บทที่ 419 ทลายแผ่นทวีปและมุ่งสู่ทะเลลึก!
พลังปราณภายในร่างกายของฉู่โม่วเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ภาพมายาอีกาสามขาทองคำเบื้องหลังของเขาเปล่งประกาย เสียงร้องจากวิหคทองคำนั้นดังแว่วไปทั้งฟ้าดิน
เมื่อพลังปราณเดือดถึงขีดสุด พลังของอีกาสามขาทองคำก็พุ่งไปสู่จุดสูงสุดเช่นกัน
ฉู่โม่วยกภูเขาศักดิ์สิทธิ์สยบโลกาบนฝ่ามือขึ้นก่อนจะโบกไปข้างหน้า
ตึ้ง!
ตึ้ง!
ตึ้ง!
พื้นดินโดยรอบแตกเป็นเสี่ยง ๆ แม้แต่อากาศยังพังทลาย กระแสน้ำเชี่ยวกรากต้องยอมสยบ
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สยบโลกาขนาดยักษ์ตกลงจากแผ่นฟ้า บดบังแสงดวงอาทิตย์ให้มืดดำ พลังอันน่าเกรงขามของมันกวาดไปทั่วบริเวณ แผ่นดินโดยรอบทรุดตัวด้วยแรงกดดันมหาศาล
“วิ่ง! วิ่ง! วิ่ง!”
“หนีเร็วเข้า!”
“สายไปแล้ว!”
สัตว์อสูรจำนวนมากหวาดกลัวเป็นเท่าทวี พวกมันหลบหนีอย่างบ้าคลั่งดั่งเลือดกำลังมอดไหม้
อนิจจา
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สยบโลกาสกัดการเคลื่อนไหวของพวกมันจนสิ้น แรงกดดันอันหนักหน่วงทำให้พวกมันไม่อาจขยับตัวได้สะดวก เป็นการยากที่จะหนีต่อไปได้
ในท้ายที่สุด
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งบดบังดวงอาทิตย์ก็ตกกระทบแผ่นพื้นบังเกิดเสียงดังสนั่น
ขณะนั้นเอง
ผู้คนที่อยู่เบื้องล่างสัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่สั่นสะเทือนจากพื้นดิน กระแทกเสียจนพวกเขาตัวลอย กระดอนกลิ้งเหนืออากาศไปตาม ๆ กัน
แผ่นดินรอบรัศมีพันกิโลเมตรทรุดฮวบ มันถูดบดขยี้ผ่านแรงระเบิดจนจมตัวลงไปหลายสิบกิโลเมตร
ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร พลังอันน่าสะพรึงนั้นได้สร้างรอยแยกบนพื้นดินและก่อตัวเป็นหุบเขาทอดยาวหลายหมื่นกิโลเมตร
แผ่นดินระแหงแตกเป็นเสี่ยง
ก้อนหินถล่มไถลตามแนวเอียงของพื้นดิน
ราวกับว่าภาพของวันสิ้นโลกปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ส่วนผลอื่น ๆ ที่ตามมานั้น
ทั้งสัตว์อสูรระดับต่ำและระดับสูงต่างก็ถูกภูเขาศักดิ์สิทธิ์สยบโลกาสังหาร พวกมันโดนระเบิดให้กลายเป็นเพียงฝุ่นธุลี ไม่เหลือแม้เลือดเนื้อใดให้มองเห็น
ส่วนสัตว์อสูรรอบ ๆ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์นั้นถูกแรงกระแทกอย่างรุนแรง ก่อนจะแตกสลายและเหลือเพียงละอองเลือดเท่านั้น
ภายในพริบตา
ละอองเลือดแดงฉานกระจายไปทั่วดวงดาว ลมหายใจของผู้คนเจือปนด้วยเลือดซึ่งกระจายตัวบนอากาศว่างเปล่า
ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว สัตว์อสูรจำนวนนับล้านสิ้นชีพทันที!
ฉากนี้ชวนให้เหล่ามนุษย์ตื่นตะลึงมิใช่น้อย!
และนี่
เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น!
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สยบโลกาค่อย ๆ ถูกยกขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะถูกทุ่มลงไปอีกครั้ง
“ไม่นะ ไม่!”
“ไม่เอาแบบนี้…”
“ฉันยังไม่อยากตาย!!!”
สัตว์อสูรซึ่งทรงปัญญาส่วนหนึ่งมีสีหน้าหวาดกลัวเมื่อมองไปที่ภูเขาลูกยักษ์ เสียงคำรามแสนสิ้นหวังดังลั่งทั้งปฐพี
แม้ใจจะอยากหลีกหนี แต่กายกลับทัดทาน
แม้พวกมันจะอยากหยุดยั้ง แต่กลับไม่อาจทำได้
พวกมันทำได้เพียงเฝ้ามองอย่างสิ้นหวังเมื่อภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกนั้นกำลังหล่นลงมา สิ่งนั้นตัดพลังของพวกมันให้ขาดสะบั้น บดขยี้กายเนื้อให้สลายและกลืนหายไปจากแผ่นดิน
ตึ้ง!
แผ่นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง ส่งเสียงครึกโครมเฉกเช่นเมื่อก่อนหน้า
ผู้ปลุกพลังจากเผ่ามนุษย์ที่เตรียมตัวพร้อมอยู่แล้วกระโจนตัวขึ้นก่อนที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สยบโลกาจะถล่มลงมา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากแรงกระแทกมหาศาลนั่น
ทว่าสัตว์อสูรไม่ได้โชคนี้เช่นนั้น
สัตว์อสูรในรัศมีหมื่นกิโลเมตรถูกแรงระเบิดอีกครั้ง พวกมันสลายร่างกลายเป็นฝุ่นและละอองเลือด
การระเบิดครั้งนี้
หมายถึงความตายของสัตว์อสูรนับล้านตัว!
หลังจากนั้นไม่นาน
ฉู่โม่วยกภูเขาขึ้นและโยนลงไปอีกครั้ง
ท่ามกลางเสียงคำรามชวนสยอง สายตาของผู้คนจำนวนมากมองเห็นภาพฉู่โม่วกำลังยืนอยู่บนแผ่นฟ้า ร่างกายเขาปกคลุมไปด้วยแสงสีทอง ประหนึ่งเทพเซียนผู้ไร้พ่ายกำลังเสกสร้างทัณฑ์สวรรค์
เมื่อใดก็ตามที่เขาทุ่มภูเขาศักดิ์สิทธิ์สยบโลกา อากาศว่างเปล่าจะถูกทำลายสิ้น แม้แต่สัตว์อสูรดารดาษตาหลายสิบล้านตัวก็ต้องตายด้วยการโจมตีนี้
เพียงพริบตาเดียว
ฉู่โม่วโยนภูเขาลงไปได้ราว ๆ สามสิบครั้งแล้ว
สัตว์อสูรที่ถูกกำจัดจากการโจมตีนี้นับได้ก็ประมาณหลายร้อยล้านตัว!
กองทัพสัตว์อสูรจากเดิมที่เคยรวมตัวอยู่หนาแน่น บัดนี้เบาบางลงไปมาก
ตู้ม!
ฉู่โม่วยังไม่ลดละที่จะโจมตีพวกมันด้วยภูเขาศักดิ์สิทธิ์สยบโลกา
สัตว์อสูรหลายล้านตัวกลายเป็นละอองเลือดในทันที
ขณะเดียวกันนั้นเอง
ครืน! ครืน! ครืน!
ทันใดนั้น
ฟ้าดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
เมื่อมองไปตามเสียง
พลันเห็นว่าพื้นดินสั่นโครมเป็นบริเวณกว้าง ดินโคลนไหลหลากไปทั่วบริเวณ แผ่นดินที่มีรัศมีราว ๆ สามแสนกิโลเมตรแยกออกจากกันก่อนจะค่อย ๆ จมสู่ก้นสมุทร
“นะ… นี่มัน…”
“จริง ๆ แล้วราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ เขา… ต้องการแยกแผ่นทวีปออกจากกันรึ?!”
“เกรงว่าราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จะกลายเป็นพระเจ้าเข้าไปแล้วจริง ๆ นะเนี่ย!”
“โว้ว!!!”
ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์ล้วนตกในห้วงประหลาดใจ แม้แต่ผู้ที่เป็นถึงระดับราชันย์เทพยุทธ์ยังหวาดหวั่นต่อภาพเบื้องหน้า
พลังของราชันย์เทพยุทธ์สามารถแพร่กระจายไปได้หลายหมื่นกิโลเมตร ทรงพลังพอจะเปลี่ยนทิศทางกระแสน้ำหรือแม้แต่ทุบภูเขาให้พังทลาย
อย่างไรก็ดี ราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดสามารถแผ่พลังไปได้หลายแสนกิโลเมตร สร้างรอยแยกระหว่างพื้นดิน หรือแม้แต่ทำลายล้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในรัศมีหลายหมื่นกิโลเมตรได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
กระนั้น…
การทุบทำลายแผ่นดินที่มีรัศมีมากกว่าสามแสนกิโลเมตรนั้นยังคงไม่ใช่สิ่งที่ราชันย์เทพยุทธ์คนไหนสามารถทำได้
เหตุการณ์เบื้องหน้าของพวกเขาในยามนี้จึงเป็นสิ่งที่ยากจะเชื่อ!
“ให้ตายเถอะ!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
“เป็นไปไม่ได้น่า!”
กระนั้นฉู่โม่วก็หาได้สาแก่ใจไม่
“ในเมื่อลงมือแล้ว ก็ต้องเอาให้ถึงที่สุด!”
“ถอนรากถอนโคน!”
คิดได้เช่นนั้น
ร่างของฉู่โม่วหยัดตรงอีกครั้ง เขาถือภูเขาศักดิ์สิทธิ์สยบโลกาไว้ในมือ ก่อนจะกระโจนลงไปในดินแดนที่ลึกหลายไมล์ทะเล
ณ ที่แห่งนี้
คือเส้นแบ่งระหว่างชายฝั่งและทะเลลึก
ใต้ทะเลลึกนั้นถือเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์อสูรที่ทรงพลัง ฉู่โม่วสัมผัสได้ว่าในดินแดนนี้มีราชาอสูรที่มีพลังไม่ด้อยไปกว่าราชาอสูรกิเลนวารีอยู่มากมาย
ตอนนี้เอง
ไอพลังที่แข็งแกร่งของสัตว์อสูรพุ่งตรงไปยังฉู่โม่ว
“เจ้ามนุษย์มาที่นี่จริง ๆ มันจะทำอะไรกันแน่?”
“นี่คือบ้านของพวกเรา ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ แล้ว มาช่วยกันจัดการมนุษย์ผู้นี้ด้วยกันเถอะ”
“เจ้านี่แข็งแกร่งมาก อย่าทำอะไรวู่วามเชียว!”
“จริงด้วย ลองจับตาดูมันไปก่อน!”
ภายใต้ทะเลลึก
สัตว์อสูรระดับเทียบเท่าราชันย์ยุทธ์หลายตัวมองฉู่โม่วซึ่งดำดิ่งสู่ก้นสมุทรพลางสนทนากันอย่างเบา ๆ
ฉู่โม่วไม่รู้ว่าพวกมันกำลังพูดอะไรกัน
แต่ถึงรู้ เขาก็ไม่ได้สนใจ
ตอนนั้นเอง
ชายหนุ่มโคจรพลังอณูแห่งชีวิตทั้งหมด ก่อนจะทุ่มภูเขาศักดิ์สิทธิ์สยบโลกาในมือลงไปอย่างแรง
ตูมมม!!
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ขนาดยักษ์ส่งเสียงครืนและจมสู่ก้นทะเลลึก สร้างพลังที่น่าประหวั่นหวาดกระจายทั่วมวลน้ำเป็นรัศมีหลายหมื่นกิโลเมตร!
กระแสน้ำเชี่ยวโบกพัดสัตว์ทะเลภายในรัศมีจำนวนนับไม่ถ้วนไปสู่ความตาย แม้แต่ที่อยู่ห่างออกไปก็สลายเป็นละอองเลือด
ฉู่โม่วถล่มมหาสมุทรอย่างต่อเนื่อง!
แผ่นดินใต้ทะเลเกินการแปรสัณฐาน บางส่วนจมลงไปลึกยิ่งกว่าเดิม ในขณะที่บางส่วนยกตัวสูงขึ้น
ในที่สุด ภายใต้การโจมตีของฉู่โม่ว เกาะขนาดใหญ่จึงถือกำเนิดขึ้นและลอยตัวจากส่วนลึกของก้นทะเล
เมื่อเห็นเกาะดังกล่าว ฉู่โม่วจึงหยุดโจมตี
เขากลับขึ้นมาอยู่บนอากาศอีกครั้ง ด้วยการเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายเพียงเล็กน้อย ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สยบโลกาที่สูงตระหง่านก็กลับมาเป็นก้อนหินขนาดเพียงเท่าฝ่ามืออีกครั้ง มันลอยขึ้นไปเหนือศีรษะของเขา ก่อนจะหมุนวงเป็นวงโคจร
พลังปราณและเลือดของฉู่โม่วนั้น มันไม่ได้สงบลงแม้แต่น้อย หากยังปะทุโครมครามเช่นภูเขาไฟสำลักลาวา อีกาสุริยันยังคงส่องแสงสีทองสว่าง ปล่อยเปลวเพลิงและความร้อนที่ชวนให้พรั่นพรึง
ช่างเป็นภาพที่วิจิตรเกินกว่าจะมองโดยตรง
“ฉันคือฉู่โม่วจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ สมญานามของฉันคือราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”
ใบหน้าของเขาสงบนิ่ง “ต่อแต่นี้ไป สัตว์อสูรที่สูงกว่าระดับ 8 ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางผ่านเกาะอนุสรณ์สถานแนวพรมแดนซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งเป็นระยะทางล้านกิโลเมตรนี้เป็นอันขาด หากมีการฝ่าฝืน จะต้องถูกมนุษย์ลงทัณฑ์!”
“หากมีสัตว์อสูรระดับ 9 รุกล้ำเข้ามาบนแผ่นดิน ราชันย์เทพยุทธ์จะมาเพื่อทำลายผืนสมุทรให้พินาศลงด้วยตัวเอง!”
“ขอบอกไว้เพียงเท่านี้ อย่ามาหาว่าฉันไม่เตือน!”
เสียงนั้นเปี่ยมด้วยพลังแห่งชีวิตอันไร้สิ้นสุด ก้องกังวานไปไกลไม่ต่างจากสายฟ้าฟาด ส่งถึงโสตประสาทของสัตว์อสูรใต้ทะเลทุกตัว
เป็นคลื่นเสียงที่สร้างความปั่นป่วน ก่อกระแสคลื่นน้ำกระจายไปทั่วบริเวณ
…
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์