรงพลังเช่นจักรพรรดิมังกรทะเลได้สบาย ๆ แต่พวกเขาจะสามารถทำแบบนั้นได้เหรอ?

หากไปที่นั่น แล้วพวกเขาอยากได้บุปผาสวรรค์จำแลงขึ้นมา พวกเขาจะเอาอะไรไปสู้กับฉู่โม่ว?

คงดีซะกว่าถ้าไม่ไป จะได้ไม่ต้องเสี่ยง

มันเป็นการตัดสินใจง่าย ๆ

แต่ทว่า…

ท้ายที่สุดแล้ว มันคือบุปผาสวรรค์จำแลง!

ถ้าได้มันมาแล้วละก็ จะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเองได้อย่างมาก

ในเมื่อตอนนี้มันมาอยู่ตรงหน้าแล้วจะแค่ยอมแพ้ไปงั้นเหรอ?

“เอางี้เป็นไง!”

“เราจะรออยู่ที่นี่เป็นเวลาห้าวัน ถ้าคุณฉู่โม่วไม่ปรากฏตัวภายในห้าวัน เราจะตามลงไปในทะเลลึกเพื่อค้นหาเขา พวกคุณว่ายังไง?”

ราชันย์เทพยุทธ์ปี้เหยียนคิดอยู่ครู่หนึ่งและเสนอทางเลือก

ซึ่งความหมายของทางเลือกนี้คือ

ให้เวลาฉู่โม่วห้าวัน

ถ้าฉู่โม่วไม่กลับมาภายในห้าวัน หมายความว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะถูกจักรพรรดิมังกรทะเลจัดการ ดังนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะไปค้นหาบุปผาสวรรค์จำแลง

เมื่อได้ยินดังนั้น

ราชันย์เทพยุทธ์คงกระพันและราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตสิงขรครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย

ที่ก้นทะเล

ฉู่โม่วยังคงรอให้บุปผาสวรรค์จำแลงผลิบาน

แต่เขาไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า

ร่างของจักรพรรดิมังกรทะเลถูกนำออกมาจากมิติพกพาทันที

ตู้ม!

ด้วยเสียงที่เกิดจากวัตถุหนักตกลงมา ร่างกายขนาดใหญ่ของจักรพรรดิมังกรทะเลก็ปรากฏขึ้นที่ก้นทะเล

ฉู่โม่วตรงไปที่ร่างนั้น เหยียดฝ่ามือออกและจ้องมองที่มัน

[เป้าหมาย : จักรพรรดิมังกรทะเล สัตว์อสูรระดับ 8]

[ระดับร่างกาย : ระดับสูงสุด!]

[พรสวรรค์ : ธาตุน้ำระดับดาราลับฟ้า (เจตจำนงแห่งน้ำ 20%)]

[กลืนกินได้!]

[ต้องการกลืนกินหรือไม่?]

“กลืนกิน!”

ด้วยการเคลื่อนไหวในจิตใจของฉู่โม่ว แสงสีทองปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นฝ่ามือสีทอง ส่องไปยังร่างของจักรพรรดิมังกรทะเล

เมื่อถอนฝ่ามือกลับมาก็มีลูกบอลสีน้ำเงินเปล่งแสงสีฟ้าที่แข็งแกร่งอยู่

[กลืนกินสำเร็จ!]

[ได้รับพรสวรรค์ธาตุน้ำระดับดาราลับฟ้า!]

[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]

“หลอมรวม!”

ฉู่โม่วกล่าวอย่างแน่วแน่

ตู้ม!

เมื่อสิ้นเสียง การหลอมรวมก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว

ทันใดนั้นความรู้สึกสั่นสะท้านและเจ็บปวดก็เกิดขึ้นทั่วร่างกาย

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

สามวันผ่านไปในชั่วพริบตา

วันนี้ฉู่โม่วลืมตาขึ้นและเห็นบุปผาสวรรค์จำแลงตรงหน้าเขาค่อย ๆ เบ่งบาน เห็นได้ชัดว่ามันเข้าใกล้การบานเต็มที่

ไม่เพียงเท่านั้น

ในขณะที่เบ่งบาน บุปผาสวรรค์จำแลงยังส่งกลิ่นหอมจาง ๆ กลิ่นหอมนี้มีสารลึกลับบางอย่าง ซึ่งหลังจากที่ได้กลิ่นแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความกระหายน้ำอย่างรุนแรง

ในขณะเดียวกัน

พื้นที่ทะเลในรัศมีหลายพันกิโลเมตรก็สงบนิ่งทันที และสัตว์ทะเลจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรี่เข้ามาทางด้านฉู่โม่วอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามีบางอย่างดึงดูดพวกมันมาที่นี่

“บุปผาสวรรค์จำแลงที่บานสะพรั่งจะดึงดูดสัตว์อสูร!”

ดวงตาของฉู่โม่วหรี่ลง

น่าจะใช้เวลาสักระยะหนึ่งกว่าบุปผาสวรรค์จำแลงจะบานเต็มที่ ในช่วงเวลานี้ต้องคอยป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรเหล่านี้เข้าใกล้

เมื่อคิดอย่างนั้น

ฉู่โม่วก็กางค่ายกลกระบี่ล้อมรอบบริเวณในรัศมีหลายสิบกิโลเมตร

ทันทีที่ฝูงสัตว์อสูรทะเลเข้ามาใกล้ พวกมันก็ถูกรัศมีคมกระบี่ตัดทันที และกลายเป็นละอองเลือดที่กระจายออกไป

ในพริบตา

สัตว์อสูรทะเลจำนวนนับไม่ถ้วนถูกตัดหัว ณ ก้นทะเลทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยเลือดของพวกมัน

กลิ่นเลือดทำให้สัตว์อสูรทะเลเข้ามามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรเหล่านี้ไม่เท่าไหร่ ดังนั้นจึงไม่มีพวกมันตัวไหนที่สามารถทะลวงผ่านค่ายกลกระบี่มาได้

ใครก็ตามที่กล้าฝ่ามาจะถูกหั่นเป็นชิ้น ๆ

ฟู่ว! ฟู่ว! ฟู่ว!

หลังจากนั้นสักพัก

ทันใดนั้นร่างขนาดใหญ่สามร่างก็พุ่งเข้ามา

พวกมันพ่นลมหายใจอันน่าสะพรึงกลัวไปทั่วร่างของพวกมัน ด้วยความกระหายเลือด พวกมันบดขยี้สัตว์อสูรทั้งหมดที่อยู่รอบ ๆ ค่ายกลกระบี่โดยตรง จากนั้นจึงกระโจนเข้ามาที่ค่ายกลกระบี่

ฉู่โม่วตรวจสอบชื่อของสัตว์อสูรและเห็นว่าเป็นฉลามยักษ์สามตัวที่แข็งแกร่งถึงระดับ 8

ตอนนี้ฉลามยักษ์สามตัวพุ่งเข้ามาในค่ายกลกระบี่แล้ว แต่ปราณกระบี่ก็ขัดขวางมันไว้ ทว่าก็ไม่สามารถกรีดผิวหนังของพวกมันได้

กลับกัน เมื่อหางของพวกมันขยับ ลูกศรน้ำชุดหนึ่งก็พุ่งออกมาและยิงไปทางฉู่โม่วด้วยความเร็วที่สูงมาก ราวกับความเร็วแสง

ไม่ต้องสงสัยเลย

ถ้าฉู่โม่วโดนลูกศรน้ำนี้ เขาจะต้องโดนเจาะทะลุอย่างแน่นอน

“กล้าลงมือในค่ายกลกระบี่ของฉัน แกรนหาที่ตายแล้ว!”

ฉู่โม่วไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เพียงแต่มีการสั่นไหวเล็กน้อยในหัวใจของเขา

อึดใจต่อมา

ตู้ม!

ในค่ายกลกระบี่ทั้งหมด ปราณกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนถูกระดมไว้ด้วยกัน มันไหลร่วมกันและก่อตัวเป็นปราณกระบี่ยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า

“ตัด!”

ด้วยเสียงสั่งเบา ๆ

กระบี่ขนาดใหญ่มหึมาที่สร้างจากปราณกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนก็ฟาดออกไปที่ฉลามยักษ์ทั้งสามตัวทันที

ฉู่โม่วเห็นว่าพวกมันไม่มีแม้แต่แรงที่จะต้านทานการโจมตีครั้งนี้ และพวกมันก็ถูกผ่าออกเป็นสองส่วนทันที จากนั้นปราณกระบี่ก็ตัดผ่านพวกมันและทำลายพลังชีวิตทั้งหมดในร่างกายของฉลามยักษ์ทั้งสามตัว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์