บทที่ 406 กลืนกินจักรพรรดิอสูรจระเข้ยักษ์ และ พรสวรรค์แรงโน้มถ่วง!
ฉู่โม่วสนทนากับราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางครู่ใหญ่ ก่อนจะขอตัวลาเมื่อเห็นว่าดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ
ภายนอกวิหารราชันย์เทพยุทธ์ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง ดวงดาวบางดวงที่กระจัดกระจายในห้วงอวกาศแสนไกลเริ่มประกายแสง หมอกจาง ๆ ของชั้นบรรยากาศเข้าบดบังความงามนั้นให้พร่ามัว
ภายใต้แผ่นผืนของท้องฟ้า
คนมากมายเดินขวักไขว่บนถนน ผู้ปลุกพลังบางคนริเริ่มสร้างบ้านหลังใหม่ ในขณะที่เภสัชกรนำยาฟื้นฟูมาให้คนธรรมดาที่บาดเจ็บ
คุณภาพของยาดังกล่าวแม้ไม่ดีนัก และไม่เป็นประโยชน์ใดต่อบรรดาผู้ปลุกพลังที่มีวรยุทธ์ แต่หากสำหรับคนธรรมดาแล้ว สิ่งนี้จัดได้ว่าเป็นยาวิเศษสรรพคุณครอบจักรวาล เพียงเม็ดเดียวก็บรรเทาอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่โรคบางชนิดก็ยังรักษาหาย!
ห่างไปไม่ไกลนัก สถานบรรเทาภัยพิบัติกำลังจัดหาน้ำร้อน อาหาร รวมไปถึงที่อยู่ชั่วคราวให้แก่ผู้ประสบภัยอาศัยก่อน
ผู้คนจำนวนมากต่างเข้าแถวรอความช่วยเหลือจากพวกเขา ถึงอย่างไรความตระหนกที่เคยมีก็สร่างซาลงมากแล้ว กลับกันพวกเขามีสีหน้าพอใจรวมทั้งท่าทีผ่อนคลาย คล้ายว่าประทับใจในมาตรฐานการกอบกู้สถานการณ์ครั้งนี้ไม่น้อย
แม้เป็นเพียงภาพที่เรียบง่าย หากฉู่โม่วอดยิ้มไม่ได้เมื่อพบเห็น
พูดก็พูดเถอะ…
ตั้งแต่ที่เขาฝึกฝนวรยุทธ์ ความปรารถนาแรกของเขาคือการอยู่รอดในโลกที่แสนอันตรายนี้ แต่เมื่อรากฐานการฝึกฝนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ความปรารถนาที่มีก็แปรเปลี่ยนเป็นการได้ขึ้นไปยืนในจุดสูงสุด รอจนกว่าจะเจนจัดวรยุทธ์ ถึงวันนั้นแรงปรารถนาของเขาจะทลายขีดจำกัดของสวรรค์ และมุ่งหน้าสู่เอกภพอันห่างไกล!
ไม่ว่าความต้องการจะผันผ่านไปเพียงใด หากเนื้อแท้นั่นก็เพื่อตัวเขาเองทั้งหมด
คล้ายจะเห็นแก่ตัว …และโลภไปบ้างก็จริงอยู่
แต่ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ฐานลู่หยางต้องเผชิญกับสัตว์อสูร เขาก็เป็นคนที่พลิกสถานการณ์และช่วยชีวิตผู้คนนับแสน หรือกระทั่งตอนที่สุดยอดฐานจงไห่เผชิญวิกฤต มันก็ผ่านไปได้ด้วยฝีมือของเขามิใช่หรือ?
ทุกครั้งที่ได้มองผู้คนที่เกือบจะเข้าไปอยู่ในท้องของสัตว์อสูรยังมีชีวิตอยู่ด้วยการโจมตีของเขา ได้เห็นพวกเขากำลังพูดคุยถึงอดีต และรอคอยอนาคตเบื้องหน้าจะมาถึง… ภาพเหล่านั้นทำให้ฉู่โม่วอบอุ่นใจไม่น้อย
ยามนี้ แสงสุดท้ายของวันใกล้จะเลือนลับขอบฟ้า มันทอประกายอ่อน ๆ กระทบใบหน้าให้ฉาบด้วยสีแดง ประหนึ่งได้มอบความสว่างแก่ร่ายกายของพวกเขาให้ทอระเรื่อ
“สายน้ำแห่งโชคชะตาไม่อาจหยุดยั้ง แสงสว่างนับร้อยพันคงสดใสอยู่เสมอ!”
“ความงามและธรรมชาติแห่งสรรพสิ่งในโลกล้วนอยู่ภายใต้แสงสว่างอันงดงามนี้”
ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
ครั้นเรียกจิตใจกลับคืนสู่มโนสำนึกของตน
ฉู่โม่วขับไล่อารมณ์ต่าง ๆ ที่บังเกิดเมื่อครู่ออกจากใจ ก่อนจะเดินทางกลับบ้านในย่านรุ่งอรุณ
…
ภายในคฤหาสน์ที่เงียบสงบ
ฉู่โม่วสูดหายใจเข้าลึก แล้วจึงผายมือออก ทันทีที่ความคิดขยับไหว ร่างกายก็พลันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง
ในชั่วพริบตา ชายหนุ่มเข้าสู่โลกบนฝ่ามือของเขา
ภายในนั้นปรากฏร่างจระเข้ตัวเขื่องนอนแผ่อยู่บนพื้น แม้ว่ามันจะสิ้นพละกำลังไปหมดแล้ว หากยังคงมีพลังบีบคั้นบางอย่างที่น่าหวาดหวั่นปล่อยออกมา
หากผู้ที่กำลังเผชิญกับภาพเบื้องหน้าเป็นเพียงผู้ปลุกพลังธรรมดาคนหนึ่ง เชื่อเลยว่าเขาผู้นั้นคงถูกโจมตีจนไม่อาจลุกยืนไหวเป็นแน่ กระทั่งจิตวิญญาณก็คงพังทลายไม่ต่างกัน
ทว่าแรงกดดันเหล่านั้นหาได้มีผลใดต่อฉู่โม่วแม้แต่น้อย
ซากนี้เป็นร่างของจักรพรรดิอสูรจระเข้ยักษ์
หลังจากที่ตัดหัวมันออก ชายหนุ่มก็นำร่างนั้นใส่ไว้ในโลกบนฝ่ามือ และเตรียมพร้อมที่จะหลอมรวมพรสวรรค์ของอีกฝ่าย อย่างไรเสีย เจ้านี่ก็เป็นจักรพรรดิอสูร พรสวรรค์ของมันจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ดังนั้นแล้ว หากจะให้เขาปล่อยมันไปเปล่า ๆ มีหวังเสียดายแย่
ฉู่โม่วจับจ้องจระเข้ยักษ์ในมือ ไม่นานข้อมูลก็ปรากฏเบื้องหน้า
[เป้าหมาย : จักรพรรดิอสูรจระเข้ยักษ์ สัตว์อสูรระดับ 9 ขั้นสูง]
[สายพันธุ์ : สายเลือดจระเข้ยักษ์ตะวันดับโลกา]
[พรสวรรค์ : พรสวรรค์ธาตุสายฟ้าระดับตะวัน, พรสวรรค์แรงโน้มถ่วงระดับดาราลับฟ้า]
[สามารถหลอมรวมได้!]
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]
…
พรสวรรค์ส่วนใหญ่ของจักรพรรดิอสูรจระเข้ยักษ์ตัวนี้เกิดจากการมีสายพันธุ์ซึ่งปรากฏขีดจำกัดทางสายเลือด ถึงจะมีเพียงสองอย่างเท่านั้น แต่ระดับพลังพรสวรรค์แต่ละชนิดนั้นไม่ถือว่าธรรมดาเลย
พลังแรกได้แก่พรสวรรค์ธาตุสายฟ้าระดับตะวัน และอย่างที่สองคือพรสวรรค์แรงโน้มถ่วงระดับดาราลับฟ้า
“พรสวรรค์ระดับตะวันนี่น่าจะเพิ่มพลังให้ร่างอสนีบาตคงกระพันของฉันได้เยอะเลย ที่เหลือก็แค่ต้องรวบรวมพลังพรสวรรค์ระดับตะวันอีกราว ๆ สองครั้งก็จะสามารถเพิ่มระดับพลังได้!”
“ส่วนพรสวรรค์แรงโน้มถ่วงมันเป็นพลังใหม่ ดูแล้วค่อนข้างน่าใช้ทีเดียว!”
ฉู่โม่วจำได้แม่นว่าตอนที่สู้กับจระเข้ยักษ์ มันได้ใช้พรสวรรค์แรงโน้มถ่วงหลอมรวมกับพลังมันตราทางสายเลือดยับยั้งห้วงมิติทั้งปวง ทำให้เขาไม่สามารถเทเลพอร์ตได้
ถือเป็นพลังที่น่าประทับใจไม่น้อย
“หลอมรวม!”
ฉู่โม่วไม่รอช้า
เขาเหยียดฝ่ามือออกไปเพื่อโอบอุ้มร่างของจักรพรรดิอสูรจระเข้ยักษ์เอาไว้
ฉับพลันทันความคิด
ทันใดนั้นแสงสีทองพลันเปล่งประกายบนฝ่ามือ ไม่นานหลังจากที่มันคว้าร่างของสัตว์อสูรตัวมหึมาเข้าไป ฝ่ามือทองคำก็ผายออกอีกครั้งพร้อมลูกแก้วสีเลือดขนาดเท่ากำปั้น
[กลืนกินสำเร็จ!]
[ได้รับสายเลือดจระเข้ยักษ์ตะวันดับโลกา!]
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]
“ไม่ต้อง!”
ฉู่โม่วพูดขึ้นอย่างไม่ลังเล
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางหลอมรวมเลือดเข้ากับสัตว์อสูรเด็ดขาด อย่างไรเขาก็ไม่มีวันละทิ้งวิถีแห่งมนุษย์!
เหตุนี้ แม้ว่าสายเลือดดังกล่าวจะมีพลังระดับตะวัน มันก็ไม่ได้มากพอที่จะเปลี่ยนใจฉู่โม่วได้
ถึงอย่างนั้น สายเลือดชนิดนี้ก็นับเป็นของมีค่า เขาสามารถขายมันให้กับผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ที่ต้องการได้ในอนาคต และยังสามารถเอาให้จระเข้ยักษ์ตัวอื่น ๆ ปรับปรุงสายพันธุ์ให้มีศักยภาพและความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เขาวางมันไว้ในที่มิติพกพา ก่อนจะกลับสู่กระบวนการกลืนกิน
[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]
[ระดับร่างกาย : อสนีบาตคงกระพันระดับตะวัน (กฎเกณฑ์มายา), กายากระบี่เทวะระดับดาราลับฟ้า]
[พรสวรรค์ : วิชากระบี่ระดับตะวัน, ธาตุไฟระดับตะวัน, ธาตุเหล็กระดับตะวัน, ธาตุไม้ระดับตะวัน, ธาตุน้ำระดับตะวัน, ธาตุลมระดับตะวัน, ธาตุดินระดับตะวัน, ธาตุมืดระดับราชันย์, เพลงหมัดระดับราชันย์, พรสวรรค์ห้วงมิติระดับดาราลับฟ้า, พลังเนตรระดับดาราลับฟ้า, ห้วงเวลาระดับดาราลับฟ้า, แรงโน้มถ่วงระดับดาราลับฟ้า, พลังห้วงวิญญาณระดับพิเศษ, ห้วงกำเนิดใหม่ระดับ 5 , การควบคุมสัตว์อสูรระดับ 2]
…
อย่างที่ฉู่โม่วคาดไว้ หลังจากหลอมรวมพลังพรสวรรค์ธาตุสายฟ้าระดับตะวันแล้ว ระดับกายาอสนีบาตคงกระพันไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
ถึงอย่างนั้น เขาก็รู้สึกได้ว่าพลังนั้นได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างมาก
จากการคาดคะเนของชายหนุ่ม พรสวรรค์ในขั้นเดียวกันจำเป็นต้องอาศัยการหลอมรวมถึงสามครั้งเพื่อเลื่อนระดับ กล่าวคือ ฉู่โม่วจำเป็นต้องหลอมรวมพรสวรรค์ธาตุสายฟ้าระดับตะวันอีกสองครั้งเพื่อพัฒนากายาอสนีบาตคงกระพัน
อย่างไรก็ดี
พรสวรรค์แรงโน้มถ่วงที่เพิ่งได้รับมานี้ทำให้ฉู่โม่วทึ่งอย่างมาก
แม้จะอยู่แค่ในระดับดาราลับฟ้าก็สามารถสร้างแรงโน้มถ่วงได้ถึง 15 เท่า หากนำมาใช้ในระหว่างการต่อสู้ มันสามารถหน่วงกระบวนท่าของศัตรูได้แน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น หากผสานพรสวรรค์แรงโน้มถ่วงเข้ากับพรสวรรค์ห้วงมิติแล้วหน่วงเวลา มั่นใจได้เลยว่าผลลัพธ์จะยิ่งน่าเหลือเชื่อขึ้นไปอีกหลายเท่า แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงก็ไม่แน่ว่าจะต่อต้านพลังเช่นนี้ได้
“เยี่ยมไปเลย!”
ฉู่โม่วพยักหน้า เขารู้สึกพึงพอใจยิ่ง
ชายหนุ่มปิดหน้าจอแสดงข้อมูลลง เขากลับมากลืนกินจระเข้ยักษ์ต่ออีกครั้ง หลักจากหลอมรวมไปอีกสองครั้ง ในที่สุดเขาก็เก็บทรัพยากรที่มีค่าจากมันได้ครบถ้วน
เบื้องหน้าของเขาปรากฏวัตถุสองชิ้น
ชิ้นแรกคือกลุ่มอักขระสีม่วงซึ่งห้อมล้อมด้วยพลังสายฟ้าบริสุทธิ์ เมื่อพินิจแล้ว จะเห็นได้ว่ามีเจตจำนงแห่งสายฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้า ประหนึ่งได้เห็นถึงจุดกำเนิดและวาระแตกดับแห่งสายฟ้าทั้งปวงซึ่งอยู่ท่ามกลางทะเลคลื่นอสนี
สิ่งนี้คือเจตจำนงแห่งสายฟ้า!
หากจะพูดให้ถูกกว่านี้ มันคือกฎเกณฑ์มายาอัสนี!
โดยปกติแล้วสัตว์อสูรแม้แข็งแกร่ง ทว่าไม่มีปัญญาลึกซึ้งพอจะเข้าใจถึงเจตจำนงของสรรพสิ่ง กระนั้นสัตว์อสูรตัวนี้ก็ฉลาดมากและล่วงรู้ถึงการวางรากฐานแห่งพลัง ดังนั้นมันจึงหมายจะเข้าใจถึงเจตจำนงที่แท้จริงแห่งสายฟ้า และใช้บางสิ่งซึ่งไม่รู้ว่าผ่านเวลานานเพียงไหนเพื่อให้ก้าวไปสู่ระดับกฎเกณฑ์มายา
“แต่ว่า…”
“ฉันก็ได้มันมาอย่างง่าย ๆ!”
ฉู่โม่วแสยะยิ้ม
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]
หน้าจอปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
“หลอมรวม!”
เขาตอบโดยไม่ลังเล
…
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์