บทที่ 344 กลุ่มของผู้ปลุกพลังประหลาด และ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เทพเจ้าประทานไว้!
หลังจากจัดการความคิดตนเองแล้ว ฉู่โม่วก็เริ่มบินตรงไปยังเกาะซากุระทันที
ด้วยความเร็วของเขา ฉู่โม่วสามารถเดินทางไปถึงใกล้ ๆ บริเวณเกาะซากุระได้ในเวลาสามถึงสี่นาทีเท่านั้น
เมื่อเข้าใกล้ระยะเกาะ ภาพแผ่นดินเกาะขนาดใหญ่ก็ปรากฏให้เห็นในสายตา
ก่อนที่โลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น พื้นที่ของเกาะซากุระนั้นเล็กเอาเสียมาก ๆ แต่หลังจากที่อณูแห่งชีวิตได้เข้ามามีบทบาทบนโลกใบนี้ พื้นที่ของเกาะแห่งนี้ก็พลอยขยับขยายเพิ่มขึ้นไปด้วย จนกระทั่งกลายเป็นหนึ่งในพื้นดินที่มีขนาดใหญ่ของโลกไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ตาม ที่นี่ก็ยังถือว่าเล็กเกินไปที่จะให้กำเนิดผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งอยู่ดี
สำหรับฉู่โม่ว เพียงแค่อึดใจเดียว เขาก็สามารถบินผ่านจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ของเกาะได้แล้ว
“เข้าไปดูเลยก็แล้วกัน!”
ฉู่โม่วมุ่งหน้าตรงไปยังเกาะเบื้องล่าง
ทว่า
เพื่อป้องกันไม่ให้ใครจำได้ภายหลังจากนี้ เขาจำเป็นต้องรีบใช้พลังของธาตุความมืดเพื่อซ่อนตนเองไว้ก่อน
เมื่อเข้ามาในเกาะ
เขาพบเข้ากับต้นซากุระที่เติบโตอยู่แทบจะทุกที่บนเกาะแห่งนี้ ไม่รู้ว่าเป็นแบบเติบใหญ่ตลอดปีหรือหมุนเปลี่ยนตามฤดูกาลซึ่งบังเอิญมาตรงกับช่วยนี้พอดี แต่เมื่อมองไปจนสุดสายตาแล้ว ยังไงก็หนีไม่พ้นต้นซากุระที่บานสะพรั่งเรียงรายอยู่ดี ยามที่ได้สูดดมกลิ่นบรรยากาศเข้าไป กลิ่นของดอกซากุระที่หอมหวนก็จะลอยตามลมเข้ามาด้วย พร้อม ๆ กับกลีบดอกสีอมชมพูที่ลอยล่องเสมือนเป็นหัวเชื้อกลิ่นหอมหวนเหล่านี้
ช่างเป็นภาพที่งดงามจริง ๆ
ฉู่โม่วปลดปล่อยคลื่นจิตของตนออกไป ก่อนจะพบว่ามีฐานมนุษยชาติอยู่ใกล้ ๆ นี้ ดังนั้นเขาจึงรีบมุ่งหน้าไปทันที
พักหนึ่งก็มาถึง
เมื่อยืนอยู่บนฟากฟ้า เขามองเห็นฐานที่อยู่เบื้องล่าง จากขนาดน่าจะพอเรียกได้ว่าเป็นฐานขนาดใหญ่ได้ ห้อมล้อมด้วยค่ายกลมนตนา และมีผู้ปลุกพลังสวมชุดเกราะซามูไรกับถือดาบยาวเดินลาดตระเวนกันอยู่ในส่วนที่เป็นทางเข้า
ผู้ปลุกพลังทุกคนที่จะเข้าไปในฐาน จะต้องผ่านการตรวจสอบที่เข้มงวดเสียก่อน และถ้าเห็นว่าคนคนนั้นน่าสงสัย เขาก็จะถูกหยุดเอาไว้ที่ด้านนอกฐานนี้
“แอบเข้ายากนิดหน่อยแฮะ”
เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็ขมวดคิ้วเบา ๆ
อุปสรรคอย่างค่ายกลกับทหารยามด้านหน้านี้ไม่ได้เป็นปัญหาหนักสำหรับเขา เพราะลำพังเพียงหนึ่งฝ่ามือ เขาอาจจะสามารถเป่าทั้งฐานนี้ให้หายกระจุยไปเลยก็ยังได้
แต่ถ้าทำเช่นนั้น เขาจะถูกเหล่าผู้ที่ทรงพลังบนเกาะซากุระนี้หมายหัวเอาได้ ครั้งนี้เขามีจุดประสงค์เพื่อเข้ามาสำรวจภายในเท่านั้น ดังนั้นการที่จะซ่อนตัวให้มิดชิดจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่ากับสถานการณ์เช่นนี้
ในขณะที่ฉู่โม่วกำลังขมวดคิ้วนั้นเอง
เขาก็เห็นกลีบซากุระกลีบหนึ่งหลุดโรยและติดไปกับร่างของผู้ปลุกพลังที่กำลังเดินเข้าไปในฐานขนาดใหญ่พอดี
เห็นแบบนั้นแล้ว แววตาของฉู่โม่วก็เป็นประกายขึ้นมา
“จริงสิ! ลืมเรื่องนี้ไปเลย!”
ถึงแม้ว่าเขาจะเข้าไปโดยตรงไม่ได้ แต่เขายังสามารถเดินตามเงาคนอื่นเข้าไปในฐานได้อยู่!
คิดได้แบบนั้น
ฉู่โม่วก็มุ่งหน้าตรงไปยังทางเข้า และซ่อนตนเองไว้ภายใต้เงาของผู้ปลุกพลังจากเกาะซากุระที่กำลังจะเข้าไปภายในฐานทันที
“คุณครับ หยุดก่อน แสดงบัตรประจำตัวด้วย!”
ที่ทางเข้า ผู้ปลุกพลังที่รับหน้าที่รักษาประตูเมืองก็ได้หยุดร่างของผู้ปลุกพลังวัยกลางคนไว้
ผู้ปลุกพลังคนนั้นเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เขาหยิบเอาบัตรประจำตัวของตนออกมา และหันด้านข้อมูลไปให้ยามหน้าประตูตรวจสอบ
“ผ่าน เข้าไปได้!”
ผู้ปลุกพลังที่รับหน้าที่ยามตรวจสอบอย่างรวดเร็วก่อนจะโบกมืออนุญาตให้เขาเข้าไป
“ขอบคุณมากเลยครับ!”
ผู้ปลุกพลังวัยกลางคนโค้งให้ หลังจากที่โค้งเสร็จ เขาก็เตรียมที่จะเข้าไปด้านใน
ตอนนั้นเอง
เพียงแค่ได้ก้าวไปในฐานเพียงก้าวเดียว ค่ายกลขนาดใหญ่ที่ปกป้องฐานแห่งนี้ไว้ก็แจ้งเตือนด้วยเสียงอันดังก้องขึ้นมา
“หยุดนะ!?”
“มีบางอย่างผิดปกติ!?”
ยามหน้าประตูที่เพิ่งทำตัวสบาย ๆ ขณะปล่อยให้ชายวัยกลางคนนี้เข้าฐานไป พลันสีหน้าเปลี่ยนแล้วรีบหันไปล็อกตัวชายวัยกลางคนเมื่อครู่นี้ในทันที
“โอ้ พวกคุณ ผมทำอะไรผิดรึเปล่า?”
ชายวัยกลางคนหันกลับไปมองด้วยความสงสัยและตื่นกลัว
ทว่าเขากลับไม่ได้รับการตอบคำถาม นอกเสียจากโดนผลักไปยังมุมหนึ่งและทำการตรวจค้นร่างกายเขาอย่างละเอียด
ทั่วทั้งบริเวณนี้เกิดความโกลาหลขึ้นแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ฉู่โม่วจึงใช้โอกาสนี้ในการลักลอบเข้าฐานไปได้อย่างง่ายดาย
…
ฉู่โม่วซ่อนตัวอยู่ในเงาสิ่งปลูกสร้าง และค่อย ๆ เดินไปตามถนนหนทางในฐาน
เมื่อมองทอดยาวไปสุดสายตา เขาก็ยังพบต้นซากุระถูกปลุกไว้เต็มสองข้างทางจนทำให้มีดอกไม้หลุดร่วงอยู่เต็มพื้นทางเดินไปหมด นอกจากนี้ยังมีบ้านขนาดเล็กถูกสร้างไปตลอดสองข้างทางอีก ท่ามกลางสิ่งเหล่านี้ จะสามารถมองเห็นผู้ปลุกพลังของเกาะซากุระและผู้คนธรรมดาที่สวมชุดซามูไรเดินไปเดินมาอยู่เป็นนิจ
ภาพบรรยากาศเหล่านี้ เป็นภาพที่แตกต่างกับภาพที่เห็นได้บนแผ่นดินใหญ่โดยสิ้นเชิง
ไหนจะความนิ่งสงบและสงบสุขที่มีมากกว่าอีก
อย่างไรก็ตาม การพัฒนา ความก้าวหน้าของฐานบนเกาะแห่งนี้ก็ยังไม่สามารถเทียบเท่าแผ่นดินใหญ่ได้อยู่ดี
เทียบกับฐานขนาดใหญ่อย่างฐานจินหลิง หรือแม้แต่สุดยอดฐานจงไห่แล้ว ลำพังเพียงขนาดก็ต่างกันลิบลับ หากจะให้เทียบเรื่องความเจริญละก็… ฐานซากุระแห่งนี้ รุ่งเรืองกว่าฐานลู่หยางอยู่นิดหน่อยเท่านั้น
แต่นี่ก็ควรค่าแก่การจับตามอง
เพราะภายในฐานที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ผู้ปลุกพลังทุกคนกลับแข็งแกร่งมาก ๆ เสียอย่างนั้น
เป็นเพียงฐานขนาดใหญ่ แต่กลับมีปรมาจารย์อยู่หรือแม้แต่นายพลเมืองอยู่ทุกหนทุกแห่ง แม้แต่จ้าวยุทธ์หรือราชันย์ยุทธ์เองก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไปด้วย
และในส่วนที่ลึกเข้าไปในฐาน
ฉู่โม่วก็รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังที่บ่งบอกได้ว่า ภายในนั้นมีผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์อยู่อีกนับสิบคน
“เป็นแค่ฐานขนาดใหญ่ทั่ว ๆ ไป แต่กลับมีราชันย์เทพยุทธ์มากกว่าสิบคนเลยงั้นเหรอ?”
ฉู่โม่วประหลาดใจเล็กน้อย
อย่างที่พอจะทราบกันได้
ต่อให้เป็นฐานที่เจริญรุ่งเรืองมากกว่าฐานนี้ หรือเป็นขนาดสุดยอดฐาน พวกเขาก็ยังมีผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์มากถึงเพียงนี้เลย ยิ่งในระดับฐานขนาดใหญ่ พวกเขายังมีสูงสุดแค่ราชันย์ยุทธ์เท่านั้นเองด้วย เผลอ ๆ อาจจะมีแค่จ้าวยุทธ์เสียด้วยซ้ำ
ดังนั้นจำนวนของราชันย์เทพยุทธ์ภายในฐานเกาะแห่งนี้ น่าจะสูงเท่ากับสุดยอดฐานเลย!
และสิ่งที่ทำให้ฉู่โม่วประหลาดใจมากกว่าเดิมนั้น
ก็คือเหล่าผู้ปลุกพลังบนเกาะแห่งนี้ กลับมีพรสวรรค์มากกว่าผู้ปลุกพลังของอาณาจักรตงเสวียนกันแทบจะทุกคน
ฉู่โม่วหันมองผู้ปลุกพลังที่เดินผ่านเขาไปซึ่งอยู่เพียงขั้นปรมาจารย์ยุทธ์
ทว่าพรสวรรค์ของเขาทำให้ฉู่โม่วแทบจะเหลียวหลัง
[เป้าหมาย : มุราบิโตะ นาคาจิมะ]
[พลังกาย : ไม่มี]
[พรสวรรค์ : ทักษะวิชาดาบระดับ 4, ธาตุน้ำระดับ 3, ธาตุไม้ระดับ 2]
ผู้ปลุกพลังคนนี้มีพรสวรรค์ในด้านวิชาดาบอยู่ในระดับ 4!
เพราะบนเกาะที่อยู่กลางทะเลเช่นนี้ ฐานขนาดเล็กไม่ได้แข็งแกร่งพอจะรับมือกับปัญหาที่จะตามมาหลังจากก่อตั้งฐานเสร็จแล้ว
นอกจากนี้
นี่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
ประชากรบนเกาะซากุระนั้นมีไม่ถึงยี่สิบล้านคน แต่กลับมีอัตราการเกิดของผู้ปลุกพลังนับเป็นสี่ในห้าของประชากรทั้งหมดเลย ในจำนวนนี้หนึ่งในสิบของพวกเขาเป็นระดับนายพลเมือง ซึ่งนี่หมายถึงบนเกาะซากุระเล็ก ๆ แห่งนี้ มีจำนวนประชากรนายพลเมืองเกือบสองล้านคนเลยทีเดียว!
ทำเอาฉู่โม่วตกใจสุด ๆ!
และที่น่ากลัวไปกว่านั้น
ก็คือท่ามกลางนายพลเมืองสองล้านคนนี้ จะมีผู้ที่สามารถแข็งแกร่งได้ถึงระดับราชันย์เทพยุทธ์ได้มากถึงสามร้อยคน!
ใช่แล้ว!
ภายในหนังสือที่เขาอ่าน มันได้บันทึกไว้อย่างชัดเจนถึงเรื่องเมื่อสิบกว่าปีก่อน ที่จำนวนประชากรราชันย์เทพยุทธ์ของเกาะซากุระมีสูงถึงสามร้อยคน!
ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีมหาราชันย์เทพยุทธ์ แต่มากกว่าสามสิบคนก็เป็นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวกันแล้ว!
“มีประชากรรวม ๆ แค่ยี่สิบล้านคน แต่กลับมีจำนวนราชันย์เทพยุทธ์สูงกว่าสามร้อยคน น่าเหลือเชื่อจริง ๆ!”
สีหน้าของฉู่โม่วเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
อย่างที่พอจะเดากันได้
ด้วยประชากรราว ๆ ยี่สิบล้านคนนี้ แม้จะน้อยกว่าประชากรในสุดยอดฐาน แต่ก็เกือบจะใกล้เคียงกับประชากรในฐานขนาดใหญ่อย่างฐานจินหลิง
แต่กระนั้นแล้ว จำนวนการมีอยู่ของราชันย์เทพยุทธ์นั้นเทียบกับฐานจินหลิงไม่ได้เลย ที่นั่นน่ะ ไม่มีแม้กระทั่งราชันย์ยุทธ์เสียด้วยซ้ำ!
“อัตราการเกิดของราชันย์เทพยุทธ์บนเกาะแห่งนี้มันผิดปกติเกินไป…”
ฉู่โม่วสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดพึมพำคนเดียว
ซึ่งปัญหานี้มันคาใจเขามาตั้งแต่ก่อนจะเข้ามาอ่านหนังสือเหล่านี้แล้ว และจนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจ
แต่
อย่างไรก็ตาม ฉู่โม่วก็จำได้ว่ามันมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ชิ้นหนึ่ง ที่ถูกกล่าวถึงค่อนข้างบ่อยภายในหนังสือเล่มนี้ ในฐานะของสิ่งที่คอยปกป้องพวกเขาจากภยันตราย
ตั้งแต่ที่โลกเปลี่ยนแปลงไป
ทุก ๆ ปีบนเกาะแห่งนี้ เด็กที่อายุ 15 ปีจะถูกจัดให้ไปเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้
“บางที…”
“คำตอบของความผิดปกตินี้ อาจจะขึ้นอยู่กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็ได้!”
สายตาของฉู่โม่วหรี่แคบลงขณะที่คิดกับตนเอง
เขาออกจากห้องสมุด
ทันทีที่ออกมายังถนน เขาก็พบกับราชันย์ยุทธ์คนหนึ่งที่กำลังดื่มสุราอยู่เพียงคนเดียวในบ้าน เขาไม่ลังเลที่จะเดินไปหาอีกฝ่ายในทันที
“ใครน่ะ?”
เมื่อเห็นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ราชันย์ยุทธ์ที่กำลังเมามายกรึ่ม ๆ ก็ตกใจจนหน้าถอดสี
ทว่าวินาทีต่อมา
เขาก็ต้องชะงักไป พร้อมกับดวงตาที่สั่นไหวราวกับพยายามดิ้นรนเพื่อหนีจากสิ่งนี้ไปอยู่
“บอกฉัน เกี่ยวกับเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเกะแห่งนี้ที”
ฉู่โม่วใช้พลังแห่งห้วงจิตวิญญาณใส่ชายคนนี้และถามคำถามออกไป
“สิ่งนั้น… คือน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เทพเจ้าประทานมาให้!”
ผู้ปลุกพลังแห่งเกาะซากุระไม่สามารถต้านทานได้ เขาพูดออกไปตามที่รู้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์