เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 404

บทที่ 404 ความสงสัยตกลงไปอยู่ที่ลัทธิเพลิงโลกา กับ หัวใจที่หยาบช้า!

ภายในวิหารราชันย์เทพยุทธ์

ฉู่โม่วได้เข้าร่วมการประชุมระดับสูงเกี่ยวกับเรื่องสุดยอดฐานแห่งนี้

ถึงแม้ว่าสุดยอดฐานจงไห่จะสามารถขับไล่ทัพสัตว์อสูรและแก้ไขวิกฤตก่อนหน้าได้ แต่มันก็ยังมีหลายอย่างที่ต้องจัดการ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฟื้นฟูหลังวิกฤตที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

กองกำลังหลักทุกฝ่ายภายในฐานได้เตรียมงานสำหรับส่วนนี้กันไว้แล้ว ทุกอย่างดำเนินการไปตามขั้นตอน ในอีกไม่นานก็จะจบสิ้นลงตามกระบวนการของมันเอง

อย่างที่สอง ในช่วงที่กำลังดำเนินการขับไล่ทัพสัตว์อสูรเหล่านั้น มีเหล่าผู้ปลุกพลังบางคนต้องตายลงไปในการต่อสู้ รวมถึงบางคนที่ได้สร้างคุณงามความดีเอาไว้ สิ่งเหล่านี้ก็ต้องชดเชยไปตามผลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ยังมีเรื่องยุ่งยากบางอย่าง

ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางได้พูดเรื่องทั้งหมดนี้ในการประชุมระดับสูง

ทุกคนรวมถึงฉู่โม่วล้วนนั่งฟังกันอย่างตั้งใจ

พักหนึ่ง ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็พูดจบลงและหันไปมองทุกคน “นี่คือรายงานบางส่วนที่พวกเราได้ทำการรวบรวมมา มีท่านใดอยากจะเพิ่มเติมส่วนไหนหรือเปล่า?”

“ไม่มีครับ”

“ฉันเองก็ไม่มีค่ะ”

ทุกคนต่างพยักหน้า

อย่างไรก็ตาม ราชันย์เทพยุทธ์มังกรที่ดูเหมือนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่างมาพักใหญ่ ๆ แล้ว ก็ตัดสินใจพูดขึ้น “ฉันไม่มีอะไรจะเพิ่มในส่วนของเรื่องที่ท่านเจ้าตำหนักกล่าวไว้ก่อนหน้าครับ แต่ฉันมีสิ่งหนึ่งที่อยากจะพูดคือ ในครานี้ที่ฐานจงไห่สามารถรับมือกับการรุกรานของทัพสัตว์อสูรได้ ความร่วมมือและเสียสละที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่อาจจะเพิกเฉยได้”

“สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อหัวใจของผู้คน ซึ่งเราไม่อาจจะชินชากับการสูญเสียชีวิตของใครก็ตาม ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าจะชดเชยหรือมอบรางวัลหลังวิกฤตการณ์ ฉันก็คิดว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะทำให้สมเกียรติมากยิ่งขึ้น ผู้ปลุกพลังทุกคนที่ได้พยายามอย่างหนัก รวมถึงเสียเลือดเนื้อกับวิกฤตครั้งนี้ ควรจะได้รับรางวัลที่สมเกียรติ!”

“โดยเฉพาะกับเหล่าผู้ปลุกพลังที่เสียชีวิต พวกเราควรจะชดใช้เงินเยียวยาให้กับญาติของพวกเขาและมอบสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องให้ด้วย ขอได้โปรดอย่ามองข้ามเรื่องนี้ไป”

ถึงแม้ว่าราชันย์เทพยุทธ์มังกรจะเป็นผู้ปลุกพลัง แต่เขาก็เป็นนักปกครองมาตั้งแต่ก่อนกลียุค ดังนั้นเขาจึงเข้าใจถึงเรื่องการดูแลและเยียวยาผู้คนเป็นอย่างดี

ภายหลังจากที่พูดจบไปแล้ว ฉู่โม่วเองก็เห็นด้วย

ไม่ว่าการปกป้องฐานจากการรุกรานของสัตว์อสูรนี้จะเป็นหน้าที่ของผู้ปลุกพลังอยู่แล้วหรือไม่ แต่พวกเขาก็ควรจะได้รับสิทธิประโยชน์หรือรางวัลเพื่อเป็นการชดเชยในสิ่งที่สูญเสียไป ไม่เช่นนั้นแล้วหากไร้ซึ่งกำลังใจ กำลังคนก็จะพลอยถดถอยไปด้วย

หากเหตุการณ์นั้นมาถึง มันจะนำพามาซึ่งหายนะครั้งใหม่แน่ ๆ

“ฉันได้ตัดสินใจเรื่องนี้ไว้แล้ว และได้มอบหมายให้ราชันย์เทพยุทธ์ธารดาราหรือผู้อาวุโสสวี่ชิงเหอ นำเหล่าลูกศิษย์ของตำหนักราชันย์เทพยุทธ์ลงไปตรวจสอบเป็นการส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากมีใครคนใดคนหนึ่งเมินเฉยต่อเรื่องนี้ หรือใช้โอกาสนี้ไม่ปฏิบัติตามกฎการชดเชย ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร หรือมีตำแหน่งสูงส่งขนาดไหน ฉันอนุญาตให้ลงโทษได้โดยไม่มีข้อยกเว้น!”

ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ในคำพูดของเขานั้นแฝงด้วยความเข้มงวด

เขาเองก็รู้เช่นกันถึงเรื่องที่อาจจะเกิดหากปล่อยปละละเลยไม่ตรวจดูให้ดี และรู้ดีว่ามันต้องมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแน่นอน

เพียงแค่ตามปกติเขาจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไป

แต่ทุกอย่างมันก็มีโอกาสเป็นไปได้ตามที่ราชันย์เทพยุทธ์มังกรกล่าว ในเวลาเช่นนี้มันไม่ปกติ การปล่อยปละละเลยจะทำให้ชื่อเสียงที่สั่งสมมานานต้องล่มสลายลง ไม่เพียงเท่านั้น มันจะทำให้ชาวเมืองที่เหลือต้องแบกรับรอยแผลที่ไม่อาจเยียวยาจากการต่อสู้ไปอีกไม่รู้จบสิ้นเป็นแน่

ดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญกับการตรวจตราในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

“หากเป็นเช่นนั้น ฉันเองก็คงจะเบาใจได้”

ราชันย์เทพยุทธ์มังกรพยักหน้าเบา ๆ

ยังไงเสีย นี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก เมื่อเทียบกับเรื่องอื่น ดังนั้นราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางจึงรีบจัดการและพูดขึ้นต่อ “ต่อไปจะเป็นเรื่องที่ภายในฐานของพวกเราปรึกษากันมาพักใหญ่แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาพวกคุณ ฉันจะขอนำเรื่องสำคัญนี้มาพูดคุยกันต่อเลย นั่นคือเรื่องที่ว่าทำไมจู่ ๆ แนวป้องกันชายฝั่งของพวกเราถึงถูกทำลาย!”

ในทันทีที่เรื่องนี้กล่าวออกมา

ทุกคนในโถงแห่งนี้ก็ตื่นตัวพร้อมกัน พวกเขารู้ดีว่าเรื่องที่สำคัญเช่นนี้ คือเป้าหมายหลักของการประชุมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

อันที่จริงก็มีหลายคนที่อยากจะถามถึงเรื่องนี้อยู่ตั้งแต่แรก จึงไม่มีใครขัดตอนที่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางพูดเรื่องอื่นอยู่และหวังให้มันจบไปเร็ว ๆ

การป้องกันแนวชายฝั่งนี้เกิดมาได้ราวร้อยปี เป็นกำแพงสูงราวสามเมตร และมีผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งของมนุษยชาติคอยประจำการอยู่หลายล้านคน ถึงแม้ว่าในบรรดาคนเหล่านี้จะไม่มีราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดอยู่ประจำตลอดทั้งปี แต่พวกเขาก็จะแวะมาดูบ้างเรื่อย ๆ

นอกจากนี้

แนวป้องกันชายฝั่งที่ทอดยาวไปนับหมื่นกิโลเมตรนั้น ยังได้มีการสร้างป้อมปราการที่แข็งแกร่งมาก ๆ กว่าสิบล้านป้อม ป้อมปราการทั่วไปอีกนับพันแห่ง จนเรียกได้ว่าเพียบพร้อมที่จะรับมืออย่างที่สุด

มีราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวเกือบสิบคนคอยประจำการหมุนเวียนกันเรื่อย ๆ ไหนจะมีราชันย์เทพยุทธ์ทั่ว ๆ ไปแวะเวียนไปดูแลอีก ควบคู่ไปกับการส่งเสบียงสนับสนุนมาโดยไม่ขาดสาย ต้องบอกเลยว่าแนวป้องกันแห่งนี้ไม่ใช่อะไรที่จะถูกพังทลายได้ง่าย ๆ

ตั้งแต่ที่ถูกสร้างขึ้นมา แนวป้องกันชายฝั่งนี้ไม่เคยถูกฝ่าเข้ามาได้เลย ถึงแม้จะต้องพบกับสภาวะวิกฤตอยู่บ่อยครั้งก็จริง

แต่ทุก ๆ ครั้งเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดก็จะรับรู้ได้ถึงวิกฤตครั้งนี้ก่อน และรีบรุดหน้ามายังแนวหน้าเพื่อรับมือ

ทว่าครั้งนี้

เมื่อฝูงสัตว์อสูรทะลวงแนวป้องกันเข้ามา กลับไม่มีฐานไหนเลยของมนุษยชาติที่รับรู้ถึงการมานี้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าผิดปกติ

“ราชันย์เทพยุทธ์ดับดารา เล่าสิ่งที่คุณรับรู้มาให้ฉันฟังหน่อย”

ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางถามขึ้นด้วยน้ำเสียงขึงขัง

ราชันย์เทพยุทธ์ดับดาราพยักหน้า และเล่าออกมาทันที “ภายหลังจากที่สัตว์อสูรเหล่านั้นถอยกลับไปแล้ว ฉันก็ได้ทำการทบทวนถึงเหตุการณ์ที่สัตว์อสูรบุกเข้ามา แล้วก็พบว่า การที่อสูรสมุทรพวกนั้นต้องการจะทลายแนวป้องกันชายฝั่งเพื่อขึ้นบกโดยไม่เกิดเสียงใด ๆ ลำพังเพียงการโจมตีล้วน ๆ มันไม่สามารถเป็นไปได้เลยครับ!”

“แนวป้องกันชายฝั่งถูกสร้างขึ้นมานับร้อยปีแล้ว และมนุษยชาติของพวกเราเองก็ได้ปกปักษ์รักษาที่นี่กันมาโดยตลอด มีค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ทรงพลังรวมถึงค่ายกลป้องกันที่พร้อมรับมือกับสัตว์อสูรที่บุกเข้ามา ตราบใดก็ตามที่ยังมีผู้ปลุกพลังประจำการอยู่ที่แนวชายฝั่ง ไม่มีทางเลยที่ตัวแนวป้องกันจะถูกทำลายหรือเสียหายโดยไม่มีใครรู้ข่าวแบบนี้!”

“อย่างไรก็ตาม ต่อให้มันจะเป็นการโจมตีที่ทรงพลังจริง ๆ แต่ละทัพที่เข้ามาดูแลแนวชายฝั่งต่างก็มีวิธีการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินกันอยู่ หรือต่อให้มันจะเป็นการบาดเจ็บหรือล้มตายอย่างกะทันหัน การส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือนั้นก็ยังสามารถทำได้เช่นกัน… ไม่มีอะไรหยุดการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้ แม้ว่าอสูรที่บุกเข้ามาจะเป็นอสูรระดับแม่ทัพที่มีพลังแข็งแกร่งขนาดไหนก็ตาม!”

“ดังนั้นแล้ว จากการสรุปเหตุการณ์ของฉัน มีทางเดียวที่จะเป็นไปได้”

เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่หนักแน่น “สัตว์อสูรพวกนี้มีการติดต่อกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกเรา!”

ตึง!

ในทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา ทุกคนในที่นี้ต่างก็ตกตะลึงกันหมด

“คุณหาเจอหรือยังว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้?”

ราชันเทพยุทธ์มารอหังการหัวร้อนขึ้นมาในทันที เขาพูดด้วยความโกรธเกรี้ยว “ในความคิดของฉัน พวกที่สมรู้ร่วมคิดกับสัตว์อสูรพวกนั้นในครั้งนี้จริง ๆ ก็น่าจะเป็นพวกมนุษย์ถ้ำเนี่ยแหละ!”

ราชันย์เทพยุทธ์คนอื่น ๆ ไม่ได้พูดอะไรกัน

แต่สีหน้าของพวกเขาก็แสดงความรังเกียจและชัดเจนว่าพวกเขาต่างก็กำลังสงสัยในมนุษย์ถ้ำกันอยู่มาก ๆ เช่นกัน

ไม่เช่นนั้นแล้ว

ทำไมมนุษย์ถ้ำเหล่านี้ถึงเลือกที่จะหนีออกไปโดยไม่บอกกล่าวอะไรเลยล่ะ?

“อย่าเพิ่งด่วนสรุปกันไป แม้ว่าการที่มนุษย์ถ้ำที่อยู่ภายในลัทธิเพลิงโลกาจะน่าสงสัยจากการหายตัวไปโดยไม่พูดไม่จาเช่นนี้ พวกเราก็ควรจะตรวจสอบหาข้อเท็จจริงกันก่อน”

ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางขมวดคิ้ว และพูดด้วยความหนักแน่น “ในกรณีนี้ ฉันจะส่งคนออกไปตรวจสอบและจับตามองเรื่องของมนุษย์ถ้ำให้มากยิ่งขึ้น หากพบเจอเจ้าพวกนี้ ฉันจะส่งรายงานให้ทันที…ราชันย์เทพยุทธ์ดับดารา ฉันจะขอมอบเรื่องนี้ไว้ให้คุณและราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงเป็นผู้ไปตรวจสอบพร้อมกัน”

“เข้าใจแล้วครับ”

ราชันย์เทพยุทธ์ดับดาราและราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงพยักหน้ายินยอม

พวกเขาประชุมถกปัญหากันต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะจบการประชุมในอีกสามสิบนาทีให้หลัง

เมื่อการประชุมจบลง ราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือ ราชันเทพยุทธ์มารอหังการ และราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพาก็เตรียมที่จะออกไป

“แนวป้องกันชายฝั่งทลายลงแล้ว และมันยังมีสัตว์อสูรอยู่จำนวนหนึ่งที่ยังคงแวะเวียนเข้ามา การที่ยังมีสัตว์อสูรอยู่ให้เห็นเช่นนี้ ทำให้พวกเราไม่สบายใจสักเท่าไหร่ ถ้ายังไงเดี๋ยวจะไปดูให้เองว่าเกิดอะไรขึ้น!” ราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพารู้สึกไม่สบายใจ ดังนั้นทั้งสามคนจึงตัดสินใจที่จะไปแนวชายฝั่งด้วยกันเพื่อที่จะช่วยราชันย์เทพยุทธ์คนอื่น ๆ ควบคุมและดำเนินการสร้างแนวป้องกันใหม่อีกครั้ง

แต่ถึงจะพูดเช่นนั้น

หากสุดยอดฐานจงไห่ตกอยู่ในสภาวะวิกฤตอีกครั้ง พวกเขาเพียงแค่ส่งข้อความมา ความช่วยเหลือก็จะถูกส่งไปยังเป้าหมายทันที

อันที่จริง ลำพังเพียงพลังของราชันย์เทพยุทธ์ที่เป็นเสาหลักให้สุดยอดฐานจงไห่ รวมไปถึงราชันย์เทพยทุธ์อีกสามคนรวมถึงราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพา มันก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว ไหนจะยังมีฉู่โม่ว…ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ก็อยู่ที่นี่ด้วย

ความแข็งแกร่งของเขาได้ก้าวข้ามราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดทั่ว ๆ ไปแล้ว เป็นบุคคลที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้ไร้เทียมทานแห่งมนุษยชาติ

ด้วยการประจำการของเขาที่นี่ สุดยอดฐานจงไห่ก็ถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดของมวลมนุษยชาติไปด้วย ไม่ว่าจะเจอกับสิ่งใด พวกเขาก็จะสามารถผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน

ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น

แต่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็ยังเลือกที่จะแสดงความเคารพพวกเขาในนามของเจ้าตำหนักราชันย์เทพยุทธ์อยู่ดี

เขาไปส่งทั้งสามคนกลับออกจากสุดยอดฐานจงไห่ด้วยตนเอง

“ลาก่อน!”

ลอยสูงขึ้นไปในอากาศ

ราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือ ราชันเทพยุทธ์มารอหังการ และราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพา ราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดทั้งสามต่างก็หันมาพยักหน้าให้ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางและฉู่โม่ว จากนั้นก็กลายสภาพเป็นดวงดาวแห่งแสงและหายวับไปในฟากฟ้าไกล

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์