บทที่ 420 ต่อสู้ราชาอสูรห้าตัวเพียงลำพัง กับ พลังเร้นมิติ!
สำหรับราชาอสูร ทันทีที่ได้ยินคำประกาศิตนั้น พวกมันก็ทะยานตัวด้วยแรงโทสะทันที
“ยโสเหลือเกินนะ!”
“ก็แค่มดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น!”
“เป็นแค่มนุษย์อ่อนแอริอ่านมาวางท่า!”
“กล้าต่อต้านสัตว์อสูร หมดคำจะพูด!”
“เจ้ามนุษย์ผู้โง่เขลา เห็นทีต้องสั่งสอนให้รู้จักหลาบจำ!”
สัตว์อสูรจำนวนมากต่างพากันโกรธเกรี้ยว พลังปราณของพวกมันเดือดพล่านจนทะเลคลั่ง ผืนน้ำม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นขนาดมหึมาซึ่งสูงหลายร้อยเมตร
พวกมันเดือดดาลยิ่ง
เจ้ามนุษย์ไร้ค่า กล้าดีอย่างไรถึงประกาศศึกกันเช่นนี้
กล้าดีอย่างไรถึงมาวางอำนาจเช่นนี้!
ก็จริงอยู่!
ฉู่โม่วไม่ใช่มนุษย์ผู้อ่อนแอ เขาสังหารราชาอสูรมาได้ถึงสองตัวแล้ว แต่แล้วอย่างไรล่ะ
สำหรับราชาอสูรแล้ว พวกมันเคยชินกับการเป็นยอดอสูรเหนืออสูร
ในตอนนี้ ท่าทีของฉู่โม่วในสายตาของพวกมันหาได้ดูจริงจังไม่ คล้ายจะทีเล่นทีจริงเสียมากกว่า แล้วอย่างนี้มีหรือที่ราชาอสูรจะทนข่มใจได้?
และที่สำคัญกว่านั้น
หากพวกมันเพิกเฉยต่อพฤติการณ์อุกอาจนั่น ต่อไปพวกมันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
พวกมันจำต้องเชื่อฟังคำพูดของมดปลวกไร้ค่าเช่นนี้จริง ๆ น่ะหรือ จะไม่ข้ามเกาะอนุสรณ์สถานแนวพรมแดน แล้วเข้าไปในชายฝั่งซึ่งห่างออกไปอีกล้านกิโลเมตรอีกต่อไปแล้วงั้นหรือ
ใครมันจะไปยอม!
“ทุกท่าน เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำผู้นี้มันดูถูกเราเกินไปแล้ว เห็นทีจะต้องให้บทเรียนแก่มัน!”
สัตว์อสูรรูปร่างเหมือนแมงกะพรุนระเบิดโทสะ มันหมายใจจะกำราบฉู่โม่วให้สิ้นชื่อ
“ใช่แล้ว! จะปล่อยมันไว้ไม่ได้!”
“เราต้องสั่งสอนให้รู้ว่าปากพาซวยมันเป็นอย่างไร!”
“ฆ่ามัน!”
ราชาอสูรทั้งสามตัวเริ่มเห็นชอบ
“ทว่า…”
ราชาอสูรที่หน้าตาเหมือนสัตว์เลื้อยคลานใต้ทะเลยุคโบราณซึ่งมีหนวดสองเส้นบนหัวขมวดคิ้วพร้อมส่งเสียงกังวล “เจ้านี่มันไม่ได้อ่อนแอ ขืนหุนหันพลันแล่นไปแบบนี้ ความเสี่ยงมันก็…”
“เจ้าจะกลัวอะไรฮะ! ตอนนี้เราอยู่ในทะเลลึก ที่นี่คือสมรภูมิได้เปรียบของเรา พอรวมตัวกับราชาอสูรอีกห้าตัวแล้ว การจะฆ่ามันก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป!”
เมื่อเผชิญกับความกังวลดังกล่าว ราชาอสูรแมงกะพรุนจึงพูดอย่างไม่ยี่หระ
ราชาอสูรอีกสามตัวคิดเห็นไปในทางเดียวกัน
“ใช่แล้ว!”
“นี่คือบ้านของเรา ที่ที่เราสามารถเผยความแข็งแกร่งได้เต็มกำลัง!”
“ถึงเจ้ามนุษย์นั่นจะทรงพลัง แต่ก็เห็นได้ว่ามันยังไม่มากพอจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง มันยังไปไม่ถึงระดับ 9 เลยด้วยซ้ำ แม้มันจะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังพึ่งพาพลังพรสวรรค์หลาย ๆ อย่าง ในขณะที่พวกเราเข้าใกล้ความเป็นเทพเจ้ายิ่งกว่าใคร ทั้งในแง่ระดับชีวิตและพละกำลัง พวกเราก็เหนือกว่าสิ่งมีชีวิตทั่วไปอย่างมาก ไอ้การโจมตีพื้น ๆ แทบจะสะกิดผิวพวกเราไม่ได้ด้วยซ้ำ!”
“พวกเราไม่ต่างจากเทพเจ้า!”
“มาจัดการมันด้วยกันเถอะ จะแข็งแกร่งแค่ไหนก็มีเพียงหัวเดียว พอฆ่ามันแล้วใครก็มาขวางการขึ้นบกของเราไม่ได้!”
พวกมันพากันแสดงความเห็น
คำพูดเหล่านั้นคลายความเคลือบแคลงใจของสัตว์อสูรผู้มีหนวดบนหัวหมดสิ้น มันพยักหน้าเล็กน้อย “เอาละ ลุยไปด้วยกัน มาฆ่าเจ้าคนโง่เขลาให้มันตาย ๆ ไปซะที่นี่!”
แรงโทสะคุกรุ่นภายในใจ
ท่าทางของฉู่โม่วเต็มไปด้วยความโอหัง มันรังเกียจเดียดฉันท์เกินจะทน
หลังจากที่ราชาอสูรทั้งห้าลงความเห็นไปในแนวทางเดียวกันเสร็จสรรพ พวกมันก็เริ่มปรากฏตัว
เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง คลื่นยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้นจากทุกทิศทางกลางทะเลกว้างไกลสุดสายตา ทันใดนั้น… ร่างของสิ่งมีชีวิตจำนวนหลายตัวที่ส่องสว่างราวกับดวงอาทิตย์ก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า โถมคลื่นพลังมหาศาลชวนให้ขนลุกเกรียวใส่ฉู่โม่วด้วยความเร็ว
พริบตานี้เอง
ราชาอสูรทั้งห้าล้อมมนุษย์ผู้ต่ำต้อยจอมโอหังเป็นมุมห้าเหลี่ยม
พวกมันลอยอยู่กลางอากาศที่สูงเฉียดฟ้า พลังปราณในกายเดือดพล่าน ทรงพลังและยิ่งใหญ่ราวเทพจุติยังพื้นพิภพ
“เจ้ามนุษย์หน้าโง่ เจ้าทำให้พวกเราโมโห!”
ราชาอสูรคำรามลั่น เสียงนั้นกึกก้องด้วยพลังที่ไร้ขีดจำกัด ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์ขึ้นในทะเลโดยรอบ
“เจ้าเล่ห์เพทุบาย!”
“อยากสู้ก็สู้สิ จะมาทำให้มันยุ่งยากไปทำไม!”
ฉู่โม่วตะโกนขึ้นอย่างเย็นชา
ครั้งนี้เขาตั้งใจสร้างเกาะอนุสรณ์สถานแนวพรมแดนขึ้น ก็เพื่อที่จะนำพาความสงบสุขมาสู่ชายฝั่งของเหล่ามนุษย์
จริงอยู่ที่มันอาจจะอยู่ได้ไม่นาน ทว่าตราบใดที่สัตว์อสูรไม่กล้าบุกโจมตีชายฝั่งเป็นเวลาสิบปีหรือมากกว่านั้น เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็จะพอมีเวลาในการพัฒนาความแข็งแกร่งของตนเองยิ่งกว่าเดิม
นอกจากนี้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ทรัพยากรส่วนใหญ่ของมนุษย์ถูกทุ่มเทให้กับการป้องกันแนวชายฝั่ง ส่งผลให้การพัฒนาของผู้ปลุกพลังฝ่ายมนุษย์ถดถอยกว่าที่ควรจะเป็น
หากผู้ปลุกพลังมากกว่าครึ่งล้านคนตลอดแนวป้องกันชายฝั่งได้รับการพัฒนา และได้รับทรัพยากรที่เพียงพอต่อการฝึกฝน แน่นอนว่าในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า จำนวนของผู้ปลุกพลังจะต้องมีมากขึ้น และเต็มไปด้วยราชันย์เทพยุทธ์ทุกระดับ
การจะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จนั้น มันไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อย
ฉู่โม่วไม่ได้คิดจะทำการอุกอาจหยาบคาย เขาก็เพียงหวังจะบรรลุเป้าหมายผ่านการสร้างเกาะเล็ก ๆ และป้ายให้สัตว์อสูรเป็นพวกนอกคอกที่ต้องอยู่ห่างออกไป ซึ่งถ้าหากต้องการให้พวกมันทำตามที่ต้องการ ก็มีทางเดียวเท่านั้นนั่นคือการเอาชนะ!
“เป็นพลังสายเลือดจริง ๆ สินะ!”
ฉู่โม่วไม่เห็นพลังพรสวรรค์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องบนข้อมูล เช่นนี้หมายความว่ามันมาจากสายเลือดตามที่คาดการณ์ไว้แต่แรก
นั่นทำให้เขารู้สึกเสียดายเล็กน้อย
หากเป็นพลังพรสวรรค์ หลังจากที่เขาจัดการมันได้ เขาก็สามารถใช้ทักษะกลืนกินเพื่อแย่งชิงเอาพรสวรรค์มาได้ ซึ่งจากที่เขาเห็น นี่เป็นพรสวรรค์ประเภทที่สามารถหลบหนีเข้าไปในอีกมิติหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตี นับเป็นเครื่องมือช่วยชีวิตที่มีประโยชน์ไม่น้อย
ทว่าเมื่อมันเป็นพลังสายเลือด เขาก็หมดหวังจะได้ครอบครอง
ฉู่โม่วไม่มีวันจะละทิ้งเผ่าพันธุ์มนุษย์ และเข้าสู่วิถีของสัตว์อสูรเลือดผสมเป็นอันขาด
“เจ้ามนุษย์ผู้โง่เขลา ข้ามีพลังซึ่งมาจากขีดจำกัดสายเลือด การโจมตีกายภาพดาด ๆ แบบนั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!”
ขณะที่ฉู่โม่วเฝ้าสังเกตการณ์ ราชาอสูรแมงกะพรุนก็โผล่ออกมาจากที่ซ่อนและประกาศชัยชนะ
“ในเมื่อการโจมตีทางกายภาพไม่ได้ผล ทำไมไม่ลองโจมตีจิตวิญญาณข้าดูล่ะ!”
ฉู่โม่วไม่ได้แยแสต่อท่าทีแบบนั้น เขาเลือกใช้กระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยน
ตู้ม!
ภายในตำหนักสีม่วง ปฐมวิญญาณสีทองกลายเป็นลำแสงสวรรค์เจาะทะลวงอากาศบังเกิดเสียงโครมคราม แทรกตัวเข้าไปภายในจิตวิญญาณของแมงกะพรุน
ราชาอสูรยังคงเชิดคออย่างภาคภูมิใจ หาได้ล่วงรู้ว่าแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนซับซาบลงไปข้างในจิตใจ และเริ่มกัดกร่อนทำลายพลังวิญญาณ
“เกิดอะไรขึ้น!”
ราชาอสูรแมงกะพรุนกรีดร้องออกมาในทันที ความเจ็บปวดปรากฏขึ้นบนดวงหน้า
จิตวิญญาณเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ยิ่งผู้ปลุกพลังมีความแข็งแกร่งมากเท่าใด จิตวิญญาณก็ยิ่งเป็นสิ่งล้ำค่ามากเท่านั้น เพราะมันแสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดในการพัฒนาพลังที่ผู้ปลุกพลังแต่ละคนจะมีได้
ดังนั้นผู้ปลุกพลังทุกคนที่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่และมีความแข็งแกร่งอย่างมากล้วนแต่ปกป้องจิตวิญญาณของตนไว้เป็นอย่างดี บางคนทำถึงขนาดตามหาทรัพยากรล้ำค่ามาเพิ่มพลังวิญญาณโดยเฉพาะ
ตอนนี้เอง
ฉู่โม่วกวาดแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนไปทั่วจิตวิญญาณของศัตรู จริงอยู่ที่มันไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรมากนัก
ทว่าความเสียหายทางจิตวิญญาณนั้น ต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างน้อยก็หลายปี
“เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ เจ้าตัวบัดซบ นี่เจ้าโจมตีจิตวิญญาณข้าจริง ๆ หรือ ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ราชาอสูรแมงกะพรุนคำรามอย่างเคืองขุ่น ลมหายใจอันฉุนเฉียวพัดพาน้ำจากด้านล่างให้เป็นกำแพงคลื่นขนาดหลายร้อยเมตร
ฉู่โม่วไม่ได้ใส่ใจนัก
เขาตวัดแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนให้ทะลุเข้าไปภายในจิตวิญญาณของอสูรแมงกะพรุนอีกครั้ง ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับราชาอสูรอีกสี่ตัวที่เหลือที่เริ่มขยับเข้ามาใกล้ทุกที
“เจ้ามนุษย์ ตายเสียเถอะ!”
ราชาอสูรตนหนึ่งตรงเข้ามาพร้อมจิตสังหารรุนแรง
…
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์