เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 4

บทที่ 4 สัตว์อสูรระดับ 3 มังกรพสุธาขนาดกลาง และการพัฒนาที่ก้าวกระโดด!

บนท้องถนน

ผู้คนภายนอกช่างดูมีชีวิตชีวา

ท่ามกลางเหล่าคนที่เดินไปมานี้ เกือบจะทั้งหมดล้วนแต่เป็นคนธรรมดา จะมีเพียงหยิบมือเท่านั้นที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์! ซึ่งสามารถรับรู้ได้ทันทีผ่านกลิ่นอายที่ทรงพลัง

ฉู่โม่วยังคงเดินต่อไปตามทางจนมาถึงย่านการค้าในไม่ช้า

“สัตว์อสูรระดับ 1 ตัวจิ๋ว หนอนพิภพ ตัวสุดท้ายแล้ว!”

“สัตว์อสูรระดับ 1 นักล่าผู้น่าเกรงขาม หมาป่าสายลม แค่สามล้านเท่านั้นนะ!!”

“กระบวนท่าระดับทองแดง ขายถูก ๆ เลยจ้า!”

“…”

เสียงตะโกนเรียกลูกค้าดังมาจากสองฝั่งทางที่เรียงรายทอดยาวตามย่านการค้าแห่งนี้

ตั้งแต่ที่โลกใบนี้เปลี่ยนแปลงไป มนุษยชาติก็หันไปหวังพึ่งพาเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ให้สร้างความมั่นคงแก่พวกเขา มันทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่เคยเป็นชนกลุ่มน้อยกลายมาเป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อสังคมได้ตั้งแต่นั้นมา

นอกจากนี้ยังทำให้อุตสาหกรรมว่าด้วยการสร้างกระบวนท่าหรือวรยุทธ์ต่าง ๆ ถูกก่อตั้งขึ้นตามมาด้วย

ยกตัวอย่างเช่น ภายในย่านการค้าแห่งนี้ สินค้าหลายอย่างก็ล้วนแต่มาจากสัตว์อสูรหรือสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้ฝึกยุทธ์กันทั้งนั้น

ตลอดทางที่เดินผ่านมา

ฉู่โม่วสอดส่องสายตาดูซากสัตว์อสูรที่ถูกวางเรียงรายอยู่บนแผงต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน แต่น่าเสียดายที่สัตว์อสูรเหล่านี้เป็นเพียงระดับ 1 กันแทบจะทั้งหมด

ขนาดตัวที่ดีที่สุดยังเป็นแค่ระดับ 2 และเป็นเพียงหนอนแมลงอีกด้วย

มันเทียบเท่าได้กับความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ระดับต้น ๆ เท่านั้น

ระบบกลืนกินของเขาจะเลือกเป้าหมายได้แค่เดือนละหนึ่งอย่าง ดังนั้นแล้ว… ครั้งนี้ต้องเลือกเอาเป้าหมายที่ระดับสูงกว่านี้เท่านั้น! เพื่อเพิ่มทั้งขีดพรสวรรค์รวมทั้งศักยภาพร่างกาย เอาให้คุ้มค่าแก่การรอไปอีกหนึ่งเดือน

ซากของสัตว์อสูรที่เขาจะเลือก จึงต้องเป็นสัตว์อสูรระดับสูงเท่านั้น!

ถึงแม้จะไม่การันตีว่าเขาจะได้ความสามารถหรือพลังกายที่แข็งแกร่งกว่าก็จริง แต่อย่างน้อย ๆ ย่อมต้องดีกว่าสัตว์อสูรระดับต่ำแบบนี้แน่

ทว่า

หลังจากเดินมาได้พักใหญ่ …ฉู่โม่วยังไม่เจอสิ่งที่เขาต้องการเลยแม้แต่ตัวเดียว

ทำเอาในใจผิดหวังขึ้นมาเล็กน้อย

ขณะที่เขาถอดใจไปแล้ว และตัดสินใจที่จะกลับไปเลือกเอาซากของสัตว์อสูรระดับ 2 ที่มีอยู่น้อยนิดในตลาดนั้นเอง เสียงโหวกเหวกที่ดังต่อกันเป็นทอด ๆ ก็พลันเข้ามาถึงหูเสียก่อน

“กลุ่มนักล่าสายลมกลับมาแล้ว!”

“พวกเขาฆ่าสัตว์อสูรระดับ 3ที่โคตรเจ๋งมาด้วย!”

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนแรกที่ตะโกนออกมาเช่นนี้ แต่ทุกคนที่ได้ยินเสียงต่างดูจะให้ความสนอกสนใจโดยพร้อมเพรียงกันไปทั่วย่าน

“นักล่าสายลมเหรอ?”

“พวกเขาฆ่าสัตว์อสูรระดับ 3 ได้จริง ๆ ด้วย!”

“นี่มันหายากมากเลยนะ ไปเถอะ! ไปดูกันดีกว่า!”

ไม่นานนัก ผู้คนมากมายจากทั่วทุกมุมของย่านการค้าก็รีบปรี่กันเข้ามาห้อมล้อมกลุ่มนักล่าสายลม ที่มาพร้อมกับซากของสัตว์อสูรระดับ 3 ที่พวกเขาเพิ่งปราบมา

ฉู่โม่วที่เพิ่งเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ยังคงยืนตกตะลึงอยู่ไม่ไกลนัก

ใช่แล้ว… เขาเคยได้ยินชื่อเสียงของนักล่าสายลมมาอยู่เหมือนกัน

คนเหล่านี้เป็นกลุ่มนักล่าที่ทรงพลังมาก ๆ ในฐานลู่หยาง กัปตันทีมกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า ‘ผู้ไล่ล่าแห่งสายลม’ ว่ากันว่าเมื่อตอนที่พลังของเขาตื่นขึ้นมา มันได้บังเกิดลมหมุนรุนแรงห่อหุ้มร่างไว้ ในตอนนี้เขาได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้ว และลูกทีมกว่าสิบคนของเขาเองก็ล้วนแต่เป็นผู้ปลุกพลังขั้นสุดท้ายกันทั้งสิ้น แถมบางคนในตอนนี้ยังได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับต้นกันแล้วด้วย

หากจะบอกว่าพวกเขาเป็นกลุ่มนักล่าที่มีอิทธิพลมากในย่านนี้ก็ไม่เกินจริงไปนัก

แต่แน่นอน… ว่าสิ่งที่ฉู่โม่วสนใจที่สุดไม่ใช่เรื่องของนักล่ากลุ่มนี้หรอก หากแต่เป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ที่พวกเขาล่ามันกลับมาต่างหาก

ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรระดับ 3 ตัวนั้น เทียบได้กับเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับต้น ๆ

ดังนั้นเจ้าสิ่งนี้ จะต้องทำให้เขาได้พรสวรรค์ที่ทรงพลังมากมาแน่!

“ไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน!”

เมื่อเรียกสติกลับมาได้แล้ว ฉู่โม่วก็ไหลตามฝูงชนเหล่านั้นเข้าไปมุงด้วยเช่นกัน

ทันทีที่เข้าใกล้จุดที่เป็นแหล่งรวมตัว เขาต้องพบกับผู้คนมหาศาลที่มากองกันแน่นขนัดอยู่ก่อนแล้ว

กลุ่มนักล่าสายลมมีชื่อเสียงโด่งดังมากในฐานลู่หยาง จึงมีผู้คนมากมายยกให้พวกเขาเป็นแบบอย่างไปด้วย

ท่ามกลางกลุ่มคนที่มาสุมหัวกันอยู่ในบริเวณนี้ ส่วนหนึ่งคือพวกที่อยากมาชื่นชมกลุ่มนักล่าที่ชื่นชอบ อีกส่วนหนึ่งคือพวกที่อยากเห็นว่าสัตว์อสูรระดับ 3 จะหน้าตาเป็นอย่างไร?

ขณะที่ฉู่โม่วกำลังแหวกฝูงคนเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็ได้ยินเสียงอุทานดังมาจากแถวหน้าสุดอีกครั้ง

“ใช่มังกรพสุธาจริง ๆ ด้วย!”

“เจ้านี่ใช่สัตว์อสูรที่อาละวาดอยู่ทางตอนเหนือของฐานหรือเปล่านะ? เห็นเขาบอกกันว่ามันถือเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ขนาดกลางที่สมบูรณ์ มีผู้ฝึกยุทธ์มากมายต้องบาดเจ็บเพราะมัน ถึงขนาดที่บางคนถูกมันกลืนลงท้องไปด้วย!”

“ถ้าเป็นนักล่าสายลมล่ะก็ ต้องล่ามันได้อยู่แล้ว อย่าลืมสิว่าพวกเขามีกัปตันทีมเป็นผู้ไล่ล่าแห่งสายลมเลยนะ แถมเมื่อไม่นานมานี้เขายังเพิ่งขยับขึ้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางมาด้วย!”

“น่ากลัวจริง ๆ!”

ฉู่โม่วยื่นหน้ามองข้ามผ่านฝูงชนออกไป จนพบกับผู้ฝึกยุทธ์ราวสิบสองคนกำลังยืนกันอยู่ที่ด้านหน้าสุดอย่างสง่าผ่าเผย และที่รู้เช่นนั้นก็เพราะกลิ่นอายของพวกเขาเต็มไปด้วยพลังมหาศาล จนสามารถแยกออกได้ไม่ยากนัก

หนึ่งในผู้ฝึกยุทธ์เหล่านั้นพูดขึ้น “พวกเรา ทีมนักล่าสายลมอันทรงพลัง ตอนนี้ได้กลายเป็นทีมของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางกันแล้ว แถมพวกเรายังมีผลงานจากการล่าสัตว์อสูรระดับ 3 มาแล้วด้วย! ดังนั้นตอนนี้… พวกเราต้องการสมัครลูกทีมเพิ่ม! ผู้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้จะได้รับการพิจารณา! นั่นคือ คนคนนั้นต้องเป็นผู้ปลุกพลังขั้นสุดท้ายหรือสูงกว่า! และความสามารถพิเศษต่ำสุดได้แค่ระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้นเท่านั้น! วิธีการ…”

หลังจากที่ชื่นชมมันจนพอใจแล้ว ฉู่โม่วก็พูดเบา ๆ “หลอมรวม!”

สิ้นเสียงพูดกล่าว

ตู้ม!

พลังงานปริศนาระเบิดออกจากลูกแก้วใส และถูกดูดกลืนเข้าไปในกายเขา จนต้องลิ้มรสความเจ็บปวดเหมือนโดนลูกตุ้มบดขยี้ทั่วร่างลามไปยันกระดูกอีกครั้ง

ภายใต้พลังอันมหาศาลนี้ ฉู่โม่วรู้สึกได้ดีเลยว่าเหมือนกล้ามเนื้อและกระดูกทุกส่วนในร่างกายกำลังแตกสลาย และก่อตัวใหม่ วนเวียนแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่พักหนึ่ง

ก่อนความเจ็บปวดพวกนั้นจะย้ายไปกระตุกก้อนเนื้อในอกซ้ายของเขาให้ปวดระบมแทน

โชคยังดีที่เขาเตรียมตัวเตรียมใจพร้อมไว้แล้ว เพราะเมื่อความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่หัวใจ ฉู่โม่วจึงกัดฟันทนไว้ และไม่ร้องเสียงใด ๆ ออกมา

สิบวินาทีต่อมา

ความเจ็บปวดเลือนหายไปจนหมด

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ พร้อมกับหายใจหอบอย่างหนักหน่วง

อ้างอิงจากการทดลองครั้งก่อนหน้า ตอนนี้เขารู้แล้วว่านี่เป็นผลลัพธ์จากการหลอมรวม

“ได้เวลาทดสอบแล้วว่าพลังกายระดับกลางจะให้ผลขนาดไหน!”

ฉู่โม่วนั่งพักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นมาอีกครั้งและเริ่มใช้กระบวนท่าพัฒนากายเนื้อทั้งยี่สิบเอ็ดท่าในทันที

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง

ผลลัพธ์ของการใช้กระบวนท่าพัฒนากายเนื้อก็ปรากฏออกมา

ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงอณูพลังอันอบอุ่นที่ล่องลอยอยู่ในอากาศจากทั่วโลก ซึ่งกำลังหลั่งไหลเข้ามารวมอยู่ในร่างของเขา มันควบแน่นก่อนจะแผ่กระจายออกไปช้า ๆ ตามลำแขน ท่อนขา และกระดูก จากนั้นค่อย ๆ บรรเทาลง

ความรู้สึกเช่นนี้คงอยู่นานกว่าเดิมอย่างน้อยสิบนาที เมื่อเทียบกันกับครั้งที่หลอมรวมธาตุสายฟ้าเข้ามาในร่างกาย!

“น่ากลัวจริง ๆ”

“พลังกายเนื้อระดับกลางแข็งแกร่งอย่างที่คิดจริง ๆ ด้วย”

“ฝึกฝนไปแค่ครั้งเดียว ยังรู้สึกได้เลยว่าร่างกายแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมนับสิบเท่า!”

“ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปได้ล่ะก็ ต่อให้ไม่มีแก่นแท้ของอสูรมาช่วย ฉันก็น่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ในครึ่งปีแน่ ๆ!”

ขณะนั้น ฉู่โม่วก็คิดอะไรได้บางอย่าง

“จริงสิ… ถ้าหาแก่นแท้อสูรมาช่วยเสริมพลังได้ ก็อาจจะเข้าสู่ขั้นผู้ฝึกยุทธ์ได้ภายในสามเดือนเลยนี่นา!”

เมื่อรับรู้ถึงความเร็วในการพัฒนา ชายหนุ่มก็หลุดยิ้มมุมปากออกมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์