บทที่ 414 ขุมกำลังที่เหนือกว่าของกองทัพสัตว์อสูรทะเล และฉู่โม่วเข้าสู่สงคราม!
สัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาแนวกำแพงป้องกันชายฝั่งที่ทอดยาว ซึ่งปกคลุมรอยต่อระหว่างมหาสมุทรกับผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่
ท่ามกลางคลื่นกองทัพสัตว์อสูรแน่นขนัดที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด จะเห็นริ้วแสงสีทองที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและพุ่งเข้าปะทะกับแนวป้องกันของเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นครั้งคราว
มันคือร่างของผู้ปลุกพลังแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่พุ่งออกจากแนวป้องกัน พร้อมกับลำแสงเจิดจรัสของอณูแห่งชีวิตและเลือดที่กำลังเดือดพล่านราวกับภูเขาไฟ!
เมื่อรัศมีที่รุนแรงเข้าปะทะกับสัตว์อสูรที่ทรงพลัง จึงทำให้เกิดคลื่นอันมหาศาล
“ฆ่ามัน! ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!”
สงครามอันป่าเถื่อนยังคงดำเนินต่อไปข้ามวันข้ามคืน
ที่เบื้องหลังแนวกำแพงหนา มีปืนใหญ่อณูแห่งชีวิตซึ่งมีกระบอกเพลิงขนาดใหญ่ตั้งเรียงกันอย่างสุดลูกหูลูกตาซึ่งแสดงถึงความเกรียงไกร เมื่อใดก็ตามที่ปืนใหญ่ระดมยิงออกไป ลูกกระสุนจะไปตกลงท่ามกลางฝูงกองทัพสัตว์อสูร ครอบคลุมรัศมีพื้นที่มากกว่าสิบกิโลเมตร และระเบิดร่างของสัตว์อสูรจนเป็นผุยผง
แค่เพียงชั่วครู่เท่านั้น พื้นที่ว่างเปล่าจากแรงระเบิดพลันถูกเติมเต็มด้วยทัพสัตว์อสูรใหม่ทันที และยังคงบุกโจมตีเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างต่อเนื่องราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ไม่จบไม่สิ้น!
โลกทั้งใบ ไม่ว่าบนท้องฟ้าหรือผืนดิน ทุกที่ในระยะสายตามองเห็น ล้วนเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่ราวกับจะไม่มีวันหมดสิ้น และต่อสู้ไปอย่างไม่มีทางสิ้นสุด
เมื่อเผชิญสภาวะดังกล่าว
ผู้ปลุกพลังทุกคนที่เพิ่งมาถึงที่นี่พลันหน้าถอดสีทันที สมองของพวกเขาราวกับถูกทุบด้วยค้อนหนักจนสายตาพร่ามัว
อะไรกัน… ทำไมมันถึงมากมายเหลือเกิน!
ผู้ปลุกพลังเหล่านี้คือกองกำลังเสริมจากฐานจงไห่ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความขุ่นเคืองอยากล้างแค้น แต่เมื่อพวกเขามาถึงที่นี่จริง ๆ กลับมีความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นภายในใจโดยพลันต่อสมรภูมิรบอันน่าสลดใจนี้
บางคนแม้จะหน้าซีดด้วยความกลัวแต่ก็ยังพอจับอาวุธต่อสู้ไหว ในขณะที่บางคนตัวสั่นล้มพับพร้อมแววตาที่เบิกโพลงต่อฉากรบอันสยดสยองนี้
หลังจากนั้นไม่นาน
ราวกับเป็นการสังหารหมู่อยู่ฝ่ายเดียวของฝ่ายสัตว์อสูรซึ่งกินพื้นที่ไปหลายหมื่นกิโลเมตร เป็นการบุกโจมตีอย่างเต็มขบวนรบ ด้วยพลังและจำนวนที่เหนือกว่าอย่างท่วมท้นเหนือจินตนาการ
ไม่เพียงแค่พวกเขา กระทั่งราชันย์เทพยุทธ์ธรรมดา หรือราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวก็ล้วนตกอยู่ท่ามกลางคลื่นแห่งสงครามอันไร้ทางออก แม้จะสำแดงกำลังถึงขีดสุดก็ยังไม่อาจลดจำนวนศัตรูหรือเปลี่ยนกระแสสงครามไปได้แม้แต่น้อย
ยกเว้นก็แต่… จุดสูงสุดของราชันย์เทพยุทธ์ที่สามารถต้านทานขุมกำลังอันแข็งแกร่งนี้ได้
นอกนั้นผู้ปลุกพลังจากขอบเขตใด ๆ เบื้องล่าง ล้วนต้องติดพันอยู่ในวังวนคลื่นกองทัพสัตว์อสูรจากทะเลและถูกกลืนจมหายไปในทันที
“เฮ้… ยืนนิ่งทำอะไรอยู่ตรงนั้นด้วย จะรอให้พวกมันมาฆ่าเหรอ? รีบกลับเข้ามาในกำแพงเดี๋ยวนี้!!!”
ขณะที่เหล่าผู้ปลุกพลังยังคงยืนงุนงงอยู่นั้น เสียงตะโกนก็ดังขึ้น
มันเป็นเสียงจากผู้บัญชาการขั้นราชันย์ยุทธ์ที่เนื้อตัวโชกไปด้วยเลือด กำลังตะโกนใส่พวกเขาด้วยสีหน้าเป็นจริงจัง
เมื่อได้ยินสัญญาณเตือนนี้
ผู้ปลุกพลังทุกคนที่มาจากฐานจงไห่พลันมีปฏิกิริยาตอบรับเป็นทอด ๆ และตะโกนอย่างรวดเร็วว่า “เร็วเข้า ทุกคนเข้าสู่แนวกำแพงป้องกัน!”
เรือเหาะและยานรบพลังอณูแห่งชีวิตหลายร้อยลำลงจอดอย่างรวดเร็ว โดยลงจอดด้านหลังแนวกำแพง ก่อนที่จะมีผู้ปลุกพลังหลายคนขนลำเลียงอาวุธและกระสุนลงมาติดตั้งพร้อมใช้งาน
ใช้เวลาเพียงไม่นานนัก
การติดตั้งปืนใหญ่พลังอณูแห่งชีวิต และอาวุธสงครามหลายร้อยกระบอกจึงเสร็จสิ้น จากนั้น…
“ยิงได้!”
ผู้บัญชาการตะโกน
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เนื่องจากมีฝูงสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเล็งเป้าใด ๆ เพียงชี้ไปข้างหน้ายังทิศทางของฝูงสัตว์อสูร แล้วบรรจุหินปฐมกาลโดยตรงกับปืนใหญ่ ก่อนจะเริ่มระดมยิงทันที
ทันใดนั้น
ลำแสงหลายร้อยสายพลันพุ่งโค้งขึ้นไปบนอากาศ ตัดผ่านท้องฟ้า ลากเป็นทางยาว และตกลงไปยังใจกลางคลื่นกองทัพสัตว์อสูรในระยะไกล ก่อนจะระเบิดโครมครามสนั่นหวั่นไหว
มีเพียงเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วสนามรบ รัศมีระเบิดพลันกระจายออกมาหลายสิบกิโลเมตรอย่างน่าสะพรึงกลัว และก่อตัวเป็นก้อนเมฆรูปเห็ด
สัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนถูกระเบิดเป็นผุยผง!
เลือดสาดกระเซ็น เศษชิ้นแขนขาเกลื่อนไปทั่วสนามรบ ทำให้กลิ่นคาวเลือดที่นี่รุนแรงยิ่งขึ้น
บนพื้นดินมีหลุมลึกปรากฏขึ้นหลายแห่ง มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ร้อยเมตรไปจนถึงหลายพันเมตร
พื้นดินทั้งหมดพังทลายยับเยิน แทบไม่มีพื้นที่ใดที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ให้เห็น
“โฮก! โฮก! โฮก!”
ขณะที่ไพร่พลของฝูงสัตว์อสูรกำลังถูกปืนใหญ่ระดมยิงสังหาร ก็มีเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงสวรรค์และโลกดังขึ้นท่ามกลางคลื่นกองทัพสัตว์อสูร
ทันใดนั้นพลันเห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่หลายสิบตัว ลอยตระหง่านขึ้นอย่างช้า ๆ
ร่างของพวกมันเปล่งแสงเจิดจ้า พร้อมกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างที่น่าพรั่นพรึง ลอยอยู่กลางอากาศราวกับดวงอาทิตย์ พวกมันแต่ละตัวสำแดงวิชาที่เป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะแยกกันไปทำลายปืนใหญ่พลังอณูแห่งชีวิตที่กำลังระดมยิงอยู่
“เจ้าพวกเดรัจฉาน คู่ต่อสู้ของแกอยู่ทางนี้!”
บนแนวกำแพง ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงและคนอื่น ๆ กระโจนออกไปดุจลำแสง เพื่อสกัดกั้นการโจมตีของสัตว์อสูรระดับสูงเหล่านี้ ทันใดนั้นการต่อสู้อันรุนแรงก็ปะทุขึ้นบนท้องฟ้า
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เหล่าผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์หลายสิบคนกำลังต่อสู้อย่างเต็มกำลัง การปะทะแต่ละครั้งทำให้เกิดคลื่นกระแทกเป็นวงกว้างอย่างรุนแรงบนท้องฟ้า
จะเห็นซากวิหคอสูรตกลงมาจากท้องฟ้าเหมือนก้อนเต้าหู้เป็นครั้งคราว
เลือดสาดกระเซ็นออกมาเป็นสายฝน ทำให้ท้องฟ้าถูกย้อมไปด้วยสีแดงชาด
ทั้งหมดนี้
เป็นเพียงสนามรบบางส่วน
บนท้องฟ้าสูงขึ้นไป มีร่างของฉู่โม่วยืนนิ่งอยู่ เขากำลังใช้จิตสัมผัสสวรรค์สำรวจครอบคลุมทั่วเขตแดนภายใต้รัศมีแปดหมื่นกิโลเมตร
ทุกหนแห่ง เขาสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนของพลังอณูแห่งชีวิตอย่างรุนแรง และมีเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างไม่จบไม่สิ้น
มีจุดแสงพร่างพราวหลายร้อยจุดบนท้องฟ้า ทั้งหมดนี้คือผู้ปลุกพลังระดับราชันย์เทพยุทธ์จากเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่กำลังปะทะกับสัตว์อสูรระดับแปด บางครั้งจากท้องฟ้าสู่พื้นดิน และบางครั้งจากพื้นดินสู่ฟากฟ้า ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือด
และเมื่อใดที่มีผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์หรือสัตว์อสูรระดับแปดพ่ายแพ้ร่วงหล่นจากกลางอากาศ จะบังเกิดปรากฏการณ์หมู่เมฆสีดำมารวมตัวกัน และมีฝนเลือดตกลงมาชโลมไปทั่วท้องฟ้า ราวกับเป็นการอาลัยถึงพวกเขาเหล่านั้นจากสวรรค์และโลก
ถึงกระนั้น
ก็มีบ่อยครั้งที่ผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์เข้าไปพลีกายถวายชีพทำสงครามอย่างต่อเนื่อง คนหนึ่งจากไปคนใหม่ก็เข้ามาประจำการแทนที่ในจุดสำคัญต่าง ๆ ของสมรภูมิ
ทำให้ปัจจุบันมีฝนสีเลือดและก้อนเมฆดำที่มีเสียงคำรามของสายฟ้าอย่างไม่ขาดสาย
“ฆ่ามันให้หมด!”
เหล่าสัตว์อสูรพุ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน จนทำให้ดวงตาของผู้ปลุกพลังเผ่าพันธุ์มนุษย์กลายเป็นสีแดงก่ำ และมีท่าทางบ้าคลั่งกับการต่อสู้ตรงหน้า
ณ ขณะนี้
สัตว์อสูรระดับ 9 หลายสิบตนที่อยู่แนวหน้าได้พุ่งตัวเข้ามาโจมตี ด้วยความเร็วที่เทียบเท่าจุดสูงสุดของขั้นราชันย์เทพยุทธ์
พวกมันสามารถมาถึงแนวกำแพงป้องกันภายในไม่กี่อึดใจ และเพียงทิ้งน้ำหนักตัวลงมาจากท้องฟ้าก็ทำให้แนวป้องกันพังทลายหมดสิ้นทันที
ในเวลานี้
แม้กองทัพสัตว์อสูรจะยังตามมาไม่ทั้งหมด แต่กลิ่นอายอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากสัตว์อสูรระดับแม่ทัพมากกว่าสิบตนตรงหน้าก็สามารถปกคลุมโลกทั้งใบได้แล้ว
ราวกับความสิ้นหวังได้ปกคลุมไปทุกหนแห่งของสมรภูมิรบ ด้วยขุมกำลังที่เหนือกว่าอย่างท้วมท้น
ทำให้ผู้ปลุกพลังทุกคนในเผ่าพันธุ์มนุษย์สัมผัสได้ถึงหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา พร้อมความหวาดกลัวที่คอยกัดกินจิตใจอย่างช้า ๆ พลันสีหน้าของพวกเขาก็ซีดลงทันที
ขณะนั้นเอง
“ฮึบ”
ฉู่โม่วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพุ่งตัวออกไป!
พริบตานั้นเอง
ตู้ม!
ทันใดนั้นพลันเกิดการปะทุอย่างรุนแรงในร่างของเขา พลังปราณ เลือด และอณูแห่งชีวิตอันไร้ที่สิ้นสุดพลันระเบิดออกราวกับภูเขาไฟ
พรสวรรค์ทั้งหมดถูกเปิดใช้งานทีละอย่างซ้อนทับกัน
พร้อมเคล็ดวิชาต่าง ๆ
บังเกิดลำแสงสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนขึ้นบนผิวกายของชายหนุ่ม พร้อมรัศมีมวลเปลวเพลิงที่ผสมผสานกับสายฟ้า ได้ทะยานหลุดออกจากร่างและพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที
อีกทั้งยังมีเจตจำนงแห่งกระบี่ที่กระจายกลิ่นอายสังหารออกมา กลายเป็นเขตแดนกระบี่อันน่าพรั่นพรึงภายใต้รัศมีพื้นที่หลายพันกิโลเมตรรอบตัว สัตว์อสูรตัวใดที่ย่างกรายเข้ามาจะถูกบดขยี้เป็นผุยผงทันที ราวกับใยแมงมุมที่มองไม่เห็น
บนท้องฟ้า
เหนือศีรษะของฉู่โม่ว พลันปรากฏเงาลวงตาขนาดใหญ่ขึ้น
เพียงชั่วพริบตา เงานั้นก็ควบแน่นเป็นร่างวิญญาณอันทรงพลังไร้เทียมทาน ซึ่งมีความสูงถึงสี่สิบเมตร ลอยตระหง่านโดดเด่นอยู่ในความว่างเปล่า
มีขนสีแดงเพลิงสยายออกมา ลำตัวสีทองอร่ามที่กำลังขับเอากลิ่นอายเปลวเพลิงแห่งดวงอาทิตย์ครอบงำบรรยากาศโดยรอบอย่างอำมหิต ราวกับหลุดออกมาจากตำนานปรัมปรา
แท้จริงแล้ว มันเป็นเงาร่างลวงตาแห่งอีกาสุริยัน!
อีกาสามขาทองคำ!
ตัวตนอันสูงส่งดั่งดวงอาทิตย์ ผู้อยู่เหนือดวงดาราทั้งปวง!
เจิดจรัสดั่งดวงอาทิตย์ พร่างพราวเหนือแสงดวงดารา มองทะลุทุกสิ่ง และยิ่งใหญ่กว่าสิ่งมีชีวิตใดทั้งหมด!
“กรู้ว!”
เมื่อร่างของอีกาสามขาทองคำปรากฏขึ้น
ต่อหน้าต่อตาของสัตว์อสูรระดับ 9 หลายสิบตนที่เพิ่งมาถึงแนวรบด้านหน้า
ระยะนั้นใกล้กับฉู่โม่วมาก ราวกับหายใจรดต้นคอ
ซึ่งเหล่าสัตว์อสูรสามารถมองเห็นกระทั่งขนและเกล็ดของตัวตนนี้ได้ด้วยตาเปล่า แต่เหนืออื่นใดคือสายตาของพวกมันที่กำลังแข็งทื่ออยู่ใขณะนี้!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์