บทที่ 350 ความตื่นเต้นของเฉินซีเวย และ ตามหาสายแร่หินปฐมกาล!
“ที่รัก คุณกลับมาแล้ว!”
เฉินซีเวยเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ความเปล่าเปลี่ยวแต่เดิมคล้ายมลายหายสิ้น
“ฉันกลับมาแล้ว”
ฉู่โม่วยิ้ม เขาเดินไปเบื้องหน้าของร่างอรชร ก่อนจะสวมกอดเอวบางกิ่วนั้นแนบแน่น “อ่านอะไรอยู่เหรอ”
“ก็แค่หนังสือท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไปน่ะ”
เฉินซีเวยวางหนังสือลงบนโต๊ะ เธอถามเขาด้วยความสงสัย “นายกับท่านอาจารย์ออกไปสำรวจเขตแดนลับด้วยกันไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงเพิ่งกลับมาล่ะ ไปเจออันตรายมาหรือเปล่า”
“ไม่เลย” ฉู่โม่วส่ายหน้า ก่อนตอบเธอด้วยรอยยิ้ม “ที่ฉันกลับมาช้าก็เพราะได้เจอโอกาสทองครั้งใหญ่เลยน่ะสิ!”
พูดจบ
ไม่ทันที่เฉยซีเวยจะถามต่อ เขาก็หยิบถังน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ออกมาจากโลกในฝ่ามือ
“นี่คืออะไรเหรอ”
หญิงสาวแปลกใจ
“เจ้าสิ่งนี้คือของล้ำค่าที่ฉันยอมแลกเวลาไปถึงสองเดือนเลยนะ!”
รอยยิ้มของฉู่โม่วพราวไปด้วยเล่ห์ หลังจากนั้นเขาจึงเล่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนเกาะซากุระ
หลังจากที่ได้ฟัง เฉินซีเวยพลันตกใจเป็นอย่างมาก
“ผลลัพธ์จากน้ำเลี้ยงซากุระทรงพลังขนาดนั้นเลยเหรอ”
เธอค่อนข้างประหลาดใจ… และหดหู่ใจระคนกัน แต่ก็เคารพการตัดสินใจของสามี จึงให้ความสนใจเรื่องที่เขาอยากนำเสนอแทน
ความสามารถในการพัฒนาพรสวรรค์ของผู้ปลุกพลังตามที่ต้องการ นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อน
“ของแบบนี้ต้องลองถึงจะรู้”
ฉู่โม่วพูดพลางส่งถังไม้ให้
เฉินซีเวยไม่ได้ปฏิเสธ หลักจากที่จิบมันเข้าไป เธอก็รวบรวมพลังพรสวรรค์เพื่อย่อยและดูดซึมน้ำเลี้ยงซากุระตามที่ฉู่โม่วอธิบาย
ไม่นานจากนั้น
หญิงสาวลืมตาขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “ที่รักพูดถูก ฉันรู้สึกได้เลยว่าพรสวรรค์ของฉันพัฒนาขึ้นมาก!”
อันที่จริงไม่ต้องพูดมันออกมาด้วยซ้ำ
เพราะฉู่โม่วได้เห็นมันกับตาแล้ว
ภายใต้สายตานั้น เขาสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเฉินซีเวยผู้ซึ่งมีพลังพรสวรรค์ธาตุเหล็กอยู่ในระดับ 3 เท่านั้น บัดนี้ได้พัฒนาจนอยู่ในระดับ 4
“ดื่มอีกสิ พรสวรรค์ของเธอจะได้พัฒนายิ่งขึ้น!”
ฉู่โม่วกล่าวส่งเสริม
“ให้นายดื่มจะดีกว่า ผลลัพธ์ของเจ้าสิ่งนี้วิเศษมาก ให้ฉันดื่มเนี่ย มันจะเสียของเปล่า ๆ” แม้ว่าหญิงสาวจะรู้สึกเสียดาย แต่หลังจากตรึกตรอง เธอคิดว่ามันควรจะเป็นของฉู่โม่วมากกว่า
“อย่าห่วงไปเลยน่า ฉันดื่มมันไปแล้ว ถังนี้ฉันตั้งใจเก็บไว้ให้เธอโดยเฉพาะ”
ผู้เป็นสามีพูดด้วยรอยยิ้ม
ได้ยินเช่นนั้น เฉินซีเวยก็พลันโล่งใจ
เธอดื่มเข้าไปอึกใหญ่
…
สองวันผ่านไป
เมื่อเฉินซีเวยดื่มน้ำเลี้ยงซากุระเข้าไปได้สองพันลิตร พลังสวรรค์ของเธอก็ถึงคราวเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
[เป้าหมาย : เฉินซีเวย]
[ระดับร่างกาย : เส้นชีพจรลมปราณหยินเยือกแข็งระดับตะวัน (สถานะยังไม่ตื่นขึ้น???)]
[พรสวรรค์ : ธาตุน้ำแข็งระดับตะวัน, ทักษะกระบี่ระดับตะวัน, ธาตุน้ำระดับดาราลับฟ้า, ธาตุลมระดับดาราลับฟ้า, ธาตุไม้ระดับดาราลับฟ้า, ธาตุเหล็กระดับพิเศษ]
ทักษะกระบี่จากแต่เดิมอยู่ในระดับดาราลับฟ้า บัดนี้ขึ้นมาเป็นระดับตะวัน
พรสวรรค์ธาตุน้ำระดับพิเศษ พรสวรรค์ธาตุลมระดับ 4 และพรสวรรค์ธาตุไม้ระดับ 4 ตอนนี้อยู่ในระดับดาราลับฟ้า
พรสวรรค์ธาตุเหล็กระดับ 4 พัฒนาขึ้นมาเป็นระดับพิเศษ
ไม่เกินจริงนักหากจะกล่าวว่า เมื่อเทียบกับก่อนหน้า ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับพลิกฟ้ากลับแผ่นดิน
สำหรับตอนนี้
เนื่องจากน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ได้หมดลงแล้ว หากยังมีให้พอดื่มต่อ ก็อาจจะทำให้ระดับพลังพรสวรรค์ก้าวหน้าไปจนขึ้นระดับตะวัน
“นี่คุณสามี ฉันสัมผัสได้เลยละว่าพลังมันพัฒนาขึ้นมาก”
เฉินซีเวยกล่าวด้วยความตื่นเต้น
“นี่แค่เริ่มนะ หลังจากรอต้นซากุระสวรรค์ฟื้นตัวแล้วฉันจะไปเอาน้ำเลี้ยงมันมาอีก เธอจะได้พัฒนาพลังพรสวรรค์ให้สุดยอดกว่านี้!”
ฉู่โม่วเอ่ย
“ขอบคุณนะที่รัก”
เฉินซีเวยยิ้มอย่างมีความสุข
“พูดอะไรแบบนั้นล่ะ”
ฉู่โม่วขยับมือ เลื่อนสายตามองภรรยาสาวที่เอนกายพิงร่างของเขาอยู่ แล้วจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “จริง ๆ แล้ว ถ้าอยากขอบคุณกันละก็ มันก็มีวิธีอยู่นะ…”
สิ้นเสียงวาบหวาม
แก้มนวลของหญิงสาวพลันแดงระเรื่อ
หากเธอไม่ได้หลบเร้น แต่พยักหน้าน้อย ๆ อย่างเอียงอาย
เห็นเช่นนั้น
ความอดกลั้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาพลันสะบั้นลง เขาอุ้มเฉินซีเวยตรงเข้าไปยังห้องนอนอย่างรวดเร็ว
…
ภายในห้องที่เงียบสงบ
ฉู่โม่วกำลังนั่งขัดสมาธิ
สัมผัสสวรรค์หลั่งไหลสู่ฝ่ามือขณะจับจ้องยังต้นซากุระสวรรค์
เนื่องจากชายหนุ่มรีดเค้นเอาน้ำเลี้ยงต้นซากุระมาจากมันมากเกินไป ส่งผลให้ต้นของมันค่อนข้างเหี่ยวเฉา
ในตอนนั้น เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก และคิดว่าเพียงปล่อยไว้สักพักต้นซากุระสวรรค์ก็คงจะฟื้นตัวขึ้นมาได้เอง แต่จนถึงขณะนี้ มันกลับไร้ซึ่งวี่แววแห่งชีวิต
…นั่นทำให้ฉู่โม่วขมวดคิ้ว
น้ำเลี้ยงต้นซากุระสามารถเพิ่มพลังพรสวรรค์ให้แก่ผู้ปลุกพลังได้ตามต้องการ และมอบผลลัพธ์ที่ทรงพลังให้แก่ผู้ใช้ หากข่าวคราวของมันแพร่สะพัดไป เชื่อว่าต้องมีหลาย ๆ คนที่หมายปองมันเป็นแน่
ในอนาคตหากต้องการซื้อของล้ำค่าสิ่งไหนเพียงเอาสิ่งนี้ไปแลก รับรองได้ว่าไม่มีใครไม่ยินดี
อีกทั้ง
ในกรณีที่ฉู่โม่วไม่คิดจะขาย
เขาก็ยังสามารถเก็บมันไว้ใช้เอง หรือใช้กับเฉินซีเวยภรรยาของเขา รวมไปถึงลูกศิษย์ทั้งสองเพื่อพัฒนาพลังพรสวรรค์
ฉู่โม่ววางแผนตามหาสายแร่ทันที
สิ้นความคิด เขาไม่รอช้าที่จะลงมือทำ
เขาเดินออกจากห้องและพูดคุยกับเฉินซีเวยพักหนึ่ง ก่อนจะตรงไปที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์เพื่อถามคำถามบางอย่าง
…
ณ วิหารราชันย์เทพยุทธ์
ในห้องโถงใหญ่ ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางกำลังนั่งบนแท่น
“ฉู่โม่ว ปกติแล้ววันธรรมดาคุณจะไม่เข้ามาที่นี่ ทำไมวันนี้ถึงมีเวลามาพบปะกันได้”
เมื่อเห็นผู้สืบทอด ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ท่านเจ้าวิหารล้อกันเล่นแล้ว ผมก็เพียงแต่มาเยี่ยมเยียนเท่านั้น”
ฉู่โม่วตอบ
“นี่นะ คิดว่าฉันไม่รู้จักคุณหรือยังไงกัน ถ้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น คนอย่างคุณไม่มาหาฉันหรอก”
เจ้าวิหารโบกมือไหว ๆ ชัดว่าเขาไม่เชื่อคำพูดของอีกฝ่าย
สิ้นคำพูด ฉู่โม่วอยากจะปฏิเสธออกไป ทว่าเมื่อไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้ว ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่เขามาหาชายชราผู้นี้ ก็จะต้องมีปัญหาพ่วงมาเสมอ นั่นทำให้เขาพูดไม่ออกไปครู่ใหญ่
จะว่าไป เขาก็ควรพูดจุดประสงค์ที่มาจริง ๆ
“ต้องการหาสายแร่?”
หลังจากได้ฟังคำพูดของผู้สืบทอด ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางครุ่นคิดพักหนึ่ง “ตอนนี้สายแร่หินปฐมกาลอยู่ไม่ไกลจากสุดยอดฐานจงไห่ เท่าที่เข้าใจมันอยู่ภายใต้การครอบครองของตำหนักวิทยายุทธ์และสำนักเพลิงปฐพี พวกเขาเคยเป็นหอการค้าที่ทำการขุดสายแร่และแบ่งปันทรัพยากรให้แก่ฐาน”
“ถ้าคุณต้องการละก็ ลองไปถามทั้งสองสำนักนี้ดูนะ”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางแนะนำ
“ขอบคุณท่านเจ้าวิหารที่ชี้แนะ!”
ฉู่โม่วคำนับเป็นการขอบคุณ
ผ่านไปครู่หนึ่ง
หลักจากสนทนากับผู้อาวุโสไม่กี่ประโยค ฉู่โม่วก็อำลาและรีบจากไป
“เจ้าเด็กคนนี้นี่…”
ภาพตรงหน้าทำให้ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าระคนหัวเราะ
เขาปิดเปลือกตาลง เข้าสู่สภาวะบำเพ็ญเพียรอีกครั้ง
…
หลังออกมาจากวิหารราชันย์เทพยุทธ์ ฉู่โม่วไม่รอช้า เขาตรงไปที่ตำหนักวิทยายุทธ์ทันที
ไม่นานนัก เขาก็ไปถึงหน้าสำนักงานใหญ่ของตำหนักวิทยายุทธ์
พนักงานต้อนรับหญิงรูปงามกล่าวทักทาย “ท่านผู้ปลุกพลัง ไม่ทราบว่าต้องการติดต่อเรื่องใดคะ”
“ฉันชื่อฉู่โม่ว เป็นผู้สืบทอดของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ ฉันต้องการพบกับเจ้าของตำหนักวิทยายุทธ์ ไม่ทราบว่าตอนนี้เขาอยู่ที่นี่หรือไม่”
ฉู่โม่วเปิดเผยตัวตนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
“ผู้สืบทอดของวิหารราชันย์เทพยุทธ์เหรอคะ”
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนดัง พนักงานสาวจึงออกอาการประหม่า “โปรดรอสักครู่นะคะคุณฉู่โม่ว ฉันจะแจ้งโดยเร็วที่สุดค่ะ!”
…
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์