บทที่ 308 ล้างเผ่าพันธุ์อสรพิษเหมันต์ พรสวรรค์ธาตุน้ำระดับราชันย์
หลังจากที่สังหารอสรพิษเหมันต์แล้ว ฉู่โม่วก็ผ่าท้องมันออก และดึงหยาดน้ำค้างเยือกแข็งราว ๆ ห้าหกหยด ออกมาจากร่างกายอย่างรวดเร็ว สารพวกนี้สามารถนำไปเจือจางได้ แต่ปริมาณหลังเจือจางแล้วก็ไม่ได้เยอะขึ้นเท่าไรนัก
กระนั้นฉู่โม่วก็พึงพอใจมากแล้ว
ที่นี่มีอสรพิษเหมันต์อยู่หลายร้อยตัว แม้ว่าหยาดน้ำค้างเยือกแข็งในงูแต่ละตัวจะมีอยู่ไม่มากนัก แต่หากสะสมไปเรื่อย ๆ ละก็ จะต้องเยอะอย่างแน่นอน
เขานำหยดน้ำดังกล่าวใส่ลงในขวดหยกอย่างระมัดระวัง และเริ่มมองหาสัตว์อสูรตัวต่อไป
ไม่นานนัก
ฉู่โม่วได้พบกับอสรพิษเหมันต์อีกครั้ง
เขาฆ่ามันเช่นเคย และนำหยาดน้ำค้างบรรจุลงขวด
หลังจากนั้น ไม่ว่าฉู่โม่วจะผ่านไปที่ไหน เขาจะจัดการอสรพิษเหมันต์ทุกตัวที่เห็น
ผ่านไปครู่หนึ่ง
เขาจัดการพวกมันไปได้สิบกว่าตัวแล้ว ผลึกที่ได้มาก็มีเยอะถึงครึ่งของขวดหยก
หลังจากนำไปเจือจาง คงจะใช้ได้ราว ๆ สี่ห้าครั้ง
“หาต่อไป!”
ฉู่โม่วที่มีรอยปีติบนหน้าค้นหาพวกมันอย่างไม่ประมาท
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
ฉู่โม่วเดินกวาดไปทั่วป่า ตอนนี้เขาฆ่าอสรพิษเหมันต์ไปได้เป็นร้อย ๆ ตัวแล้ว นั่นทำให้หยาดน้ำค้างเยือกแข็งแทบจะล้นขวดหยกออกมา
ทว่าในยามนี้ เขาหาพวกมันไม่พบแล้ว
ฉู่โม่วเดินลึกเข้าไปในป่าทึบ
ในไม่ช้า ทะเลสาบซึ่งทอดยาวไปหลายพันกิโลเมตรก็ปรากฏสู่สายตา ณ ริมน้ำ เขาพบว่ามีอสรพิษเหมันต์หลายตัวกำลังนอนให้แสงตะวันโลมไล้ นับได้คร่าว ๆ ก็เป็นหลายร้อยตัว
หากนับรวมกับตัวที่จมอยู่ใต้ทะเลสาบก็ไม่ใช่น้อย ๆ
“พวกมันกำลังกลับรัง!”
ฉู่โม่วรู้สึกยินดียิ่ง เขาพุ่งตรงเข้าไปอย่างไม่ลังเล
“ฟ่อ!”
อสรพิษเหมันต์สัมผัสได้ว่ามีผู้บุกรุก พวกมันแผ่พังพานกว้างและกระโจนตัวด้วยความรวดเร็ว กระนั้นยังไม่ทันที่พวกมันจะเข้าถึงตัวฉู่โม่วได้ ก็ถูกจัดการด้วยกำปั้นเสียราบคาบ
ในตอนนี้
หลังจากที่เขาเพิ่มความแข็งแกร่ง พลังทางกายภาพที่มีในตอนนี้ก็ใกล้เคียงกับ 800,000 พลังมังกร ซึ่งพอจะเทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 8 ดาว ด้วยเหตุนี้การจะสังหารสัตว์อสูรระดับ 7 สักตัวก็ไม่ต่างการเชือดหมูเชือดไก่
จะพยายามพุ่งเข้ามาแค่ไหน ก็ไม่มีทางไปถึงเป้าหมาย!
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
อสรพิษเหมันต์กระเด็นออกไปพร้อมกับเสียงระเบิด ร่างของพวกมันแหลกเละ แม้แต่กระดูกรยางค์ก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ ชนิดที่ว่าไม่อาจจะมีสภาพย่ำแย่กว่านี้ได้อีกแล้ว
ไม่นาน
อสรพิษเหล่านั้นก็ถูกเขาจัดการ
ทันใดนั้นเอง
ตู้ม!
ไอพลังที่ชวนเสียวสันหลังวาบพุ่งเข้าหาฉู่โม่วอย่างรวดเร็ว
“สัตว์อสูรระดับ 8 ขั้นกลางกำลังมาทางนี้!”
ฉู่โม่วกำชับตัวเองขณะเพ่งสายตายังพื้นน้ำ ที่ซึ่งเป็นที่มาของไอพลังนั่น
พริบตา ทะเลสาบที่เคยสงบนิ่งก็เคลื่อนไหว อสรพิษเหมันต์ลำตัวยาวหลายสิบเมตรโผล่พ้นจากผิวน้ำใส มันคำรามด้วยแรงโทสะใส่มนุษย์ผู้บุกรุก
“เจ้ามนุษย์ กล้าดีอย่างไรมายุ่งกับเผ่าพันธุ์ของเรา ตายซะ!”
สิ้นเสียงคำราม
ร่างมหึมาพลันแผ่พังพาน ปลดปล่อยมวลน้ำสีดำเมื่อมเข้าโจมตีฉู่โม่ว
มวลน้ำนั้นแม้จะดูไม่ใหญ่นัก หากแฝงไปด้วยพลังที่รุนแรงยิ่ง แม้แต่ฉู่โม่วเองยังสัมผัสได้ถึงความอันตราย
เขาตัดสินใจใช้พรสวรรค์ธาตุลมระดับดาราลับฟ้าโดยไม่ลังเล ในขณะเดียวกันก็แสดงกระบวนท่าย่างก้าวปีศาจลึกลับไปด้วย ร่างของเขาลับหายจากที่แห่งนั้นก่อนจะลอยขึ้นไปเหนืออากาศ
ทันทีที่หายไป
ตู้ม!
มวลน้ำสีดำระเบิดตัว กระจายพลังอันแข็งแกร่งให้กวาดออกโดยรอบ มันกวาดซัดแผ่นดินให้กลายเป็นแอ่งหลุมขนาดใหญ่ที่มีความลึกหลายพันเมตร
“นี่คือ… ธาราทมิฬอย่างงั้นหรือ”
สีหน้าของฉู่โม่วเปลี่ยนไป
ธาราทมิฬเป็นน้ำชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถควบแน่นได้ในทะเลสาบขนาดใหญ่เท่านั้น สิ่งนี้แม้มีเพียงหนึ่งหยด ก็สามารถเสกสรรทะเลสาบอันกว้างไกลได้ อีกทั้งพละกำลังของมันมีมหาศาล เรียกได้ว่ามีพลังราว ๆ 10,000 พลังมังกรเลยก็ว่าได้ ไม่เพียงเท่านั้น มันมีน้ำหนักเกินกว่าที่ตาเห็นหลายเท่า หากราชันย์ยุทธ์ทั่ว ๆ ไปเผลอสัมผัสกับมันเข้าแม้เพียงหยดเล็ก ๆ หยดหนึ่ง ร่างของคนเหล่านั้นก็จะแตกสลายไปในทันที
“อสรพิษเหมันต์นี้สามารถควบแน่นธาราทมิฬได้จริงเหรอเนี่ย!”
ฉู่โม่วประหลาดใจ
เขาเริ่มสำรวจมัน
[เป้าหมาย : สัตว์อสูรระดับ 8 ขั้นกลาง อสรพิษเหมันต์]
[ระดับร่างกาย : พิเศษ!]
[พรสวรรค์ : ธาตุน้ำระดับดาราลับฟ้า, ธาตุไม้ระดับ 4]
เห็นดังนั้น ในที่สุดเขาก็เข้าใจ
ลองคิดดูแล้ว มันน่าจะมีพลังมันตราบางอย่างอยู่ภายในเลือดของอสรพิษตัวนี้ ที่ส่งผลให้มันสามารถควบแน่นธาราทมิฬได้
“น่าเสียดาย!”
ฉู่โม่วส่ายหน้าระอา เขารู้สึกสมเพชอย่างอดไม่ได้
ธาราทมิฬเป็นสมบัติที่หาได้ยากยิ่ง หากเป็นเพียงพลังพรสวรรค์ทั่ว ๆ ไป แน่นอนว่าฉู่โม่วสามารถหลอมรวมได้หลังจากที่ฆ่ามันเสร็จสรรพแล้ว ทว่าสิ่งนี้เป็นขีดจำกัดทางสายเลือดของพวกมัน
เป็นความจริงที่ว่าฉู่โม่วไม่อาจกลืนกินสายเลือดพิเศษได้ ดังนั้นเขาทำได้เพียงทิ้งสมบัติล้ำค่าเช่นนั้นไว้อย่างน่าเสียดาย
ขณะที่ฉู่โม่วกำลังขบคิด อสรพิษเหมันต์เห็นว่าร่างฉู่โม่วเลือนหายไปก็เข้าใจว่าเขาคงหนีไปแล้ว ดังนั้นมันจึงทะยานตัวเพื่อไล่ล่าผู้บุกรุก ด้วยหมายจะสังหารอีกฝ่ายในระยะประชิด
เห็นดังนั้น
ฉู่โม่วไม่คิดจะเปลืองเวลากับมันอีก เขาสูบฉีดเลือดและอณูแห่งชีวิตให้เพิ่มขึ้นถึง 400 เท่า พลังอันน่าสะพรึงกลัวจากเส้นลมปราณไหลเวียนผ่านท่อนแขนและรวมตัวอยู่ที่มือข้างขวา
ฉับ!
แสงกระบี่สีแดงสดสาดไปทั่วผืนฟ้า ประหนึ่งดวงอาทิตย์ยามลับขอบฟ้า
เพียงเสียงฟัน ‘ฉับ’ ดังขึ้น ปราณกระบี่ก็เฉือนร่างอสรพิษเหมันต์ สร้างบาดแผลรุนแรงซึ่งยาวหลายเมตรและลึกกระทั่งเห็นกระดูกสีขาวอยู่ภายใน
อาการบาดเจ็บนี้ทำให้มันกรีดร้องขึ้นมาทันที
ทว่าก่อนที่เสียงจะเล็ดลอดผ่านคอหอย ฉู่โม่วก็ตรงเข้าไปและฟันลงที่ร่างของมันอีกครั้ง
ตอนนั้นเอง
เมื่อคมกระบี่จรดลง หัวงูขนาดมหึมาก็กระดอนขึ้นไปในอากาศ พร้อมกับเลือดสีทองที่สาดกระเซ็น
กระนั้นฉู่โม่วยังคงกัดฟันอดทนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดพวกนี้ก็เป็นสิ่งย้ำเตือนว่าเขาจะแข็งแกร่งและเติบโตมากขึ้นเพียงใด
ดังนั้นเขาต้องทนให้ได้!
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง
เมื่อฉู่โม่วใกล้ถึงขีดจำกัด ในที่สุดความเจ็บปวดก็ค่อย ๆ สร่างซาดังกระแสน้ำลง
“เฮือก…”
ฉู่โม่วผ่อนคลายลง แต่ลมหายใจยังหอบถี่
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เขาเริ่มฟื้นตัวเป็นปกติ และทำการตรวจสอบข้อมูลในทันที
[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]
[ระดับร่างกาย : ร่างอสนีบาตคงกระพันระดับราชันย์ (กฎเกณฑ์มายา), กายากระบี่เทวะระดับพิเศษ]
[พรสวรรค์ : ธาตุน้ำระดับราชันย์, ทักษะกระบี่ระดับดาราลับฟ้า, ธาตุลมระดับดาราลับฟ้า, ธาตุดินระดับดาราลับฟ้า, ธาตุไฟระดับดาราลับฟ้า, ธาตุไม้ระดับดาราลับฟ้า, ธาตุเหล็กระดับดาราลับฟ้า, ธาตุมืดระดับพิเศษ, แห่งห้วงมิติระดับ 5, ห้วงเวลาระดับ 4, เพลงหมัดระดับ 4, พลังเนตรระดับ 3, ห้วงวิญญาณระดับ 2, ห้วงเกิดใหม่ระดับ 2]
เมื่อมองเห็นพรสวรรค์ธาตุน้ำที่อยู่ในระดับราชันย์ ฉู่โม่วก็ยิ้มออก
จริงด้วย!
การคาดเดาของเขาถูกต้อง
ตราบใดที่หลอมรวมพรสวรรค์ซึ่งอยู่ในระดับพลังเดียวกันเข้าด้วยกัน ก็จะสามารถพัฒนามันต่อไปได้!
“ลองใช้พลังพรสวรรค์ธาตุน้ำระดับราชันย์!”
ฉู่โม่วเริ่มเข้าใจ
เขาค้นพบว่าพรสวรรค์ธาตุน้ำระดับราชันย์ไม่ได้มีความสามารถอะไรใหม่ แต่เพิ่มความสามารถดั้งเดิมให้เชี่ยวชาญขึ้นไปอีกขั้น โดยมีพื้นฐานเดิมจากพรสวรรค์ธาตุน้ำระดับดาราลับฟ้า
นั่นทำให้เขาเข้าใจเกี่ยวกับพลังธาตุน้ำเพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันความยากในการเข้าใจในเจตจำนงแห่งพลังลดลงอย่างมาก ส่งผลให้เขารู้ซึ้งถึงเจตจำนงแห่งธาตุน้ำได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม
“ได้เวลากลับแล้ว!”
คิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วก็เรียกเทียนเผิงให้ปรากฏตัว จากนั้นเขาจึงขี่มันเพื่อออกจากที่นี่ด้วยความรวดเร็ว
…
ณ สุดยอดฐานจงไห่
ฉู่โม่วตรงไปยังที่พำนักของราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานเป็นอันดับแรก และส่งหยาดน้ำค้างเยือกแข็งให้อีกฝ่ายเพื่อนำไปเจือจาง จากนั้นจึงกลับไปที่คฤหาสน์ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการประลองฟ้าอหังการ์
ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน เขาก็พบกับเฉินซีเวย
“ซีเวย เธอกลับมาแล้ว ช่วงนี้หายไปไหนมาเหรอ”
ฉู่โม่วถาม
“ท่านอาจารย์พาฉันไปที่เขตแดนเหนือสุดนะสิ นี่ก็เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อวานนี้เอง!”
เฉินซีเวยตอบ
ครู่ถัดมา
เธอสาวเท้าไปยังชายเบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงขบขันเล็กน้อย “นี่คุณสามี คุณสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบนตัวฉันบ้างไหมคะ”
หืม?
ครั้นได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วจึงสำรวจรอบกายของสตรีเจ้าของใบหน้างดงามอย่างถี่ถ้วน ไม่นานความประหลาดใจก็ปรากฏบนใบหน้า
“ซีเวย นี่เธอ… เธอมาถึงขั้นราชันย์ยุทธ์แล้วเหรอ?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์