บทที่ 305 สมบัติแลกสมบัติ ตามหาหยาดน้ำค้างเยือกแข็ง!
เพียงชั่วพริบตา เวลาครึ่งเดือนก็ผ่านไป
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ฉู่โม่วกลืนกินยาย้อนชะตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และด้วยความช่วยเหลือของยาเม็ดเหล่านี้ ทำให้ผลลัพธ์จากการฝึกฝนคัมภีร์มังกรคชสารอมตะก้าวหน้าเป็นอย่างมาก
ยึดจากการคาดคะเนของฉู่โม่ว
ตอนนี้เขาน่าจะอยู่ขั้นกลางไม่ก็ปลาย ๆ ของขั้นที่ 3 แล้ว และบางทีถ้าใช้เวลาฝึกฝนอีกสักสองเดือน เขาน่าจะสามารถสำเร็จการทลายตรวนกายาขั้นที่ 4 ได้
ซึ่งการคาดเดานี้ทำให้ฉู่โม่วมีความสุขมาก ๆ
เขาสนุกกับการฝึกฝนไม่รู้จักจบจักสิ้นเช่นนี้จนไม่สามารถถอนตัวได้
ทว่าหลังจากที่ฝึกฝนต่อมาได้ราว ๆ หนึ่งเดือน เขาก็ต้องหยุดฝึกฝนอีกครั้ง
นั่นก็เพราะยาย้อนชะตาของเขากำลังจะหมดลงแล้ว!
แต่เดิมเขาได้ยาย้อนชะตากว่าสี่ร้อยเม็ดนี้มาจากราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานที่คิดว่าน่าจะเพียงพอต่อการทลายตรวนกายาได้ถึงขั้นที่ 4 แต่ดูเหมือนเขาจะคำนวณพลาดไป
ยาย้อนชะตาสี่ร้อยกว่าเม็ดสามารถทำให้คัมภีร์มังกรคชสารอมตะพาเขามาถึงแค่ระดับปลายของตรวนกายาขั้นที่ 3 เท่านั้น และมันยังเหลือหนทางอีกยาวไกลพอสมควรกว่าจะเข้าสู่การทลายขั้นที่ 4
“ล้มเหลวเหรอเนี่ย!”
ฉู่โม่วขมวดคิ้ว
ในตอนนี้ยาเหล่านั้นถูกใช้จนหมดแล้ว หากเขาต้องการฝึกฝนต่อ เขาจะต้องสกัดสมุนไพรพวกนี้ขึ้นมาด้วยตนเอง ทว่าฉู่โม่วก็ไม่ได้มีวัตถุดิบที่ใช้ในการสร้างยาย้อนชะตาเหล่านี้ด้วย
แต่ถึงแม้เขาจะมีทุกอย่างพร้อมสำหรับการสกัด แต่เขาก็ไม่รู้วิธีสกัดสมุนไพรอยู่ดี
“ไปตำหนักวิทยายุทธ์ก่อนก็แล้วกัน เผื่อที่นั่นจะมีวัตถุดิบพอที่จะทำยาได้”
เขาตัดสินใจ
ณ ตำหนักวิทยายุทธ์
ฉู่โม่วเดินเข้าไปด้านใน
พนักงานสาวสวยคนหนึ่งไม่รอช้าที่จะเข้ามาต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มหวานทันที “ยินดีต้อนรับค่ะคุณผู้ปลุกพลัง คุณต้องการอะไรดีคะ? ตำหนักวิทยายุทธ์ของพวกเราเป็นร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดในสุดยอดฐานจงไห่แห่งนี้แล้ว ไม่ว่าคุณต้องการอะไร ก็สามารถหาได้จากที่นี่ทั้งหมดเลย!”
“ฉันต้องการหลายอย่าง พอจะขอดูรายการสินค้าหน่อยได้ไหมครับ?”
เขาถามกลับโดยไม่ลังเล
ได้ยินเช่นนั้น
พนักงานสาวก็ตาเป็นประกาย เธอมั่นใจแล้วว่านี่ต้องเป็นลูกค้ารายใหญ่แน่ ๆ ดังนั้นแล้วเธอจึงเดินนำเขาไปยังโต๊ะที่มีจอติดตั้งไว้อยู่ ซึ่งเป็นโต๊ะที่รวบรวมรายการสินค้าภายในร้านเอาไว้ทั้งหมด
ฉู่โม่วเดินตามไปดูและเลือกหมวดวัตถุดิบล้ำค่าทันที
“นี่ ๆ แล้วก็นี่ ฉันต้องการพวกนี้ทั้งหมดเลย!”
“แล้วก็อยากได้หมึกน้ำแข็ง กลิ่นอายอีกากับละอองล่องหนด้วย!”
ฉู่โม่วเลือกวัตถุดิบมากมายจากในรายการสินค้า และวัตถุดิบทั้งหมดนี้คือส่วนประกอบที่จำเป็นในการกลั่นยาย้อนชะตาตามที่บันทึกไว้ในสูตร
ในแววตาของพนักงานสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉู่โม่วเป็นประกายแวววาว หลังเห็นว่าฉู่โม่วทำการเลือกสินค้าในร้านไปเป็นจำนวนมาก มูลค่าระดับหลักล้าน ๆ เลยทีเดียว จังหวะหายใจของเธอสั้นลงเรื่อย ๆ ราวกับคนกำลังจะเป็นหอบเมื่อเห็นว่าฉู่โม่วยังคงเลือกสินค้าไม่หยุด
ยิ่งเขาซื้อมาก เธอก็จะยิ่งได้ค่าจ้างมากขึ้น
ถึงแม้ว่าค่าจ้างของที่นี่จะมีเรตที่ค่อนข้างจะต่ำมาก ๆ
แต่ด้วยปริมาณสินค้าที่มากมายนี้ ต่ำแค่ไหนก็ทดแทนได้ด้วยความอลังการของรายรับครั้งนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
ในขณะที่พนักงานสาวกำลังระเริงอยู่เช่นนั้น ฉู่โม่วก็เลือกของที่ต้องใช้มาทั้งหมดแล้ว
และเมื่อนำวัตถุดิบสำหรับกลั่นยาย้อนชะตามารวมกัน
เขาก็พบว่าสมุนไพรที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักของการกลั่นยากลับหายไป
หยาดน้ำค้างเยือกแข็ง!
ฉู่โม่วขมวดคิ้วแล้วถามขึ้นมา “ที่ร้านมีหยาดน้ำค้างเยือกแข็งไหมครับ?”
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ ตอนนี้หยาดน้ำค้างเยือกแข็งไม่มีเหลือเลย ของน่าจะขาดไปอีกพักใหญ่ ๆ เลยด้วยค่ะ”
พนักงานสาวรีบเข้าไปตรวจสอบสต็อกสินค้าก่อนจะกลับมาตอบด้วยน้ำเสียงเสียใจ
“งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันเอาของพวกนี้ไปก่อนก็ได้ ฉันต้องการทุกอย่างในตะกร้าที่เลือกไว้เลย ถ้ายังไงรบกวนช่วยคิดราคามาเลยนะครับ” ฉู่โม่วพูดด้วยความรู้สึกเสียดายอยู่ลึก ๆ
และเพราะสิ่งที่ฉู่โม่วต้องการจะซื้อทั้งหมดนี้มีปริมาณและมูลค่าที่ค่อนข้างสูง
ดังนั้นแม้แต่เจ้าของตำหนักวิทยายุทธ์จึงต้องออกมาดูเอง
ผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับสูงคนนี้มาต้อนรับฉู่โม่วด้วยตัวเอง เขาหันไปถามพนักงานสาวก่อนจะตรวจสอบรายการสั่งซื้อของฉู่โม่วทั้งหมดอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ใช้เวลารวม ๆ แล้วกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดราคาสินค้าในครั้งนี้จึงได้ข้อสรุป
“คุณครับ สินค้าทั้งหมด ราคา 3.6 ล้านล้าน กับอีก 87 ล้านหินปฐมกาลระดับต่ำครับ ทั้งนี้ทางตำหนักวิทยายุทธ์ของเราจะปัดเศษที่เกินมาให้ ดังนั้นคุณสามารถจ่ายให้เราเพียง 3.6 ล้านล้านหินปฐมกาลระดับต่ำเท่านั้น”
ราชันย์ยุทธ์ผู้เป็นเจ้าของกิจการพูดด้วยน้ำเสียงเคารพ
หินปฐมกาล 3.6 ล้านล้านก้อนนี้ถือว่าเป็นปริมาณที่มหาศาลอยู่เหมือนกัน
ขนาดฉู่โม่วเองยังไม่มีหินปฐมกาลระดับนี้อยู่ในมือเลย
แต่โชคยังดีที่เขามีสมบัติมากมายในมิติพกพา ซึ่งแต่ละอย่างนี้ก็มีมูลค่าสูงมาก ๆ ดังนั้นเขาจึงนำสมบัติที่ตนคิดว่าไม่ต้องการ ออกมาแลกแทนหินปฐมกาลไปแทน
ในการที่ต้องตีมูลค่าสมบัติ เจ้าของร้านได้เชิญผู้ตรวจสอบมูลค่าสมบัติจำนวนมากมาเพื่อตรวจสอบราคาสิ่งของเหล่านี้
สองชั่วโมงให้หลัง
สมบัติที่ฉู่โม่วนำมาแลกเปลี่ยนก็ถูกตีราคาออกมา
“ขอโทษที่ให้รอครับคุณผู้ปลุกพลัง นี่เป็นสินค้าที่คุณได้ทำการสั่งซื้อไว้ หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยใด ๆ คุณสามารถถามพวกเราได้เลย… นอกจากนี้ ในเมื่อคุณจับจ่ายใช้สอยกับทางร้านของเราเป็นจำนวนมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านหินปฐมกาล คุณจึงได้รับบัตรสมาชิกระดับพรีเมี่ยมกับทางร้านของเรา และสามารถเพลิดเพลินไปกับการจับจ่ายใช้สอยสินค้าในราคาลด 50% ถึงแปดครั้ง หลังจากครั้งนี้เป็นต้นไป!”
“ในส่วนของครั้งนี้ คุณต้องจ่ายเพิ่มอีกเพียง 306 พันล้านหินปฐมกาลเท่านั้น”
ท่าทีของราชันย์ยุทธ์ผู้นี้ค่อนข้างจะเรียบร้อยมาก ๆ และแววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความเคารพขณะมองไปยังฉู่โม่ว
ระหว่างที่พูดเช่นนั้น
เขาก็ช่วยส่งสินค้ามากมายเต็มสองมือให้แก่ฉู่โม่วไปเรื่อย ๆ
ด้วยท่าทีที่ดูเอาใจใส่ลูกค้าเช่นนี้
หากเป็นคนนอกที่เข้ามาเห็น พวกเขาคงจะต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างแน่ ๆ
อย่างที่ทุกคุณพอจะรู้กันแล้ว
คนคนนี้คือเจ้าของร้านค้าตำหนักวิทยายุทธ์!
ฉู่โม่วเหลือบมองรายการสิ่งของต่าง ๆ ที่ถูกนำมาประกาศขายไว้ก่อนหน้า แล้วเขาก็พบว่าแม้แต่ที่นี่ก็ไม่มีใครนำหยาดน้ำค้างเยือกแข็งมาวางไว้เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงเข้าไปที่ประชาสัมพันธ์เพื่อจะบอกพนักงานให้ช่วยประกาศตามหาสิ่งของที่เขาต้องการให้ที
“โปรดกรอกชื่อและรายละเอียดสมบัติที่คุณต้องการจะซื้อลงตรงนี้เลยครับ คุณสามารถร้องขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ พร้อมทั้งระบุข้อมูลติดต่อของคุณไว้ด้วย เพื่อที่ทางเราจะได้ติดต่อกลับไปหาคุณเมื่อมีผู้ปลุกพลังต้องการจะขายของสิ่งนี้ให้”
เจ้าหน้าที่พนักงานพูดด้วยความเคารพ
ตามที่อีกฝ่ายพูด ฉู่โม่วปฏิบัติตามขั้นตอนและจ่ายค่าธรรมเนียมไป
ไม่นานนัก
ข้อความของเขาที่ต้องการจะซื้อหยาดน้ำค้างเยือกแข็งก็ปรากฏขึ้นในจอที่อยู่ภายในชั้นนั้น ๆ
เห็นเช่นนั้นแล้ว
ฉู่โม่วจึงจากไป
ตามจุดประสงค์เดิมที่วางไว้ เขาไม่ได้กลับไปยังคฤหาสน์ทันที แต่ตรงไปยังวิหารราชันย์เทพยุทธ์แทนเพื่อที่จะเข้าไปตำหนักขุมทรัพย์ที่เป็นส่วนหนึ่งของวิหารแห่งนี้
บริเวณประตูทางเข้า ราชันย์เทพยุทธ์ที่น่าเกรงขามคนหนึ่งรับหน้าที่เฝ้าไว้อยู่ เขาดูเป็นชายสูงวัยที่มีผมและเคราสีขาว กระนั้นแล้วกลิ่นอายพลังของเขากลับแข็งแกร่งมาก ๆ อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะเป็นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 5 ดาวเลย
ราชันย์เทพยุทธ์ผู้นี้กำลังทำสมาธิ และเมื่อได้ยินว่ามีคนเข้ามา เขาก็ลืมตาตื่นขึ้นทันที
พลันเมื่อเห็นว่าผู้ที่เข้ามานั้นคือฉู่โม่ว ชายผู้นี้ก็ยิ้มกว้างและพูด “ฉันก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณฉู่ผู้สืบทอดที่แท้จริงนั่นเอง หาได้ยากที่จะเห็นคุณมาเยี่ยมเยียนสถานที่แห่งนี้… ไม่สิ หากฉันจำไม่ผิด นี่เป็นครั้งแรกเลยหรือเปล่านะที่คุณฉู่มาที่นี่? คุณต้องการแลกเปลี่ยนสมบัติชิ้นไหนดีล่ะ?”
ชัดเจนแล้วว่า…
ราชันย์เทพยุทธ์คนนี้รู้จักฉู่โม่ว
และดูเหมือนว่าฉู่โม่วเองก็จะรู้จักคนคนนี้เสียด้วย ดังนั้นเขาจึงยิ้มตอบ “ราชันย์เทพยุทธ์เมฆาครามก็พูดเกินไปครับ ครั้งนี้ผมมาที่นี่เพราะจะฝึกฝนต่อน่ะครับ แต่มันขาดวัตถุดิบบางอย่าง ที่นี่มีสมบัติแห่งโลกที่ชื่อว่า ‘หยาดน้ำค้างเยือกแข็ง’ เก็บไว้บ้างไหมครับ?”
“โฮ่ หยาดน้ำค้างเยือกแข็งงั้นเหรอ?”
ราชันย์เทพยุทธ์เมฆาครามขมวดคิ้วช้า ๆ เขาครุ่นคิดก่อนจะพูด “รอฉันสักครู่นะผู้สืบทอดฉู่”
พูดเช่นนั้นแล้ว
เขาก็หยิบเอาสมุดหยกเล่มหนึ่งขึ้นมาพลิกดู ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ผู้สืบทอดฉู่มาได้ถูกเวลาพอดีเลย มีหยาดน้ำค้างเยือกแข็งถูกนำมาใส่ไว้ในคลังแสงที่นี่เมื่อสามวันก่อน แต่จำนวนของมันค่อนข้างน้อยนัก มีเพียงสามขวดเท่านั้น”
สามขวดนี่มันนับว่าน้อยจริง ๆ ด้วย
อย่างมากก็น่าจะกลั่นยาย้อนชะตาได้เพียงเจ็ดไม่ก็แปดหม้อเท่านั้น ซึ่งยังห่างไกลจากความพึงพอใจของฉู่โม่วมาก
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
เพราะงั้นฉู่โม่วจึงไม่รอช้าที่จะแลกเอาหยาดน้ำค้างเยือกแข็งเหล่านี้มาเก็บไว้
“หยาดน้ำค้างเยือกแข็งใช้ 600 แต้มบุญต่อหนึ่งขวด ดังนั้นแล้วทั้งสามขวดนี้ คุณต้องใช้ 1,800 แต้มบุญ!” ราชันย์เทพยุทธ์เมฆาครามพูด
ภายใต้ชื่อของฉู่โม่วนั้นมีแต้มบุญถูกสะสมไว้กว่าหมื่นแต้ม ดังนั้นแล้วนำมาใช้เพียง 1,800 แต้มบุญนั้นแทบไม่รู้สึกถึงความเสียดายอะไรเลย
ทันทีที่ 1,800 แต้มถูกโอนออกไป เขาก็รับขวดหยาดน้ำค้างเยือกแข็งทั้งสามมา
หลังจากที่ค่อย ๆ บรรจงเก็บมันใส่มิติพกพาแล้ว ฉู่โม่วก็พูดต่อ “ขอบคุณราชันย์เทพยุทธ์เมฆาครามมาก ๆ ถ้าหากเมื่อไหร่มีหยาดน้ำค้างเยือกแข็งถูกนำมาเติมในคลังแสงแห่งนี้ ได้โปรดแจ้งผมด้วย!”
“ไม่มีปัญหา”
ราชันย์เทพยุทธ์เมฆาครามรับปาก
จากนั้น ทั้งสองก็พูดคุยกันอีกพักหนึ่ง ก่อนที่ฉู่โม่วจะแยกตัวจากตำหนักขุมทรัพย์นี่ไป…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์