บทที่ 418 โต้กลับสัตว์อสูร กับ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์บนฝ่ามือ!
ตู้ม!
ลูกธนูเคลื่อนที่มายังบอลพลังสีทองเพียงพริบตา มันแทงทะลุก้อนพลังนั้นพลันก่อให้เกิดเสียงดังกึกก้อง!
บอลพลังสีทองสั่นไหวคล้ายจะระเบิดออกมา
ทว่าพลังจิตอันไร้ขอบเขตและพลังภายในอันน่าสะพรึงกลัวกลับถูกสะกดไว้ อาณาเขตโดยรอบพังทลาย เกิดกระแสน้ำวนสีดำแสนทรงพลังประหนึ่งหลุมดำกลืนกินบอลพลังเข้าไป
แรงระเบิดไม่ได้เกิดขึ้นเช่นที่หลายคนหวั่นวิตก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของพลังที่เริ่มจางหาย
ก้อนพลังนั้นกลืนหายไปในอากาศ ไร้ซึ่งกระแสชีวิต
“นะ… นี่มัน เป็นไปไม่ได้!!!”
ราชาอสูรกิเลนวารีมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกโพลง แววตานั้นเต็มด้วยความเคลือบแคลงอันยากเกินจินตนาการ มันไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นเลยแม้แต่น้อย
ลูกศรนั่น
มันทำลายเขตพื้นที่เพื่อสร้างหลุมดำขนาดใหญ่สำหรับกลืนกินบอลพลังสีทองงั้นหรือ
เป็นไปได้อย่างไรกัน!!!
อสูรกิเลนวารีตกห้วงประหม่ารุนแรง พายุลูกใหญ่ก่อตัวหมุนวนภายในใจของมัน
ทว่าความตะลึงงันนี้กินเวลาเพียงชั่วครู่
นั่นก็เพราะ…
ลูกธนูที่ยิงเมื่อครู่ยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าโดยไม่สั่นไหวต่อแรงต้านของวัตถุซึ่งพุ่งชนไปก่อนหน้า
คลื่นพลังอันน่าเกรงขามอัดแน่นภายใต้ลูกศรที่ส่องประกาย ราชาอสูรกิเลนวารีสัมผัสได้ถึงความตายเบื้องหน้าอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน รูม่านตาของมันหดลงอย่างรวดเร็ว จิตใจสั่นสะท้าน ราวกับบางสิ่งบีบรัดก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจแน่นจนมันหายใจไม่ออก
“ไม่!”
ร่างกายของมันพยายามรีดเค้นพลังลมปราณทั้งหมดออกมา สร้างเกราะป้องกันสีทองโปรงแสงขึ้นด้วยหวังสกัดกั้นการโจมตีจากอีกฝ่าย
นอกจากนี้
มันยังเขวี้ยงสมบัติล้ำค่าชิ้นแล้วชิ้นเล่าเป็นโล่กำบัง
สมบัติเหล่านั้นเปี่ยมไปด้วยพลังทางจิตวิญญาณอันน่าทึ่ง บางสิ่งเหมือนจะเป็นยุทธภัณฑ์วิญญาณระดับ 8 ไม่ก็ระดับ 9 ซึ่งล้วนแต่มีความสามารถในการป้องกันโดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม…
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เครื่องกำบังเหล่านั้นไม่อาจต้านทานพลังจากศรดาวตกได้ พวกมันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เพียงโดนปลายศร… มันเจาะผ่านทุกสิ่งอย่างแม้แต่ยุทธภัณฑ์วิญญาณอันล้ำค่า
ในที่สุด
ภายใต้สายตาเปี่ยมด้วยความสิ้นหวังของราชาอสูร ศรดาวตกพุ่งตรงสู่ใบหน้าดุร้าย! มันเจาะทะลวงเกราะป้องกันอันทรงพลังทะลุเข้าไปยังหว่างคิ้วของอสูรกิเลนวารีอย่างรุนแรงในทันที!!
…
ราวกับโลกหยุดหมุนไปชั่วครู่
ความเงียบงันกลืนกินพื้นที่โดยรอบในรัศมีแสนกิโลเมตร
ร่างของราชาอสูรกิเลนวารีแข็งค้าง
กลางหว่างคิ้วของมันปักอยู่ด้วยลูกธนูสีเงิน หางยาว ๆ สั่นระริกเล็กน้อย
“นี่ข้า… ยังไม่ตายหรือ?”
มันขบคิดถึงความเป็นไปที่เกิดขึ้นภายใต้มโนสำนึก
หากใครจะรู้ว่าในตอนนั้นเอง
หวือ…
สายลมหนึ่งโบกไหวพัดผ่าน เพียงกะพริบตา ดวงหน้าแห่งอสูรต้องพลันหดเกร็ง
ครั้นเมื่อมันก้มมองลงไปยังเบื้องล่าง ก็พลันเห็นว่าร่างของตนกลายเป็นธุลีเถ้ากระจายไปตามสายลมพัด
ในตอนนี้
ชีวิตของราชาอสูรผู้มีพลังอันน่าสะพรึงกลัวมอดดับลง
ฝูงชนโดยรอบจับจ้องเหตุการณ์นี้ด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
เวลาผ่านไปเนินนาน
ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งที่หลับตาด้วยความหวั่นเกรงต่อความน่ากลัวก่อนหน้าค่อย ๆ ลืมตาขึ้นหลังจากที่ไม่ได้ยินเสียงระเบิดอย่างที่เคยนึกไว้ เขากวาดมองอย่างตั้งใจทั้งพิจารณาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ทันทีที่เขาลืมตา
ก็พลันเห็นว่าร่างราชาอสูรกิเลนวารีเหลือแต่เพียงฝุ่นผง
ตัวของเขาแข็งทื่อ!
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น หรือเป็นเพราะไม่กล้าทำลายความเงียบลง คนผู้นั้นอ้าปากว้าง ทว่าแทนที่เขาจะร้องตะโกน กลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบแสนแหบพร่า “ราชาอสูรนั่น ตะ ตะ ตะ ตาย ตายแล้ว?!”
ความไม่มั่นใจเจือในน้ำเสียง
ถึงจะเป็นเพียงเสียงกระซิบ หากคำถามนั้นกลับชัดเจนเช่นเสียงเข็มที่หล่นลงในความเงียบงัน
ผู้คนมากมายพลันได้สติ
จากนั้น
เฮือก!!!
เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นทั่วบริเวณ บางทีการที่ผู้คนมากมายต่างแย่งชิงอากาศก็อาจส่งผลให้ความกดอากาศแสนอึดอัดกดทับตลอดพื้นที่
ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้าง รูม่านตาหดเล็กดั่งรูเข็ม พวกเขาจ้องมองที่ฉู่โม่วประหนึ่งเห็นเทพอสูรจำแลง สีหน้าภายในฝูงชนเต็มไปด้วยความตกตะลึงและเกรงขาม
ราชาอสูรผู้กวาดล้างชีวิตคนมานับหลายร้อยปี ตอนนี้ตายอย่างสิ้นหวังโดยไม่มีแม้แต่เสียงร้อง
นี่มันบ้าไปแล้ว!
พวกเขาพูดไม่ออก!
ความหวาดกลัวกระจายไปทั่ว!
ภายในจิตใจนับร้อยนับพันดวงเริ่มปั่นป่วน แม้แต่สัตว์อสูรยังลอบมองที่ฉู่โม่วด้วยท่าทางหวาดหวั่น สลัดคราบความดุร้ายและจิตสังหารออกไปสิ้น
พลังอันรุนแรงเช่นนั้นถูกกำราบราบคาบด้วยน้ำมือฉู่โม่ว แล้วอย่างนี้… ความแข็งแกร่งของเขามันจะมากเพียงไหนกัน?!
นึกภาพไม่ออกเลย
กระนั้น อย่างไรฉู่โม่วก็เป็นมนุษย์!
ยิ่งเขาแข็งแกร่งมากเท่าใด เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น!
คิดได้เช่นนั้น ความตกใจของบรรดาผู้ปลุกพลังก็เริ่มแปรเป็นความยกย่องชื่นชม
ผ่านไปครู่ใหญ่
คลื่นเสียงโห่ร้องดังคลื่นน้ำขนาดมหึมาพลันกึกก้องถาโถมสู่โสตประสาท
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”
บรรดาผู้ปลุกพลังต่างส่งเสียงตะโกนก้อง
พวกเขาล้วนตื่นเต้นจนยากระงับความรู้สึก
ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้าน หัวใจเต้นเป็นจังหวะรัวกลอง แม้แต่ใบหน้าก็แดงก่ำด้วยเลือดถูกสูบฉีดพล่าน
พลังจากมวลมนุษย์ก่อตัวเป็นคลื่นลมปั่นป่วน ทะยานสู่ผืนฟ้าก่อนซับซาบสู่แดนดิน กระจายไปทั่วจักรวาล ต้องโสตประสาทผู้คนทั้งดวงดาว
สัตว์อสูรจำนวนดารดาษล้วนตกใจจนถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว
“แย่แล้ว!”
“มนุษย์คนนี้น่ากลัวเหลือเกิน!”
“แข็งแกร่ง… แข็งแกร่งเกินไป!”
ประดาสัตว์อสูรตัวสั่นระริก
พวกมันมากจากทะเลลึก ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อเหล่ามนุษย์ผู้อ่อนแอ ทว่าในตอนนี้พวกมันกลัวฉู่โม่วเกินจะต้านทาน!
ก้อนหินขนาดเล็กปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของฉู่โม่ว
แม้ว่ามันจะมีขนาดเล็กมาก หากเมื่อมันเผยตัว โลกก็พลันกลายเป็นน้ำแข็ง สัตว์อสูรนับไม่ถ้วนรับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมใส่ตัวพวกมัน ส่งผลให้พวกมันไม่อาจขยับเขยื้อน …ไม่แม้แต่จะหายใจได้สะดวก
“นี่มัน…”
“แย่แล้ว!”
“นี่มันผนึกทลายสวรรค์ของราชาอสูรจระเข้ยักษ์ มันอยู่ในมือของเจ้ามนุษย์นี้หรอกรึ!”
“มันกำลังจะเปิดผนึก หนีเร็ว!”
“ถ้าไม่หนีละก็ได้ตายกันหมดแน่!”
สัตว์อยู่ตกอยู่ในความตื่นตระหนก ยิ่งกับเหล่าสัตว์อสูรระดับ 8 ด้วยแล้ว พวกมันหน้าถอดสีเกินบรรยายได้ พยายามโคจรพลังออกมาอย่างบ้าคลั่งเพื่อเร่งฝีเท้า
สำหรับสัตว์อสูรแล้ว
พวกมันเคยเห็นราชาอสูรจระเข้ยักษ์ใช้ผนึกทลายสวรรค์ เหตุนี้จึงเข้าใจชัดแจ้งถึงความน่ากลัวของผนึกชิ้นดังกล่าว… เมื่อไรที่ฉู่โม่วเปิดใช้มัน ถึงยามนั้นเกรงว่าสัตว์อสูรที่อยู่โดยรอบนี้คงต้องแดดิ้นจนหมดแน่!
“คิดจะหนีเหรอ?”
“อย่าหวังเลย!”
“ตามพวกมันไป!”
แม้ว่าผู้ปลุกพลังจากฟากฝั่งมนุษย์จะไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉู่โม่วกำลังทำอยู่ แต่เมื่อได้เห็นท่าทีของบรรดาสัตว์อสูร พวกเขาก็รู้ทันทีว่าราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์น่าจะกำลังเตรียมการจัดการด้วยวิธีที่รุนแรงอย่างมาก
ดังนั้นแล้ว พวกเขาจึงเริ่มกระบวนการขัดขวางการหลบหนีของสัตว์อสูร
ณ พื้นดิน
สัตว์อสูรจำนวนมากล่าถอยร่นสู่ฝั่งทะเล
อย่างไรก็ดี เนื่องจากไม่มีสัตว์อสูรระดับสูงคอยสั่งการ ภาพความชุลมุนวุ่นวายจึงเกิดขึ้น พวกมันเหยียบย่ำกันเองจนต้องบาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อย
กอปรกับเผ่าพงศ์มนุษย์ยังคงไล่ตามฆ่าพวกมันอย่างไม่ลดละ จำนวนสัตว์อสูรที่ได้รับบาดเจ็บจึงพุ่งสูงอย่างหนัก ในขณะที่อัตราบาดเจ็บของฝั่งมนุษย์กลับไม่ได้มากถึงเพียงนั้น
ตู้ม!
เสียงระเบิดสะเทือนไปทั่วผืนฟ้า ฉู่โม่วโคจรพลังปราณเข้าไปในผนึกทลายสวรรค์ ส่งผลให้ก้อนหินนั้นขยายตัวอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งกว้างขวางร้อยกิโลเมตร
มันยังคงขยายตัวออกไปด้วยความเร็ว
ในที่สุด
ผนึกทลายสวรรค์ขยายตัวจนมีรัศมีสามร้อยกิโลเมตร กลายเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสูงตระหง่าน! ฉู่โม่วยกมันขึ้นด้วยมือข้างเดียว เผยความน่าสะพรึงกลัวขึ้นสู่แผ่นฟ้า
ขนาดมโหฬารเช่นนี้บีบรัดให้ใจของสัตว์อสูรสั่นสะท้าน พวกมันเร้งฝีเท้ากุลีกุจอยิ่งกว่าเก่า!
เผ่าพันธุ์มนุษย์ตกตะลึง
“ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ขนาดสามร้อยกิโลเมตรเนี่ยนะ?”
“ให้ตายเถอะ ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ยกภูเขาขนาดสามร้อยกิโลเมตรได้!”
“ใช้มือเดียวยกภูเขาลูกเท่านี้เนี่ยนะ ใครจะหยุดเขาได้ละนั่น”
“โลกต้องจารึกไว้เลยนะ สิ่งนี้ถือเป็นประวัติการณ์ของโลกสุด ๆ!”
“เกินไป เกินไปแล้ว!”
เสียงหายใจหอบถี่ดังต่อเนื่อง บรรดาผู้ปลุกพลังไม่มีใครไม่ตกใจกับภาพตรงหน้า
กระนั้น
พวกเขาไม่อาจละสายตาได้เลย!
พวกเขาใคร่รู้จริง ๆ ว่าเมื่อฉู่โม่วโจมตีด้วยภูเขาศักดิ์สิทธิ์นี้แล้ว มันจะก่อให้เกิดพลังที่รุนแรงมากเพียงไหน
สำหรับคำตอบนั้น
อีกไม่ช้าจะถูกเปิดเผย
…
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์