บทที่ 348 พัฒนาพรสวรรค์อย่างบ้าคลั่ง และ พลิกฟ้ากลับแผ่นดิน!
“ระดับตะวัน!”
เมื่อเห็นว่าทักษะวิชากระบี่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ฉู่โม่วอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
นี่คือทักษะวิชากระบี่ระดับตะวัน!
ในภายภาคหน้า หากมีการใช้ทักษะกระบี่ ความแข็งแกร่งนั้นจะเพิ่มขึ้นมากกว่าในระดับดาราลับฟ้าถึงสิบเท่า!
และนั่นเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น!
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยทักษะวิชากระบี่ระดับตะวัน เขารู้สึกได้ว่าทวาราแห่งกระบี่ทั้ง 365 จุดภายในร่างกายสั่นไหวพร้อมเพียงกัน
เมื่อมองเข้าไปภายใน
ฉู่โม่วเห็นในทันทีว่าตอนนี้ได้บังเกิดพายุของทวารากระบี่ 365 จุดกำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
มันแข็งแกร่งและเริ่มขยายตัวตัวเนื่อง!
ในขณะเดียวกันนั้นเอง
เขาพลันได้ยินเสียงของคมกระบี่ดังขึ้นอยู่ภายในดังแว่ว
คราแรกมันดังเพียงแผ่วเบา ทว่ามันกลับดังยิ่งขึ้นและเร็วระรัวเมื่อเวลาผ่านไป
เมื่อถึงขีดจำกัดในที่สุด
ในรัศมีหลายหมื่นกิโลเมตรรอบตัวเขา สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนคล้ายสัมผัสถึงกาลวิบัติ ปฏิกิริยาของพวกมันตื่นตัวด้วยความหวั่นหวาด พวกมันดำลงลึกใต้ผืนธารา ไม่กล้าแม้แต่จะโผล่พ้นยังพื้นดิน
ซ้ำร้าย… บรรดาสัตว์อสูรที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางพลันเมื่อได้ยินเสียงกระบี่นั้น ก็ต่างแสดงท่าทีตื่นตระหนกยิ่งกว่า ภายใต้ความพรั่นพรึง พวกมันรู้สึกราวกับความกลัวนั้นจะปลิดชีวิตมันไป
พวกมันพากันลอยอยู่เหนือน้ำทีละตัว
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
เสียงกระบี่ทรงพลังขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่นาน… เสียงเหล่านั้นก็ไม่ต่างจากฟ้าคำราม!!
ฉับพลันนั้น หลังจากที่คมกระบี่ภายในร่างกายหมุนวนถึงขีดสุด มันก็ระเบิดตัวรุนแรงไม่ต่างภูเขาไฟที่หลับใหลมาเนิ่นนานกำลังปะทุ กระแสพลังอณูแห่งชีวิตไหลตามเส้นลมปราณไปทั่วกาย
คลื่นยักษ์ขนาดมหึมาโหมกระหน่ำอยู่ภายในสรรพางค์ประหนึ่งพายุคลั่ง!
กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!
กล้ามเนื้อและกระดูกของฉู่โม่วส่งเสียงคมชัดในทุกสัดส่วน
พวกมันถูกทำให้ร้อนขึ้นด้วยแรงหมุนวนของกระบี่
บรรดาทักษะกระบี่ที่เขาเคยฝึกฝนไม่ว่าจะเป็น คมกระบี่สวรรค์เร้นลับ กระบี่วายุอัสนีบาต และกระบี่เต๋าตัดดาราเริ่มกระบวนท่าโดยไม่ทันรู้ตัว
ในฉับพลันนั้น
หากมีใครสักคนอยู่โดยรอบที่แห่งนี้ มั่นใจได้เลยว่าเขาต้องสัมผัสได้ถึงแรงพลังงานดังกล่าวเป็นแน่
แม้ว่าฉู่โม่วยังยืนอยู่ที่เดิม
ทว่าสรรพสรรพางค์นั้นไม่คล้ายเป็นมนุษย์เช่นเคย แต่แปรเปลี่ยนเป็นคมกระบี่!
ประหนึ่งกระบี่เซียน ห่อหุ้มด้วยคมนับไม่ถ้วน ทั้งทรงพลังยิ่งราวกับจะฉีกกระชากแผ่นฟ้าและดาราจักรให้แตกเป็นเสี่ยง!
ตู้ม!
คลื่นพลังกระบี่และเจตจำนงกระบี่พุ่งขึ้นไปถึงขีดสุด ฉู่โม่วรู้สึกถึงร่างกายที่สะท้านสั่น ราวกับว่าเขาได้ถือกำเนิดใหม่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อกระบวนการสิ้นสุด ร่างกายของเขาก็พลันเบาโหวง
“ดูเหมือนร่างกายของฉันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง!”
ฉู่โม่วลืมตาขึ้นในทันที ภายในรูม่านตาทั้งสอง ปราณกระบี่อันวาววับปรากฏขึ้น มันกลายเป็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์และพุ่งออกไป ทำลายอากาศอันว่างเปล่าหลายหมื่นกิโลเมตรก่อนจะสูญสลายไป
เขากลับมาเพ่งสมาธิอีกครั้งหนึ่ง
ตรวจสอบข้อมูล
[ระดับร่างกาย : กายากระบี่เทวะระดับดาราลับฟ้า!]
นี่คือเรื่องจริงหรือเนี่ย!
กายากระบี่เกิดความเปลี่ยนแปลง และถูกแทนที่ด้วยกายากระบี่เทวะระดับดาราลับฟ้า!
เห็นดังนั้น
ความปีติประทับลงบนดวงหน้าของฉู่โม่ว
“พัฒนาต่อไป!”
หลังจากสงบอารมณ์แล้ว ฉู่โม่วก็ดื่มมันเข้าไปอีกครั้ง
ทว่าในยามนี้ น้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ของเขาเหลือไม่มากนัก ด้วยเหตุนี้ฉู่โม่วจึงเริ่มตัดต้นไม้อีกหนหนึ่ง มันมากพอจะเติมเต็มถังไม้ได้ราวสิบถัง และได้รับน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ประมาณสองพันลิตร
ด้วยจำนวนที่มากเช่นนี้ ต้นซากุระเริ่มทยอยเหี่ยวเฉา แม้แต้ดอกที่บานสะพรั่งก็เริ่มโรยกลีบไม่ต่างกัน
ถึงกระนั้น มันก็ยังไม่ได้เสียหายจนถึงจุดวิกฤต ตราบใดที่กระบวนฝึกยังคงดำเนินไปอย่างช้า ๆ เช่นนี้ ต้นซากุระเหล่านั้นก็ยังพอมีเวลาฟื้นฟูดังเดิม
ดังนั้นฉู่โม่วจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
เขายังคงดื่มต่อไป!
หลังจากดื่มน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ ฉู่โม่วก็วางแผนในการพัฒนาทักษะกระบี่ต่อ ไม่นานเขาก็พบว่าน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ไม่อาจส่งผลต่อเขาอีกต่อไป
“เห็นทีทักษะกระบี่จะพัฒนาได้มากสุดก็แค่ระดับตะวันเท่านั้น!”
ฉู่โม่วคิดทบทวน
ถึงมันจะไม่ได้ผลอีกก็ตาม กระนั้นฉู่โม่วก็พอใจมากแล้ว
กลับกัน เขาหันไปพัฒนาความสามารถด้านอื่น ๆ แทน
เขาใช้น้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ราว ๆ ร้อยลิตรในการพัฒนาพรสวรรค์ธาตุไม้จากระดับดาราลับฟ้าให้เป็นระดับราชันย์ และใช้อีกสามร้อยลิตรไปกับการพัฒนาพรสวรรค์ธาตุไม้ให้ขึ้นไปถึงระดับตะวัน
ความสามารถในการรักษาเยียวยาที่มาจากพรสวรรค์ธาตุไม้ระดับตะวันนั้น แข็งแกร่งยิ่งกว่าระดับดาราลับฟ้ามาก ไม่ว่าจะเผชิญกับอาการบาดเจ็บใดก็สามารถรักษาได้ในทันที ถึงแม้หัวจะถูกปลิดจากบ่า ทว่าตราบใดที่ปฐมวิญญาณยังคงไม่ดับสลาย เขาก็สามารถฟื้นคืนกลับมาได้ดังเดิม
อีกทั้ง
พลังงานที่ถูกใช้ไปก็รุนแรงมากเช่นกัน
ถึงอย่างนั้น สิ่งนี้ก็ทำให้ชีวิตของฉู่โม่วอยู่รอดปลอดภัยมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ผ่านไปไม่นาน
ฉู่โม่วได้พัฒนาพรสวรรค์ธาตุไฟ ธาตุลม ธาตุเหล็กและธาตุดินอย่างต่อเนื่อง
พรสวรรค์ธาตุไฟซึ่งแต่เดิมเป็นระดับราชันย์ และพรสวรรค์ธาตุเหล็กที่อยู่ในระดับดาราลับฟ้าล้วนกลายเป็นระดับตะวัน
ในขณะที่พรสวรรค์ธาตุลมและธาตุดินไม่สามารถพัฒนาได้อีกเมื่อขึ้นมาอยู่ในระดับราชันย์
ข้อเท็จจริงนอกจากเรื่องที่น้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์สามารถเพิ่มระดับพรสวรรค์ให้ไปได้ถึงระดับตะวันได้แล้วนั้น ยังปรากฏอีกว่ามันสามารถเพิ่มพลังได้เพียงแค่อย่างละขั้นเท่านั้น
ดังที่เห็นได้จากพรสวรรค์ธาตุลมและธาตุดิน
นั่นทำให้ฉู่โม่วรู้สึกเสียดาย
เพื่อพัฒนาพรสวรรค์ทั้งสี่นี้ เขาเสียน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ไปเกือบสองพันลิตร
ดังนั้นแล้ว เขาจึงนำที่เหลือมาพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
หลังจากเหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว
ในที่สุดอสนีบาตคงกระพันระดับราชันย์ของเขาก็พัฒนาไปจนถึงระดับตะวัน!
พลังพรสวรรค์ธาตุมืดระดับพิเศษและพลังหมัดระดับ 5 ก็ได้รับการพัฒนาเป็นระดับราชันย์
พรสวรรค์พลังเนตรระดับ 3 พัฒนาถึงระดับดาราลับฟ้า
พรสวรรค์ห้วงวิญญาณระดับ 2 พัฒนาเป็นระดับพิเศษ!
พรสวรรค์ห้วงเกิดใหม่ระดับ 2 พัฒนาถึงระดับ 5!
หลังจากที่ทำทั้งหมดนี้
ฉู่โม่วมีเพียงสองพลังพรสวรรค์เท่านั้นที่ยังไม่ได้พัฒนา
พรสวรรค์ห้วงเวลา!
พรสวรรค์ห้วงมิติ!
พลังพรสวรรค์ทั้งสองชนิดนี้ เป็นการยากที่จะพัฒนาเพิ่มระดับได้ภายในครั้งเดียว
อธิบายให้เห็นภาพก็อย่างพรสวรรค์ห้วงมิติ แม้ว่าตอนนี้จะอยู่ในระดับพิเศษแล้ว แต่กว่าที่เขาจะมาถึงระดับนี้ได้ ก็ต้องเผชิญกับพังพอนมายาถึงสองครั้ง และใช้ศิลาต้นกำเนิดไปราวสามก้อน!
อีกทั้งตั้งแต่ที่เขาได้รับพรสวรรค์ห้วงเวลามา ตอนที่ได้ครอบครองศิลากาลเวลา ก็ถือเป็นเพียงครั้งเดียวที่พลังพรสวรรค์นี้เลื่อนระดับ หลังจากนั้นมันก็ไม่เคยถูกพัฒนาอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
กระนั้นเมื่อพิจารณาจากภาพรวมทั้งหมด มันกลับไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่อะไร
ทว่านั่นไม่ได้กระทบต่อความมุ่งมั่นในใจของฉู่โม่ว
เขายังคงฝึกฝนต่อไป
ด้วยฤทธิ์แห่งน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ ในที่สุดพรสวรรค์ห้วงเวลาของฉู่โม่วก็พัฒนาขึ้น!
ตอนนี้เอง
การเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏสร้างผลขนาดมหึมา
อย่างแรกได้แก่การที่ความสามารถในการหน่วงกาลเวลาและกาลเวลาเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า!
และอย่างที่สอง…
เขตแดนกาลเวลาของเขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว ยังยากจะหลุดรอดจากเขตแดนดังกล่าว
ความสำเร็จนี้ ฉู่โม่วพูดได้เต็มปากว่าเขายินดีสุด ๆ
ถึงอย่างนั้นเขาไม่คิดจะหยุดแผนพัฒนาความสามารถ
แต่น้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ในตอนนี้มีเหลือไม่ถึงห้าลิตร นั่นไม่มากพอจะใช้พัฒนาพรสวรรค์ห้วงเวลาได้อีก
สำหรับการรวบรวมน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์อีกรอบนั้น…
ฉู่โม่วทอดสายตาไปยังต้นซากุระที่ร่วงโรยเหี่ยวเฉา ลำต้นของมันซูบแห้ง แม้แต่ใบไม้ก็ไร้ซึ่งความเขียวชอุ่มไม่ต่างซากไม้ยืนต้นตาย พลังชีวิตของมันในยามนี้เรียกได้ว่าแทบจะมอดดับลงทุกเมื่อ
ไม่ต้องสงสัยเลย…
หากว่าเขายังขืนรีดเค้นน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ มันก็คงสูญสิ้นพลังชีวิตอย่างไม่อาจฟื้นคืน!
‘พอดีกว่า!’
‘ไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน!’
‘พอมันฟื้นตัวแล้ว ค่อยมาฝึกต่อ!’
ฉู่โม่วพับแผนการไว้ชั่วคราว
จะอย่างไรก็ดี ตอนนี้พลังพรสวรรค์ของเขาได้พัฒนาในระดับที่แตกต่างออกไปมาก แม้แต่พรสวรรค์ห้วงเวลายังพัฒนาขึ้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งนั่นก็ทำให้เขามีความสุขไม่น้อย
แทนที่เขาจะปล่อยให้มันยืนต้นตายและกลับคืนสู่สรวงสวรรค์
ชายหนุ่มเห็นเป็นการดีกว่าหากจะให้มันเติบโตในที่แห่งนี้และมีชีวิตยืนยาวต่อไปในอนาคต ด้วยว่าเขาจะได้มาเก็บเกี่ยวทรัพยากรจากมันได้อีก
เมื่อคิดได้เช่นนั้น
เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก
เมื่อลองดูที่หน้าจอระบบ
[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]
[ระดับร่างกาย : อสนีบาตคงกระพันระดับตะวัน (กฎเกณฑ์มายา), กายากระบี่เทวะระดับดาราลับฟ้า]
[พรสวรรค์ : ทักษะกระบี่ระดับตะวัน, ธาตุไฟระดับตะวัน, ธาตุเหล็กระดับตะวัน, ธาตุไม้ระดับตะวัน, ธาตุน้ำระดับตะวัน, ธาตุลมระดับราชันย์, ธาตุดินระดับราชันย์, เพลงหมัดระดับราชันย์, ธาตุมืดระดับราชันย์, ห้วงมิติระดับดาราลับฟ้า, พลังเนตรระดับดาราลับฟ้า, ห้วงเวลาระดับพิเศษ, ห้วงวิญญาณระดับพิเศษ, ห้วงกำเนิดใหม่ระดับ 5]
ระดับร่างกายระดับตะวัน!
พรสวรรค์ธาตุทั้งห้าระดับตะวัน!
พรสวรรค์ทั้งสี่ระดับราชันย์!
พรสวรรค์ที่ต่ำที่สุดอยู่ที่ระดับ 5!
ในตอนนี้
หากเทียบความสามารถในปัจจุบันกับเมื่อก่อน ก็อาจจะกล่าวได้ว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน!
“ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีเลยละ!”
เมื่อมองยังภาพเบื้องหน้า หัวใจของฉู่โม่วพลันเต้นระรัว เขาไม่อาจควบคุมความตื่นเต้นที่กอบกุมวิญญาณได้เลย
…
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์