เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 361

บทที่ 361 ผลผลิตน้ำเลี้ยงซากุระสวรรค์ปีละร้อยลิตร กลับสู่ฐานจงไห่

ครืน!

ด้วยพลัง 1.8 ล้านพลังมังกร แร่หินที่อยู่ใต้ดินเริ่มสั่นสะเทือนรุนแรง จากนั้นมันก็ลามไปสั่นสะเทือนแผ่นดินโดยรอบระยะทางกว่าร้อยกิโลเมตร

เสมือนแผ่นดินไหวจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก เกิดรอยแยกแตกพุ่งยาวขึ้นมาจากเบื้องล่าง และตามด้วยเสียงครืน ก่อนจะเกิดรอยแยกที่ปรากฏบนผืนดิน สายแร่หินปฐมกาลที่มีความใหญ่กินระยะกว่าหลายกิโลเมตรก็ถูกยกลอยขึ้นมาจากใต้ดินด้วยฝีมือของฉู่โม่วและลอยขึ้นไปบนอากาศ

แสงระยิบระยับส่องประกายอันเกิดจากแสงอาทิตย์ตกกระทบลงมาบนชิ้นแร่ ขณะเดียวกันนั้นเองมันก็ปลดปล่อยอณูแห่งชีวิตมหาศาลออกมาด้วย

ทางฝั่งผืนดิน จุดที่ฉู่โม่วนำสายแร่ออกมานั้น แต่เดิมที่เคยมีอณูแห่งชีวิตหนาแน่น ปัจจุบันก็มีอัตราความหนาแน่นลดลงอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานมันก็เหลืออณูแห่งชีวิตไม่ถึง 10% แล้ว

มันต้องใช้เวลาครู่หนึ่ง

กว่าอณูแห่งชีวิตจากบริเวณอื่น ๆ ใกล้เคียงจะไหลเข้ามาเติมเต็ม ณ จุดนี้

ตั้งแต่กลียุค

อณูแห่งชีวิตบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินแห่งนี้ได้ฟื้นฟูจนเต็มเปี่ยม มีสายแร่หินปฐมกาลเช่นนี้อยู่ทั่วทุกพื้นที่บนโลก บางแห่งก็ถูกฝังไว้ใต้ดินลึก บางแห่งก็โผล่พ้นดินขึ้นมา ทำให้ดาวเคราะห์สีน้ำเงินนี้มีอณูแห่งชีวิตที่หนาแน่นมาก ๆ

ยังไม่ต้องพูดถึงมิติรอยแยกต่าง ๆ ที่ปรากฏขึ้นมาทั้งบนพื้นดินและในสมุทร ถึงแม้ว่ามันจะนำมาซึ่งสัตว์อสูรมากมาย แต่มิติเหล่านั้นก็ปลดปล่อยอณูแห่งชีวิตจากปลายทางมิตินั้น ๆ ออกมาด้วย ยิ่งทำให้ดาวเคราะห์สีน้ำเงินเต็มไปด้วยอณูแห่งชีวิตอัดแน่นยิ่งกว่าเดิม

ยึดตามการวิเคราะห์ของวิทยาการทางฝั่งมนุษย์

อณูแห่งชีวิตและสายแร่หินปฐมกาลบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ณ ปัจจุบันนี้ เพียงพอที่จะให้ผู้ปลุกพลังสามารถนำไปใช้ได้หรือขุดนำแร่มาใช้ได้อีกนับหมื่นปีโดยที่ไม่ขาดแคลนแต่อย่างใด

และถ้าคำนวณรวมปริมาณอณูแห่งชีวิตจากในรอยแยกมิติ มันก็จะมีพอใช้ไปอีกหลายหมื่นปีเลยทีเดียว

ความคิดบางอย่างวิ่งเข้ามาในหัวของฉู่โม่วอย่างรวดเร็ว

ฉู่โม่วไม่รอช้าที่จะนำแร่หินนี้ใส่เข้าไปในฝ่ามือของเขา

ภายในโลกบนฝ่ามือของฉู่โม่ว

เสี่ยวอู๋และอาไต๋กำลังฝึกฝนตนเองอยู่ ณ ขณะนั้น ทั้งสองรับรู้ได้ถึงสายลมที่รุนแรงมาจากฟางฟ้าเบื้องบน มันทำให้อสูรทั้งสองตนต้องรีบหันมอง แล้วก็พบว่าเบื้องบนนั้นเกิดลมหมุนขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นมา

“เกิดอะไรขึ้นกันนะ?”

ด้วยสถานการณ์นี้มันทำให้สัตว์อสูรที่อยู่ในโลกที่ถูกสร้างใหม่เกิดความกังวลเล็กน้อย

“ไม่ต้องตกใจไป ฉันกำลังเคลื่อนย้ายสายแร่หินปฐมกาลเข้าไปน่ะ”

เสียงของฉู่โม่วดังกังวานอยู่ภายในเสมือนเสียงของฟ้าคำราม

“นั่นเสียงของเจ้านาย!”

“เจ้านายกำลังนำหินปฐมกาลเข้ามาในโลกแห่งนี้!?”

ทั้งเสี่ยวอู๋และอาไต๋ต่างพากันอุทานออกมาด้วยความตกใจ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจด้วย

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองก็ไม่ได้ลงมือฝึกฝนต่อในทันที แต่คอยดูสถานการณ์นี้อย่างสนอกสนใจแทน

อสูรรับใช้เหล่านี้เห็นสายแร่ขนาดใหญ่ถูกส่งลงไปวางบนพื้นดินตามคำสั่งของฉู่โม่ว ก่อนที่สายแร่นี้จะค่อย ๆ หลอมรวมเข้าไปกับผืนดิน

ครืน!

แผ่นดินสั่นสะเทือนรุนแรง

เทือกเขาขนาดเล็กก่อกำเนิดขึ้น

ไม่นานนัก แร่หินก็ค่อย ๆ จมลงไปในพื้นดิน เกิดคลื่นบนผิวดินกระจายตัวไปไกลหลายกิโลเมตร จากนั้นอณูแห่งชีวิตก็ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาจากการฝังตัวนี้

“ที่นี่เริ่มถูกอณูแห่งชีวิตเติมเต็มแล้ว!”

“อณูแห่งชีวิตผุดขึ้นมาจากพื้นดิน!”

เสี่ยวอู๋และอาไต๋พูดด้วยน้ำเสียงมีความสุข

ขณะเดียวกันนั้น ต้นซากุระสวรรค์ หลังจากที่รับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของสายแร่หินปฐมกาล มันก็เริ่ขยายรกรากที่อยู่ใต้ดิน ทะลวงเข้าหาชิ้นแร่และกลืนกินพลังจากแร่นี้อย่างบ้าคลั่ง

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

สายแร่หินปฐมกาลสายเล็กนี้ แม้ว่าจะมีปริมาณอณูแห่งชีวิตอยู่ในระดับสูงที่สามารถกระจายอณูเหล่านี้ออกมาได้เป็นเวลานาน กำลังสูญเสียพลังลงไปอย่างรวดเร็ว

ทว่าต้นซากุระสวรรค์เองก็ไม่ได้กลืนกินพลังนี้ไปจนหมดในคราเดียว

มันค่อย ๆ หยุดลงหลังจากสัมผัสได้ว่าระดับไหนที่จะสามารถรักษาสายแร่หินปฐมกาลชิ้นนี้ไว้ได้

ชัดเจน

ต้นซากุระสวรรค์ต้นนี้ รู้ว่ามันไม่ควรจะรีบบริโภคน้ำเลี้ยงของมันหมดในครั้งเดียว และเลือกที่จะค่อย ๆ หล่อเลี้ยงตนเองด้วยสิ่งที่มีอยู่แทน

เห็นเช่นนั้น

เพราะแบบนี้

มันจึงใช้เวลาถึงห้าวันกว่าฉู่โม่วจะกลับไปถึงบริเวณใกล้เคียงสุดยอดฐานจงไห่

ในช่วงที่กำลังมุ่งหน้ากลับมา เขาได้สายแร่หินปฐมกาลระดับกลางเพิ่มอีกสี่สายใหญ่กับอีกแปดสายเล็ก น่าเสียดายที่ไม่ได้แร่หินสายใหญ่มาเพิ่ม

เขากลับไปเพ่งมองโลกในฝ่ามืออีกครั้ง

โลกใบเล็กที่มีรัศมีราว ๆ แปดสิบกิโลเมตร ถูกเติมเต็มด้วยสายแร่หินปฐมกาลแทบจะทุกพื้นที่แล้ว และมันก็ทำให้อณูแห่งชีวิตภายในสูงกว่าเดิมอีกหลายเท่า มีเทือกเขาเล็ก ๆ ปรากฏให้เห็นบนโลกใบนี้ และมีภูเขาลูกเล็กเกิดขึ้นเป็นแนวสันด้วย

เมฆและหมอกกระจายตัวอยู่บนยอดเขาเหล่านี้ รวมกันเป็นกลุ่มก้อนของหมอกควันคล้ายแดนสวรรค์

ไม่ว่าจะที่ไหนก็ถูกเติมเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ส่วนต้นซากุระสวรรค์ก็เพิ่มอัตราการผลิตน้ำเลี้ยงต่อวันมากกว่าเดิมเป็นสามถังจนเกือบจะสี่ถังแล้ว

หากยังให้ผลผลิตในอัตราระดับนี้

เขาจะสามารถได้รับผลผลิตของต้นซากุระนี้ ได้สามลิตรในสิบวัน ได้สามสิบลิตรในร้อยวัน และได้ร้อยลิตรในแต่ละปี ซึ่งเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงพรสวรรค์ระดับทั่วไปจนกระทั่งสูงขึ้นเป็นระดับดาราลับฟ้าได้ เท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว

ฉู่โม่วพอใจมาก ๆ กับผลลัพธ์

ยังไงเสีย ตอนนี้เขาสามารถขยายพื้นที่ได้เพียงแปดสิบกิโลเมตรเท่านั้น มันเลยทำให้ผลผลิตที่ได้จากต้นซากุระนี้ทำได้มากสุดก็เพียงแค่ร้อยลิตรต่อปี

และถ้าหากรอให้โลกนี้ขยายตัวขึ้นอีก อาจจะสักแปดร้อยถึงพันหกร้อยกิโลเมตร เมื่อได้ระดับนั้น หากเขาเติมสายแร่หินปฐมกาลเข้ามาในโลกแห่งนี้อีก โอกาสที่เขาจะได้ผลผลิตต้นซากุระสวรรค์เพิ่มขึ้นเป็นพันเป็นหมื่นลิตรต่อปีก็มีความเป็นไปได้มากขึ้น!

ไม่ว่าอย่างไร นี่ก็ถือเป็นการเติบโตที่น่ากลัวมาก ๆ ดังนั้นแล้วหากไม่มีอะไรผิดพลาด เขาก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องการขาดน้ำเลี้ยงของต้นซากุระสวรรค์นี้ในอนาคตอย่างแน่นอน

คิดเช่นนั้น

ฉู่โม่วก็มุ่งหน้ากลับไปยังสุดยอดฐานจงไห่

กระนั้นเขาก็ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังบ้านของตนโดยตรง

กลับกัน เขาเลือกที่จะส่งข้อความไปหาเฉินซีเวยเพื่อบอกว่าเขากลับมาแล้วและมุ่งหน้าไปยังวิหารราชันย์เทพยุทธ์แทน

เขาเปิดใช้งานค่ายกลจารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่าและเข้าไปในนั้นเพื่อทำการฝึกฝนทันที!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์