บทที่ 387 เตรียมตัวให้พร้อม และ ภารกิจคือการหนีออกไปจากที่นี่!
มีเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นตามถนนและซอกซอย!
ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งกรีดร้องและคำราม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและเหลือเชื่อ
นี่คือเสียงระฆังครั้งที่สิบแปด!
มันไม่เพียงแสดงถึงอันตรายภายในฐานจงไห่ แต่ยังแสดงให้เห็นว่าทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์ตกอยู่ระหว่างความเป็นความตายอีกด้วย!
เมื่อมันดังขึ้น
นั่นหมายความว่าพละกำลังของศัตรูนั้นเหนือกว่าที่จะจินตนาการได้ ทำให้สุดยอดฐานจงไห่ตกอยู่ในความสิ้นหวังและต้องประกาศสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุด
ไม่เช่นนั้น…
หากยังพอมีความหวังอยู่บ้างก็คงไม่มีเสียงระฆังครั้งที่สิบแปด!
แต่นั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น…
และทำให้มนุษย์ทั่วทั้งฐานสับสนอลหม่านไปหมด!
นี่มันอะไรกัน!?
สุดยอดฐานจงไห่ได้รับการคุ้มกันจากราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด รวมไปถึงราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว และผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์อีกจำนวนมาก!
นอกจากนี้…
ยังมีกำแพงเมืองอันแข็งแกร่งและค่ายกลที่ทรงพลังมากมาย รวมไปถึงผู้ปลุกพลังกว่าหลายล้านคน ไม่ว่าจะเป็นราชันย์ยุทธ์หรือนายพลเมือง แล้วฐานระดับสูงที่มีกองกำลังแข็งแกร่งเช่นนี้จะมาตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังได้อย่างไรกัน?
ศัตรูของพวกเราแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ?!
พวกเขาต่างก็คิดแล้วคิดอีก…
แต่เสียงระฆังครั้งที่สิบแปดก็เป็นข้อสรุปได้แล้วว่า
ฐานจะตกอยู่ในสภาวะสงครามเต็มรูปแบบในไม่ช้า และผู้ปลุกพลังทุกคนจะถูกเกณฑ์ตัวมาเข้าร่วมกองทัพ!
ใช่แล้ว…
ผู้คนมากมายละทิ้งงานในมือและมุ่งหน้ากลับไปที่บ้านทันที!
ผู้คนธรรมดากลับไปที่บ้าน กอดครอบครัวอันเป็นที่รักไว้แน่น และรอคอยการประกาศให้เข้าไปข้างในที่หลบภัย
ส่วนเหล่าผู้ปลุกพลัง…
พวกเขาต่างก็กลับไปที่บ้านเพื่อบอกลาพ่อแม่ ภรรยา สามี และลูก ๆ
ส่วนผู้ที่ไม่มีเพื่อนหรือครอบครัว หากไม่อยู่ที่บ้านคนเดียวหรือยังคงงุนงง ก็คงจะหวนนึกถึงอดีตอยู่ในตอนนี้…
นอกจากนี้
ผู้คนมากมายใช้โอกาสนี้นึกถึงสิ่งที่อยากพูดแต่ไม่กล้าพูด และสิ่งที่อยากทำแต่ไม่กล้าทำ
ด้วยความกลัวว่าหากไม่พูดหรือทำในตอนนี้ พวกเขาก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว
ใช่แล้ว…
ผู้ที่หลงรักใครต่างก็ใช้โอกาสนี้สารภาพรัก
หากมีความขัดแย้ง พวกเขาก็ใช้โอกาสนี้ในการจับมือและคืนดีกัน
มีเหล่าคู่รักมากมายที่กล่าวคำสาบานร่วมกันว่า หากรอดชีวิตไปได้ ทั้งสองจะแต่งงานกัน
แน่นอนว่า…
มีผู้คนที่ยอมแพ้กับชีวิตและกรีดร้องเสียงดังลั่นด้วยเช่นกัน
ความโกลาหลทั่วทั้งโลก!
ถูกเผยให้เห็นเมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย
ในไม่ช้า
ประกาศฉุกเฉินถูกกระจายข่าวออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า
ผู้คนทั่วไปต่างก็ถูกพาตัวเข้าไปยังที่หลบภัยที่ใกล้ที่สุด
และเหล่าผู้ปลุกพลังก็เคลื่อนไหวในทันที
ส่วนตระกูลขนาดใหญ่ทั้งหลาย
ไม่ว่าจะเป็นผู้ปลุกพลังธรรมดาหรือราชันย์เทพยุทธ์ต่างก็ไปรวมตัวกันเพื่อรอคอยคำสั่งและภารกิจจากกองทัพ
ผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนนำอาวุธและถุงเก็บของออกมาจากบ้านหลังจากที่ได้รับคำสั่ง พวกเขาก็กล่าวลาครอบครัวของตนทั้งน้ำตา และเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว!
เรือบิน ยานบิน และกระทั่งเรือรบมากมายถูกใช้งานเป็นยานพาหนะสงครามที่พาผู้ปลุกพลังและใช้บรรทุกวัสดุมากมาย
ในตอนนั้นเอง
ทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่เกิดการเคลื่อนไหวขึ้น!
ผู้ปลุกพลังหลายล้านคนมุ่งหน้าไปที่กำแพงเพื่อรักษาการณ์!
ทรัพยากรมหาศาลถูกนำออกมากองรวมกันบนท้องถนน
ไม่มีผู้คนทั่วไปให้พบเห็น เหลืออยู่เพียงผู้ปลุกพลังหนุ่มสาวที่เพิ่งจะเริ่มฝึกฝนหรือผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งเดินไปเดินมาเท่านั้น
สีหน้าของพวกเขาต่างก็หวาดกลัวและวิตกกังวล
แต่…
เมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย กลับไม่มีใครหวาดกลัวแม้แต่น้อย
เพราะพวกเขามั่นใจเป็นอย่างมากว่า!
หากพวกเขาเองก็กลัวหัวหดไปด้วย ฐานแห่งนี้ก็จะหมดหวังอย่างแท้จริง และเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็จะถูกทำลาย!
ทั่วทั้งฐานและเผ่าพันธุ์กำลังแขวนอยู่ระหว่างความเป็นความตาย!
ในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกคนต่างก็ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เกียจคร้านแม้แต่น้อย!
…
ที่หอคอยราชันย์เทพยุทธ์ ภายในจารึกหลอมวิญญาณร้อยเท่า
ฉู่โม่วยังคงแยกตัวฝึกฝนอยู่
แต่รัศมีที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของเขาในตอนนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเก่ามาก
แค่พลังกัดกร่อนที่ถูกปลดปล่อยออกมาระหว่างฝึกฝนก็ทำให้อากาศโดยรอบฉีกขาดและพังทลายเล็กน้อยได้แล้ว
หากมีใครอยู่ที่นี่และได้เห็นภาพนี้เข้า
คงไม่มีใครสงสัยเลยว่า หากพลังในร่างกายนี้ถูกปลดปล่อยออกมา มันจะต้องเป็นพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุดอย่างแน่นอน!
หึ่ง!
อณูแห่งชีวิตยังคงก่อตัวเป็นทรงกรวยและหลั่งไหลเข้าไปในร่างกายของฉู่โม่วอย่างรวดเร็ว ทำให้พละกำลังของเขาพัฒนาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แต่
ในตอนนั้นเอง
หง่างเหง่ง! หง่างเหง่ง! หง่างเหง่ง!
เสียงระฆังดังสนั่นเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งพื้นที่ครั้งแล้วครั้งเล่า
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วที่หลับตาฝึกฝนอยู่ก็ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ทำไมระฆังเมืองถึงลั่นเร็วแบบนี้ล่ะ?”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเอง
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางกล่าว
เมื่อได้ยินดังนั้น
ราชันย์เทพยุทธ์ดับดาราข้างกายเขาก็ลุกขึ้นยืน “ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ ฉันเป็นคนไปตรวจสอบมาและพบว่าสัตว์อสูรทะเลที่บุกเข้ามานั้นทรงพลังมาก มีสัตว์อสูรระดับผู้นำที่เทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดอย่างน้อยแปดตัว และยังมีตัวที่ไม่รู้พละกำลังที่แท้จริงอยู่ด้วย!”
“หลังจากที่สัตว์อสูรพวกนั้นยึดสุดยอดฐานซูฮั่งได้ ต่อไปก็คงจะเป็นพวกเรา ตอนนี้สุดยอดฐานจงไห่ของเรากำลังเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย…”
เขาอธิบายให้ฟังคร่าว ๆ
“สัตว์อสูรระดับราชันย์เทพยุทธ์แปดตัวเหรอ?”
“แล้วยังมีสัตว์อสูรที่สูงพันเมตรซึ่งมีพละกำลังน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะคาดการณ์ได้ด้วย!”
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของราชันย์เทพยุทธ์ดับดารา ฉู่โม่วก็อดหายใจเฮือกใหญ่ไม่ได้
ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมทั่วทั้งฐานถึงเกิดความโกลาหลขึ้น
เข้าใจว่าทำไมราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางจึงดูเคร่งเครียดและสั่นระฆังถึงสิบแปดครั้ง
ไม่ต้องพูดอะไรไปมากกว่านี้
แค่สัตว์อสูรระดับผู้นำแปดตัวก็ยากที่จะต้านทานแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสัตว์อสูรแสนน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้ราชันย์เทพยุทธ์ดับดาราต้องหลบหนีมาตั้งแต่แรกเห็น
สัตว์อสูรเช่นนี้
แม้ว่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดทุกคนของเผ่าพันธุ์มนุษย์จะร่วมมือกันก็คงรับมือได้ยาก
แต่
ฉู่โม่วมองไปทั่วห้องโถงและเห็นว่าราชันย์เทพยุทธ์เหล่านี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เห็นได้ชัดว่าพวกเขาพร้อมที่จะต่อสู้กับสัตว์อสูรจนตัวตาย
และเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ขณะที่ฉู่โม่วมองอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางจัดกองทัพต่อไป
“สัตว์อสูรกำลังจะโจมตี และเราหลีกเลี่ยงการต่อสู้นี้ไม่ได้… นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่นี้ไป ฉันจะเป็นผู้บัญชาการของทั่วทั้งฐานจงไห่ และราชันย์เทพยุทธ์มังกรจะเป็นรองผู้บัญชาการในการต่อสู้กับสัตว์อสูรครั้งนี้!”
“ส่วนราชันย์เทพยุทธ์ธารดาราจะเป็นผู้รับผิดชอบจัดการผู้ปลุกพลังทุกคนในฐานและเตรียมพร้อมเข้าต่อสู้ให้เร็วที่สุดทุกเมื่อ!”
“ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงรับหน้าที่จัดการทรัพยากรเพื่อไม่ให้ขาดช่วงระหว่างสงคราม!”
“ส่วนราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งจะเป็นคนนำราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 5 ดาวหรือสูงกว่า อย่างราชันย์เทพยุทธ์ดับดาราและราชันย์เทพยุทธ์ผงาดฟ้าไปตั้งกองกำลังเคลื่อนที่เพื่อรับมือกับสัตว์อสูรที่ทรงพลัง สังหารหรือขัดขวางพวกมันไว้ อย่าให้ฝ่าแนวป้องกันเข้ามาได้!”
“ราชันย์เทพยุทธ์ผงาดฟ้า…”
“ราชันย์เทพยุทธ์ธารดารา…”
คำสั่งถูกประกาศออกมาจากปากของราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่เหล่าราชันย์เทพยุทธ์คอยรับคำสั่ง ราชันย์เทพยุทธ์ธารดารานั้นหมายถึงผู้อาวุโสซิงเหอนั่นเอง
ในไม่ช้า
ก็เหลือราชันย์เทพยุทธ์อยู่ในห้องโถงเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
เมื่อเห็นภาพนี้ ฉู่โม่วก็อดถามไม่ได้ “ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ให้ฉันทำอะไรเหรอ?”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์รอก่อน!”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางโบกมือเพื่อบอกให้ฉู่โม่วใจเย็นลงก่อน
แล้วเขาก็ออกคำสั่งต่อไป
หลังจากผ่านไปสักพัก ราชันย์เทพยุทธ์ทุกคนก็ออกไปจากที่นี่จนหมด
ทั่วทั้งห้องโถงเหลือแค่เพียงฉู่โม่วและราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางเท่านั้น
ในตอนนี้เอง
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางเดินเข้ามาหาฉู่โม่วและกล่าวอย่างแผ่วเบา “ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ คุณมีแค่ภารกิจเดียวในสุดยอดฐานจงไห่… ออกไปจากที่นี่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์