เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 395

บทที่ 395 อยากจะยื่นมือมาช่วยใครสักคนต่อหน้าฉัน…แกถามฉันแล้วหรือยัง?!

“อ๊าก ไม่ไหวแล้ว มนุษย์ผู้นี้น่ากลัวเกินไป!”

“เจ้าบ้านี่มันเป็นใครมาจากไหนกัน ทำไมถึงเก่งกาจขนาดนี้!”

“พลังของเขาแข็งแกร่งเกินไป ถ้าฉันยังสู้ต่อไป ต้องถูกฆ่าที่นี่แน่!”

“หนีเถอะ! พวกเราต้องรีบหนี!”

“รีบถอยกันก่อนเถอะ แล้วไปขอความช่วยเหลือจากองค์จักรพรรดิ!”

ช่วงเวลานี้แม่ทัพสัตว์อสูรทั้งห้าต่างหวาดผวาอย่างสุดขีด

หลังจากเข้าปะทะ พวกมันก็ถูกส่งร่างกระเด็นออกมาอีกครั้ง

พวกมันรู้สึกถึงความอลหม่านของพลังปราณและเลือดที่อยู่ภายใน จนไม่สามารถระงับลมหายใจให้สงบลงได้

ในขณะเดียวกัน

พวกมันต่างหันหน้ามาสบแววตากันโดยสัญชาตญาณ และผงกศีรษะให้กันเพื่อวางแผนที่จะหลบหนีอย่างพร้อมเพรียง

“คิดจะหนีงั้นเหรอ?!”

“ฉันไม่มีทางปล่อยให้พวกแกหนีไปไหนอยู่แล้ว!”

เมื่อมองเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลน ฉู่โม่วก็รู้ทันทีว่าพวกมันกำลังจะทำอะไร

ชายหนุ่มพลันโคจรพลังปราณ เลือดและอณูแห่งชีวิตทวีคูณขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเปิดใช้งานพรสวรรค์อันแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

“หน่วงกาลเวลา!”

“คุกมิติ!”

“แสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน!”

“พลังวิญญาณ!”

“กายากระบี่เทวะ!”

ทันใดนั้นเอง

รัศมีพลังอันน่าพรั่นพรึงได้แผ่กระจายออกไปดุจระลอกคลื่น กลิ่นอายลึกลับสุดจะพรรณนาปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว

แม่ทัพสัตว์อสูรทั้งห้าที่กำลังจะหันหลังหลบหนี ต่างก็รู้สึกว่ามีระลอกคลื่นบางอย่างไหลผ่านร่างไป ทันใดนั้น พวกมันก็สัมผัสได้ถึงร่างกายที่หนักขึ้น มวลความคิดเชื่องช้าลงอย่างสุดขีด

แม้กระทั่งจิตวิญญาณของพวกมันก็ราวกับถูกโจมตีจากอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น จนสูญเสียพลังวิญญาณไปมากในทันที

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการโจมตีด้วยคลื่นพลังจิตที่มองไม่เห็นฉวัดเฉวียนผ่านร่างพวกมันไป ทำให้ดูเหมือนถูกฟันจนเป็นบาดแผลเหวอะหวะ และทยอยปรากฏขึ้นทีละแห่งอย่างน่ากลัว

การโจมตีลักษณะนี้

พวกมันเคยประสบมาก่อนหน้านี้แล้ว

จึงทำให้พวกมันตกอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชเช่นในปัจจุบัน

ซึ่งตอนนี้เองชายหนุ่มก็ได้ใช้วิธีนี้อีกครั้ง แต่มันกลับมีพลังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม จึงเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะสลัดหลุดพ้นจากพันธนาการของคุกมิติและพลังหน่วงเวลาเช่นนี้

สัตว์อสูรระดับแม่ทัพทั้งหมดถูกยึดตรึงอยู่กับที่ไม่ให้ขยับ แม้จะเพียงนิ้วหนึ่งก็ยังลำบาก

ชั่วพริบตานั้น

ฉับ! ฉับ! ฉับ!

ท่ามกลางสวรรค์และโลก

พลันมีเสียงกระบี่ดังขึ้น ในตอนแรกมันยังเบาบางอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไป เสียงกระบี่กลับดังขึ้นเรื่อย ๆ และในที่สุดมันก็ระเบิดออกมาราวกับฟ้าผ่า กลบทุกเสียงใด ๆ ในโลก สะท้อนไปถึงหูของทุกคน

ตู้ม!

วินาทีนี้เอง

ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างยกมือขึ้นมาปิดหู พวกเขารู้สึกว่าแก้วหูถูกกระแทกจนสั่นสะเทือนไปถึงสมอง ราวกับถูกทุบด้วยค้อนสวรรค์ ทำให้วิงเวียนศีรษะ

ทางฝั่งสัตว์ดุร้ายหรือผู้ปลุกพลังบางคนที่มีพื้นฐานพลังบ่มเพาะต่ำ ถึงกับล้มสลบเหมือดลงไปกองกับพื้นทันที

“แบบนี้ไม่ดีแล้ว…”

แม่ทัพอสูรราชสีห์คลั่งและคนอื่น ๆ สัมผัสถึงกลิ่นอายแห่งความตายเป็นครั้งแรก

เมื่อเสียงกระบี่ดังกึกก้องไปทั่วโลก ร่ำร้องไปทั่วทั้งจักรวาล

สัตว์อสูรทั้งห้าก็สัมผัสได้ถึงความสยดสยองที่สุดจะพรรณนาซึ่งกำลังปกคลุมอยู่เหนือศีรษะ ทำเอาหัวใจของพวกมันเกือบจะหยุดเต้นและหายใจไม่ออก

เวลานี้

สถานะของฉู่โม่วในใจพวกมันได้กลายเป็น ‘การคงอยู่ของตัวตนที่น่าสะพรึงกลัว’!

“อยู่ไม่ได้แล้ว!”

“พวกเราต้องหนี!”

“หากไม่ไปตอนนี้ ต้องโดนฆ่าตายแน่ ๆ!”

ในชั่วพริบตา มวลความคิดนี้แวบผ่านจิตใจของแม่ทัพสัตว์อสูรทั้งห้า

พวกมันปะทุกำลังทั้งหมดเพื่อดิ้นรนอย่างสุดความสามารถ พยายามที่จะสลัดตัวให้พ้นจากพันธนาการของคุกมิติ แต่พบว่ามันแข็งแกร่งมาก มากเสียจนสีหน้าของพวกมันเริ่มเหยเกและเกรี้ยวกราด

ลมปราณทั่วร่างถูกกระตุ้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนบนพื้นด้านล่างได้รับลูกหลง ทั้งหมดพลันถูกบดขยี้เป็นเศษเนื้อทันทีภายใต้แรงกดดันอันหนักหน่วงนี้

ไม่นานเกินรอ

พร้อมกับเสียง ‘แกรก’ ราวกับมีบางอย่างแตกหัก พวกมันทั้งหมดพบว่าตนไม่อยู่ภายใต้การควบคุมอีกต่อไปแล้ว

จึงทำให้พวกมันเริ่มยิ้มออก

แต่ก่อนที่รสชาติแห่งความสุขนี้จะปรากฏบนสีหน้าของพวกมัน

ชั่วอึดใจต่อมา

บึ้ม!

บังเกิดการระเบิดที่รุนแรง คลื่นกระบี่สีดำขนาดใหญ่ยาวหลายร้อยเมตรปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ราวกับจะสามารถดูดกลืนแสงทั้งหมดให้หายไปได้ ก่อนที่รัศมีกระบี่ที่น่าพรั่นพรึงจะปะทุออกมา

มิติความว่างเปล่าถูกพังทลายลง ทำให้เกิดเสียงเหมือนกระจกแตกอย่างปั่นป่วนโกลาหล

ก่อนที่คลื่นกระบี่จะไปถึงตัวเป้าหมาย มันก็แผ่กลิ่นอายสังหารที่รุนแรงออกมาต้อนรับจนบาดผิวหนัง ทำให้มีเลือดไหลซิบออกมา

ทำเอาขนทั่วร่างกายลุกเกรียว ราวกับเทพแห่งความตายได้คืบคลานมาหาพวกมัน

“อย่าเข้ามานะ!!!”

ทันทีทันใด

สิ้นสุดคำว่า “องค์จักรพรรดิสัตว์อสูร” ที่แม่ทัพอสูรอินทรีทองคำ ใช้เรียกตัวตนเบื้องหน้าซึ่งกำลังพยายามหยุดคลื่นกระบี่ของฉู่โม่ว

เพียงเท่านั้น

“อยากจะยื่นมือมาช่วยใครสักคนต่อหน้าฉัน…แกถามฉันแล้วหรือยัง?!”

แววตาของฉู่โม่วเปล่งประกายเย็นเยียบขึ้น

พลังปราณ เลือดและอณูแห่งชีวิตในร่างถูกกระตุ้นโคจรอย่างบ้าคลั่งจนถึงขีดสุด ไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณบนแขน ไหลสู่มือ และส่งต่อไปยังกระบี่ดาราทมิฬ

วี้ด!

กายากระบี่เทวะเปิดใช้งานอย่างเต็มกำลัง ทวารากระบี่ทั้ง 365 จุดรอบตัวถูกปะทุออกจนสั่นสะเทือนพร้อมเพรียงกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แล้วชักนำพลังงานมาห่อหุ้มกระบี่อย่างอัดแน่น

พรสวรรค์ธาตุเหล็กและเคล็ดวิชามากมายถูกกระตุ้นให้ทำงานซ้อนทับกัน

และด้วยพลังกาย 9.3 ล้านพลังมังกร พร้อมเจตจำนงแห่งกระบี่อันลึกล้ำ

ทำให้ปราณกระบี่ในขณะนี้ทรงพลังจนไม่มีใครหยุดได้อีกต่อไป!

“สะบั้น!”

ร่างของฉู่โม่วเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร ก่อนจะฟันกระบี่ออกไป

ด้วยคลื่นกระบี่ที่น่าพรั่นพรึงยาวหลายพันเมตร ตัดผ่านความว่างเปล่าออกไปพร้อมเสียงคำรามสะท้านไปทั่วท้องฟ้า

ครืน!

ท้องฟ้าทุกหนแห่งที่ถูกตัดผ่านสั่นสะเทือนทอดเป็นแนวยาว

ราวกับโลกทั้งโลกส่งเสียงตอบรับเจตจำนงแห่งกระบี่ของฉู่โม่ว

พลังปราณที่ห่อหุ้มคลื่นกระบี่ชั้นนอกปะทะเข้ากับคลื่นแสงสีทอง และแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ทันที

แต่มันไม่ได้หยุดแค่นั้น

ยังมีปราณกระบี่ชั้นถัดมาพุ่งไปข้างต่อ พร้อมปะทุกลิ่นอายที่ดุร้ายยิ่งกว่าราวกับถูกซุกซ่อนไว้ จนทำให้คลื่นแสงสีทองถูกทำลายลงทันที

ต่อจากนั้น

คลื่นกระบี่ก็ตัดไปยังร่างแม่ทัพอสูรอินทรีทองคำโดยตรง

ทำให้ใบหน้าที่กำลังมีความสุขกลับกลายเป็นแข็งทื่อในทันใด

หลังจากนั้น

ร่างของนกยักษ์ก็พลันระเบิดกลางอากาศกลายเป็นผุยผง และปลิวไปในความว่างเปล่าทันที

“มนุษย์ เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก!”

เมื่อจักรพรรดิอสูรเห็นสัตว์อสูรอินทรีทองคำตายไปต่อหน้าต่อตา

พระสุรเสียงที่เคยดูอบอุ่นสง่างามในระยะไกลก็พลันเปลี่ยนไป

เทียบกับก่อนหน้านั้น

คำพูดตอนนี้กลับเต็มไปด้วยอารมณ์แห่งโทสะ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์