เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 303

บทที่ 303 กลับไปฝึกฝน ธาตุเหล็กระดับดาราลับฟ้า!

กลับมาที่คฤหาสน์

ก่อนที่เฉินซีเวยจะกลับมา ฉู่โม่วก็เรียกหลี่โย่วเวยและหลี่เสวี่ยจีเข้ามา

“ท่านอาจารย์!”

ทั้งสองนั้นกำลังฝึกอยู่ และเมื่อถูกเรียกโดยฉู่โม่ว เด็กหนุ่มสาวก็รีบเดินออกจากห้องฝึกฝนมาทำความเคารพทันที

“ที่เรียกมาครั้งนี้เพราะฉันมีเรื่องที่จะต้องบอกพวกนายน่ะ”

ฉู่โม่วไม่พูดให้ยืดยาวเสียเวลา เขาพูดตรง ๆ “การประลองของผู้มีพรสวรรค์แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ จะจัดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า ในตอนนั้น เหล่าผู้ปลุกพลังที่มีพรสวรรค์สูง ๆ จากสุดยอดฐานทั้งสิบแห่งจะมารวมตัวกันเพื่อประลองกัน ฉันลงทะเบียนให้พวกนายไปแล้ว เพราะงั้นเพื่ออีกสามเดือนที่จะมาถึง พยายามฝึกฝนให้ดีล่ะ”

“ไว้ใจพวกเราได้เลยท่านอาจารย์! พวกเราจะนำอันดับดี ๆ มาให้ได้อย่างแน่นอน พวกเราจะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง!”

ทั้งสองคนรีบตอบรับ

“ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ แค่อยากให้ไปทดลองดูน่ะ ขอแค่พวกนายทำให้เต็มที่ก็พอ… ในการทดสอบครั้งนี้ ฐานอื่น ๆ น่าจะส่งยอดฝีมือมาร่วมกันอย่างน้อย ๆ ก็น่าจะขั้นราชันย์ยุทธ์หรืออาจจะเทียบเท่าระดับราชันย์เทพยุทธ์เลย พวกนายยังต้องฝึกเพิ่มเติมสำหรับการประลองในครั้งนี้อีกเยอะ แม้ว่าหนทางที่จะไปสู่อันดับต้น ๆ มันจะยาก แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้การประลองนี้ขัดเกลาตัวพวกนายให้เติบโต”

ฉู่โม่วย้ำเตือน

“ศิษย์เข้าใจแล้ว!”

ทั้งสองพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

แต่หลังจากนั้น

หลี่โย่วเวยก็ถามขึ้นมาด้วยความคาดหวัง “ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์จะมาดูพวกเราในวันประลองด้วยหรือเปล่า?”

ทันทีที่พูดเช่นนั้นออกมา

หลี่เสวียนจีเองก็หันมองฉู่โม่วด้วยความคาดหวังเช่นกัน

“แน่นอน มันเป็นการประลองครั้งแรกของพวกนาย ฉันจะตามไปดูที่ข้างสนามเลยละ”

ฉู่โม่วตอบด้วยรอยยิ้ม

จากนั้นเด็ก ๆ ทั้งสองเองก็ยิ้มตอบด้วยเช่นกัน

ภายหลังจากที่คุยกันต่ออีกสักนิดหน่อย เพื่อบอกเคล็ดลับในการฝึกฝนเพิ่ม ฉู่โม่วก็ปลีกตัวขึ้นชั้นบนไป

เมื่อฉู่โม่วออกไปแล้ว สองพี่น้องก็อดไม่ได้ที่จะหันมองหน้ากันเอง

“นี่เป็นการประลองครั้งแรกของพวกเรา แล้วก็ยังเป็นในนามของท่านอาจารย์อีก น้องรัก นายต้องพยายามฝึกฝนให้ดีที่สุด จะให้ท่านอาจารย์เสียหน้าไม่ได้นะ!”

หลี่โย่วเวยพูดด้วยเสียงเบา

“พี่โย่วเวยกังวลเกินไปแล้ว ฉันจะฝึกฝนอย่างหนักเพื่อเอาอันดับต้น ๆ มาให้ดูเอง!”

หลี่เสวียนจีพยักหน้าด้วยสีหน้ามั่นใจ

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบหกปี แต่บุคลิกของเขาก็ถือว่าเยือกเย็นกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก ๆ

เมื่อครั้งที่ตระกูลหลี่ของตนล่มสลายด้วยเงื้อมมือของสำนักหมื่นอสูร พี่สาวของเขาพาตนเองหนีออกมา ซึ่งทำให้เขารู้เป้าหมายของตัวเอง

จุดประสงค์อันแรงกล้านี้ทำให้เขาบอกกับตนเองว่าไม่อยากให้คนอื่นมาคอยปกป้องอีกแล้ว หรือโกรธตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน

แม้เขาจะเป็นน้องชายที่มีพรสวรรค์เท่า ๆ กับหลี่โย่วเวยผู้เป็นพี่สาว แต่ความเร็วในการฝึกฝนของเขานั้นกลับสูงกว่าพี่สาวของตนเป็นอย่างมาก นั่นเพราะเขาพยายามฝึกฝนอย่างหนัก และแทบจะฝึกอยู่ตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำไป

ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งของตนเอง และกลายเป็นผู้ปลุกพลังที่มีพลังมหาศาลเพื่อที่จะได้ปกป้องคนใกล้ตัวได้

ซึ่งความคิดนี้ หลี่โย่วเวยเองก็ไม่ทราบเช่นกัน

ถึงอย่างนั้น เมื่อเห็นน้องชายของตนมีความแน่วแน่ที่จะฝึกฝน เธอก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

ทั้งสองคุยกันต่ออีกนิดหน่อย ก่อนที่จะแยกย้ายกลับไปห้องของพวกตนเพื่อฝึกซ้อมต่อ

ภายในห้องที่เงียบสงบ

ฉู่โม่วกำลังนั่งขัดสมาธิ

บทสนทนาของสองพี่น้องที่อยู่ชั้นล่างนั้นไม่ได้เล็ดลอดผ่านหูเขาไปได้แต่อย่างใด แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามอะไรทั้งสอง นั่นเพราะ วัยรุ่นน่ะ ให้มีแรงบันดาลใจทำอะไรสักอย่างย่อมดีกว่าอยู่แล้ว

“ตั้งแต่ที่กลับมาจากเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ ฉันยังไม่ค่อยได้ฝึกฝนเลยแฮะ… คงต้องกลับมาฝึกเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งตนเองบ้างแล้ว!”

เขาส่ายหน้าไล่สิ่งอื่นออกจากสมอง ก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก

ในปัจจุบันนี้ มีการฝึกฝนมากมายที่ฉู่โม่วจำเป็นต้องฝึกฝนมัน

เริ่มตั้งแต่พลังกายที่ซึ่งปัจจุบันค้างอยู่ที่ 750 พลังมังกรเท่านั้น และมันยังสามารถพัฒนาไปได้อีกมาก

นอกจากนี้ ก็ยังมีกระบวนท่าอีกจำนวนมากที่ต้องฝึกฝนให้ช่ำชอง

ยกตัวอย่างเช่น คัมภีร์มังกรคชสารอมตะ แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน คัมภีร์ชีพจรวิญญาณเทวะ กระบวนท่าจิตวิญญาณสังหาร คัมภีร์ปลุกวิญญาณทวยเทพ เพิ่มพลังจิตวิญญาณปฐมกาล ฝึกฝนพลังจิต เพิ่มพลังจุดตันเถียน และอื่น ๆ อีกมากมาย

ไม่เพียงเท่านั้น

เขายังมีเหล่ากระบวนท่าและวิชากระบี่อีก ซึ่งในตอนนี้ กระบวนท่าต่อสู้ของเขานั้นอยู่ในระดับเชี่ยวชาญได้แล้ว ในขณะที่วิชากระบี่นั้นยังอยู่ระดับต่ำกว่านิดหน่อย

อย่างน้อย ๆ

เขาคงต้องเริ่มจากการกลืนกินธาตุเหล็กระดับดาราลับฟ้าเสียก่อน

สิ่งที่ต้องทำนั้นมีเป็นภูเขาเหล่ากา จนสามารถฝังเขาให้จมอยู่กับการฝึกฝนเป็นเดือน ๆ ได้ ดังนั้นอะไรที่ควรทำก่อนทำหลังนั้น เขาต้องจัดการเวลาให้ดี

“คัมภีร์มังกรคชสารอมตะนั้น ถึงแม้ว่ามันจะสามารถใช้ยาย้อนชะตาช่วยได้ แต่การที่จะทลายตรวนกายาขั้นที่ 4 ได้ในเวลาอันสั้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย!”

“อย่างน้อยก็น่าจะใช้เวลาสักเดือน”

“กระบวนท่าอื่น ๆ เองก็สามารถค่อย ๆ ฝึกไปได้ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน”

“ดังนั้นแล้ว ถ้าจะเอาสิ่งที่ควรจะฝึกฝนให้เร็วที่สุด เพื่อเพิ่มพลังโดยรวม คงไม่พ้นฝึกฝนร่างกาย!”

ภายใต้การเพิ่มพลัง 400 เท่า พลังกายของฉู่โม่วนั้นเพิ่มเพียงนิดหน่อยเท่านั้น และมันเล็กน้อยจนไม่สามารถมองข้ามไปได้เลย

เขาต้องเร่งเพิ่มพลังกายให้เพิ่มได้มากที่สุดก่อน!

“ในเมื่อเป็นแบบนี้…”

“ฉันควรจะเริ่มจากการฝึกฝนพลังกายเพิ่มก่อน!”

ฉู่โม่วตัดสินใจ

จากนั้นเขาก็ออกจากคฤหาสน์ของตนและมุ่งหน้าไปยังหอคอยราชันย์เทพยุทธ์ เพื่อที่จะใช้งานจารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่าแล้ว

ทว่าก่อนที่จะไปถึงหอคอยราชันย์เทพยุทธ์ เขาแวะไปที่โถงรางวัลที่อยู่ระหว่างทางก่อน เพื่อนำภารกิจที่รับมาก่อนหน้านี้อย่างวิหคเพลิงกับตะขาบทองคำมาแลกเป็นแต้มราชันย์เทพยุทธ์เหมือนตามปกติ

ภายในโถงรางวัลนี้

“ผู้สืบทอดที่แท้จริงฉู่โม่ว แต้มราชันย์เทพยุทธ์ของคุณได้ถูกเพิ่มเข้าไปในชื่อของคุณแล้ว!”

ผู้ปลุกพลังอาวุโสกล่าวด้วยความเคารพ

ฉู่โม่วเหลือบมองที่กำไลข้อมือของตน พบว่ามันแจ้งเตือนเรื่องแต้มที่เพิ่มขึ้นมาพอดี ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

เรื่องนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้

ภายหลังจากที่เขาได้ทำภารกิจมาหลายครั้ง ในฐานะผู้สืบทอดที่แท้จริง เขาได้นำภารกิจเหล่านั้นมาขึ้นรางวัลทุก ๆ เดือน จนกระทั่งตอนนี้ เขามีแต้มสะสมถึง 12,300 แต้มบุญแล้ว

ต่อให้อัตราการแลกรับแต้มราชันย์เทพยุทธ์จะเป็น 1 ต่อ 2 แต้มบุญ กรณีนี้เขาก็ยังมีแต้มราชันย์เทพยุทธ์สูงถึง 6,000 แต้มอยู่ดี

เห็นได้ชัดเลยว่ามันเยอะมาก ๆ

“ไว้มีเวลาค่อยมาซื้อของที่ตำหนักขุมทรัพย์ดีกว่า บางทีเผื่อจะได้อะไรดี ๆ ติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง”

ฉู่โม่วคิดกับตนเอง

ก่อนจะออกจากโถงรางวัลและมุ่งหน้าไปยังวิหารราชันย์เทพยุทธ์

พักหนึ่ง

เขาก็ได้เข้ามาในจารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่าภายในวิหารราชันย์เทพยุทธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เริ่มฝึกฝน!”

ถ้อยคำที่บอกว่า [ไม่สามารถกลืนกินได้] ในตอนแรกนั้นได้หายไปแล้ว

นั่นหมายถึงระบบกลืนกินของเขากลับมาพร้อมใช้งานแล้ว

“กลืนกิน!”

ไม่รอให้เสียเวลา

ฉู่โม่วรีบสัมผัสร่างของตะขาบทองคำด้วยฝ่ามือของตน

ด้วยแสงสีทองที่เปล่งออกมาจากฝ่ามือนั้น พรสวรรค์ของตะขาบทองคำตนนี้ก็ถูกดูดกลืนเข้ามาแล้ว

[กลืนกินสำเร็จ!]

[ได้รับพรสวรรค์ธาตุเหล็กระดับดาราลับฟ้า!]

[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]

ในการดูดกลืนครั้งแรกนี้ เขาก็ได้สิ่งที่ต้องการมาเลย ดังนั้นฉู่โม่วจึงรู้สึกดีใจไม่น้อย

“หลอมรวม!”

ไม่ชักช้า

ซู่ม!

ความรู้สึกเจ็บปวดปรากฏขึ้นทั่วทั้งร่างกาย มันกระจายจากจุดหนึ่งไปยังทุกส่วนบนร่าง แม้แต่ร่างจิตวิญญาณปฐมกาลก็ยังรู้สึกถึงความเจ็บปวดนี้ ความเจ็บปวดที่ไม่มีใครสามารถมอบให้เขาได้ แต่ด้วยความที่ฉู่โม่วต้องผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว เพราะงั้นเขาจึงพอจะทนความเจ็บปวดนี้อย่างเงียบ ๆ ได้

พักใหญ่ ๆ

ความเจ็บปวดทุกอย่างก็จางหายไป นั่นหมายถึงการหลอมรวมเสร็จสิ้นแล้ว

เขาไม่ได้ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงในทันที แต่เลือกที่จะหันไปกลืนกินพรสวรรค์ของตะขาบทองคำต่ออีก

สัตว์อสูรตนนี้มีพรสวรรค์ถึงสองอย่าง นอกจากธาตุเหล็กแล้วมันยังมีธาตุพิษระดับ 4 อยู่อีก ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีอัตลักษณ์อสูรที่ถือเป็นของล้ำค่าอีกชิ้นหนึ่งที่เขาไม่สามารถมองข้ามได้อยู่ด้วย

[กลืนกินเสร็จสิ้น!]

[ได้รับพรสวรรค์ธาตุพิษระดับ 4!]

[กลืนกินเสร็จสิ้น!]

[ได้รับอัตลักษณ์เลือดสัตว์อสูรระดับ 8 ตะขาบทองคำ!]

กลืนกินสองสิ่งในเวลาเดียวกัน และนี่ก็เป็นทั้งหมดที่ตะขาบทองคำตนนี้มี

ฉู่โม่วแบมือขึ้นมา เปลวเพลิงถูกสร้างขึ้นก่อนจะเผาร่างของสัตว์อสูรตนนี้จนกลายเป็นเถ้าธุลี

หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว

เขาก็หันกลับมาเชยชมธาตุเหล็กระดับดาราลับฟ้าที่เพิ่งจะกลืนกินเข้ามาเมื่อครู่นี้

เทียบกับระดับก่อนหน้าอย่างระดับ 5 ภายหลังจากที่มันยกระดับขึ้นแล้ว พลังของธาตุเหล็กนี้ก็ช่วยทำให้การโจมตีของฉู่โม่วเฉียบคมมากขึ้นจากการเพิ่มความคมของอาวุธ

ถึงแม้ว่าความสามารถนี้จะไม่ได้ช่วยเพิ่มพลังให้ฉู่โม่วโดยตรง แต่ก็ถือว่าเป็นพลังที่ช่วยสนับสนุน จำพวก ‘เจาะเกราะ’

หากจะให้พูดง่าย ๆ

มันคือการช่วยทำให้การโจมตีสามารถฝ่าเกราะป้องกันหนา ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้

ธาตุเหล็กระดับดาราลับฟ้ายังมีความสามารถใหม่เพิ่มขึ้นมาด้วย

“ขจัดมาร!”

ฉู่โม่วพูดพึมพำ จากแต่ก่อนที่กระบี่สารทสังหาร ยามที่ได้รับพลังของธาตุเหล็กแล้วจะคมขึ้นจนมีกลิ่นอายความคมลอยคละคลุ้งออกมา

ในคราวนี้

มันยังปล่อยกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยขจัดความชั่วร้ายและสิ่งเสื่อมโทรมทั้งหมดได้ด้วย!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์