บทที่ 407 พัฒนาเจตจำนงแห่งสายฟ้า กับคำเชิญจากราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง!
ตู้ม!
ฉู่โม่วยอมรับพลังซึ่งไหลทะลักเข้ามาภายในร่างกาย
เพียงพริบตา อักขระสีม่วงก็ซึมซาบสู่สรรพางค์ ก่อนจะสลายและกลายเป็นเส้นใยพลังงานลึกลับบริสุทธิ์
ฉู่โม่วรู้สึกถึงมันอย่างชัดเจน
ด้วยการผสานเข้ากับอักขระสีม่วง ความเข้าใจซึ่งมีต่อเจตจำนงแห่งสายฟ้าเพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาเพียงไม่นาน มันก็ได้รับการพัฒนาจากเดิมที่เป็นกฎเกณฑ์มายา 2 ร่องรอย
กฎเกณฑ์มายาบ่งบอกระดับเจตจำนงที่เพิ่มขึ้น
การเข้าถึงเจตจำนงแม้เพียงเล็กน้อย ก็ต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างนานทีเดียว และในบางครั้ง ความพยายามนั้นก็อาจจะสูญเปล่า
ทว่าตอนนี้
ถึงจะเป็นเพียงครู่เดียว เขาก็อยากคว้ามันไว้
หากผู้ปลุกพลังผู้ซึ่งขวนขวายจะเข้าใจถึงเจตจำนงรู้เรื่องนี้ พวกเขาจะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน
อย่างไรนี่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
3 ร่องรอย!
4 ร่องรอย!
5 ร่องรอย!
…
8 ร่องรอย!
9 ร่องรอย!
2 จุด!
ผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดความเข้าใจที่ฉู่โม่วมีต่อกฎเกณฑ์มายาสายฟ้าก็พัฒนาไปถึงอีกระดับหนึ่งแล้ว
กระนั้น เมื่อผ่านจุดดังกล่าวไป อัตราการพัฒนาพลังก็เสื่อมสมรรถภาพลงเรื่อย ๆ
ในที่สุด
เมื่อกฎเกณฑ์มายาสายฟ้าของฉู่โม่วข้ามไปถึงระดับ 2 จุด มันก็ยุติกระบวนการลงอย่างสมบูรณ์
หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว มันก็แค่เพียง 1.2% เท่านั้น แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเลย
ถึงอย่างนั้น การจะเชี่ยวชาญในกฎเกณฑ์มายาระดับนี้โดยปกติต้องใช้เวลานานนับปี สำหรับบางคนอาจจะถึงสิบปีเลยด้วยซ้ำ ขณะที่สัตว์อสูรต้องใช้เวลาถึงร้อยปีทีเดียว
“ก็ถือว่าไม่เลว!”
ในท้ายสุด กฎเกณฑ์มายาเหล่านี้เขาก็ได้มาโดยไม่ต้องพยายามเอาเป็นเอาตาย ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาพึงพอใจไม่น้อย
ดวงตาของชายหนุ่มจับจ้องยังของชิ้นสุดท้าย
มันคืออัตลักษณ์แห่งอสูรของจักรพรรดิอสูรจระเข้ยักษ์ระดับ 9 ผู้ซึ่งอยู่ในขั้นเทียมเทพ นับเป็นของที่มีค่าไม่น้อยสำหรับฉู่โม่ว
เพียงแค่จับจ้องที่มัน ความรู้สึกปรารถนาก็ก่อกำเนิดขึ้นในใจ
เขามีลางสังหรณ์ว่าหากดื่มสิ่งนี้เข้าไปแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มพูนขึ้นมหาศาลอย่างแน่นอน!
คิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่ววางแผนที่จะบอกกับราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางว่าเขากำลังจะกลับไป อย่างไรก็ดี การกลืนกินอัตลักษณ์แห่งอสูรของจักรพรรดิอสูรจระเข้ยักษ์นั้นต้องใช้เวลานานมากเพื่อปรับแต่งพลังทั้งหมด ดังนั้นควรจะต้องมีการเตรียมใจไว้
กระนั้น ยังไม่ทันที่เขาจะส่งข้อความผ่านสายรัดข้อมือ
ข้อความหนึ่งก็ปรากฏยังเบื้องหน้า
“ข้อความจากราชันย์เทพยุทธชิงชางเหรอ”
“ชวนฉันไปชมวิวรอบสุดยอดฐานจงไห่เนี่ยนะ?”
ข้อความนั้นทำให้ฉู่โม่วฉงนครู่หนึ่ง เขาไม่อาจเข้าใจถึงเจตนาที่แท้จริงของอีกฝ่าย
อารมณ์ไหนจึงได้ชวนเขาไปชมวิวทิวทัศน์โดยไม่มีเหตุผลกันนะ
ภายใต้ฝูงชนมีคนสูงอายุ เด็ก รวมไปถึงสตรีมากมายกำลังยืนรออย่างเงียบ ๆ
ตอนนั้นเอง ชายอายุราวสามสิบที่แต่งกายประณีตกวาดมองยังฝูงชน ก่อนจะพูดขึ้น “ทุกคนอยู่ที่นี่กันครบแล้วใช่ไหม”
“เรียนจอมยุทธ์์หลิว ทุกคนอยู่ครบแล้วครับ”
“จอมยุทธ์์หลิวอย่าได้กังวล ทุกคนอยู่ที่นี่แล้ว”
“ช่วงนี้ ใคร ๆ ก็ออกไปล่าสัตว์ไม่ได้ แถมทรัพยากรสำหรับการฝึกวิชาก็ขาดแคลน เป็นใคร ใครจะไม่มากัน!”
“ใช่แล้ว ๆ!”
สิ้นคำถามของชายผู้นั้น จอมยุทธ์์หลายคนเริ่มส่งเสียง
บุรุษคนนี้เป็นคนแซ่หลิว ตอนนี้เขาอยู่ในระดับจอมยุทธ์์แล้ว เนื่องจากเขามีกลุ่มนายพรานของตนโดยเฉพาะ ดังนั้นสมาชิกในกลุ่มของเขาจึงถูกเรียกแทนด้วยกลุ่มหลิว
นอกจากนี้ยังมีคนเรียกเขาว่าจอมยุทธ์์หลิว
แม้กระทั่งจอมยุทธ์์ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันยังให้ความเคารพต่อเขาไม่น้อย ตอนนี้เป็นช่วงเวลาของการฟื้นฟูบ้านเมืองหลังภัยพิบัติ จริงอยู่ที่งานก่อสร้างต่าง ๆ จำต้องใช้กำลังคนเป็นหลัก แต่คนที่จะคอยควบคุมการสร้างกำแพงเมืองเช่นนี้ก็ต้องมีบางอย่างที่พิเศษกว่าคนอื่นบ้าง
ถึงท่าทางยำเกรงเช่นนี้จะไม่อาจเทียบเท่ากับเมื่อเผชิญหน้ากับผู้มีพลังตัวจริงเสียงจริง แต่สำหรับนักรบธรรมดา มันถือว่าเป็นสิ่งที่พิเศษอยู่พอตัว
“ในเมื่อมากับพร้อมหน้าแล้ว ก็เริ่มงานกันเถอะ! จัดการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด!”
จอมยุทธ์หลิวกล่าวขึ้นอีกครั้ง “ก็อย่างที่เคยพูดไปแล้ว หากพวกเราทำงานเสร็จเร็วกว่าที่กำหนดไว้ครึ่งเดือน ก็จะได้อัตลักษณ์แห่งอสูรและของตอบแทนต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งก็จะมี… โอสถ หญ้าวิญญาณ… เอ่อ ไหนดูหน่อยสิ แม้แต่ ‘โอสถเลือดผสม ’ ก็อยู่ในรายการด้วย!”
ยาเลือดผสมเป็นยาอายุวัฒนะชนิดหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนในขั้นจอมยุทธ์ มันสามารถเพิ่มพลังปราณได้อย่างมาก
มันมีราคาราว ๆ หินปฐมกาลหลายพันก้อน ซึ่งก็นับว่าแพงหูฉี่สำหรับจอมยุทธ์ทั่ว ๆ ไป
ดังนั้นแล้ว
เมื่อบรรดาจอมยุทธ์ได้ยินว่ามียาดังกล่าวในรายชื่อของรางวัล ดวงตาของพวกเขาพลันสว่างวาบ หากได้กินมันเข้าไปเพียงไม่กี่เม็ด ก็อาจจะสามารถพัฒนาพลังให้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งได้!
คิดได้เช่นนั้น
จอมยุทธ์ทั้งหลายเริ่มมีไฟแห่งความมุ่งมั่นในแววตา พวกเขาตะโกนรับคำสั่งด้วยเสียงกังวานก้อง ก่อนจะเริ่มลงมือทำงานอย่างขะมักเขม้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์