เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 360

บทที่ 360 พรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูร และ เคลื่อนย้ายแร่หิน

‘อ่อนแอชะมัด’

‘เอาเถอะ ด้วยพลังกายของฉันในตอนนี้ อย่าว่าแต่ราชันย์เทพยุทธ์ทั่ว ๆ ไปเลย ขนาดราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว ฉันก็ฆ่าได้ง่าย ๆ เหมือนหมูเหมือนหมาอยู่ดี’

เมื่อมองไปยังซากศพที่ยังไม่สลายกลายเป็นละอองแสงบนพื้น ฉู่โม่วก็คิดกับตนเอง

เขาได้สติกลับมา

จากนั้นก็เดินตรงไปยังศพเบื้องหน้า

ที่เป็นร่างของราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว

มองจากภายนอกแล้ว เป็นชายวัยกลางคนเท่านั้น แต่กลับมีพลังที่กล้าแกร่งได้ถึงเพียงนี้

แม้ก่อนหน้าฉู่โม่วจะไม่ได้พูดอะไร

แต่ต้องยอมรับเลยว่าคนคนนี้มีพรสวรรค์ที่ค่อนข้างสูง เขาทำให้ฉู่โม่วรู้สึกกังวลได้ครู่หนึ่งเลย เพราะงั้นเมื่อฆ่าได้ ฉู่โม่วจึงจงใจให้ร่างของคนคนนี้ยังมีสภาพเป็นศพไว้ ไม่สลายกลายเป็นละอองแสง

ย่อขาลงไปดู

[เป้าหมาย : โหมวอวิ้น]

[ระดับร่างกาย : ไม่มี]

[พรสวรรค์ : วิชากระบี่ระดับราชันย์, ธาตุดินระดับดาราลับฟ้า, ธาตุไม้ระดับดาราลับฟ้า, พลังควบคุมสัตว์อสูรระดับ 2]

ทักษะวิชากระบี่ระดับราชันย์นี่นับว่าดีมากเลยทีเดียว

แถมยังมีพลังธาตุระดับดาราลับฟ้าถึงสองธาตุอีก ไม่ว่าคนคนนี้จะอยู่ในสถานะอะไร แต่ก็ถือว่าแข็งแกร่งจริง ๆ

อย่างไรก็ตาม สายตาของฉู่โม่วกลับเพ่งมองไปยังสิ่งหนึ่งที่ดูจะไม่คุ้นตานักแทน

ตอนนี้ทักษะวิชากระบี่ของเขานั้นถึงขั้นตะวันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากเขากลืนกินทักษะวิชากระบี่ระดับราชันย์ไปเพิ่ม ความแข็งแกร่งมันคงไม่ได้พัฒนาเพิ่มไปมากสักเท่าไหร่ ดังนั้นไว้อีกฝ่ายมีทักษะวิชากระบี่ขั้นเดียวกับเขา ตอนนั้นค่อยคิดใหม่อีกทีหนึ่ง

สิ่งที่ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกสนใจนั้นคือ พลังควบคุมสัตว์อสูรระดับ 2 นั่นต่างหาก

นี่ถือเป็นพรสวรรค์ที่ฉู่โม่วไม่เคยเห็นมาก่อน

พิจารณาจากชื่อ มันน่าจะเป็นพลังที่ใช้ในการบงการสัตว์อสูรได้ ซึ่งมันทำให้ฉู่โม่วสนใจมาก ๆ!

“กลืนกินแล้วลองใช้ดูดีกว่า!”

ฉู่โม่วคิดกับตนเอง

หลังจากนั้น เขาก็ยื่นมือออกไปและทำสมาธิเพื่อเรียกระบบกลืนกินที่อยู่ภายในใจ จากนั้นแสงสีทองก็ปรากฏขึ้นจากฝ่ามือของเขา เข้าไปห่อหุ้มศพที่นอนอยู่บนพื้นนั้นไว้

ครู่หนึ่งจนกระทั่งแสงสีทองกลับเข้ามาในฝ่ามือของเขาดังเดิม

[กลืนกินสำเร็จ!]

[ได้รับ ธาตุดินระดับดาราลับฟ้า!]

[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]

“หลอมรวม!”

ฉู่โม่วพูดด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไป

ถึงแม้ว่าพรสวรรค์ธาตุดินระดับดาราลับฟ้านี้จะไม่ได้ช่วยอะไรเขามากนัก แต่ไม่ว่าจะเป็นเนื้อยุงหรือเนื้อมด ยังไงเนื้อก็ยังเป็นเนื้อ หากกลืนกินได้ อย่างน้อยก็ไม่ถือว่าเสีย

ความรู้สึกชา ๆ วิ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างกาย แต่เพียงไม่นานมันก็หายไป

ธาตุดินระดับดาราลับฟ้านี้ ยามที่ได้เข้าไปในร่างกายและหลอมรวมเข้ากับธาตุดินระดับราชันย์ ความแข็งแกร่งของธาตุนี้ในตัวเขามันก็เพิ่มขึ้นมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เขาเลือกที่จะกลืนกินต่อ

จนได้ทักษะวิชากระบี่ระดับราชันย์ ธาตุไม้ระดับดาราลับฟ้า และพลังควบคุมสัตว์อสูรระดับ 2 ตาม ๆ กันมา

การหลอมรวมเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ

ไม่นานนัก

พรสวรรค์ในร่างกายของฉู่โม่วก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างละนิดละหน่อย

รวมไปถึงได้พรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูรระดับ 2 มาด้วย

ข้อมูลของพรสวรรค์นี้เริ่มประจักษ์ชัดขึ้นในห้วงจิต

และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิด พรสวรรค์นี้คือพลังควบคุมสัตว์อสูรจริง ๆ

แต่

สัตว์อสูรที่ควบคุมได้ด้วยพลังนี้นั้น ไม่ใช่สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมาก… ยิ่งแข็งแกร่งมากขนาดไหน มันก็จะยิ่งหลุดออกจากการควบคุมได้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น เว้นแต่ว่า ระดับของสัตว์อสูรและผู้ใช้จะต่างกันมาก ๆ จริง ๆ

ถึงอย่างนั้น

ฉู่โม่วก็ยังรู้สึกพึงพอใจมาก ๆ อยู่ดี

ถึงแม้ว่าระดับของพรสวรรค์ในการควบคุมสัตว์อสูรนั้นจะเป็นเพียงระดับ 2 แต่เขาก็สามารถใช้พลังของต้นซากุระในการเพิ่มพลังให้มันได้

เมื่อทำเสร็จ ในตอนนั้น พลังในการควบคุมสัตว์อสูรของเขาจะต้องเพิ่มพลังขึ้นเป็นอย่างมากแน่ ๆ

บางทีเขาอาจจะมีโอกาสได้พลังใหม่เพิ่มด้วย

คิดได้ดังนั้น

ฉู่โม่วก็รู้สึกเกิดแรงบันดาลใจในการไปเก็บเกี่ยวน้ำเลี้ยงจากต้นซากุระสวรรค์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย

‘นี่ก็สายมากแล้ว ถึงเวลาที่ฉันต้องออกจากที่นี่แล้วไปขุดเหมืองซะแล้วสิ!’

ในที่สุด หมอกพิษที่ปกคลุมภูเขาไห่อันก็ได้หายไปทั้งหมดและไม่หลงเหลือหลักฐานว่าเคยมีมันอยู่อีก

และด้วยผลลัพธ์ที่ได้

ฉู่โม่วก็สามารถใช้สัมผัสสวรรค์และจิตสัมผัสของเขาได้ปกติอีกครั้งหนึ่ง

สัมผัสสวรรค์กระจายตัวออกไปเป็นวงกว้าง ปกคลุมพื้นที่กว่าหมื่นกิโลเมตรที่ไกลออกไป

ภาพของภูเขาไห่อั้นปรากฏขึ้นในทะเลจิตวิญญาณ

“ได้เวลาขุดเหมืองกันแล้ว!”

ร่างของฉู่โม่วกลายเป็นกลุ่มแสงอีกครั้ง และมุ่งหน้าเข้าสู่เหมืองแร่หินปฐมกาลที่อยู่ใกล้เขาที่สุด

ในภูเขาที่ห่างไกล

ฉู่โม่วสร้างหลุมไร้ก้นบึ้งขึ้นมาบนพื้นดินบริเวณนั้น

และด้วยการปรากฏของหลุมไร้ก้นบึ้งนี้เอง อณูแห่งชีวิตที่รุนแรงก็พุ่งทะยานออกมาจากเบื้องล่าง

สัมผัสได้เช่นนั้น ชายหนุ่มก็ไม่รอช้าและกระโจนลงไป

ที่เบื้องล้าง เขาพบเห็นหินปฐมกาลชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายอยู่เต็มไปหมด

สัมผัสสวรรค์ที่ถูกปลดปล่อยออกไปอีกครั้ง ทำให้เขารับรู้ได้ว่า รอบ ๆ บริเวณนี้ มีแร่หินปฐมกาลอยู่แค่นี้เท่านั้น อย่างมากก็น่าจะได้สักล้านชิ้น

ถึงแม้ว่ามันจะดูเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน

แต่ฉู่โม่วก็หาได้ใส่ใจไม่

เหตุผลที่ว่าทำไมชายหนุ่มถึงอยากจะขุดหาสายแร่หินปฐมกาลจากทุก ๆ ที่ที่มีมันอยู่ เพราะสายแร่ทั้งหมดมีต้นกำเนิด เช่นเดียวกับน้ำพุที่ต้องการตาน้ำเพื่อให้มีน้ำไหลอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่มีแหล่งต้นกำเนิด เขาก็จะสามารถเก็บโกยแร่หินปฐมกาลได้เรื่อย ๆ

และสายแร่หินปฐมกาลเหล่านี้ ก็ถือเป็นต้นนำที่สำคัญของน้ำพุของเขา

“เริ่มเคลื่อนย้าย!”

หลังจากที่จับทิศทางของสายแร่ได้ราง ๆ แล้ว ฉู่โม่วก็หมุนเวียนอณูแห่งชีวิตและเลือดก่อนจะใช้มันเคลื่อนย้ายสายแร่นั้นในทันที

แร่มากมายอยู่ใต้ดิน

เขาไม่สนใจว่ามันจะหนักขนาดไหน การเคลื่อนย้ายแร่ออกจากใต้ดินเช่นนี้ จำเป็นต้องใช้พลังที่มหาศาลมาก ๆ ทว่า สิ่งนั้นดูจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับฉู่โม่วเลย

พลังกายของเขาสูงกว่า 1,800 พลังมังกร และด้วยการเพิ่มพลังอีก 500 เท่า มันมากพอที่จะระเบิดให้สูงถึง 1.8 ล้านพลังมังกรในเฮือกเดียว ดังนั้นอย่าว่าแต่เคลื่อนย้ายแร่จากใต้ดินเลย เคลื่อนภูเขาที่จมอยู่ใต้ทะเลยังไม่ใช่เรื่องลำบากอีกต่อได้

ด้วยเหตุนี้

หากฉู่โม่วมีตัวตนอยู่ตั้งแต่กลียุคของมนุษยชาติ การจะสร้างสรวงสวรรค์บนดินโดยการยกภูเขาหรือยกทะเลมาปิดกั้นสัตว์อสูรเอาไว้คงไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปนัก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์