เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 359

บทที่ 359 ความทะเยอะทะยานของมนุษย์ถ้ำ… เปิดฉากสังหาร!

ตั้งจิตให้มั่น

อย่างไรก็ตาม เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ฉู่โม่วก็พร้อมที่จะออกจากอาคารที่ซับซ้อนซึ่งปกคลุมด้วยค่ายกลมนตราขนาดใหญ่ เขาทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าและเข้าสู่ปุยเมฆสีครามเบื้องบนในพริบตา

ชายหนุ่มยังคงรวดเร็วจนน่าใจหาย และสิ่งนี้เองก็ทำให้เขาเดินทางไปได้ในระยะทางไกลในเวลาอันสั้น

ตอนนี้

ด้วยการขยายขอบเขตของสัมผัสสวรรค์ เขาสามารถรับรู้ได้ถึงร่องรอยของกลุ่มคนที่อยู่บนพื้นดินด้านล่าง

“ทั้ง ๆ ที่ที่นี่โดนทำลายไปแล้ว แต่ทำไมยังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ข้างล่างอีกล่ะ?”

“หรือว่าจะเป็นกองกำลังอื่นที่บุกรุกเข้ามาที่นี่?”

ฉู่โม่วดูประหลาดใจ

หลังจากที่คิดได้เช่นนั้นแล้ว เขาก็รีบดิ่งลงไปและมุ่งหน้าเข้าหากลุ่มสิ่งมีชีวิตที่สัมผัสคลื่นชีวิตได้ในทันที

บนภาคพื้นดิน กลุ่มของผู้คนนับิบคนกำลังเกาะกลุ่มเดินกันอยู่

ทว่าเมื่อมองใกล้ ๆ แล้ว คนเหล่านี้สูงเกือบห้าเมตร แถมยังดูแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่ว ๆ ไปด้วย แม้แต่กลิ่นอายที่ออกมาจากร่างของพวกเขาเองก็ยังแข็งแกร่งมาก ๆ คนเหล่านี้มีพลังสูงระดับราชันย์เทพยุทธ์ และท่ามกลางพวกเขาเหล่านี้ก็มีราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวปะปนอยู่ด้วยถึงห้าคน!

“ตามที่นักบวชแห่งเผ่าพันธุ์พวกเราบอก โบราณสถานน่าจะต้องอยู่ที่นี่แท้ ๆ แต่ทำไม ทั้งที่พวกเราเดินกันมาตั้งนานแล้วแต่ยังไม่เห็นเจออะไรเลยล่ะ?”

“เป็นไปได้หรือเปล่าว่าท่านนักบวชได้รับข่าวสารมาผิด?”

“ไม่มีทาง สิ่งที่นักบวชรับรู้มาเกี่ยวกับอนาคตนั้นก็ถูกต้องมาโดยตลอด ดังนั้นครั้งนี้เองก็ไม่มีทางที่มันจะผิดพลาดได้อย่างแน่นอน!”

“ใช่แล้ว!”

“อย่างไรก็ตาม ยึดจากที่ท่านนักบวชพูด หากพวกเราสามารถเข้าไปในโบราณสถานนี้ได้ พวกเราก็มีโอกาสที่จะได้รับสมบัติมากมายที่สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของพวกเราชาวมนุษย์ถ้ำได้ ไม่ว่ายังไง มันก็คุ้มค่าที่จะเดินหน้าต่อไป!”

“ตั้งแต่ที่พวกมนุษย์บนดินเติบใหญ่ขึ้นอย่างแข็งแกร่ง มนุษย์ถ้ำอย่างพวกเราก็ถูกลดความแข็งแกร่งลงมา ด้วยสมบัติที่อยู่ภายในโบราณสถานแห่งนี้ พวกเราจะต้องกลับมายิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน!”

“เมื่อถึงเวลานั้น บางทีพวกเราเองก็อาจจะเป็นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวได้เหมือนกัน ไม่สิ เผลอ ๆ อาจจะเป็นขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดเลยก็ได้!”

ราชันย์เทพยุทธ์ทั่ว ๆ ไปที่อยู่ด้านหลังเริ่มกระซิบกระซาบกันแล้ว

และสิ่งเหล่านี้ก็เข้ามาในหูของฉู่โม่วได้ทั้งหมดโดยง่ายดาย

“พวกมนุษย์ถ้ำนี่!”

อันที่จริงฉู่โม่วจำเจ้าพวกนี้ได้ตั้งแต่แรกเห็นแล้ว เพราะด้วยความสูงที่เหนือมนุษย์มนา ไม่มีทางที่เขาจะลืมพวกมันได้เลย

‘ดูท่าพวกมนุษย์ถ้ำตรงนี้ กำลังทำตามคำบอกกล่าวของนักบวชประจำเผ่าพันธุ์เพื่อหาสมบัติล้ำค่าสินะ’

‘หรือว่าจะหมายถึงลูกแก้วหยกเคลื่อนย้ายหรือเปล่า?’

ฉู่โม่วรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

‘นักบวช’ ของเผ่าพันธุ์นี้มักจะมีอะไรให้ตกใจได้เสมอ ๆ เลยจริง ๆ

หากคิดตามสิ่งที่มนุษย์ถ้ำเหล่านี้พูดกัน การที่มายังโบราณสถานแห่งนี้ สมบัติชิ้นเดียวที่น่าจะมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตของเหล่ามนุษย์ถ้ำได้ ก็น่าจะเป็นลูกแก้วหยกเคลื่อนย้ายนั่นแหละ

แต่การที่สิ่งนี้ถูกนักบวชของมนุษย์ถ้ำคาดเดาได้นั้น นับว่าเขาคนนี้มีพลังที่น่ากลัวจริง ๆ

“ท่านนักบวชพูดไว้ว่า โบราณสถานที่พวกเราจะลงไปสำรวจหาสมบัตินั้นยังมีอันตรายอยู่อีกมากมาย ดังนั้นแล้วพวกเราต้องระวังตัวไว้ให้ดี!” ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวสูงวัยคนหนึ่งกล่าวเตือน

ได้ยินเช่นนั้น ราชันย์เทพยุทธ์วัยกลางคนระดับ 9 ดาวอีกคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็พยักหน้าขึ้นมา “ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า ฉันเข้าใจสถานการณ์ดี ไว้เดี๋ยวอีกสักพักค่อยเตือนก็ได้”

“รู้แบบนั้นก็ดีแล้ว”

มนุษย์ถ้ำสูงวัยพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะพูดต่อ “ครั้งนี้ การที่เราหาสถานที่นั้นเจอได้ ก็เป็นเพราะท่านนักบวชใช้พลังจำนวนมาก เพื่อคิดคำนวณ เขาเกือบจะสูญเสียพลังชีวิตทั้งหมดไป ดังนั้นเขาเหลือพลังชีวิตอีกไม่มากแล้ว… หากท่านนักบวชตายลง มันจะทำให้พวกเราที่เป็นมนุษย์ถ้ำเสียทิศเสียทาง ซึ่งนั่นจะนับว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ได้เลย!”

“เช่นนั้นแล้ว เราต้องหาสมบัติชิ้นนี้ให้ได้ ห้ามให้เกิดข้อผิดพลาดเด็ดขาด!”

“ใช่! นี่เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่วินาทีที่เราจะสามารถมีอำนาจเหนือมนุษย์อีกครั้งได้ พวกเราต้องห้ามพลาด ตราบใดก็ตามที่เราได้สมบัติชิ้นนี้มา พวกเราจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ และในตอนนั้น ดาวเคราะห์สีน้ำเงินก็จะต้องตกเป็นของพวกเราอย่างแน่นอน พวกเราชาวมนุษย์ถ้ำจะควบคุมโลกใบนี้!”

“ถ้าเป็นแบบนั้น พวกมนุษย์ก็จะต้องยอมก้มหัวให้กับพวกเรา และไม่กล้าหืออะไรอีก!”

“แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าพวกมันกล้าคิดจะขัดขวางพวกเรา พวกเราก็จะฆ่ามันซะ!”

“พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ข้าก็คิดได้ว่ามนุษย์เพศหญิงนั้นมีความสวยงามยิ่งนัก ภายหลังจากที่มนุษย์ผู้ชายถูกกำจัดโดยท่านหัวหน้าเผ่าไปแล้ว พวกนี้ก็คงไม่กล้าจะแข็งข้อกับพวกเราอีก ไว้ถึงตอนที่เราควบคุมเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ พวกเราค่อยเอามนุษย์ผู้หญิงพวกนั้นมาเล่นกันดีกว่า”

“เป็นความคิดที่ไม่เลวเลยนี่!”

เหล่าราชันย์เทพยุทธ์คนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วยและคุยกันต่อไปขณะเดินทาง

พวกมันมุ่งตรงไปด้านหน้าโดยที่ยังพูดอยู่ตลอด

ฉู่โม่วเดินตามอยู่ติด ๆ จากด้านหลังคนกลุ่มนี้ ยามที่ได้ฟังสิ่งที่เหล่ามนุษย์ถ้ำพูดกัน ภายในใจเขาก็บันดาลโทสะอยากเชือดเจ้าพวกนี้ทิ้งเสียมาก ๆ

แน่นอนว่าหัวใจของสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์กันย่อมแตกต่างกันเป็นเรื่องธรรมดา เขาสามารถทำความเข้าใจได้

แต่พวกมนุษย์ถ้ำเหล่านี้ เห็นได้ชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการจะเป็นมิตร

ดังนั้นแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องลังเล เปิดก่อนได้เปรียบ!

พลังปราณและเลือดภายในร่างเดือดพล่าน อณูแห่งชีวิตที่หมุนเวียนก่อตัวเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ดุจขุนเขา ในชั่วพริบตาที่พลังอันน่ากลัวนี้ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกาย ภายใต้การแปรรูปเป็นคลื่นกระบี่ พลังที่รุนแรงเกินจะคาดคิดก็พุ่งเข้าใส่กลุ่มของมนุษย์ถ้ำอย่างรวดเร็ว

ตู้ม!

แม้ว่าตัวแสงของคมกระบี่จะไม่ได้สว่างไสวแถมยังค่อย ๆ หายไปเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย ทว่าเมื่อมันผ่านจุดนั้นไปแล้ว บรรยากาศโดยรอบก็ถูกตัดขาดจนกลายเป็นช่องว่างกว้างหลายนิ้ว เกิดเป็นเสียงสายลมที่ถูกดูดเข้าไปในช่องว่างพัดหวิว

กลุ่มของมนุษย์ถ้ำที่กำลังพูดคุยกัน พวกมันเพียงตระหนักได้ว่ามีพลังที่รุนแรงเคลื่อนเข้ามาใกล้ พลันอดไม่ได้ที่จะตกใจขึ้นมาทันที ทั้งหมดหันกลับมามองด้านหลังโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งเป็นจังหวะที่คลื่นกระบี่นั้นพุ่งจะถึงตัวพวกมันแล้ว

ดังนั้นก่อนที่จะได้โต้ตอบอะไร เหล่าราชันย์เทพยุทธ์เจ็ดถึงแปดตนนั้นก็ถูกสังหารไปโดยที่แทบจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

ส่วนผู้ปลุกพลังมนุษย์ถ้ำคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปพักใหญ่

“ใคร!?”

“ใครกัน!?”

“มีศัตรูซุ่มโจมตีพวกเราอยู่!”

ราชันย์เทพยุทธ์ที่เหลือเริ่มตระหนักได้ถึงความผิดปกติบริเวณนี้ หลังจากสลัดความกลัวไปได้แล้ว พวกมันก็เริ่มคลุ้มคลั่ง ปลดปล่อยกลิ่นอายที่แข็งแกร่งออกมาและหันมองรอบตัวด้วยความระมัดระวัง

ไม่นานนัก

พวกมันก็เห็นร่างของฉู่โม่ว

“มนุษย์!?”

“ทำไมถึงมีมนุษย์มาอยู่ที่นี่ได้!”

มนุษย์ถ้ำที่เหลือนี้ประหลาดใจนิดหน่อย ชัดเจนเลยว่า มันไม่คาดคิดเลยว่าจะได้เห็นสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์อื่นที่สามารถเข้ามาในที่แห่งนี้ได้

แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น มันก็ได้สติกลับมา

“ไอ้เจ้ามนุษย์คนนี้มันแอบตามพวกเรามา แสดงว่ามันต้องได้ยินเรื่องที่พวกเราคุยกันแล้วแน่ ๆ!” ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวตนหนึ่งพูดอย่างเยือกเย็น

ซึ่งคนอื่น ๆ ก็ตกใจและโกรธขึ้นมาพร้อม ๆ กัน “แถมมันยังกล้าเปิดเผยตัวตนแล้วชิงโจมตีพวกเราก่อนด้วยนะ!”

“ฆ่ามัน! จะปล่อยให้มันเอาข่าวเรื่องนี้ไปแพร่งพรายไม่ได้ ไม่เช่นนั้นแล้วพวกเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ทรงพลังจะต้องพากันแห่มาที่นี่แน่!”

“อย่าให้มันมีชีวิตรอดออกไปได้!”

ถึงแม้ว่ากระใช้คลื่นกระบี่เมื่อครู่นี้ของฉู่โม่วจะรุนแรงมาก ๆ จนสามารถสังหารราชันย์เทพยุทธ์ทั่ว ๆ ไปได้เจ็ดถึงแปดคนพร้อมกัน

“มีเพียงราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดเท่านั้นที่จะสามารถฆ่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวได้ง่าย ๆ เช่นนี้!”

มนุษย์ถ้ำที่เหลือโดยเฉพาะชายชราที่เป็นหนึ่งในสี่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ

และเมื่อเหล่ามนุษย์ถ้ำคนอื่น ๆ ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของพวกเขาก็แสดงความหวาดกลัวออกมาเช่นกัน

หากอีกฝ่ายเป็นเพียงราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวเหมือนกัน พวกเขายังมีโอกาสที่จะรอดหรือเอาชนะได้บ้าง

แต่คราวนี้ศัตรูของพวกเขากลับเป็นขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด ปลายทางของพวกเขานอกจากตายแล้วก็ไม่เห็นอะไรอีกเลย!

“ฉลาดนี่”

“แต่ถ้าใช้ความฉลาดนั่นเร็วกว่านี้ก็คงไม่ต้องมาตายที่นี่หรอก!”

ฉู่โม่วปลดปล่อยพลังออกมาจากทั่วทั้งร่างกาย กลิ่นอายที่ทรงพลังของเขากระจายไปทั่วทั้งบริเวณ ไม่ว่าจะฟากฟ้าหรือใต้ดิน มันก็กลายสภาพเป็นเหมือนคุกที่พร้อมจะบีบทุกสรรพสิ่งให้ไม่สามารถหนีออกไปได้ กดดันให้เหล่ามนุษย์ถ้ำพวกนี้หวาดกลัวกว่าเดิมจนหายใจลำบาก

ระหว่างนั้น ภายในมือของฉู่โม่วก็ถือกระบี่สารทสังหารไว้ด้วย

เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงไร้สาระ และหมายจะจัดการทุกอย่างให้จบในดาบเดียว

“อย่าฆ่าฉันเลยนะ!”

“ปล่อยฉันไปเถอะ!”

“พวกเรามนุษย์ถ้ำ เป็นพันธมิตรกับเผ่าพันธุ์มนุษย์นะ หากคุณฆ่าพวกเรา นั่นหมายถึงนายกำลังประกาศสงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์!”

ทั้งหมดเริ่มร้องขอความเมตตา

แต่ฉู่โม่วไม่สนใจ

คมกระบี่ถูกปลดปล่อย

ลำแสงสีเงินถูกสร้างขึ้นและยิงยาวขึ้นไปถึงกลางฟ้า พร้อมที่จะผ่าร่างของมนุษย์ถ้ำเบื้องหน้าทุกคนอย่างไม่ลังเล

“สู้!”

“ในเมื่อเจ้านี่ไม่คิดจะปล่อยพวกเราไป พวกเราก็จะสู้กับมัน!”

“ราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดแล้วไง พวกเราเป็นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวกันตั้งสี่คน อย่าคิดนะว่าจำนวนไม่สำคัญน่ะ!”

เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปแน่ ๆ ท้ายที่สุดมนุษย์ถ้ำเหล่านั้นก็มองหน้ากันเองก่อนจะตัดสินใจเข้าต่อสู้ด้วย

แต่ละคนปลุกความกล้าและพลังของตนเองขึ้นมา ด้วยทักษะวิชาที่แตกต่างกันไป พวกเขาพยายามจะรับมือกับคมกระบี่ที่ฟาดฟันเข้ามานี้

อย่างไรก็ตาม

แม้ว่าความกล้านั้นจะช่วยทำให้พวกเขาฮึดสู้ได้ แต่มันจะช่วยเพิ่มพลังได้สักแค่ไหนกันเชียว?

ตู้ม!

คลื่นกระบี่ที่เปี่ยมด้วยปราณก่อตัวเป็นประกายดาวระยิบระยับ ห่อหุ้มด้วยพลังที่น่ากลัว และพลังนั้นก็ฟาดฟันเข้าผ่านร่างของราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวไปทีละคน

ฉัวะ!

ร่างที่ถูกคมกระบี่ตัดผ่านไปนั้นแยกออกเป็นสองส่วน แต่ก่อนที่ร่างนั้นจะได้ล้มลงไปกับพื้น มันก็กลายเป็นผงละอองและสลายกลายเป็นธุลีไปในเวลาอันสั้น

ราชันย์เทพยุทธ์คนอื่น ๆ เองก็ไม่สามารถหลบหนีชะตากรรมนี้ได้

ตลอดการวาดกระบี่เป็นแนวยาวของฉู่โม่ว พวกเขาล้วนถูกฆ่าตายกันหมด

เพียงเวลาไม่นาน เหล่ามนุษย์ถ้ำที่มายังพื้นที่นี้ก็ถูกสังหารจนไม่เหลือแม้แต่ตนเดียว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์