เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 3

บทที่ 3 เลือดของสัตว์อสูร หนทางแห่งการพัฒนาร่างกาย!

[ได้รับ ‘เลือดของสัตว์อสูรตัวเซเบิลสายฟ้าสีม่วง’!]

เลือดของสัตว์อสูร!

เห็นเช่นนั้น แววตาของฉู่โม่วก็แข็งทื่อไปในทันที

ผู้ฝึกยุทธ์นั้น นอกจากจะใช้วิธีฝึกฝนร่างกายเพื่อให้สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดได้แล้ว มันก็ยังมีวิธีอื่นอยู่อีก!

และการกลืนกินเลือดของสัตว์อสูรเองก็เป็นหนึ่งในนั้น!

ภายในเลือดสัตว์อสูรพวกนี้มีพลังมหาศาลถูกเก็บซ่อนไว้อยู่ หากผู้ฝึกยุทธ์คนใดครอบครองสิ่งนี้ในขณะกำลังฝึกยุทธ์แล้วล่ะก็ ร่างกายของพวกเขาจะพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเลยทีเดียว

แล้วถ้ายิ่งเลือดสัตว์อสูรหยดนั้นเป็นอัตลักษณ์ที่ควบแน่นเอาพลังและอัตลักษณ์ต่าง ๆ ของสัตว์อสูรตนนั้นมาด้วย ผลลัพธ์ของมันก็จะยิ่งสูงกว่าการใช้เลือดอสูรทั่วไปอีกหลายเท่านัก!

อย่างไรก็ตาม แม้จะถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยพัฒนาร่างกายได้อย่างรวดเร็ว แต่การครอบครองอัตลักษณ์แห่งอสูรก็ไม่ได้หากันมาได้ง่าย ๆ และจะมีเพียงพวกผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงเท่านั้นที่จะมีสิ่งนี้

เพราะฉะนั้น อัตลักษณ์ของอสูรแต่ละชิ้นจึงกลายเป็นที่ต้องการของตลาด… รวมถึงเป้าหมายของการขโมยอย่างเลี่ยงไม่ได้ด้วย

ถ้ายึดตามความทรงจำของเจ้าของร่างนี้ เมื่อสามเดือนก่อน ฐานทัพลู่หยางที่เขาอยู่ในตอนนี้ถูกรายงานว่ามีการค้นพบอัตลักษณ์แห่งอสูรระดับสาม และนั่นทำให้ฐานแห่งนี้แทบจะอัดแน่นไปด้วยผู้คน

เหล่าตระกูลยักษ์ใหญ่เกือบทุกตระกูลต่างเข้าร่วมประมูลสิ่งนี้ด้วยราคาสูงลิ่วกันทั้งนั้น ถือเป็นข่าวใหญ่ข่าวหนึ่งที่โด่งดังไปทั่วโลก!

ไม่ว่าใครต่างก็พูดถึงมัน

และในตอนนี้

สมบัติล้ำค่าเช่นนั้นก็กำลังอยู่ในมือของฉู่โม่วแล้ว

ถึงแม้จะเป็นเพียงอัตลักษณ์อสูรระดับต่ำที่สุด แต่สิ่งนี้เหมาะสมและคู่ควรกับเขาในตอนนี้มากที่สุดแล้ว

“ไม่เลวเลยนี่!”

ชายหนุ่มเก็บสิ่งนี้ลงไปในขวดโหล ก่อนจะหันไปเพื่อกลืนกินร่างของตัวเซเบิลตัวนั้นต่อ ด้วยความคาดหวังว่าจะได้อะไรดี ๆ เช่นนี้อีก

ทว่าคราวนี้ ฉู่โม่วกลับพบความผิดหวังแทน

[เป้าหมายไม่มีสิ่งที่สามารถกลืนกินได้แล้ว ไม่สามารถกลืนกินได้]

ขณะเห็นข้อความดังกล่าว ข้อมูลบางสิ่งบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวเขาด้วย!

มันคือข้อมูลวิธีการใช้งานระบบกลืนกินนี้!

ระบบกลืนกินสามารถใช้ได้กับซากเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นซากของมนุษย์หรือสัตว์อสูรก็ตาม

ดูท่ามันจะกลืนกินอะไรได้มากกว่าที่เขาคิด!

ส่วนสิ่งที่สามารถได้จากการกลืนกิน ก็มีตั้งแต่… กระบวนท่า ความสามารถพิเศษ พลังกายหรือแม้แต่อัตลักษณ์ของสิ่งนั้น ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ามันกำลังกลืนกินอะไร และโอกาสที่จะได้ของเหล่านั้นก็จะต่างกันออกไป

ทุกครั้งที่เลือกเป้าหมายได้แล้ว จะสามารถกลืนกินกี่ครั้งก็ได้… จนกว่าเป้าหมายจะไม่มีอะไรให้กลืนกินอีก

แต่ถ้าหากว่าอยากจะเปลี่ยนเป้าหมาย ระบบต้องใช้เวลารีเซตเป้าหมายใหม่หนึ่งเดือน

“เข้าใจละ!”

รู้ดังนั้นแล้ว ฉู่โม่วก็โล่งอก

ทว่าในตอนนี้ ความหิวที่ลืมเลือนไปก็ค่อย ๆ กลับมารู้สึกอีกครั้ง เขาจึงหาวัตถุดิบสำหรับทำอาหารออกมาและเตรียมตัวที่จะเข้าไปแสดงฝีมือในครัว

อีกห้องหนึ่ง

เฉินซีเวยกำลังฝึกฝนกระบวนท่าที่ดูแปลกตาอยู่สักหน่อย หลังจากเพิ่งฝึกท่าอื่นเสร็จ

แต่หารู้ไม่ว่านี่เป็นวิธีการพัฒนากายเนื้อที่สามารถสร้างความแข็งแกร่งให้ได้มากที่สุดของเหล่าผู้ปลุกพลัง ซึ่งกว่าจะได้มานั้น ต้องผ่านการทดลองทำซ้ำ ๆ จนมั่นใจ

มันมีทั้งหมดยี่สิบเอ็ดกระบวนท่า

ตราบใดก็ตามที่ผู้ฝึกยุทธ์เริ่มคุ้นชินกับมัน ร่างกายจะสามารถดึงพลังจากอณูแห่งชีวิตที่ลอยอยู่ในอากาศมาใช้ได้ในปริมาณมหาศาล และมันจะทำให้คนผู้นั้นก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ได้เร็วยิ่งขึ้น

ในไม่ช้า

เฉินซีเวยฝึกฝนกระบวนท่าทุกท่าจนจบ

เธอรู้สึกได้ว่าเลือดลมในร่างกายหมุนเวียนได้ดีขึ้น และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

“ยังไม่พอ…”

“ลำพังเพียงพลังแค่นี้ ฉันไม่มีทางล่าไอ้อสรพิษสองหัวในภารกิจออกล่าครั้งต่อไปของทางสถาบันได้แน่ ๆ!”

อสรพิษสองหัวเป็นสัตว์อสูรขนาดกลางระดับ 2

มีเพียงผู้ปลุกพลังเท่านั้นที่จะล่ามันได้

และเหตุผลที่ทำให้เฉินซีเวยต้องการล่ามันให้ได้ เพราะเธอได้ยินมาว่าน้ำดีของอสรพิษสองหัว มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับร่างกายได้มหาศาล!

เธออยากนำมันกลับมาให้ฉู่โม่วดื่ม เพื่อที่เขาจะได้แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้!

ไม่งั้นล่ะก็…

หากฉู่โม่วยังเป็นแบบนี้อยู่ เขาจะถูกไล่ออกจากสถาบันแน่!

คิดได้เช่นนั้น เฉินซีเวยก็กำหมัดแน่นขึ้นมาทันที

รัตติกาลคืบคลานเข้ามาแล้ว

เฉินซีเวยจำเป็นต้องวางมือจากการฝึกฝนลงไว้ชั่วคราว และหันไปเตรียมทำอาหารมื้อเย็นต่อ

เพราะการตายของครอบครัวและพรสวรรค์ที่ไม่ตื่นขึ้น ทำให้ฉู่โม่วยอมแพ้กับชีวิตไปโดยสมบูรณ์

ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่เฉินซีเวยย้ายเข้ามาอยู่กับเขา เธอจึงเป็นฝ่ายคอยทำอาหารให้ชายหนุ่มทานและคอยดูแลอยู่ทุกวัน

แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยินดียินร้ายกับเธอเลยก็ตาม

เมื่อคิดถึงท่าทีเย็นชาที่ฉู่โม่วมีต่อเธอ เฉินซีเวยก็อดถอนหายใจไม่ได้

หญิงสาวเดินออกจากห้องไป

แต่ในขณะที่กำลังคิดว่าจะทำอะไรเป็นมื้อเย็นดีนั้นเอง กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาแตะจมูกเสียก่อน

รับรู้เช่นนั้นแล้ว เฉินซีเวยก็ไม่รอช้า รีบวิ่งไปยังห้องนั่งเล่นด้านล่าง

สิ่งที่รอเธอมาพบคืออาหารมากมายที่ถูกจัดเตรียมไว้บนโต๊ะ

สีสันและกลิ่นของพวกมันบ่งบอกว่าเพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ และเปี่ยมไปด้วยความน่ารับประทาน ทำเอาหญิงสาวหักห้ามใจที่จะยื่นนิ้วชี้ออกไปไม่ได้

“ออกมาแล้วเหรอ? ไปล้างไม้ล้างมือก่อนแล้วค่อยมากินสิ ฉันทำเสร็จหมดแล้วล่ะ กำลังจะตักซุปไปวางให้พอดีเลยด้วย”

ประตูห้องครัวถูกเปิดออก เพราะฉู่โม่วที่กำลังทำอาหารอยู่นั้นได้ยินเสียงของเธอที่ลงมาข้างล่างพอดี

เห็นแบบนั้นแล้ว เฉินซีเวยที่ดูเยือกเย็นเสมอก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาอย่างเก็บไว้ไม่อยู่

“พวกนี้… นายทำเหรอ?”

ไว้หาคำอธิบายดี ๆ ได้แล้วค่อยว่ากันก็แล้วกัน ยังไงเสีย ตอนนี้ก็ต้องทำอะไรสักอย่างก่อน

“จากนี้เป็นต้นไป…”

“ฉันต้องเริ่มจริงจังกับการพัฒนาความแข็งแกร่ง!”

ละทิ้งทุกสิ่งอย่างที่คอยกวนใจ ฉู่โม่วสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหยิบเอาอัตลักษณ์แห่งอสูรของตัวเซเบิลสายฟ้าสีม่วงออกมาและกล้ำกลืนมันลงไปในหนึ่งอึก

วินาทีต่อมานั้น

ความปวดร้าวและพลังอันมหาศาลก็เอ่อล้นไปทั่วร่าง

ฉู่โม่วใช้จังหวะนี้ฝึกฝนร่างกายอย่างไม่ลังเล และให้มันดูดซับอณูแห่งชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ ไปพร้อมกับปรับตัวให้เข้ากับพลังของอัตลักษณ์อสูรที่เข้าไปอยู่ในร่างกาย

หนึ่งเดือนผ่านไป

ตึง!

พลังของอัสนีสีม่วงถูกกระตุ้น และผสานเข้ากับหมัดขณะต่อยเข้าไปที่เครื่องทดสอบความแข็งแกร่ง และในครั้งนี้… มันก็ยังสั่นสะเทือนรุนแรงเหมือนใส่พลังสายฟ้าไปเต็มที่ ก่อนจะเผยค่าตัวเลขขึ้นมา

0.96 ตัน!

“ไม่เลว!”

หลังเห็นตัวเลขเช่นนั้น ฉู่โม่วก็พยักหน้าพึงพอใจ

ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ นอกจากกินกับนอนแล้ว ฉู่โม่วก็ฝึกฝนร่างกายอย่างหนักหน่วงอย่างสม่ำเสมอ

ถึงแม้ว่าธาตุสายฟ้าระดับสองที่เขาพยายามฝึกอยู่จะดูทรงพลังมากแล้วก็จริง

แต่นี่น่ะยังไม่ใช่ที่สุดหรอก!

ใครก็ตามที่ฝึกฝนมาก ก็จะยิ่งใช้พลังของมันได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นไปเรื่อย ๆ!

แล้วยิ่งคนผู้นั้นมีพรสวรรค์ที่ถูกเรียกว่าเป็นเหล่าอัจฉริยะ พวกเขาก็จะยิ่งพัฒนาตนเองได้รวดเร็วกว่าคนอื่น ๆ หลายเท่านัก!

ดังนั้นแล้ว ตอนนี้เขาทำได้เพียงฝึกให้หนักขึ้น… หนักขึ้นอีกเรื่อย ๆ!

ความพยายามอย่างหนักมาตลอดหนึ่งเดือนควบคู่ไปกับพลังแห่งอัตลักษณ์ของอสูรระดับหนึ่ง อย่างตัวเซเบิลสายฟ้าสีม่วงทำให้เขาได้แรงต่อยมากขึ้นกว่าเดิมอีกราว 0.27 ตัน!

ถ้าหากฉู่โม่วกระตุ้นพลังเต็มที่ และหากโชคดี พลังจะพัฒนาไปถึงจุดสูงสุด บางทีเขาอาจจะสร้างพลังหนักหน่วงได้ถึง 1.8 ตันเลยทีเดียว!

เช่นนี้แล้ว เขากล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า การเติบโตของตัวเองรวดเร็วมากแล้วจริง ๆ!

แต่มันก็ไม่ใช่ความเร็วที่น่าเหลือเชื่ออะไร

เพราะความแข็งแกร่งของฉู่โม่วจะไม่พุ่งทะยานรวดเร็วได้เช่นนี้เลย หากไม่ได้อัตลักษณ์แห่งอสูรมาช่วย

ด้วยพลังของอัตลักษณ์แห่งอสูรที่ได้จากตัวเซเบิลสายฟ้านี้ มอบความรุนแรงของพลังต่อยให้ฉู่โม่วได้มากถึง 0.18 ตัน!

“ถ้าหากพลังแห่งอัตลักษณ์ของอสูรนี่เริ่มคงที บางทีฉันเองก็อาจจะเข้าสู่การเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ในครึ่งปีนี้แน่ ๆ!”

เขากระซิบกับตนเองด้วยเสียงแผ่วเบา

นับจากเวลาที่ผ่านมา นี่ก็ครบหนึ่งเดือนพอดี นั่นหมายความว่าระบบกลืนกินของเขาพร้อมหาเป้าหมายใหม่แล้ว!

ฉู่โม่วจึงตั้งใจจะใช้วันนี้เป็นวันพักผ่อน เขาอาบน้ำและเปลี่ยนชุด พร้อมกับวางแผนออกไปเดินที่ถนนด้านนอก!

ครั้งนี้ เขาต้องเลือกเป้าหมายที่ดีกว่าเดิม เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์