บทที่ 331 พรสวรรค์ห้วงมิติพัฒนาขึ้น พบกับราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็ตาลุกวาวทันที
เขาหลับตาและค่อย ๆ ไหลเวียนพรสวรรค์ห้วงมิติในร่างกายเพื่อนำทางพลังงานในศิลาต้นกำเนิดโดยไม่ลังเล
ด้วยการนำทางของฉู่โม่ว
ทันใดนั้น
พลังห้วงมิติและพลังของต้นกำเนิดแห่งโลกที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุดก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งร่างกายของฉู่โม่วในทันที
“ดูดซับ!”
ฉู่โม่วไม่รอช้าและดูดซับพวกมันเข้าไปอย่างสุดกำลัง
เมื่อเวลาผ่านไป
เขาดูดซับพลังงานเข้าไปมากขึ้นและมากขึ้น พรสวรรค์ห้วงมิติของฉู่โม่วก็เริ่มพัฒนาขึ้น
พัฒนาการของพรสวรรค์นี้ทำให้ฉู่โม่วจดจ่ออยู่กับมันสักพักจนไม่เป็นอันทำอะไร
หากมีใครเข้ามาใกล้ในตอนนี้
ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของฉู่โม่วว่างเปล่าราวกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่บนโลกแม้แต่น้อย
ในขณะเดียวกัน
ห้วงอากาศรอบกายเขาเริ่มสั่นไหวเบา ๆ ราวกับว่าสามารถหายไปได้ทุกเมื่อ ซึ่งแปลกประหลาดไม่น้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น ๆ รอบกายเขา
มันดูแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด
ภายใต้สถานการณ์นี้
ในพริบตาเดียวเวลาครึ่งวันก็ผ่านไป
ขณะที่ฉู่โม่วดูดซับพลังงานจากศิลาต้นกำเนิดต่อไป พลังแห่งห้วงมิติและต้นกำเนิดแห่งโลกข้างในศิลาก็ค่อย ๆ ลดต่ำลง
หนึ่งวันผ่านไป
ตอนนี้เหลือพลังงานอยู่ในศิลาต้นกำเนิดเพียงหนึ่งในห้าส่วนของในตอนแรก ซึ่งมันอ่อนแอลงมาก
แต่ในขณะเดียวกัน
พลังห้วงมิติในร่างกายของฉู่โม่วแข็งแกร่งขึ้นมาก เขาแค่นั่งอยู่ที่เดิมเงียบ ๆ ก็มีสายลมเฉียบคมดุจมีดจากห้าธาตุอันน่าสะพรึงกลัวพัดพาออกมาจากร่างกายของเขาเป็นครั้งคราว ปรากฏรอยแยกสีดำดูดห้วงอากาศเข้าหามัน
กระแสห้วงอากาศแปรปรวนปรากฏขึ้นรอบกายเขาครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
และเป็นเช่นนั้นต่อไปเรื่อย ๆ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ภาพเหล่านี้ค่อย ๆ หายไปทีละน้อย
เปลือกตาของฉู่โม่วสั่นไหวเล็กน้อยราวกับว่าเขากำลังจะตื่น
“เฮ้อ…”
ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจยาวเหยียด ชายหนุ่มผู้หลับตามาตลอดค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและสัมผัสได้ถึงความพลุ่งพล่านในร่างกาย
“พรสวรรค์ห้วงมิติของฉัน… พัฒนาขึ้นเยอะเลย!”
เขาสัมผัสได้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับห้วงมิติมากมายหลั่งไหลเข้ามาในความคิด และแม้แต่การใช้พลังห้วงมิติก็พัฒนาขึ้นมหาศาล
เขาตรวจสอบข้อมูล
[เป้าหมาย: ฉู่โม่ว]
[ระดับร่างกาย : อัสนีคงกระพันระดับราชันย์ (กฎเกณฑ์มายา) กายากระบี่เทวะ]
[พรสวรรค์ : วิชากระบี่ระดับดาราลับฟ้า, ธาตุน้ำระดับตะวัน, ธาตุไฟระดับราชันย์, ธาตุลมระดับดาราลับฟ้า, ธาตุดินระดับดาราลับฟ้า, ธาตุไม้ระดับดาราลับฟ้า, ธาตุเหล็กระดับดาราลับฟ้า, ห้วงมิติระดับ พิเศษ, ธาตุความมืดระดับ 5, ห้วงเวลาระดับ 4, เพลงหมัดระดับ 4, ธาตุพิษระดับ 4, พลังเนตรระดับ 3, ห้วงวิญญาณระดับ 2, ห้วงเกิดใหม่ระดับ 2]
“ระดับพิเศษ!”
“พรสวรรค์ห้วงมิติของฉันกลายเป็นระดับพิเศษแล้ว!”
เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในพรสวรรค์ ฉู่โม่วก็ดีอกดีใจทันที เขาดีใจเสียยิ่งกว่าตอนที่ได้รับพรสวรรค์ธาตุน้ำระดับตะวันเสียอีก
นั่นเป็นเรื่องปกติ
อย่างไรแล้วมันก็เป็นหนึ่งในสุดยอดพรสวรรค์ทั้งสอง!
ผู้ปลุกพลังธรรมดาทั่วไปไม่เคยได้เห็นมันมาก่อน ส่วนฉู่โม่วไม่เพียงศึกษามันได้ แต่ยังพัฒนามันเป็นพรสวรรค์ระดับพิเศษได้อีกด้วย ซึ่งแตกต่างไปจากพรสวรรค์ทั่วไปโดยสิ้นเชิง!
เรียกได้ว่า
แม้แต่พรสวรรค์ธรรมดาระดับตะวันก็ไม่อาจเทียบได้กับพรสวรรค์ห้วงมิติระดับพิเศษ!
“ลองใช้พลังของพรสวรรค์ห้วงมิติระดับพิเศษดีกว่า!”
ฉู่โม่วเริ่มทำการทดลองอย่างต่อเนื่อง
มิติคุมขัง!
มิติเชือดเฉือน!
เคลื่อนย้ายข้ามมิติ!
จิตสัมผัส!
ฉู่โม่วใช้ความสามารถมากมายติดต่อกัน
เป็นเช่นนี้ต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง ในที่สุดฉู่โม่วก็ระบุความเปลี่ยนแปลงในความสามารถทั้งหลายหลังจากที่พรสวรรค์พัฒนาขึ้นได้
อย่างแรกคือพลังจิตสัมผัสถูกเสริมให้แข็งแกร่งขึ้น ระยะและการรับรู้เพิ่มสูงขึ้นมหาศาล
พละกำลังของมิติคุมขังพัฒนาขึ้นมาก
ตอนนี้อาจเป็นไปได้ที่จะกางอาณาเขตโดยรอบหลายร้อยกิโลเมตรโดยที่แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวก็พังเข้ามาได้ยาก
ระยะในการเคลื่อนย้ายมิติก็ไกลขึ้น เร็วขึ้น และแนบเนียนขึ้น
แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดคือมิติเชือดเฉือน!
ในตอนแรก ฉู่โม่วแค่ใช้การปล่อยใบมีดห้วงมิติออกมาเล่มหนึ่ง แต่หลังจากที่พรสวรรค์ถูกพัฒนาขึ้น เขาก็สามารถปล่อยใบมีดห้วงมิติออกไปได้ครั้งละหลายเล่ม
ตอนนี้ใบมีดห้วงมิติของเขาสามารถหลอมรวมกันและกลายเป็นพายุห้วงมิติได้ พลังของมันก็ถูกเพิ่มขึ้นมหาศาลด้วยเช่นกัน
“เยี่ยมเลย!”
หลังจากที่ได้ทดลองพลังแล้ว ฉู่โม่วก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
คราวนี้เขามาที่เขตแดนลับนี้เพื่อสำรวจ
อย่างแรก เจตจำนงแห่งน้ำและไฟพัฒนาขึ้นมากจากโลกที่ทุกอย่างกลับหัวกลับหาง
หลังจากนั้น พรสวรรค์ก็พัฒนาขึ้นเป็นระดับราชันย์และพรสวรรค์ธาตุน้ำกลายเป็นระดับตะวัน
และยังได้รับอักขระลึกลับหลายร้อยตัวที่เต็มไปด้วยพลังแห่งสวรรค์และโลกอีกด้วย
ท้ายที่สุด
เขากระทั่งได้รับศิลาต้นกำเนิดมาจากโลกที่พังทลาย ทำให้พรสวรรค์ห้วงมิติไปถึงระดับพิเศษอีกด้วย
เรียกได้ว่าได้กำไรมหาศาลทีเดียว
ทำให้ฉู่โม่วพึงพอใจ และกระทั่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้คุ้มค่าเหลือเกิน
เมื่อออกมาจากถ้ำ
“ฉู่โม่ว คุณอยู่ที่นี่!”
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งเผยสีหน้าดีใจออกมาในทันใด
“ผมมาช่วยฆ่าสัตว์อสูรนี่น่ะ!”
ฉู่โม่วตะโกนตอบกลับไป
หลังจากนั้น กระบี่สารทสังหารก็ถูกชักออกมา พรสวรรค์ทั้งหลายถูกกระตุ้น กระบวนท่ามากมายถูกใช้งาน และพลังกายของเขาเพิ่มไปถึงขีดสุดในทันที เมื่อเพิ่มขีดจำกัดขึ้น 500 เท่า มันก็พุ่งขึ้นไปถึง 1 ล้านพลังมังกรอย่างรวดเร็ว!
“ฟาดฟัน!”
เมื่อเขาพูดจบ
ร่างของฉู่โม่วเปลี่ยนเป็นแสงและไปปรากฏขึ้นตรงหน้ากิ้งก่าโลหิตในทันใด กระบี่เล่มยาวถูกฟันลงไป แสงกระบี่เปล่งประกายแพร่กระจายออกมาขณะที่มันฟันลงไปบนร่างของกิ้งก่าโลหิต
ฉับ!
เลือดมหาศาลกระเซ็นออกมาจากตำแหน่งที่ถูกกระบี่ฟัน จนเกิดแผลอันน่าสะพรึงกลัวยาวมากกว่าสิบเมตร
แต่เพราะกิ้งก่าโลหิตมีพรสวรรค์ธาตุดินระดับดาราลับฟ้า อาการบาดเจ็บจึงไม่หนักมากนัก
แต่ถึงอย่างนั้น
กิ้งก่าโลหิตก็ยังคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดและเผยความหวาดกลัวออกมาในดวงตาสีแดงฉานของมัน
มันเป็นถึงสัตว์อสูรระดับ 8 ขั้นสูงสุดและมีความแข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย
เมื่อมองดูสถานการณ์ตรงหน้า ทั้งสองก็เข้าใจกันเป็นอย่างดี
แค่ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งเพียงคนเดียวก็ยากที่จะเอาชนะแล้ว ตอนนี้กลับมีฉู่โม่วเข้ามาช่วย ทั้งยังทำให้สัตว์อสูรได้รับบาดเจ็บทันทีที่เขาโจมตีอีกต่างหาก
แม้ว่ามันจะไม่ถึงตายและบาดแผลไม่สาหัสนัก ทว่าการที่ชายคนนี้สามารถทะลวงผ่านการป้องกันของมันได้ก็หมายความว่าเขาสามารถฆ่ามันได้
หากยังต่อสู้เช่นนี้ต่อไป มันอาจต้องตายเป็นแน่
กิ้งก่าโลหิตผ่านการฝึกฝนอย่างยาวนานหลายปีกว่าจะมาถึงระดับขั้นนี้ได้
“โฮก!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น สายตาของกิ้งก่าโลหิตก็เปลี่ยนทิศทาง หางของมันเหวี่ยงไปทางราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งและฉู่โม่วในทันใด
พลังอันน่าสะพรึงกลัวพลุ่งพล่าน และแม้แต่ห้วงอากาศก็ส่งเสียงแตกร้าวออกมา เมื่อเผชิญหน้ากับพลังเช่นนี้ ฉู่โม่วและราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งก็ไม่กล้าต่อต้านและรีบหลบหลีกอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นภาพนี้
กิ้งก่าโลหิตใช้พรสวรรค์ธาตุดินระดับดาราลับฟ้าทันที มันตั้งใจจะมุดลงไปใต้ดินและหนีไป
“ฉู่โม่ว หยุดมันไว้ อย่าให้มันหนีไปได้!”
เมื่อเห็นดังนั้น ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งก็ตะโกนลั่น
“ไม่ต้องห่วง มันหนีไม่รอดหรอก!”
ฉู่โม่วหรี่ตาลง
และเริ่มใช้งานพรสวรรค์ห้วงมิติ
คลื่นสั่นสะเทือนล่องหนแพร่กระจายออกไป โลกทั้งใบเหมือนจะถูกแช่แข็งและเชื่องช้าลงในทันใด
กิ้งก่าโลหิตสัมผัสได้ว่าอากาศโดยรอบพลันแข็งตัวราวกับว่าถูกคุมขังเอาไว้ ทำให้มันไม่อาจเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย
แม้ว่าไม่นานหลังจากนั้นมันจะกลับมาเป็นอิสระ
แต่การต่อสู้ของราชันย์เทพยุทธ์และผู้ปลุกพลังก็สามารถตัดสินความเป็นความตายได้ภายในชั่ววินาที
ดังนั้นแล้ว เมื่อมันสัมผัสได้ถึงเวลาที่เชื่องช้าลงอย่างถึงที่สุด มันก็เสียโอกาสที่จะหลบหนีไปแล้ว!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์