บทที่ 394 ยืนหยัดขึ้นและสู้ตายเพื่อเผ่าพันธุ์!
สงครามยังคงดำเนินต่อไป
บนหมู่เมฆสูงเหนือฟ้า ณ ใจกลางสมรภูมิ
ร่างของฉู่โม่วตวัดกระบี่ดาราทมิฬจนเกิดเป็นประกายแสงพร่างพราว กวาดออกไปพร้อมคลื่นกระบี่สีดำ กระทั่งความว่างเปล่าก็ถูกตัดออกจากกัน แต่ละครั้งที่ลงกระบี่ จะบังเกิดรัศมีพลังถึงขั้นทำลายล้างโลก ราวกับมันสามารถแยกเอาทุกสรรพสิ่งออกจากกันได้
ทุกหนแห่งที่คลื่นกระบี่ทมิฬไหลผ่านไป ล้วนกลืนกินเอาชีวิตสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนไปด้วย และบางตัวก็ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนร่างระเบิดในฉับพลัน
ทั่วสนามรบทั้งหมดต่างชโลมไปด้วยเลือด กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้ง กองทัพสัตว์อสูรถูกบดขยี้จนเป็นผุยผง กระทั่งซากศพก็ไม่หลงเหลืออยู่
พลังที่รุนแรงมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วท้องฟ้าเหนือคลื่นกองทัพสัตว์อสูร ทำให้สัตว์ดุร้ายทั้งหมดต่างมีสีหน้าหวาดกลัว
เดิมที สัตว์ดุร้ายเหล่านี้เต็มไปด้วยความกระหายเลือดสูงมาก
แต่เมื่อได้เห็นพลังอันลึกล้ำของบุคคลตรงหน้า ซึ่งราวกับสามารถบดบังดวงอาทิตย์ด้วยฝ่ามือเดียว ทั่วร่างก็พลันสั่นเทาหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณ และหันหลังวิ่งหนีทันที
ทว่าก็มีสัตว์อสูรบางส่วนที่ไม่ได้หลบหนีไป แต่ถึงอย่างนั้น ก็ต้องหมอบลงแทบพื้นอย่างหวาดกลัว และไม่สามารถบุกโจมตีต่อไปได้
สำหรับคู่ต่อสู้ของฉู่โม่วในเวลานี้คือ…
แม่ทัพอสูรอินทรีทองคำ
แม่ทัพอสูรดูดวิญญาณ
แม่ทัพอสูรแมงมุมนภา
แม่ทัพอสูรราชสีห์คลั่ง และแม่ทัพอสูรมังกรสมุทร
ยิ่งพวกมันได้ประมือกับชายหนุ่มมากเพียงใด ก็ยิ่งหวาดหวั่นความแข็งแกร่งที่ค่อย ๆ สำแดงออกมา
ทั้งหมดล้วนนึกไม่ถึงเลยว่าฉู่โม่วจะเป็นตัวอันตรายได้มากขนาดนี้!
ครั้งแรกที่ชายหนุ่มปรากฏตัวบนสนามรบ เขาก็สามารถปลิดชีพสัตว์อสูรระดับแม่ทัพลงได้ภายในไม่กี่ลมหายใจ!
ก่อนจะถูกปิดล้อมรุมโจมตีโดยสัตว์อสูรระดับแม่ทัพทั้งหก แต่เขาก็ยังปลีกตัวไปสังหารแม่ทัพอสูรหมาป่าสีเงินได้อย่างเหนือคาด!
และปัจจุบัน
เขายังต่อสู้รับมือเพียงลำพังแบบห้าต่อหนึ่งจากสัตว์อสูรระดับแม่ทัพอย่างไม่เพลี่ยงพล้ำเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำ ยังมีเวลาเหลือจนลงไปไล่สังหารฝูงสัตว์อสูรนับร้อยล้านตัวบนพื้นดินด้วย
ด้วยปราณกระบี่ที่น่าพรั่นพรึง ลึกล้ำ และดุดันดังกล่าว
ทำให้ผู้นำทั้งห้าหน้าถอดสีทันที กระทั่งอับจนปัญญากับพลังนั้นมากเสียจนกลบความมั่นใจที่พวกเขาเคยมี ความหยิ่งทะนงไม่เกรงกลัวผู้ใดคล้ายจางหายไปอย่างช้า ๆ
ทุกอย่างกลับตาลปัตร!
เดิมทีมีสัตว์อสูรระดับแม่ทัพอยู่แปดตน แต่ขณะนี้เหลืออยู่เพียงห้าตนเท่านั้น!
และหากเทพกระบี่ผู้นี้ยังกุมความได้เปรียบต่อไปเรื่อย ๆ เกรงว่าพวกเขาทั้งหมดจะต้องถูกจัดการไปทีละตน จนไม่เหลือใครอย่างแน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่เพียงแต่แม่ทัพอสูรทั้งห้าที่ตกใจอยู่ในขณะนี้
แม้แต่คนธรรมดาทั่วที่ประจำการอยู่ในสุดยอดฐานจงไห่
ผู้ปลุกพลังทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกองกำลัง ตระกูลใหญ่ หรือกระทั่งราชันย์เทพยุทธ์ด้วยกันเอง ต่างก็มีอาการตกตะลึงจนตาค้างอยู่เช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ราชันย์เทพยุทธ์ดับดารา และราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง
ในฐานะราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวหรือราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด พวกเขาย่อมรู้ดีว่าสัตว์อสูรระดับแม่ทัพเหล่านี้ทรงพลังเพียงใด
แต่เป็นเพราะความแข็งแกร่งอันลึกล้ำที่น่าพรั่นพรึงของฉู่โม่ว ที่สามารถสะกดข่มศัตรูแบบหนึ่งต่อห้าโดยไม่เพลี่ยงพล้ำ กระทั่งในขณะนี้ มีเพียงคนหนึ่งคนกับกระบี่ยาวเล่มเดียวที่กำลังสะบัดออกทั้งรุกและรับ แต่ก็ยังคงกุมความได้เปรียบเหนือสิ่งมีชีวิตระดับแม่ทัพทั้งห้าได้อย่างเด็ดขาด!
ท่วงท่าอันน่าเกรงขาม ราวกับปิดกั้นสวรรค์ที่กำลังพร่างพราวอยู่ในขณะนี้
ทำให้ผู้ปลุกพลังทุกคนที่กำลังตกตะลึงอยู่ ค่อย ๆ ถูกกระตุ้นความบ้าคลั่งภายในจิตใจอย่างช้า ๆ
และก่อนที่พวกเขาจะทันรู้สึกตัว ลมหายใจของพวกเขาก็พลันหนักหน่วงขึ้น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ ช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ!”
ทันใดนั้นเอง
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็หัวเราะขึ้นเสียงดัง และเสียงนั้นก็ก้องกังวานไปทั่วสนามรบอย่างยิ่งใหญ่
ด้วยความสัตย์จริงจากก้นบึ้งจิตใจของเขา “ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์กลียุคครั้งใหญ่ในอดีตจวบจนถึงปัจจุบัน ชายชราผู้นี้มักถูกพวกสัตว์อสูรกดขี่ข่มเหงและเฆี่ยนตีอยู่ฝ่ายเดียวเสมอ
ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีวันที่เผ่าพันธุ์มนุษย์จะได้ลืมตาอ้าปากหัวเราะอย่างยินดีดั่งเช่นวันนี้!”
“ผู้ปลุกพลังทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้”
“จงมองดูราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ที่กำลังนำแสงสว่างมาสู่เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรา แล้วไยพวกเราจะต้องปล่อยให้เขาสู้รบอยู่อย่างโดดเดี่ยวด้วยเล่า”
“จงวิ่งตามฉันออกจากเมืองเดี๋ยวนี้ ออกไปฆ่าพวกสัตว์อสูรให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินของเรา!”
เสียงตะโกนตอบรับดังขึ้นทันที
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง กำเม็ดยาขึ้นมาจำนวนมากและกลืนมันทั้งหมดในอึดใจเดียว
ก่อนจะบินตรงเข้าสู่สมรภูมิรบกลางอากาศ และเริ่มต่อสู้กับเหล่าสัตว์อสูรที่กำลังแตกตื่น
เมื่อผ่านไปหลายอึดใจ เขายังคงอยู่รอดปลอดภัยจากการรับมือสัตว์อสูรทั้งห้าด้วยกระบี่ดาราทมิฬเพียงเล่มเดียว
เป็นกระบี่ที่มีรัศมีทำลายล้างโลกและแบกรับทุกสิ่งของเขาไว้
ฉากนี้ทำให้เลือดในกายของทุกคนเดือดพล่านลุกเป็นไฟ!
แสงแห่งความหวังเช่นนี้ มันทำให้ภายในใจของพวกเขาถูกปลุกเร้าอย่างตื่นเต้นจนแทบบ้าคลั่ง
ผู้ปลุกพลังทุกคนโคจรพลังทั้งหมดที่มี แล้วกระโจนเข้าต่อสู้กับสัตว์อสูรที่อยู่ใกล้สุดอย่างเมามัน
แม้วันนี้พวกเขาจะต้องตาย แต่จะไม่มีวันหันหลังกลับเป็นอันขาด!
ความบ้าคลั่งเช่นนี้ราวกับเป็นความสิ้นหวังในยามจนตรอก แต่ความหมายที่แฝงอยู่นั้นกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เดิมทีเป็นการทำใจที่จะต้องตายอย่างสิ้นหวัง
แต่ความบ้าเลือดในขณะนี้คือการต่อสู้อย่างเต็มที่ แม้จะตาย ก็ขอตายอย่างภาคภูมิใจ โดยไม่มีอะไรต้องคิดให้เสียดายอีกต่อไป!
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”
“ฆ่าสัตว์อสูรพวกนี้ให้หมด!”
ผู้คนนับไม่ถ้วนคำรามลั่นจนเสียงแหบพร่า แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความดุร้าย บ้าเลือด และกระโจนเข้าสู่คลื่นกองทัพสัตว์อสูรอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด
ภายใต้การโจมตีตอบโต้ของฝ่ายมนุษย์
ทำให้ฝูงสัตว์อสูรขนาดใหญ่ไม่สามารถทนรับแรงกดดันได้อีกต่อไป กองทัพของพวกมันเริ่มล่าถอยออกไปอย่างช้า ๆ
ในขณะที่บนท้องฟ้า
การต่อสู้ระหว่างฉู่โม่วและแม่ทัพสัตว์อสูรทั้งห้าได้มาถึงจุดที่รุนแรงที่สุด
ตอนนี้เองจะเห็นได้ว่า ทั่วร่างของเหล่าแม่ทัพสัตว์อสูรทั้งห้ากลับเต็มไปด้วยรอยแผลเหวอะหวะ ทั้งหมดล้วนตกอยู่ในสภาพที่น่าสังเวช
ในหมู่พวกมัน แม่ทัพอสูรอินทรีทองคำควรเป็นคนที่น่าเห็นใจที่สุด หลังการปะทะอย่างดุเดือด มันกลับได้รับบาดเจ็บสาหัส กรงเล็บแหลมข้างหนึ่งถูกตัดออกจนราบเรียบ จะงอยปากถูกตัดจนแหว่ง แม้แต่ปีกข้างหนึ่งของมันก็ยังถูกตัดสะบั้นจนไม่เท่ากัน กลับกลายเป็นนกยักษ์พิการไปเรียบร้อย
ส่วนแม่ทัพอสูรมังกรสมุทรก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก
เกล็ดทั่วร่างมันถูกเลาะหลุดออก เขาที่หัวถูกตัดจนแหว่งโล่งเตียนไป กระทั่งแกนกลางลำตัวก็ยังมีรอยกระบี่กรีดลึกยาวหลายสิบเมตร จนสามารถมองเห็นกระดูกขาวโผล่ขึ้นมาได้ อาการบาดเจ็บสาหัสจนน่าเป็นห่วง
ส่วนที่เหลือ
แม่ทัพอสูรแมงมุมนภา แม่ทัพอสูรดูดวิญญาณ และแม่ทัพอสูรราชสีห์คลั่ง ต่างก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก แต่ละตนต่างได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน!
ตรงข้ามกับอีกฝ่าย ทั่วร่างฉู่โม่วนั้นไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใด ๆ มิหนำซ้ำ ยิ่งยื้อยุดฉุดรั้งไปนาน กลิ่นอายกลับยิ่งทรงพลังเพิ่มขึ้นทีละนิด จิตสังหารพวยพุ่งปกคลุมโลกราวกับเทพกระบี่สวรรค์ ในรัศมีแสนกิโลเมตรรอบตัวเขา ล้วนแล้วแต่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันที่น่าอึดอัด ทำเอาผู้ที่กำลังจ้องมองการต่อสู้หวาดผวาไปตาม ๆ กัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์