เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 307

บทที่ 307 พบหยาดน้ำค้างเยือกแข็งจำนวนมาก ราชันย์ยุทธ์หยวนเจิน!

หลักจากที่ลงทะเบียนเสร็จ ฉู่โม่วก็พาหลี่โย่วเวยและหลี่เสวียนจีกลับไป

เดิมทีเขาต้องการให้ทั้งสองคนอยู่ในวิหารราชันย์เทพยุทธ์

กระนั้นราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางเคยเสนออยู่หลายครั้งให้พาเด็กทั้งสองมาอยู่ที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์ ฉู่โม่วเข้าใจได้ทันทีว่าเจ้าวิหารชื่นชมในพรสวรรค์ของพวกเขา และต้องการจะนำมาเป็นศิษย์

แน่นอนว่าเขาไม่มีทางเห็นด้วย

อีกทั้งเขายังเกรงว่าราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางจะยึดเอาตัวทั้งสองไป ดังนั้นแล้วเขาจึงจำต้องพาเด็กสองคนนี้ออกมา

นั่นทำให้ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางรู้สึกเสียดายมาก เขาอดไม่ได้ที่จะถอนใจ

ระหว่างทางกลับบ้าน

ใจของฉู่โม่วเฝ้านึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับการประลองฟ้าอหังการ์

การประลองนั้นจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในอีกสามวันข้างหน้า และจะจัดขึ้นที่สมรภูมิแห่งเกียรติยศ

สมรภูมิแห่งเกียรติยศนี้จัดเป็นมิติย่อยประเภทหนึ่ง

ตามที่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางได้ว่าไว้ ที่นี่เป็นมิติย่อยที่ต้องอาศัยให้สุดยอดฐานทั้งสิบแห่งสั่นระฆังแดนสวรรค์พร้อมกัน เพื่อส่งเสียงสะท้อนก้องไปทั่วอากาศเพื่อเปิดมัน ทำให้ผู้ปลุกพลังสามารถเดินทางเข้าออกภายในรอยแยกนั้น

ความยุ่งยากเช่นนี้แน่นอนว่ามีเหตุผล

เหตุผลก็คือสุดยอดฐานแต่ละฐานล้วนอยู่ห่างไกลกันมาก การคมนาคมไม่ได้สะดวกมากนัก ทั้งยังมีสัตว์อสูรอยู่ตามรายทางคอยดักโจมตี

การเข้าไปในมิติย่อยจะทำให้ทุกคนปลอดภัยมากขึ้น

กลับไปที่คฤหาสน์

สองพี่น้องยังคงต้องฝึกฝนและขัดเกลาความแข็งแกร่ง

ส่วนฉู่โม่ว เขาไปพบกับราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานเพื่อรับยาที่ส่งไปกลั่นกลับมา ต้องยอมรับเลยว่าทักษะการปรุงยาของเขาพัฒนาขึ้นเสมอ

หากเทียบกับครั้งก่อนหน้า คุณภาพยาย้อนชะตารอบนี้จัดว่าดียิ่งกว่า

แม้จะมีเม็ดยาคุณภาพต่ำปรากฏขึ้นอยู่บ้าง

ฉู่โม่วกลืนยาเข้าไปหนึ่งเม็ดภายในห้อง เขาพบว่าฤทธิ์ยาในครั้งนี้รุนแรงกว่าเม็ดยาเปิดห้าทวารถึงสองเท่า นั่นเป็นผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดาเลย

“น่าเสียดาย…”

“หยาดน้ำค้างเยือกแข็งมีอยู่น้อยไป หากหามาอีกไม่ได้ ก็คงจะปรุงได้แค่สี่ชุด ต้องหยุดไว้แค่นี้สินะ!”

แม้ฉู่โม่วจะยังยินดีกับผลลัพธ์อยู่บ้าง หากปฏิเสธไม่ได้ว่าลึก ๆ เขาก็แอบเสียดายไม่น้อย

เงื่อนไขในการเกิดของหยาดน้ำค้างเยือกแข็งนั้นซับซ้อน มันถูกสร้างขึ้นมาจากสัตว์อสูรที่มีความดุร้ายนามว่า อสรพิษเหมันต์เท่านั้น

งูชนิดนี้อาศัยลึกใต้ผืนน้ำ และจะขึ้นมาบนบกเพื่ออาบแดดในยามเช้าเท่านั้น ในตอนนั้นเอง เกล็ดของมันจะหลั่งสารขึ้นมาปกคลุมผิวกาย

เนื่องจากสารดังกล่าวมีผลึกคล้ายหยดน้ำค้าง และระเหยง่ายต่อแสงแดด มันจึงมีชื่อว่าหยาดน้ำค้างเยือกแข็ง

ในหนึ่งวัน อสรพิษเหมันต์แต่ละตัวสามารถหลั่งหยาดน้ำค้างเยือกแข็งในได้ปริมาณที่น้อยมาก จริงอยู่ที่เราสามารถฆ่ามันแล้วรีดเอาสารออกมาได้ในปริมาณมาก แต่วิธีเช่นนี้ไม่มีใครเขาทำกัน

นอกจากนี้แล้ว

มีกระบวนท่าเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นที่จะใช้เจ้าสิ่งนี้ในการฝึกฝน

เมื่อไม่มีความต้องการในตลาด และอุปทานก็ค่อนข้างน้อยด้วยสัตว์อสูรจำพวกนี้ทั้งหายากและแข็งแกร่ง จึงไม่มีผู้ปลุกพลังคนใดที่คิดจะตามหามันด้วยตนเอง

ดังนั้นแล้ว

จึงเป็นการยากสำหรับฉู่โม่วที่จะสั่งสมมันเป็นจำนวนมาก

ขณะที่เสียงถอนหายใจเริ่มดัง

บี๊บ บี๊บ บี๊บ!

ทันใดนั้น

กำไลข้อมือของเขาส่งเสียงดังขึ้น

เมื่อเปิดการแจ้งเตือนก็พบว่าเป็นสายจากหัวหน้าผู้จัดการประจำห้างสรรพสินค้า “คุณผู้ปลุกพลัง ตอนนี้ทางเรามีข่าวดีเกี่ยวกับหยาดน้ำค้างเยือกแข็งที่คุณกำลังตามหาครับ!”

“อะไรนะ!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ “คนขายคือใคร และเขาต้องการอะไร”

“เอ่อ… คือ…”

“คำขอของเขาค่อนข้างพิเศษหน่อยครับ เขาต้องการพบกับคุณเป็นการส่วนตัว… ไม่ทราบว่าคุณสะดวกหรือไม่ครับ”

หัวหน้าผู้จัดการกล่าวตะกุกตะกักเล็กน้อย

“ได้สิ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!”

ฉู่โม่วครุ่นคิดขณะหนึ่ง ก่อนจะตอบตกลง

เมื่อออกจากคฤหาสน์แล้ว เขาก็ตรงไปยังห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองทันที

ไม่นานนัก

เขามาถึงห้องโถงและได้พบกับผู้ปลุกพลังผู้ค้าหยาดน้ำค้างเยือกแข็ง

เขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีภาพลักษณ์ซื่อ ๆ และดูเรียบง่าย หากประเมินภายนอกแล้วน่าจะอยู่ในขั้นราชันย์ยุทธระดับสูง

จากการแนะนำของผู้ดูแล ชายผู้นี้มีนามว่าราชันย์ยุทธ์หยวนเจิน

“คุณต้องการซื้อหยาดน้ำค้างเยือกแข็งงั้นเหรอ”

ราชันย์ยุทธ์หยวนเจินมองยังอีกฝ่ายก่อนจะถาม

“ใช่ครับ!”

ฉู่โม่วเอ่ย “ไม่ว่าคุณมีมันเท่าไร ผมจะซื้อทั้งหมด!”

“ตอนนี้ฉันยังไม่มีหยาดน้ำค้างเยือกแข็งหรอกนะ”

“เดี๋ยวนะ หมายความว่าไง”

ฉู่โม่วขมวดคิ้ว

ในเมื่อไม่มีหยาดน้ำค้างเยือกแข็งอยู่กับตัว แล้วจะมาเสนอขายทำไมกัน หรือคนผู้นี้ตั้งใจจะเย้ยหยัน

สิ้นคำถาม ราชันย์ยุทธ์หยวนเจินเริ่มอธิบาย “จริงอยู่ที่ฉันไม่มีหยาดน้ำค้างเยือกแข็ง แต่ฉันรู้ว่ารังของอสรพิษเหมันต์อยู่ที่ไหน จากที่ฉันสังเกตมา มันมีอยู่อย่างน้อยก็เป็นร้อยกว่าตัว จะแอบไปเก็บผลึกหรือจะฆ่ามันไปเลยตรง ๆ คุณก็ได้มันเท่าที่คุณอยากจะได้นั่นแหละ!”

“เหตุผลที่ฉันต้องการพบคุณก็เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ตามหาหยาดน้ำค้างเยือกแข็ง นี่เป็นโอกาสที่ดี ทำไมเราไม่มาเป็นหุ้นส่วนกันล่ะ เจ็ดสิบสามสิบ ฉันเจ็ดคุณสาม คิดว่ายังไงล่ะ”

ฉู่โม่วไม่อยากเชื่อเลยว่าอีกฝ่ายจะมีความคิดเช่นนั้น

แต่สิ่งที่เขาไม่อาจคาดคิดก็คือ

อีกฝ่ายค้นพบรังขนาดใหญ่ของอสรพิษเหมันต์งั้นหรือ

นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

คิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉู่โม่วก็พูดขึ้น “พอแบ่งกำไรกันแล้ว คุณตั้งใจจะทำอะไรต่อ”

“ก็ต้องเอาเงินไปซื้อทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนต่อไปน่ะสิ”

ราชันย์ยุทธ์หยวนเจินกล่าวอย่างไม่ยี่หระ

“คุณได้ประเมินไว้หรือยังว่าถ้าเราฆ่างูพวกนั้นจนหมดรัง แล้วเอาหยาดน้ำค้างเยือกแข็งมาขาย เราจะได้หินปฐมกาลเท่าไร”

ฉู่โม่วถามข้อมูล

“มันต้องเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์หายากแน่เลย!”

“ถ้ามีบ้างสักตัวก็คงดีละนะ!”

เขาอดอิจฉาไม่ได้

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

พญาหงส์ปีทองคำพาทั้งสองมาถึงที่หมายได้สำเร็จ

ด้วยการนำทางของราชันย์ยุทธ์หยวนเจิน ฉู่โม่วพบร่องรอยการปรากฏตัวของอสรพิษเหมันต์เร้นลับจริง ๆ ดังนั้นเขาจึงส่งมอบหินปฐมกาลระดับต่ำตามที่ตกลงไว้ด้วยความพึงพอใจ

“ขอบคุณมาก!”

เมื่อราชันย์ยุทธ์หยวนเจินได้รับเงิน เขาก็ยิ้มออกทันที

หลังจากที่กล่าวขอบคุณ ชายวัยกลางคนก็จากไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย

ฉู่โม่วมองแผ่นหลังอีกฝ่ายจนลับตา และใช้พลังจิตเพื่อสืบเสาะลมหายใจของราชันย์ยุทธ์หยวนเจิน หลังจากที่แน่ใจว่าหุ้นส่วนจากไปแล้วจริง ๆ เขาจึงถอนสายตากลับมายังสถานการณ์ตรงหน้า

“เสี่ยวจิน ขึ้นไปบนท้องฟ้าคอยสังเกตการณ์เอาไว้!”

ฉู่โม่วสั่ง

หลังจากที่มันส่งเสียงร้องเล็กน้อยเพื่อขานรับ พญาหงส์ปีกทองคำก็บินโฉบขึ้นไปทันที

ขณะที่ฉู่โม่วยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มออกสำรวจป่าทึบ

ป่านี้มีขนาดใหญ่มาก

ทั้งพฤกษ์พรรณเขียวชอุ่ม ปกด้วยเงาใบแทบไม่เหลือแสงเล็ดลอด

เมื่อเขาเดินเข้าไป ก็เริ่มสอดส่องด้วยความระมัดระวัง

ไม่นานนัก

เขาได้พบกับอสรพิษเหมันต์

บนเรือนสาขาของไม้ใหญ่ที่สูงราวสามสิบเมตร ปรากฏร่างของงูที่มีลักษณะเดียวกับลำต้นทุกประการเลื้อยพันอยู่ ลำตัวของมันไม่ยาวนัก ยาวเพียงเจ็ดถึงแปดเมตรเท่านั้น

จริงอยู่ที่มันดูตัวเล็ก หากพละกำลังของมันเป็นเลิศ แม้ว่ามันจะพยายามซ่อนเร้นพลังกายอย่างดีเพียงไหน ทว่าก็ไม่มีทางพ้นสัมผัสของฉู่โม่วไปได้ เขารับรู้ได้ว่ามันน่าจะเป็นสัตว์อสูรระดับ 6

เมื่อลองตรวจสอบ

[เป้าหมาย : สัตว์อสูรระดับ 6 ขั้นกลาง อสรพิษเหมันต์]

[สายพันธุ์ : ไม่มี]

[พรสวรรค์ : ธาตุน้ำระดับ 4, ธาตุไม้ระดับ 3]

ขณะที่ฉู่โม่วทำการตรวจสอบ

“ฟ่อ!”

คล้ายว่าอสรพิษเหมันต์พบฉู่โม่วแล้ว ร่างกายของมันแข็งเกร็ง ยืดพังพานเพื่อพุ่งเข้าหาศัตรูทันทีประหนึ่งดาบอันแหลมคม

ครั้นมันเคลื่อนเข้ามาได้ครึ่งทาง ก็อ้าปากกว้างด้วยหมายจะกลืนฉู่โม่วเข้าไปทั้งตัว

กระนั้น…

พรึ่บ!

ฉู่โม่วกวาดแขนอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาจับมันโดยง่าย ก่อนจะบีบรัดมันภายในกำมือด้วยแรงเพียงเล็กน้อย เสียงกระดูกบดแตกดังขึ้นไม่นาน ครู่เดียวมันก็ตายเพราะถูกบีบทั้งเป็น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์