บทที่ 31 ความตายของโจวเฉิง, ปล้นสะดม!
ณ ตอนนั้น
ร่างกายของทั้งสองถูกปกคลุมไปด้วยรัศมีพลังท่วมท้น อณูแห่งชีวิตกำลังเดือดพล่านอยู่ภายในร่างกาย โจวเฉิงเค้นพลังออกมาให้ห่อหุ้มร่างของเขาไว้เสมือนถูกปกปักด้วยพลังธาตุลมและสายฟ้าขณะพุ่งเข้าหาฉู่โม่ว!
ซึ่งทางฉู่โม่วเองก็เช่นกัน!
ทั้งสองปะทะเข้าหากันกลางทาง
กระบี่สองเล่มถูกชักออกมาฟาดฟันกันอย่างรุนแรง พลังอันมหาศาลที่อัดเข้าใส่กันก่อเกิดเป็นคลื่นอัดกระแทกที่กระจายตัวออกเป็นวงกว้าง และเป็นฝ่ายโจวเฉิงที่ใช้ความแข็งแกร่งขั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงข่มฉู่โม่วให้เสียเปรียบ
นี่เป็นกระบวนท่าที่โด่งดังของโจวเฉิง กระบี่ฝ่าวายุ!
และเช่นกัน มันเป็นกระบวนท่าระดับทองแดงที่มีสามกระบวน
หากสามารถฝึกฝนให้อยู่ในกระบวนสูงสุด กระบี่ฝ่าวายุนี่สามารถใช้กระบี่รัศมีพลังประกายแสงเข้าโจมตีเป้าหมายได้ ซึ่งนั่นจะหมายถึงพลังโจมตีจะมหาศาลมากเลยทีเดียว!
ถึงแม้ว่าโจวชี่จะรู้จักกระบวนท่านี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเริ่มฝึกอย่างจริงจังเสียที เพราะงั้นกระบวนท่ากระบี่ฝ่าวายุที่เขาใช้ได้จึงแสดงศักยภาพออกมาได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น
แต่ครั้งนี้มันผิดออกไป กระบวนท่าเดียวกัน… แต่เมื่ออยู่กับโจวเฉิงแล้วมันคนละเรื่อง!
ด้วยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งพวยพุ่งออกจากร่างของชายสูงวัยผู้นี้ แม้แต่ห้วงอากาศยังถูกทำให้ปั่นป่วนจนเกิดเสียงเสมือนว่ามีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบไปโดยรอบ
คลื่นพลังที่ห่อหุ้มร่างของเขาเข้มข้นเหลือล้น รุนแรงชนิดที่แม้ตัวจะยังมาไม่ถึงฉู่โม่ว แต่แค่คลื่นพลังที่ปล่อยออกมาจากปลายกระบี่ก็ทำให้ผิวของชายหนุ่มเสมือนว่าโดนอากาศบาดได้แล้ว!
โจวเฉิงทุ่มสุดตัวกับกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาแล้ว!
ชายสูงวัยจงใจที่จะฆ่าฉู่โม่วในกระบี่เดียวอย่างแน่นอน!
ระหว่างการเผชิญหน้ากับกระบวนท่าที่น่ากลัวเช่นนี้ ฉู่โม่วพยายามทำจิตใจให้สงบที่สุด… ไม่ไหวติงต่อสิ่งใด
จากระบบกลืนกินที่เขามีอยู่ ในตอนนี้ฉู่โม่วมีความสามารถพิเศษมากถึงสามอย่างแล้ว
ด้วยธาตุลมระดับ 2 มันได้เพิ่มความเร็วของฉู่โม่วให้สูงกว่าผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป หรือแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงเองก็ด้วย
ผนวกกับพลังของธาตุสายฟ้าที่เพิ่มพลังโจมตีให้กับฉู่โม่วได้อีกเป็นเท่าตัว!
ทักษะวิชากระบี่ระดับสูงเองก็ช่วยทำให้ชายหนุ่มเข้าถึงวิชากระบี่อย่างแท้จริงได้อีก!
ไม่เพียงเท่านี้ หากผนวกกระบวนท่าระดับทองแดงที่เขาได้ฝึกปรือมาอย่างดีเช่นกระบี่ฝ่าวายุและกระบวนท่าระดับเงินอย่างกระบี่วายุอสนีบาต มันทำให้ความแข็งแกร่งของฉู่โม่วในตอนนี้เกินกว่าระดับที่ควรจะเป็นอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มใกล้เคียงคำว่าไร้เทียมทานเข้าไปแล้ว ดังนั้น… ไม่มีทางที่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปจะเป็นคู่ต่อสู้ให้เขาได้อย่างแน่นอน!
ในส่วนของโจวเฉิงที่อยู่เบื้องหน้าเองก็ตาม
“เดี๋ยวฉันจะใช้แก… เป็นตัวพิสูจน์พลังของฉันในตอนนี้เอง!”
…
ทำไมเจ้านี่ไม่หลบเลย?
มันคิดจะทำอะไร!
เพราะโจวเฉิงจับตามองฉู่โม่วมาตลอด
เขาถึงแปลกใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเลือกที่จะไม่หลบเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเพลงกระบี่ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ กลับกลายเป็นว่าเขาดันกลายเป็นฝ่ายที่ต้องทำใจหลบเสียเอง
แม้ตอนที่คมกระบี่กำลังจะสะบั้นลำคอ ฉู่โม่วยังคงไม่ไหวติงใด ๆ
หรือว่านี่เป็นวิธีการแสดงความกลัวของแกงั้นเหรอ?
“งั้นก็ช่างมันสิ!”
“ไม่ว่าแกคิดจะทำอะไรก็ตาม เพลงกระบี่ฝ่าวายุของฉันที่แข็งแกร่งกว่าใครในขั้นผู้ฝึกยุทธ์ก็จะสะบั้นคอแกให้ขาดกระเด็นไปเลย!”
เห็นเช่นนั้นแววตาของโจวเฉิงก็ยิ่งดูดุร้ายมากขึ้นไปกว่าเดิมเสียอีก
ความตั้งใจในการฆ่าฉู่โม่วนั้นมันยิ่งแน่วแน่ยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว
อย่างไรก็ตาม
จู่ ๆ บางสิ่งบางอย่างเหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้น
เขาสังเกตเห็นถึงฝุ่นดินที่อยู่ใกล้ขาของฉู่โม่วลอยตัวสูงขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ฝุ่นดินนับไม่ถ้วนกำลังก่อตัวเหมือนพายุทราย
ไม่เพียงแค่ฝุ่นดินเท่านั้น แม้แต่ชายเสื้อของเขายังเริ่มพลิ้วไหวทั้งที่ไม่มีลม ตามมาด้วยเสียงของห้วงอากาศที่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน
ไม่สิ มันน่ากลัวยิ่งกว่านั้น
กระบี่ในมือของฉู่โม่วเริ่มสั่นขึ้นมาทีละนิด ๆ
กึก! กึก! กึก!
กระบี่เล่มนั้นสั่นสะเทือนจนเริ่มเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อย ๆ
จากช้าจนกระทั่งเร็วเสียจนราวกับยากจะดูออก
“นี่มัน…”
ดวงตาของโจวเฉิงเริ่มมองเห็นความน่าสะพรึงอะไรบางอย่าง ในขณะที่จิตใจโดนความหวาดกลัวเข้ากัดกิน
บรรยากาศรอบตัวกำลังแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่กดทับเขาให้ขยับตัวไม่ได้
ครืน!
เมื่อทุกอย่างถูกกลั่นแน่นจนได้ที่ เสียงคมกระบี่ที่ถูกขูดลากไปกับพื้นก็ดังขึ้นมา
กระบี่ของฉู่โม่วที่อยู่ในฝักมาตลอด ในที่สุดก็ถูกชักออกมาด้วยการตวัดเพียงครั้งเดียว
คลื่นพลังรูปลักษณ์คล้ายคมมีดพวยพุ่งออกมาด้วยจำนวนที่น่าตกใจ ความเร็วของมันไม่ได้ต่างอะไรกับสายลมในพายุใหญ่ที่กู่คำรามและกลืนกินบ้านเมืองเลย!
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา!
โจวเฉิงเห็นเพียงลำแสงสีเงินที่พุ่งใส่ตน เขาก็รีบตอบสนองด้วยการยกกระบี่ขึ้นต้าน!
ทว่าเมื่อคมกระบี่ทั้งสองปะทะกัน ฝั่งที่เป็นกระบี่จากคลื่นพลังเป็นฝ่ายแตกตัวออก …มันเหมือนจะสลายไป ทว่าแท้จริงแล้วเพียงแค่เพิ่มจำนวน! แล้ววกกลับมาโจมตีเขาใหม่อีกครั้งหนึ่ง!!
ช่างเป็นกระบวนท่าที่น่ากลัวจริง ๆ!
ไม่เพียงเท่านั้น คมกระบี่แต่ละอันยังเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอัดแน่นอีก!
ยิ่งกว่านั้น…
คมกระบี่เหล่านี้… ยังหยุดไม่ได้!
เคร้ง! เคร้ง!
ภายใต้การโจมตีที่ต่อเนื่องและรุนแรงเช่นนี้ แม้แต่รัศมีของโจวเฉิงที่คอยห่อหุ้มให้พลังแก่ตัวเขายังไม่สามารถทานไว้ได้นานนัก ราวกับว่ามันถูกสะบั้นขาดอยู่ทุกครั้งที่ถูกคมกระบี่เชือดเฉือน!
คำนวณคร่าว ๆ ด้วยสายตา ลำพังแค่หินปฐมกาลก็น่าจะมากกว่าแสนก้อนแล้ว!
ไหนจะกองซากสัตว์อสูรที่สูงเป็นภูเขาอีก สมแล้วที่เป็นตระกูลที่ร่ำรวย
ม้าที่ไม่ได้หญ้าก็จะไม่อ้วน!
รวยชะมัด!
แววตาของฉู่โม่วเป็นประกาย
โจวเฉิง ในฐานะเป็นคนแข็งแกร่งที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในฐานลู่หยาง เขาทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์มากว่าสิบปี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเขาจะร่ำรวยเป็นกอบเป็นกำเช่นนี้
แต่ตอนนี้
ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในมือฉู่โม่วแล้ว
เขารีบกวาดเอาทรัพย์สินต่าง ๆ ภายในห้องนี้ลงถุงเก็บของทั้งหมดอย่างไม่ลังเล!
หลังจากตรวจสอบดีแล้วว่าไม่เหลืออะไรให้กอบโกยอีก ฉู่โม่วก็วางแผนออกไปจากที่นี่
ถึงแม้ว่าการต่อสู้ระหว่างตนกับโจวเฉิงจะไม่ได้ยาวนานนัก แต่เสียงอึกทึกครึกโครมนั้นก็ถือว่าเรียกแขกได้เยอะพอสมควร เขามั่นใจมากว่าจะต้องมีหลายคนที่รู้สึกได้ถึงการต่อสู้เมื่อครู่แน่ ๆ ดังนั้นแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงการไปให้ปากคำกับตำรวจ จึงควรรีบออกจากที่นี่
“ถ้าจะกลับ ก็ต้องรีบกลับตอนนี้แหละ!”
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขาก็หันหน้าแล้วหลบหนีออกจากที่นี่ไป
ทุกอย่างเป็นดังที่เขาคิด หลังจากที่ฉู่โม่วเดินออกไปได้ไม่นาน
เหล่าผู้บังคับใช้กฎหมายต่างก็รีบมุ่งหน้ามายังคฤหาสน์แห่งนี้
และเมื่อเห็นกองศพมากมายเกลื่อนกลาดทางเดิน พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นป้องปากด้วยความตกใจ
“ทุกคนตายหมด รวมไปถึงโจวเฉิงที่เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงเองก็ตายด้วย!”
หลังจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ผู้ปลุกพลังที่อยู่ในทีมก็ออกมารายงานผล
ผู้เป็นหัวหน้าทีมต้องปวดหัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้
แม้ว่าโจวเฉิงจะไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดภายในฐานลู่หยาง แต่เขาถือว่าแข็งแกร่งระดับหนึ่งจนเป็นที่น่ายกย่อง
การที่คนระดับนี้ถูกฆ่าตายได้ แสดงว่าเรื่องนี้ต้องไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว!
“จากการตรวจสอบบาดแผล มันจะต้องเป็นมือกระบี่ที่เก่งกาจมากแน่ ๆ ถึงสามารถฆ่าเขาได้ โจวเฉิงต่อสู้อะไรไม่ได้ เลยพลาดท่าถูกอีกฝ่ายใช้จังหวะที่ดีกว่าฆ่าตายเอา ฉันว่านี่ต้องเป็นอริเก่าของโจวเฉิงที่หาโอกาสมาล้างแค้นแน่!”
จากการสำรวจรูปคดีเบื้องต้นแล้ว หัวหน้าทีมกฎหมายก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ต้องเป็นมือกระบี่มือฉกาจเท่านั้น… มือกระบี่ที่แม้แต่พวกเรายังรับมือลำบาก!”
“เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุมาให้ได้มากที่สุด แล้วถ้าเจออะไรน่าสงสัยก็มารายงานฉันด้วย!”
ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนภายใต้บังคับบัญชาก็ตอบพร้อมกัน “ครับ!”
ทีมบังคับใช้กฎหมายเริ่มทำการตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรให้เก็บกู้อีก
อีกฟากหนึ่ง ฉู่โม่วได้เดินทางกลับมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว
เขากำลังเริ่มนับรายได้ที่กอบโกยมาในวันนี้
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์