บทที่ 413 ไปถึงแนวป้องกันชายฝั่ง!
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ทุกคนก็ขึ้นไปบนยานบินและเรือบินจนครบ
ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ ท้องฟ้าเป็นสีอ่อนและมีพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ดวงตะวันสีแดงส้มปรากฏขึ้นและกำจัดความมืดมิดไปจากโลก
“ออกเดินทาง!”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางตะโกนเสียงดังลั่น
ครืน!
ยานบินอณูแห่งชีวิตหลายร้อยลำเริ่มออกตัวอย่างเป็นระเบียบและมุ่งหน้าเดินทางอย่างรวดเร็ว
และจนถึงตอนนี้ ผู้คนนับไม่ถ้วนที่รอคอยมาตลอดคืนก็อดกลั้นความเศร้าเอาไว้ไม่ไหวและร้องไห้โฮออกมาในที่สุด
บางคนกระทั่งวิ่งตามไปยังทิศทางของยานบิน ทั้งที่รู้ว่าตัวเองตามไม่ทันก็ยังพยายามอย่างสุดกำลัง
“ต้องรอดกลับมาให้ได้นะ!”
“พ่อสัญญากับผมแล้วนะว่าจะกลับมา พ่อต้องทำตามสัญญานะ!”
“ลูกชาย พ่อกับแม่จะรอรับลูกกลับบ้าน!”
“ฮือ ฮือ ฮือ…”
พวกเขาร้องโอดครวญ หัวใจของทุกคนเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
เมื่อเห็นภาพนี้จากบนท้องฟ้า ฉู่โม่วก็อดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้
เขาสูดหายใจลึกและกำลังจะจากไป
แต่ในตอนนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงรัศมีที่คุ้นเคย
เมื่อเพ่งสายตามองดูก็เห็นร่างหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ ร่างนั้นยืนนิ่งอยู่กับที่และมองเขาอย่างเงียบเชียบด้วยสายตาที่เศร้าหมอง
เฉินซีเวย!
“ซีเวย!”
ร่างของฉู่โม่วหายตัวไปปรากฏขึ้นตรงหน้าภรรยาและตั้งใจจะพูดบางอย่าง
แต่ก่อนที่จะได้อ้าปาก เฉินซีเวยก็ปรี่เข้ามากอดฉู่โม่วเอาไว้แน่น “ที่รัก ระวังตัวด้วย ฉันจะรอนายอยู่ที่บ้านนะ”
น้ำเสียงนั้นทั้งแผ่วเบาและสั่นเครือ
เห็นได้ชัดว่า
ในตอนนี้ เธอเองก็อยากจะห้ามไม่ให้ฉู่โม่วไป สายตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปและเก็บกลั้นอารมณ์เอาไว้
หัวใจของฉู่โม่วสั่นสะท้าน แต่เขาเองก็ไม่พูดอะไรและกอดเธอแน่นในอ้อมแขน
หลังจากนั้นไม่นาน
เมื่อทั้งสองแยกจากกัน ฉู่โม่วพยักหน้าให้เธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะกลายร่างเป็นลำแสงและบินไปไกล
เฉินซีเวยยืนอยู่ที่เดิมและมองดูฉู่โม่วจากไป
…
ยานบินทุกลำเดินทางออกจากฐานจนหมดอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่นานพวกเขาก็เดินทางออกมากว่าหลายหมื่นกิโลเมตรแล้ว
หากมองกลับไปก็ไม่เห็นสุดยอดฐานจงไห่ขนาดใหญ่อีกแล้ว
ผู้ปลุกพลังต่างก็ปัดความโศกเศร้าและเสียใจออกไป ทุกคนนั่งอยู่บนยานบินและรอคอยเวลาที่จะไปถึงแนวป้องกันชายฝั่งด้วยความพิพักพิพ่วน
หึ่ง…
ยานบินเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและเงียบสงัดอย่างถึงที่สุด มีก็เพียงเสียงของยานบินที่พุ่งผ่านอากาศเท่านั้น
สามชั่วโมงต่อมา
เสียงประกาศดังขึ้นในทันใด “อีกสามหมื่นสองพันกิโลเมตรจะถึงจุดหมาย และคาดว่าจะไปถึงในอีกสิบนาที ทุกคนเตรียมพร้อมรับการต่อสู้ทุกเมื่อ!”
ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น ผู้ปลุกพลังทุกคนในยานบินหลายร้อยลำก็ตึงเครียดขึ้นมา
ผู้ปลุกพลังหนุ่มสาวหลายคนกระทั่งหายใจไม่ออกจนหน้าซีดเผือดและเหงื่ออาบไปทั้งร่างกาย
ว่ากันว่าแนวป้องกันชายฝั่งนั้นอันตรายอย่างถึงที่สุด สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนโจมตีอย่างต่อเนื่องและแม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ก็ยังต้องเสี่ยงชีวิต ถึงพวกเขาจะมีขวัญกำลังใจมหาศาลก็ยังอดรู้สึกเป็นกังวลไม่ได้
แต่โชคยังดี
เพราะพวกเขารู้ว่า
นี่คือฟางเส้นสุดท้ายของแนวป้องกัน!
หากพวกเขาหนีไปก็จะไม่มีอะไรขัดขวางสัตว์อสูรเหล่านี้ไว้อีก พวกมันจะตรงเข้าไปในแผ่นดินใหญ่และทำลายที่อยู่อาศัยของมนุษย์จนหมด!
ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ นั่นคือสิ่งที่พวกเขาไม่อยากเห็นมากที่สุด!
ตูม! ตูม! ตูม!
ผู้ปลุกพลังมากมายถูกสัตว์อสูรห้อมล้อมจนสิ้นหวังและเริ่มระเบิดตัวเองตาย
เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็จะเห็นระเบิดรุนแรงดังขึ้นจากทั่วทุกทิศทาง
นี่คือโรงเลือดเนื้อขนาดใหญ่ที่เกิดการต่อสู้อันดุเดือดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเห็นภาพนี้
ผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนบนยานบินก็รู้สึกชาและขนลุกไปทั้งร่างกายในทันที
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้สติกลับมา
เสียงของราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางก็ดังขึ้น “ทุกคนตั้งใจฟังคำสั่งให้ดี เคลื่อนพลเข้าไปในสนามรบเดี๋ยวนี้!”
เมื่อเขาพูดจบ
หึ่ง หึ่ง!
ยานบินทั้งหมดเริ่มลดตัวลงต่ำอย่างรวดเร็วและมุ่งหน้าไปยังช่องว่างในแนวป้องกัน
ในไม่ช้า
ยานบินก็ลงจอดสนิท
ตอนนี้แนวป้องกันด้านนอกถูกปิดเอาไว้ เหล่าผู้ปลุกพลังเริ่มลงมาจากยานบินตามคำสั่งที่ได้รับมา
เมื่อก้าวลงมายังแผ่นดินนี้เป็นครั้งแรก พวกเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำทะเลและเลือดที่รุนแรง ซึ่งหมายความว่า
นี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้กับสัตว์อสูร!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์