บทที่ 421 เผยจิตสังหาร! ความสิ้นหวัง?
ราชาอสูรตนนี้มีลักษณะคล้ายกระทิงตัวสีเขียว ทว่าช่วงล่างของลำตัวกลับมีหางที่ปกคลุมด้วยเกล็ดซึ่งดูประหลาดตามาก ๆ
ในตอนนี้
ร่างของอสูรระดับราชาอสูรตรงหน้านี้ได้ขยับตัวแล้ว ทว่าหางของมันที่มีลักษณะเหมือนงูเองก็ขยับด้วยเช่นกัน หางที่ยาวร่วมกิโลเมตรนั้นโผล่พรวดขึ้นมาจากใต้ก้นทะเลแล้วเข้าโจมตีฉู่โม่วทันใด
ห้วงมิติสั่นสะเทือนขึ้นมาไม่เว้นแม้แต่ในร่างกาย
อสูรทั้งสามเองก็ต่างใช้วิธีการที่รุนแรงของตนเพื่อข่มฉู่โม่วไว้ด้วย
ใบหน้าของพวกมันดูดุร้าย ชัดเจนเลยว่ามันต้องการจะฆ่าฉู่โม่วให้ได้
“หน่วงกาลเวลา!”
“สกัดห้วงมิติ!”
ฉู่โม่วไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เขากระตุ้นพลังห้วงเวลาและพลังห้วงมิติทันที มวลของมิติที่อัดแน่นขึ้นภายใต้ผลของห้วงมิติที่ถูกสกัดกั้น ทำให้การโจมตีต่าง ๆ ช้าลง และด้วยพลังหน่วงกาลเวลาของพลังห้วงเวลาก็ทำให้การคิดอ่านและการตอบโต้ของราชาอสูรที่โดนเข้าไปช้าลง 15 เท่า ดังนั้นตอนนี้ พวกมันจะไม่สามารถขยับหรือตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วเหมือนแต่ก่อนแล้ว
จังหวะนั้นเอง
ชายหนุ่มชักกระบี่ออกมา ซึ่งด้วยความเร็วนั้น มันทำให้เห็นเพียงแค่ลำแสงของคมกระบี่ที่สะบั้นลงไปบนหางของราชาอสูรหน้าตาประหลาดตนนี้เท่านั้น เพียงเสียง ‘ชิ้ง!’ คมกระบี่นั้นก็ได้สร้างช่องว่างขนาดใหญ่บนหางของมันเป็นที่เรียบร้อย เลือดสีแดงปริมาณมากพุ่งออกมาราวกับน้ำพุ
เขาตั้งใจจะเผด็จศึกไปเลย ทว่าตอนนั้นเอง ด้วยเสียง ‘แกร๊ก’ ราชาอสูรทั้งสี่ตนก็หลุดออกจากพลังหน่วงกาลเวลาและสกัดห้วงมิติได้
“พรสวรรค์แห่งห้วงเวลา และห้วงมิติด้วยงั้นหรือ!?”
ราชาอสูรทั้งสี่ตนต่างตกใจกันเป็นอย่างมาก
พวกมันรู้สึกได้ถึงพลังห้วงมิติและห้วงเวลาที่ผ่านร่างมันไป พวกมันรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้ถือเป็นพรสวรรค์ที่หาได้ยากมาก ๆ ถึงแม้ว่าจะมีบ้างที่พวกมันได้พบกับราชาอสูรที่มีพรสวรรค์ห้วงเวลาและห้วงมิติ แต่การที่จะครอบครองทั้งสองพลังนี้ในตัวคนเดียวนั้น ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน
“ไม่ผิดแน่ เจ้ามนุษย์ผู้นี้ยังมีความลับที่เราไม่รู้อยู่อีกมาก!”
“งั้นต้องจับมันทั้งเป็นเพื่อล้วงเอาความจริงออกมา บางทีพวกเราอาจจะได้อะไรดี ๆ มาบ้าง!”
ราชาอสูรทั้งสี่ตนหันมองกันเองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภ
จากนั้น
พวกมันก็โถมเข้าโจมตีฉู่โม่วพร้อม ๆ กันอีกครั้ง ด้วยการโจมตีที่หนักหน่วงกว่าเดิม
ในตอนแรก ราชาอสูรเหล่านี้กำลังโกรธ มันเพียงอยากจะระบายอารมณ์เท่านั้น ไม่ได้อยากจะสู้กับฉู่โม่วให้หมดท่าอะไร
ทว่าภายหลังจากที่เห็นว่าฉู่โม่วดูจะมีพลังที่เลิศล้ำอยู่ พวกมันก็เล็งเห็นถึงโอกาสอันดีงาม ดังนั้นจึงเลือกที่จะสู้เพื่อหมายจะให้ชายหนุ่มคายความลับแล้วค่อยฆ่าฉู่โม่วทิ้ง
มองการโจมตีที่ทรงพลังของราชาอสูรทั้งสี่ ฉู่โม่วก็ไม่ได้คิดจะรับมืออะไร เขาเลือกที่จะเทเลพอร์ตออกไปแทน
เพราะงั้น…
เขาจึงใช้พลังห้วงมิติและห้วงเวลาอีกครั้งหนึ่งเพื่อทำให้ราชาอสูรเหล่านี้เคลื่อนที่ช้าลง รวมถึงทำให้การโจมตีหน่วงขึ้นเป็นอย่างมากด้วย
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
ฉู่โม่วมีโอกาสที่จะโจมตีด้วยคมกระบี่ทิ้งท้ายอยู่อีกหลายครั้ง ทำให้เกิดบาดแผลบนร่างของราชาอสูรเหล่านี้ได้ แต่เช่นเดิม เมื่อเขาคิดจะเผด็จศึก พวกมันทั้งสี่ก็หลุดออกจากพลังของห้วงมิติและห้วงเวลาได้อีกครั้ง
และเพียงไม่นาน บาดแผลที่เพิ่งเกิด ด้วยพลังที่แข็งแกร่งของมัน มันก็ถูกรักษาอย่างรวดเร็ว
ก็ใช่ว่าจะไม่รู้
บาดแผลที่เขาสร้างนั้นไม่ลึกพอที่จะทำให้มันบาดเจ็บได้ ผลถึงเป็นแบบนี้!
ผิดกับทางฉู่โม่ว ซึ่งช่วงที่ผ่านมานี้เขาใช้ทั้งพลังแห่งห้วงเวลาและห้วงมิติควบคู่กัน จึงกลายเป็นเขาที่สูญเสียพลังไปเสียมาก
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป
เขาจะไม่สามารถเอาชนะอสูรทั้งสี่ตนนี้ได้!
“อสูรระดับราชาที่เทียบเท่ากับระดับพระเจ้านั้น ไม่ใช่อะไรที่จะจัดการได้ง่าย ๆ จริง ๆ ด้วย!”
“ด้วยความแข็งแกร่งของฉันในตอนนี้ หากต้องรับมือกับราชาอสูรระดับนี้พร้อม ๆ กันเพียงแค่สามถึงสี่ตนอาจจะยังพอไหว แต่ไม่ใช่กับทั้งห้าตนแบบนี้แน่!”
การเผชิญหน้ากับราชาอสูรถึงห้าตนในเวลาเดียวกัน ยิ่งในยามที่พวกมันเข้าโจมตีพร้อมกัน มันกลายเป็นอะไรที่ตึงมือสำหรับเขามาก ๆ พลังมันเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณเลย!
ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น
หากเบื้องหน้าเขาเป็นราชาอสูรเพียงแค่ตนเดียว ฉู่โม่วจะมั่นใจได้เต็มเปี่ยมว่าสามารถเอาชนะมันได้อย่างแน่นอนด้วยพลังของเขา ไม่ว่าจะเป็นพลังห้วงเวลาระดับดาราลับฟ้า พลังห้วงมิติระดับดาราลับฟ้า ทั้งการหน่วงกาลเวลาทั้งสกัดห้วงมิติ จะต้องทำให้ศัตรูเสียท่าและถูกกำจัดได้อย่างรวดเร็วแน่นอน
แต่ตอนนี้ พลังที่ใช้ยับยั้งเหล่านั้นกลับมีผลอยู่เพียงชั่วครู่เท่านั้น
“ดูเหมือนจะต้องล่อไปกำจัดทีละตัวสินะ!”
ฉู่โม่วคิดกับตนเอง
เมื่อตระหนักได้เช่นนั้น
เป็นสิ่งที่มันไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุด
“พวกเจ้ารออะไรกันอยู่!? รีบ ๆ ใช้พลังของสายเลือดพวกเจ้าที่ทรงพลังนักหนาจัดการเจ้ามนุษย์คนนี้เร็ว ๆ เข้า!”
มันตะโกน
ได้เพียงเท่านั้น
จิตวิญญาณของราชาอสูรตนนี้ก็ถูกแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนโจมตีจนแทบจะสูญสลายไป ในขณะที่ราชาอสูรตนอื่น ๆ ทำได้เพียงมองและพยายามโจมตีต่อไป โดยไม่ได้ใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุดซึ่งเปรียบเสมือนไม้ตายก้นหีบ
เห็นเช่นนั้น ราชาอสูรกระทิงหางงูก็อดไม่ได้ที่จะข่มขู่ขึ้นมา “ถ้าพวกเจ้าไม่เผยพลังที่แท้จริงออกมา ข้าจะถอนตัวออกจากการต่อสู้นี้ทันที!”
เมื่อประโยคนั้นหลุดออกมา
ราชาอสูรที่เหลือก็ดูจะร้อนรนกันขึ้นมา หากมีหนึ่งในกลุ่มพวกมันถอนตัวออกไปละก็ พวกมันมั่นใจเลยว่าจะไม่สามารถเอาชนะฉู่โม่วลงได้อย่างแน่นอน
เพราะงั้นแล้ว มันจึงไม่รีรออีกต่อไป และเริ่มใช้ทักษะเฉพาะตัวของแต่ละตนตาม ๆ กันมา
“กรรรร!”
ราชาอสูรที่มีเขาอยู่บนหัวร้องคำราม ปลดปล่อยเสียงราวกับฟ้าถล่มแผ่กระจายสะเทือนไปไกล รวมถึงผนึกมิติบริเวณรอบ ๆ ตัวฉู่โม่วไว้ด้วย
อสูรอีกตนหนึ่งเป็นปลาทูน่ายักษ์ มันสั่นตัวไปมาและกลายสภาพเป็นแสงสีทอง หายวับไปในช่องว่างมิติและพุ่งเข้าใส่ฉู่โม่ว
ส่วนอสูรตนที่สามเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายกุ้งล็อบสเตอร์ มันยกก้ามขนาดใหญ่ที่แหลมคมขึ้นมา และเข้าโจมตีฉู่โม่วด้วยก้ามอันใหญ่นั้น
ห้วงมิติที่ขวางกั้นถูกฉีกขาดเสมือนกระดาษที่ถูกตัด แสดงให้เห็นว่าพลังของมันรุนแรงขนาดไหน
แคว่ก!
มิติรอบตัวฉู่โม่วพังทลายแทบทั้งหมด พร้อม ๆ กับการมาของการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัว
เพียงชั่วพริบตา
มิติที่ฉู่โม่วจะเข้าไปหลบได้นั้นก็ถูกทำลายโดยราชาอสูรทั้งสามแล้ว
จิตที่เปี่ยมด้วยความดุร้ายนั้นปกคลุมไปทั่วเสมือนชั้นบรรยากาศ ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกสิ้นหวังกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างถึงที่สุด!
…
…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์