เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 386

บทที่ 386 เสียงระฆังครั้งที่สิบแปด!

ตั้งแต่ก่อตั้งแนวป้องกันชายฝั่งขึ้น เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ไม่เคยพบกับสงครามขนาดใหญ่มาเป็นเวลานาน

บางทีอาจเป็นเพราะความสะดวกสบายที่นานเกินไป ผู้ปลุกพลังรุ่นใหม่จึงค่อย ๆ เสียความกระตือรือร้นไป และแม้แต่ผู้ปลุกพลังรุ่นเก่าที่อยู่มาตั้งแต่จุดเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ได้เห็นหายนะของเผ่าพันธุ์มนุษย์มาด้วยตาตัวเอง…ก็เริ่มที่จะเฉยชายิ่งขึ้น

แต่ในตอนนี้

เมื่อพบว่าประชากรมนุษย์มากกว่าสามสิบล้านคนถูกสัตว์อสูรสังหารอย่างโหดร้าย ประกอบกับคำพูดของราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางผู้ยืนหยัดที่จะต่อสู้ จิตวิญญาณต่อสู้เฮือกสุดท้ายในหัวใจของพวกเขาก็คุกรุ่นกลับขึ้นมาอีกครั้ง!

สายตาของพวกเขาค่อย ๆ แน่วแน่ขึ้น!

เลือดของพวกเขาเดือดพล่าน!

“ต่อสู้! ต่อสู้! ต่อสู้!”

“เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรารุ่งเรืองมาตั้งแต่การเปลี่ยนแปลง เส้นทางที่ผ่านมาก็ยากลำบากมาตลอด แต่พวกเราก็ไม่ย่อท้อ!”

“ถึงต้องตายแล้วยังจะกลัวอะไรอีกล่ะ?!”

“สู้กับสัตว์อสูรในฐานจงไห่ให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย!”

ข้างในห้องโถง

ราชันย์เทพยุทธ์ทุกคนส่งเสียงดังลั่น

เสียงของพวกเขาค่อย ๆ ดังและพร้อมเพรียงกันมากขึ้น ท้ายที่สุดพวกมันก็รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อเกิดเป็นควันอันน่าสะพรึงกลัวที่ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้ากว่าหลายพันกิโลเมตร

ข้างในฐาน

ตอนนี้มีผู้ปลุกพลังและคนธรรมดามากมายที่ยังคงซื้อของและเดินไปมาอยู่ตามท้องถนน หรือไม่ก็ฝึกฝนและทำสิ่งต่าง ๆ อยู่ในบ้าน

เมื่อได้ยินเสียงของเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ พวกเขาต่างก็ตะลึงงัน

แต่

ก่อนที่พวกเขาจะได้ดึงสติกลับมา

หง่างเหง่ง!!!

เสียงดังสนั่นของระฆังดังขึ้นในทันใด มันดังมาจากท้องฟ้าเบื้องบนเกาะลอยฟ้าที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์ตั้งอยู่และแพร่กระจายไปทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่ในทันที แล้วจึงสะท้อนไปมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มันดูยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก

เมื่อมันดังขึ้น

ข้างในฐาน มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือผู้ปลุกพลังต่างก็มีความทรงจำหนึ่งขึ้นมาในหัวทันที

ความทรงจำอันแสนยาวนาน…

“ระฆังแดนสวรรค์คืออาวุธสำคัญของสุดยอดฐานเผ่ามนุษย์ มันไม่ควรจะถูกใช้พร่ำเพรื่อ หากระฆังลั่นก็หมายความว่ามีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์มนุษย์!”

“ถ้าเสียงระฆังดังสะท้อนอย่างต่อเนื่องและปลอบประโลมจิตใจ มันจะเป็นเหตุการณ์ที่ดีสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่ถ้าเสียงระฆังดังสนั่นและรวดเร็วราวกับว่าสะท้อนเสียงพายุ นั่นหมายความว่าจะมีหายนะเกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์มนุษย์!”

“ถ้าเป็นเหตุการณ์ดีที่ยิ่งใหญ่ มันจะดังกึกก้องเก้าครั้งติดต่อกันและตามมาด้วยเสียงแห่งฤกษ์งามยามดี!”

“ถ้าเกิดหายนะขึ้น เมื่อระฆังดังหนึ่งครั้งแปลว่าฐานอยู่ในสภาวะวิกฤต! เมื่อระฆังดังสองครั้งแปลว่าประตูเมืองต้องถูกปิดทันที เมื่อระฆังดังสามครั้งแปลว่าค่ายกลจำกัดพื้นที่อันยิ่งใหญ่จะถูกเปิดใช้งาน เมื่อระฆังดังสี่ครั้ง ผู้ปลุกพลังจะต้องเคลื่อนไหวฉุกเฉิน เมื่อระฆังดังห้าครั้งแปลว่าผู้คนทั่วไปจะต้องอพยพเข้าไปยังที่หลบภัย และต่อไปเรื่อย ๆ…”

“ถ้ารอจนระฆังดังถึงเก้าครั้ง เท่ากับว่าฐานถูกบุกรุกโดยสมบูรณ์และผู้ปลุกพลังทุกคนจะถูกเกณฑ์ตัวไป!”

“เมื่อระฆังดังสิบครั้งแปลว่าฐานตกอยู่ในอันตราย มีความเป็นไปได้สูงที่ทั่วทั้งฐานจะถูกทำลายและผลกระทบอาจแพร่กระจายออกไปกว่าหลายล้านกิโลเมตร!”

“ยิ่งกว่านั้น ถ้าระฆังเมืองดังสิบแปดครั้ง มนุษย์ทุกคนจะต้องเผชิญหน้ากับความเป็นความตายและอาจถูกทำลายได้ทุกเมื่อ!”

ความทรงจำนี้

มันคือประกาศจากสุดยอดฐานตอนที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ติดตั้งระฆังแดนสวรรค์ในวิหารราชันย์เทพยุทธ์

ตั้งแต่นั้นมา

ความหมายของเสียงระฆังเหล่านี้ก็เป็นที่จดจำของคนรุ่นเก่า รวมไปถึงคนรุ่นใหม่ที่ได้เรียนรู้เรื่องนี้จากครูในโรงเรียน!

ในตอนนี้

เมื่อระฆังดังขึ้นติดกันหลายครั้ง ผู้คนก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรและคิดว่าจะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์มนุษย์เสียด้วยซ้ำ

อย่างไรแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ระฆังแดนสวรรค์ดังขึ้น มันดังเก้าครั้งติดต่อกันและตามมาด้วยเสียงดนตรีระรื่นหู นั่นก็คือการเฉลิมฉลองที่ฉู่โม่วกลายเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงของวิหารราชันย์เทพยุทธ์

แต่ตอนนั้นเอง…

“ฉันได้ยินแค่เสียงระฆังแดนสวรรค์ แต่ไม่มีเสียงเพลงอะไรเลย หรือว่า…”

ชายชราคนหนึ่งพึมพำกับตัวเองอยู่บนถนนราวกับว่านึกบางสิ่งได้ และเผยสายตาเหลือเชื่อออกมาในทันใด

ไม่ต้องรอให้เขาพูดจบ

หง่างเหง่ง!!!

เสียงระฆังดังขึ้นอีกครั้ง

หง่างเหง่ง!

เสียงระฆังดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม

“มีแต่เสียงระฆัง ไม่มีเสียงเพลงออกมาเลย… สุดยอดฐานจงไห่กำลังเผชิญกับหายนะ!”

“เกิดหายนะขึ้นในสุดยอดฐานจงไห่ของฉัน!”

“ศัตรูโจมตี ศัตรูจะเข้ามาโจมตี!”

“ระฆังดังสามครั้ง ประตูเมืองปิดและเปิดใช้งานค่ายกลจำกัดขอบเขต!”

เมื่อระฆังดังขึ้นสามครั้ง ความทรงจำอันยาวนานในใจของผู้ปลุกพลังรุ่นเก่ามากมายก็ตื่นขึ้น พวกเขาอุทานออกมาพร้อมตื่นตระหนกในทันที

แต่ก็ยังมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ตอบสนอง!

อย่างไรแล้ว เสียงระฆังแดนสวรรค์นี้ก็ไม่เคยดังให้ได้ยินมาเป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่ก่อตั้งสุดยอดฐานจงไห่มา มันก็ดังแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น และส่วนมากก็เกิดขึ้นตอนที่ฐานจงไห่เพิ่งจะถูกก่อตั้งและผ่านมากว่าหลายร้อยปีแล้ว

คนรุ่นใหม่หลายคนแทบจำความหมายของเสียงระฆังไม่ได้เลย

แต่แล้ว

หง่างเหง่ง!

เสียงระฆังครั้งที่สี่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งฐาน

ตอนนั้นเองที่ผู้คนรู้ตัวและหยุดทำทุกอย่างในที่สุด

หง่างเหง่ง!

หง่างเหง่ง!

หง่างเหง่ง!

หง่างเหง่ง!

ครั้งที่ห้า ครั้งที่หก ครั้งที่เจ็ด ครั้งที่แปด…

เสียงระฆังดังขึ้นและดังขึ้น

เมื่อเสียงระฆังดังขึ้นเป็นครั้งที่แปด แทบทุกคนในฐานก็เข้าใจในที่สุด

ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะใด ทุกคนต่างก็หยุดทำทุกสิ่ง เดินออกมาจากบ้าน ออกมาตามท้องถนน และมองไปยังวิหารราชันย์เทพยุทธ์ที่ลอยอยู่กลางอากาศไกลออกไป

“ระฆังเมืองดังแปดครั้ง เกิดอะไรขึ้น?”

“หรือว่าสุดยอดฐานจงไห่ของฉันจะเผชิญหน้าเข้ากับหายนะซะแล้ว?”

“หรือว่าสัตว์อสูรกำลังโจมตีพวกเรา?”

หง่างเหง่ง!

หง่างเหง่ง!

หง่างเหง่ง!

เสียงระฆังยังคงดังต่อไป ทุกครั้งที่มันดังขึ้นเป็นเหมือนกับค้อนขนาดใหญ่ที่ทุบลงไปยังจิตใจของทุกคน

ร่างของผู้คนนิ่งงันอยู่กับที่ราวกับว่าถูกฟ้าผ่า

ผู้คนรุ่นเก่าต่างก็สั่นสะท้านขณะที่น้ำตาไหลลงมาอาบหน้า!

“ระฆังดังสิบเจ็ดครั้ง!”

“มันดังเป็นครั้งที่สิบเจ็ดแล้ว!”

“ถ้าระฆังเมืองดังเป็นครั้งที่สิบแปดก็หมายความว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์มาถึงจุดที่อยู่ระหว่างความเป็นความตายแล้ว และอาจถูกทำลายล้างได้ทุกเมื่อ ตอนนี้… ระฆังดังในฐานจงไห่มาสิบเจ็ดครั้งแล้ว!”

“อย่าดังอีกครั้งนะ! อย่าดังอีก!”

“ใครบอกฉันได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น?!”

ผู้คนนับไม่ถ้วนโอดครวญและกรีดร้องเสียงดังลั่น

บางคนกระทั่งส่งเสียงคำรามและขอร้องไม่ให้ระฆังแดนสวรรค์ดังขึ้นอีก

บางที

คำขอร้องของพวกเขาอาจได้ผล หลังจากที่ระฆังดังเป็นครั้งที่สิบเจ็ดมันก็หยุดลงจริง ๆ และเหลือเพียงเสียงระฆังที่สะท้อนไปมาเท่านั้น…

เมื่อเห็นภาพนี้

ผู้คนมากมายต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอกโดยไม่รู้ตัว

แต่หลังจากนั้น

หง่างเหง่งงงงง!!!

เสียงระฆังรุนแรง ยิ่งใหญ่ และดังลั่นยิ่งกว่าเก่า

เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น คลื่นเสียงรุนแรงก็เกิดขึ้นใกล้วิหารราชันย์เทพยุทธ์ คลื่นอากาศขนาดใหญ่แพร่กระจายออกมา เสียงระฆังดังไปทั่วทุกทิศทางและก่อเกิดเป็นคลื่นสั่นสะเทือนในอากาศ

ไม่ว่าที่ใด…

ทุกคนที่ได้ยินเสียงระฆังต่างก็หน้าซีดเผือด

บางคนที่จิตใจอ่อนแอกระทั่งทรุดลงบนพื้นและเผยสีหน้าสิ้นหวังออกมา

“ระฆังเมืองดังสิบแปดครั้ง!”

“นี่หมายความว่า… เผ่าพันธุ์มนุษย์ตกอยู่ระหว่างความเป็นความตายแล้ว!”

“เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ของฉัน!”

“ทำไมระฆังสุดยอดฐานจงไห่ของฉันถึงดังตั้งสิบแปดครั้งได้ล่ะ เกิดหายนะอะไรขึ้น?”

“ฐานจงไห่อยู่หลังแนวป้องกันชายฝั่ง ถ้ายังไม่เสียแนวป้องกันไป ฐานจงไห่ก็ยังคงปลอดภัย… แต่วันนี้มีเสียงระฆังดังขึ้นสิบแปดครั้ง แปลว่าแนวป้องกันชายฝั่งพังทลายไปแล้วเหรอ?!”

“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้แน่นอน!”

“ชายฝั่งยาวออกไปหลายหมื่นกิโลเมตรและมีแนวป้องกันชายฝั่งอยู่ มีผู้ปลุกพลังมนุษย์หลายล้านคนคอยคุ้มกันอยู่ มีกระทั่งราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวคอยคุ้มกันปราการหลักด้วยซ้ำ รวมไปถึงปราการศึกอีกนับไม่ถ้วน มันจะแพ้ได้ยังไงกัน?!!”

“ฉันไม่เชื่อหรอก!”

“นี่ไม่ใช่เรื่องจริงแน่ ฉันต้องฟังผิดไป!”

“ฉันต้องฝันอยู่แน่ ๆ ใครก็ได้ปลุกฉันหน่อย ใครก็ได้ปลุกฉันที!!!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์