เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 372

บทที่ 372 โชคชั้นใหญ่ กับ มรดกตกทอดถือกำเนิด!

“นี่คือ…”

“จารึกสำหรับสร้างค่ายกลเคลื่อนย้าย!?”

หลังเพ่งมองไปยังภาพประกอบมากมายและตัวอักษรที่บันทึกไว้ในหนังสือ ฉู่โม่วก็อุทานออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว

ค่ายกลเคลื่อนย้าย

เขาเคยใช้พลังเคลื่อนย้ายมาหลายครั้งแล้ว ดังนั้นการมีอยู่ของมันไม่ใช่เรื่องน่าตกใจแต่อย่างใด

ทว่าสิ่งที่ชายหนุ่มตกใจ กลับเป็นวิธีการสร้างที่มีมิติมาเกี่ยวโยงด้วยต่างหาก ซึ่งถือว่าสร้างได้ยากมาก ๆ

ถึงแม้ว่ามนุษยชาติบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินจะค้นหาวิธีสร้างมันได้ แต่ก็ยังไม่มีใครที่ทำสำเร็จจนกระทั่งปัจจุบันนี้

ใช่แล้ว… ในตอนนี้

หนังสือที่มีรายละเอียดวิธีการสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา หากสิ่งนี้ได้ตกทอดสู่มือของผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้วละก็ พวกเขาจะต้องสามารถจับทางและเข้าถึงองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายได้อย่างแน่นอน

และถ้าเป็นเช่นนั้น

เหล่าสุดยอดฐานภายในอาณาจักรตงเสวียนก็จะสามารถใช้การเคลื่อนย้ายเหล่านี้ในการติดต่อหากันได้สะดวกยิ่งขึ้น บางทีเมื่อค่ายกลเคลื่อนย้ายได้รับความนิยม ฐานขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือแม้แต่ขนาดเล็กเองก็อาจจะสามารถสร้างมันไว้ในฐานตนเองได้ด้วย

หากสำเร็จ

ระยะห่างระหว่างฐานที่มีสัตว์อสูรมากมายคอยดักทำร้ายอยู่ก็จะไม่เป็นอุปสรรคในการไปมาหาสู่ของมนุษยชาติอีกต่อไป

ยิ่งกว่านั้น ค่ายกลเคลื่อนย้ายยังมีความสำคัญมากกว่านั้นอีก

หากฐานถูกสัตว์อสูรโจมตี ฐานอื่นก็จะสามารถส่งกำลังเสริมผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้ได้ ซึ่งความสำคัญนี้ถือเป็นสิ่งที่มาก่อนสิ่งอื่นใด และจากสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตก็ถือว่าเป็นสิ่งยืนยันได้ถึงความจำเป็นของมัน

‘เป็นสมบัติที่ล้ำค่าจริง ๆ!’

‘ล้ำค่าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้!’

ฉู่โม่วสูดหายใจลึกและพูดกับตนเอง

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยสร้างค่ายกลมาก่อน และตำราเล่มนี้ก็ไม่เหมาะกับเขาแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังคุ้มค่าที่จะนำกลับไปมอบให้ผู้ที่สามารถใช้งานมันได้ เพื่อที่จะพัฒนาพลังของมนุษยชาติให้กล้าแข็งขึ้นอีก

คิดได้เช่นนั้น

ฉู่โม่วก็เก็บสิ่งนี้เข้าไปในมิติพกพาอย่างระมัดระวัง และตั้งใจไปรอที่จุดนัดพบก่อนจะนำสิ่งนี้ไปส่งให้กับราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพาอีกทีหนึ่ง

จากนั้น

เขาก็สำรวจโถงแห่งนี้ให้ถี่ถ้วนอีกครั้ง แล้วค่อยจากไปเมื่อไม่พบสิ่งอื่นแล้ว

ฉู่โม่วเข้าไปยังอาคารที่ถูกรักษาไว้เป็นอย่างดีหลังที่สอง

ที่นี่มีลานกว้างขนาดใหญ่ เหมือนว่าที่นี่จะเป็นแหล่งสกัดยา เพราะเขาพบหญ้าวิญญาณมากมายถูกปลูกเอาไว้ที่นี่ด้วย

ไม่รู้ว่าหญ้าวิญญาณเหล่านี้เติบโตมานานขนาดไหนแล้ว แต่พวกมันทุกต้นล้วนดูลึกลับ อณูแห่งชีวิตที่มากมายคลุ้งออกมาตลบอบอวลเสมือนกลิ่นน้ำหอมที่ใครดมเข้าไปแล้วก็ต่างรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นมาได้

นอกจากนั้น

ที่นี่ยังมีอสูรหมียักษ์สามตนที่คอยปกปักษ์รักษาพื้นที่บริเวณนี้อยู่อีก

ไม่แน่ใจว่าสัตว์อสูรเหล่านี้ คือสัตว์อสูรที่เกิดขึ้นภายในโบราณสถานแห่งนี้ หรือเป็นสัตว์อสูรจากด้านนอกที่เผอิญหลุดเข้ามา ที่สำคัญคือพวกมันทุกตนแข็งแกร่งกันมาก ๆ เป็นถึงสัตว์อสูรระดับ 8 กันเลย

สองในสามเป็นสัตว์อสูรระดับ 8 และอีกหนึ่งสูงกว่าระดับ 8

“กรรร!”

เมื่อเห็นฉู่โม่วเข้ามา อสูรหมียักษ์ทั้งสามตนที่มีขนาดใหญ่หลายเมตรก็คำรามและมุ่งหน้าเข้ามา

ฉู่โม่วไม่ลังเล

เขากระตุ้นเลือดและพลังปราณ ให้อณูแห่งชีวิตถูกดูดเข้ามาไหลเวียนรอบร่างกาย เช่นเดียวกับที่พรสวรรค์มากมายถูกกระตุ้นขึ้นมาในคราเดียวก่อนที่จะเข้ามารวมที่กระบี่และปลดปล่อยออกไป

ซู่ม!

แสงแพรวพราวของคมกระบี่สว่างไสวและพุ่งเข้าใส่หมียักษ์เบื้องหน้า

ด้วยเสียง ‘ฉัวะ!’ สัตว์อสูรระดับ 8 ขนาดใหญ่ก็ถูกผ่าเข้ากลางลำตัว

ถัดมา

ฉัวะ!

ฉัวะ!

ปราณกระบี่อีกสองครั้งถูกปลดปล่อยออกมาในจังหวะเดียวกัน

สัตว์อสูรหมียักษ์อีกสองตนไม่สามารถหนีไปไหนได้เลย ครั้นจะต้านไว้ก็ต้านไม่อยู่ เพราะงั้นพวกมันจึงตายตกตามกันไปติด ๆ

ในวันนี้

สัตว์อสูรระดับ 8 ทั่ว ๆ ไป ไม่ถูกนับว่าเป็นศัตรูที่ฉู่โม่วจะต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว

การกำจัดพวกมันนั้นง่ายไม่ต่างอะไรกับการเชือดหมูเชือดหมาเลย

ภายหลังจากสงบอณูแห่งชีวิตและเลือดลงแล้ว ฉู่โม่วก็เดินตรงไปยังลานเบื้องหน้าต่อ

อย่างไรก็ตาม หญ้าวิญญาณและดอกไม้วิญญาณที่เติบโต ณ ที่แห่งนี้นั้นส่วนใหญ่เป็นเพียงระดับธรรมดา ๆ ทั่วไปเท่านั้น แต่เพราะไม่รู้ว่าพวกมันเติบโตกันมานานขนาดไหนแล้ว สิ่งเหล่านี้สะสมอณูแห่งชีวิตไว้มากมายจนกระทั่งกลายสภาพเป็นพืชที่เปี่ยมไปด้วยสรรพคุณที่แข็งแกร่ง

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มรดกตกทอด!

นอกจากจารึกค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ฉู่โม่วพบเจอในตอนแรก ภายหลังเขายังพบกับกรรมวิธีด้านการเล่นแร่แปรธาตุอีกจำนวนหนึ่ง รวมไปถึงกระบวนท่าฝึกวรยุทธ์อีกมากมายที่ถูกเก็บซ่อนไว้ด้วย

สิ่งเหล่านี้ส่วนมากอยู่ในระดับแพลทินัมกันหมด มีบ้างที่เป็นระดับตำนาน ราว ๆ หกชิ้น สี่ชิ้นเป็นวรยุทธ์เกี่ยวกับวิชากระบี่และกระบี่ ส่วนที่เหลือเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งและลึกลับ บางชิ้นก็น่าเลื่อมใส บางชิ้นก็ยิ่งกว่านั้น

ถึงแม้ว่าตอนนี้ ฉู่โม่วจะก้าวออกมาจากการฝึกฝนการเป็นเจ้าแห่งวิถีกระบี่ของตนเองแล้ว และวิชากระบี่ก็ไม่ถือว่าอยู่ในสายตาของเขาอีกต่อไป แต่หยกล้ำค่าก็สามารถสั่นสะเทือนขุนเขาได้ เฉกเช่นวิชากระบี่ระดับตำนานที่ได้มานี้ มันก็ทำให้ความอยากกลับไปฝึกฝนการเป็นเจ้าแห่งวิถีกระบี่ของเขากลับมาอีกครั้ง เพราะมันสามารถเพิ่มพลังทำให้เขาสามารถก้าวเดินไปในวิถีนี้ได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

ดังนั้นแล้ว

ฉู่โม่วจึงค่อนข้างจะภูมิใจกับสิ่งที่ได้มามาก ๆ

เขาสำรวจอาคารหลังอื่น ๆ ต่อเพื่อเก็บสมบัติมาให้หมด

ครืน!

ขณะนั้นเอง จู่ ๆ ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นมาจากพื้นที่ใกล้เคียง

หลังจากนั้นทันทีทันใด

กลิ่นอายพลังที่เฉียบคมก็ลอยเข้ามา เสมือนคลื่นตกกระทบ มันกระจายตัวไปทั่วบริเวณ

และแม้มันจะยังมาไม่ถึงตัวฉู่โม่ว

พรึ่บ!

กายากระบี่เทวะของเขาก็เหมือนจะสัมผัสได้แล้ว และมันกระตุ้นการทำงานของตนเองขึ้นมาทันที

“นี่คือ…”

ฉู่โม่วหันกลับไปมอง

สายตาของเขากวาดมองไปตามทางโดยไม่รู้ตัว

และที่ปลายทางนั้นเอง จุดที่เป็นต้นกำเนิดของคลื่นตกกระทบ ลำแสงเส้นหนึ่งก็เพิ่งตรงขึ้นฟ้าไป ปลดปล่อยกลิ่นอายที่ร้ายกาจมาก ๆ ออกมา

“ความรู้สึกนี้… เจตจำนงแห่งกระบี่ที่เข้มข้นมาก ๆ … หรือว่าตรงนั้นจะมีมรดกตกทอดที่เกี่ยวข้องกับกระบี่อยู่กันนะ!?”

หัวใจของฉู่โม่วเกิดหวั่นไหว

ระหว่างนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากกำไลข้อมือด้วย มันเป็นข้อความจากราชันย์เทพยุทธ์ เมื่อเปิดขึ้นมาอ่าน เขาก็พบว่าราชันย์เทพยุทธ์ดับดาราแจ้งว่าให้ไปรวมตัวกัน

โดยปราศจากการลังเล ฉู่โม่วรีบบินออกไปทันที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์