เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 295

บทที่ 295 ถึงเวลาเก็บเกี่ยว พบบุปผาสวรรค์จำแลง

ในโลกที่พรสวรรค์เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงเช่นนี้ มันเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่คนคนหนึ่งจะมีพรสวรรค์ได้มากมายถึงเพียงนี้

แต่จักรพรรดิมังกรทะเลต้องไม่คาดคิดแน่ ๆ

ว่าฉู่โม่วนั้นจะมีระบบกลืนกิน!

ด้วยสิ่งนี้ แม้เขาจะมีพลังเพียง 600,000 พลังมังกร ที่ซึ่งน้อยกว่าจักรพรรดิมังกรทะเลอยู่ระดับหนึ่งเลย มันก็ถูกทดแทนด้วยพรสวรรค์ห้วงเวลา พรสวรรค์ห้วงมิติ แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน และพรสวรรค์อีกมากมายผนวกเข้ากับกระบวนท่าอีกร้อยแปด ทั้งหมดทั้งมวลทำให้พลังของฉู่โม่วไม่สามารถตัดสินได้จากตัวเลขเหมือนอย่างที่ควรจะเป็น

ดังนั้นการที่จักรพรรดิมังกรทะเลเริ่มจะรู้สึกโดนกดดันได้เช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย

เพียงชั่วพริบตา

ด้วยการโจมตีผสานของสามราชันย์เทพยุทธ์ที่มีราชันย์เทพยุทธ์พิฆาตสิงขรเป็นตัวตั้งตัวตี การต่อสู้ทางด้านนั้นก็ดูใกล้จะถึงจุดจบแล้ว เพราะสัตว์อสูรหมึกยักษ์เองก็บาดเจ็บหนักและใกล้จะตายลงทุกที

เช่นเดียวกับที่พลังของจักรพรรดิมังกรทะเลลดฮวบลงไปอย่างต่อเนื่องเพราะโดนแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนโจมตีเข้าจิตวิญญาณโดยตรงอยู่หลายครั้ง

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้จ้าวแห่งสัตว์อสูรทะเลเริ่มเกิดความกระวนกระวายใจขึ้นมา

มันรู้ดีว่าถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไป มันจะต้องตายอย่างแน่นอน

‘ฉันต้อง… รีบหนีไปตอนนี้เลย!’

‘ต้องหนีเท่านั้น!’

‘ไม่งั้นฉันจะต้องตายด้วยน้ำมือของผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์คนนี้แน่ ๆ!’

จักรพรรดิมังกรทะเลคิดดังนั้น แล้วก็เริ่มคิดหาวิธีหนีอยู่ภายในใจ

ตอนนี้มันเป็นถึงสัตว์อสูรระดับ 8 ที่แข็งแกร่งในระดับสูงแล้ว จะเรียกว่าสุดยอดสัตว์อสูรก็ไม่เกินจริง มันเหลืออีกเพียงก้าวเดียว ก็จะสามารถพูดได้เต็มปากว่าเป็นสัตว์อสูรระดับ 8 ขั้นสุดยอด แต่เมื่อไหร่ที่มันได้กลืนกินบุปผาสวรรค์จำแลงเข้าไป มันจะต้องนำพาซึ่งความยิ่งใหญ่มาให้ได้อย่างแน่นอน

เช่นนั้นแล้ว

มันจะปล่อยให้ตนเองตายที่นี่ ตอนนี้ไม่ได้!

“ฮึ่ม!”

ตระหนักได้เช่นนั้น

จักรพรรดิมังกรทะเลก็กระตุ้นพลังจากทั่วทั้งร่าง ร่างกายที่ใหญ่โตและทอดยาวของมันก็เริ่มหมุนควงตนเองด้วยความรุนแรง และด้วยแรงหมุนนี้ทำให้ผืนน้ำเบื้องล่างถูกยกลอยขึ้นกลายเป็นพายุหมุนที่สูงเสียดฟ้า

ทั้งนี้ก็เพื่อให้พายุหมุนลูกโตนี้เป็นม่านกำบังกายขณะมันดำลงไปเบื้องล่างเท่านั้น

มันกำลังซื้อเวลา!

ทันทีที่ร่างใหญ่โตดำลงไปใต้ท้องสมุทรได้ มันก็รีบว่ายน้ำลงไปให้เร็วที่สุด

ทว่า…

ความคิดของมันก็ถูกอ่านออกมาตั้งแต่แรกแล้ว

“หน่วงกาลเวลา!”

ตั้งแต่ที่รู้ว่าจักรพรรดิมังกรทะเลตั้งใจจะหลบหนี ฉู่โม่วก็เตรียมการไว้ทุกอย่าง เขาใช้พรสวรรค์ห้วงเวลา ทำให้เกิดคลื่นที่มองไม่เห็นกระจายตัวเป็นวงกว้าง และทุกสิ่งอย่างที่ได้สัมผัสเข้ากับคลื่นกาลเวลามันจะเชื่องช้าลง ไม่เว้นแม้แต่สัตว์อสูรระดับ 8 ตนนี้

ไม่ว่ามันจะพยายามดิ้นรนสักเท่าไหร่ มันก็ไม่สามารถหลุดจากบ่วงของการหน่วงเวลาได้เลย

มันดิ้นรนไม่ได้แล้วในตอนนี้!

“เคลื่อนย้าย!”

ร่างของฉู่โม่วหายวับในพริบตาก่อนจะไปปรากฏตัวอีกครั้งที่ด้านข้างจักรพรรดิมังกรทะเล อันดับแรก เขาใช้แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนยิงทิ้งท้ายเสียก่อน เพื่อลดพลังของมังกรยักษ์ตนนี้ จากนั้นก็ใช้กระบี่สะบั้นดาราสวรรค์อีกหนึ่งครั้ง

ดวงดาวที่พุ่งออกมาเปล่งประกายแสงขณะเข้าโจมตีใส่ร่างของจักรพรรดิมังกรทะเล

ตู้ม!

ภายใต้เสียงระเบิดที่ดังสนั่น บาดแผลฉกรรจ์เกิดขึ้นทั่วทั้งร่างของสัตว์อสูร

และภายใต้อาการบาดเจ็บนี้ จักรพรรดิมังกรทะเลก็ยิ่งทุรนทุรายเพื่อจะหนีให้ได้โดยไม่สนอะไรทั้งนั้น

ทว่าฉู่โม่วก็ไม่ได้ใจอ่อนปล่อยมันไปแต่อย่างใด ห้วงเวลาถูกหน่วงไว้อย่างต่อเนื่องพร้อมกับการใช้แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนตามด้วยกระบี่สะบั้นดาราสวรรค์

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เมื่อไหร่ที่มันหนี ฉู่โม่วก็จะไล่ตาม

ในเวลาไม่นาน

ร่างของจักรพรรดิมังกรทะเลผู้น่าเกรงขามก็เต็มไปด้วยเลือดของตนเองเสียแล้ว โดยเฉพาะที่กลางหลังนั้น มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ยาวกว่าร้อยเมตรปรากฏอยู่ด้วย

ความเจ็บปวดที่รุนแรงกระจายไปทั่วทั้งร่างของมันช้า ๆ เช่นเดียวกับที่ลมหายใจและความแข็งแกร่งของจักรพรรดิมังกรทะเลที่ค่อย ๆ ลดลงไปอย่างต่อเนื่อง

แม้มันจะอยากกระตุ้นพลังกายของมันเองเพื่อรักษาร่างกาย แต่ด้วยพลังจิตวิญญาณที่ถูกทำลายไปเสียเยอะ ผนวกกับการเสียเลือดมาก มันเลยทำให้นอกจากจะไม่สามารถรักษาได้แล้ว หากฝืนกระตุ้นก็จะยิ่งทำให้มันเจ็บตัวมากขึ้นอีก

‘ฉันจะต้องมาตายที่นี่งั้นเหรอ!?’

เมื่อความตายใกล้เข้ามา ภายในห้วงความคิดของอสูรมังกรยักษ์ก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

‘ไม่ได้!’

‘ฉันจะตายที่นี่ไม่ได้!’

ภายใต้ความปรารถนาที่จะรอดชีวิต ในที่สุดจักรพรรดิมังกรทะเลก็ระเบิดพลังออกมา

พลังเฮือกสุดท้ายที่กักเก็บไว้ พยายามทลายการหน่วงของกาลเวลาที่จำกัดความเร็วของมันเอาไว้ มันพยายามดำดิ่งลงไปใต้ท้องทะเลและเริ่มหมุนตัวอย่างรุนแรงจนมันส่งผลกระทบต่อผิวน้ำ ก่อให้เกิดเกลียวคลื่นน้ำวนที่มีขนาดใหญ่กว่าหมื่นกิโลเมตร

หามองจากเบื้องบนลงมา

จะสามารเห็นได้เลยว่าใจกลางของเกลียวน้ำวนนี้มีสภาพเหมือนดวงตาแห่งมหาสมุทรเลย

มันห้อมล้อมไปด้วยระลอกน้ำที่หมุนวนอย่างรุนแรง รุนแรงจนฉู่โม่วก็ยังยากที่จะก้าวผ่านไปได้

และด้วยโอกาสนี้เอง

จักรพรรดิมังกรทะเลก็รีบหนีออกไปให้เร็วที่สุด กระตุ้นแแก่นแท้แห่งเลือดอสูรของตัวมันเองเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ ก่อนจะมุ่งหน้าลงไปในก้นทะเลลึกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ใต้ทะเลลึกมีเพียงสัตว์อสูรเท่านั้นที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ ด้วยแรงดันน้ำมหาศาล ไม่มีทางที่เผ่าพันธุ์มนุษย์จะสามารถลงมาได้อย่างแน่นอน ดังนั้นแล้วมันจึงตั้งใจที่จะลงไปในน้ำระดับที่ลึกกว่าล้านกิโลเมตรเพื่อหนีจากฉู่โม่ว เพราะยังไงเสีย มันก็เป็นสัตว์อสูรที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทะเลอยู่แล้ว

ด้วยความคาดหวังนี้ เพียงชั่วพริบตา มังกรยักษ์ก็หนีลงไปได้ลึกร่วมพันกิโลเมตรแล้ว

“อยากจะหนีเหรอ?”

“คิดว่าทำได้หรือไง?”

ฉู่โม่วหรี่ตาลง ด้วยพลังมันตราแห่งสวรรค์และความเร็วระดับเทพ เขามุ่งหน้าลงทะเลตามเป้าหมายไปอย่างรวดเร็ว

ในเวลาอันรวดเร็ว

เขาก็ลงมาลึกกว่าหกพันกิโลเมตร

ซึ่งตำแหน่งที่เขาลงมาถึงนั้น มันคือตรงหน้าจักรพรรดิมังกรทะเลพอดิบพอดี

“ตายซะ!”

พลังปราณของฉู่โม่วดุดันเสมือนมังกรอีกตนหนึ่ง อณูแห่งชีวิตลุกโชนเหมือนเปลวเพลิง ขณะเดียวกันก็ปลดปล่อยกระบี่สะบั้นดาราสวรรค์ออกมา

ดวงดาวขนาดใหญ่ที่เกิดจากการรวมตัวของพลังปราณพุ่งเข้าใส่ร่างของมังกรยักษ์อย่างรุนแรง ความรุนแรงนี้มากพอจะทำให้ท้องทะเลแยกเป็นสองฝั่งได้ในคราเดียว

จากนั้น

ฉู่โม่วก็ใช้แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนยิงเข้าใส่จิตวิญญาณของจักรพรรดิมังกรทะเลที่เหลือน้อยนิดอย่างต่อเนื่อง

ควบคู่ด้วยทักษะกระบี่และกระบวนท่ากระบี่สะบั้นดาราสวรรค์ ทำให้จักรพรรดิมังกรทะเลอ่อนแอลงอย่างมากและไม่สามารถที่จะหลบหนีหรือต้านทานอะไรได้อีก

“อย่าเพิ่งฆ่าฉันเลย!”

“ไว้ชีวิตฉันเถอะ! แล้วฉันจะบอกว่าบุปผาสวรรค์จำแลงอยู่ที่ไหน ได้โปรดไว้ชีวิตฉันเถอะนะ!”

ตอนนั้นเอง จักรพรรดิมังกรทะเลก็หันมาอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

ได้ยินเช่นนั้น

กระบี่ยาวที่รวบรวมพลังไว้จนเต็มเปี่ยมแล้วก็สะบั้นลงไปที่บาดแผลของจักรพรรดิมังกรทะเลอย่างไม่ลังเล

ความเจ็บปวดรุนแรงรุกรานขึ้นพร้อมกับเสียงโอดครวญของมังกรยักษ์

โดนกระทำเช่นนั้น มันก็อดไม่ได้ที่จะโต้ตอบด้วยถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธ “เจ้ามนุษย์! นี่แกไม่ต้องการบุปผาสวรรค์จำแลงอย่างนั้นหรือ!? หากแกฆ่าฉันตอนนี้ แกจะไม่มีทางได้บุปผาสวรรค์จำแลงนะ!”

“ฉันบอกหรือไงว่าไม่อยากได้น่ะ?”

ไม่ว่ามันจะแข็งแกร่งมากกว่านี้ ท้ายสุดแล้ว ด้วยพลังของฉู่โม่ว มันก็จะต้องเจอกับความตายที่น่าอดสูเท่านั้น

“ตอนนี้…”

“ถึงเวลาเก็บเกี่ยวเแล้ว!”

ชายหนุ่มพูดพึมพำพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

จักรพรรดิมังกรทะเลตนนี้ถือเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉู่โม่วเคยพบเจอมา ดังนั้นพรสวรรค์ของเจ้านี่น่าจะต้องดีมากแน่ ๆ และเขาไม่พลาดที่จะกลืนกินมันอย่างแน่นอน

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเก็บซากศพของมันเข้าไปในมิติพกพา

จากนั้นก็มุ่งหน้าลงไปใต้ทะเล เพื่อดิ่งไปยังตำแหน่งของถ้ำที่อสูรมังกรยักษ์ได้บอกไว้ก่อนจะถูกฆ่าตายไป

บุปผาสวรรค์จำแลง!

เมื่อคิดว่าตนเองจะได้เป็นผู้ครอบครองดอกไม้วิเศษดอกนี้ ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความตื่นเต้นขึ้นมาบนสีหน้าของตนเอง

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ฉู่โม่วก็พบถ้ำของจักรพรรดิมังกรทะเล

แต่ถึงจะบอกว่าเป็นถ้ำ แต่สภาพของมันก็เหมือนจะเป็นตำหนักใต้น้ำเสียมากกว่า

ไม่ว่าจะเป็นตัวตำหนักที่ดูสว่างไสว รวมไปถึงการที่มันกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง

เขาสามารถพบเห็นสมบัติใต้ทะเลมากมายที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นไข่มุกหรือสิ่งอื่น ๆ ที่ล้ำค่าไม่แพ้กัน

ในส่วนของทางเข้าถ้ำมีฉลามตัวใหญ่คอยเฝ้ายามอยู่จำนวนหนึ่ง จากการสัมผัสกลิ่นอายของพวกมันแล้ว น่าจะเป็นสัตว์อสูรระดับ 7 กันทั้งหมด

พวกมันยังไม่รู้ถึงการมาของฉู่โม่ว

ฉู่โม่วจึงกระตุ้นพรสวรรค์ธาตุความมืด และค่อย ๆ ย่องเข้าไปหาพวกมันเพื่อให้ตนสามารถเข้าไปยังส่วนที่ลึกที่สุดด้านในตำหนักได้อย่างราบรื่น

ตอนนั้นเอง เบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏเป็นหุบเหวใต้สมุทร

ฉู่โม่วไม่รอช้าที่จะลงไปที่นั่น มันลึกเสียจนต้องใช้เวลาพักหนึ่งเลยกว่าจะถึงก้นเหว

ในตอนนั้น

เขามองเห็นดอกไม้ดอกหนึ่งกำลังเติบโตอยู่ใต้น้ำ รากของมันลอยอยู่ในน้ำ ราวกับว่ากำลังกลืนกินสารอาหารจากคลื่นใต้ทะเล ทว่าแม้มันจะลอยอยู่เช่นนั้น แต่มันกลับไม่ได้ถูกกระแสน้ำเบื้องล่างซัดลอยไปไหนเลย

รากของดอกไม้ปริศนานี้มีการยุบพองคล้ายจังหวะชีพจร ราวกับว่ามันกำลังกลืนกินสารอาหารอยู่ และถ้ามองดี ๆ จึงจะเห็นว่า รากดอกไม้นี้กำลังกลืนกินพลังงานจากสาหร่ายใต้น้ำในบริเวณใกล้เคียง

“นี่น่ะเหรอ บุปผาสวรรค์จำแลง?”

ฉู่โม่วเข้าไปดูใกล้ ๆ

ทันทีที่เขาเข้าไปใกล้ในระยะสิบเมตร เขาก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ความรู้สึกนั้นราวกับมาจากจิตวิญญาณของเขาเอง… มันคือความรู้สึกที่จิตวิญญาณของเขากำลังเรียกหาดอกไม้ดอกนี้!

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉู่โม่วรู้สึกเช่นนี้

ทำให้เขาอยากได้บุปผาสวรรค์จำแลงนี้มากกว่าเดิมเสียอีก

‘ถ้าฉันกลืนกินดอกไม้นี่เข้าไป… จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของฉันบ้างนะ?’

เขาคิดกับตนเอง

จากนั้นจึงหันไปดูที่บุปผาสวรรค์จำแลงให้ดี

ตอนนั้นเอง ฉู่โม่วก็พบว่าบุปผาสวรรค์จำแลงดอกนี้มันยังคงหุบอยู่

“จริงสิ เจ้าปลาไหลทะเลนั่นบอกว่าดอกไม้นี่ต้องรอเวลาให้โตเต็มวัยก่อนสินะ นั่นหมายถึง… ต้องรอไปก่อน”

“ถ้าอย่างงั้น…”

“จะรอไปอีกสักพักก็ได้!”

ชายหนุ่มตัดสินใจ

ในตอนที่ตัดสินใจได้แล้ว เขาก็ไม่ได้ทิ้งห่างจากที่นี่ไปไหนเลย ฉู่โม่วเริ่มนั่งขัดสมาธิอยู่ข้าง ๆ บุปผาสวรรค์จำแลง เพื่อรอเวลาที่มันจะเบ่งบานออกมาอย่างใจเย็นเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรตนอื่นเข้ามาแย่งชิงมันไปก่อนที่เขาจะได้มัน

เพราะถ้าหากเป็นแบบนั้น เขาคงจะต้องร้องไห้เจียนตายแน่ ๆ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์