เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 424

บทที่ 424 สงบสุขไปอีกทศวรรษ และ กลับสู่แนวป้องกันชายฝั่ง!

ในยามที่ราชาอสูรทั้งห้าตนตายตกในตอนนั้น ก็ได้รับรู้กันไปทั้งสวรรค์และโลก ท้องทะเลก่อเกิดคลื่นยักษ์ราวกับเป็นพิธีศพสำหรับราชาอสูรเหล่านั้นแทนมนุษย์

และพื้นที่กว่าหนึ่งหมื่นกิโลเมตรที่เป็นสนามรบระหว่างฉู่โม่วกับราชาอสูรแมงกระพรุน ก็มีเหล่าสัตว์อสูรทะเลอีกมากมายนับไม่ถ้วนที่อยู่ภายใต้ความหวาดกลัวอย่างหาที่สุดไม่ได้เป็นสักขีพยาน

พวกสัตว์อสูรเหล่านี้จับตามองฉู่โม่วมาตั้งแต่ที่เขาปะทะกับอสูรระดับราชาอสูรมากถึงห้าตนพร้อมกันแล้ว พวกมันเป็นพยานปากเอกที่จะบอกได้ว่าฉู่โม่วนั้นสามารถเอาชนะราชาอสูรห้าตนได้ด้วยตัวคนเดียว และไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยจริง ๆ!

ด้วยความแข็งแกร่งที่อยู่เหนือสรรพสิ่งและพรสวรรค์มากมาย นี่เป็นสิ่งที่พวกมันไม่เคยเห็นมาก่อนในชั่วชีวิตนี้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นอสูรตนไหน ต่างก็ไม่กล้าที่จะเหิมเกริมกับฉู่โม่วกันทั้งนั้น

สัตว์อสูรเหล่านี้ไม่กล้าแผลงฤทธิ์กันจริง ๆ

มันเชื่อกันสนิทใจว่าฉู่โม่วยังแข็งแกร่งกว่าที่เห็นอีก!

ขนาดราชาอสูรทั้งห้ายังไม่อาจจะรับมือกับฉู่โม่วได้ มันก็เป็นหลักฐานแล้วว่าฉู่โม่วแข็งแกร่งกว่าพวกมันอยู่หลายเท่านัก การหันเขี้ยวเล็บใส่ไม่ต่างอะไรกับแกว่งเท้าหาเสี้ยน

“มนุษย์นี่ช่างน่ากลัวนัก!”

“ไม่อยากจะเชื่อ ทำไมถึงมีสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังขนาดนี้ทั้งที่มีร่างกายเล็กจิ๋วเช่นนั้นกัน!?”

“ข้าฟังภาษามนุษย์ที่ราชาอสูรแมงกะพรุนพูดได้ เหมือนเจ้านั่นจะบอกว่าต่อไปนี้ห้ามพวกเราเข้าใกล้ชายฝั่งเป็นระยะล้านกิโลเมตร แสดงว่า พวกเราขึ้นฝั่งไม่ได้อีกต่อไปแล้วตั้งแต่ตอนนี้!”

“แบบนั้นแย่นะ ถ้าพวกเราเข้าใกล้ชายฝั่งไม่ได้ นั่นก็หมายถึงพวกเราจะกินมนุษย์ไม่ได้ แบบนี้พวกเราก็เสียของอร่อยไปน่ะสิ!”

“นี่แกยังคิดจะกินมนุษย์อยู่อีกงั้นเหรอ? ไม่เห็นหรือไงว่ามนุษย์เหล่านั้นแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน? ขนาดราชาอสูรยังร่วงได้ แล้วพวกเราจะเหลืออะไรกัน!”

“ใช่แล้ว! ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการที่มนุษย์แข็งแกร่งขึ้น นั่นหมายถึงพวกเรากำลังเจอกับปัญหาจริง ๆ แล้ว แกเองก็เห็นว่าความแข็งแกร่งของเจ้าพวกนี้มันสูงมาก ๆ สูงระดับที่อสูรอย่างพวกเราตามไม่ทัน จากนี้เป็นต้นไป พวกเราต่างหากที่จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ!”

“พวกเรากำลังจะต้องเจอกับช่วงเวลาอันยากลำบากในอนาคตแล้วงั้นเหรอ?”

“ทำตัวให้แข็งแกร่งเข้าไว้ อย่าโดนล่าเป็นพอ!”

“จากนี้เป็นต้นไป ฉันจะไม่เข้าใกล้พื้นดินอีก ฉันจะไม่ยอมให้ตนเองถูกฆ่าเด็ดขาด แล้วก็จะไปให้ไกลจากพื้นดินมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะไม่กลายเป็นเหยื่อให้มนุษย์!”

“ฉันด้วย!”

เหล่าสัตว์อสูรชั้นผู้น้อยหวาดกลัวกันทั้งหมด

ในขณะเดียวกัน พวกมันก็ต้องยอมรับความจริง

ภายหลังจากที่ฉู่โม่วจำกัดราชาอสูรทั้งห้าตนเรียบร้อยแล้ว ความห่างชั้นระหว่างเหล่าสัตว์อสูรเมื่อเทียบกับมนุษย์ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม เพียงแต่มันลดลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะในแง่ของความแข็งแกร่งที่มนุษย์กับอสูรแทบจะไม่ต่างกันแล้ว ความหวังของพวกมันคือ การหวังให้ลูกหลานของราชาอสูรสามารถเติบใหญ่เป็นราชาอสูรและกลายเป็นเจ้าอสูรได้ในสักวันหนึ่ง ไม่เช่นนั้น พวกมันก็จะกลายเป็นฝ่ายถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แทน!

สำคัญที่สุด

การที่มนุษย์แข็งแกร่งได้มากขึ้นระดับที่หาตัวจับยากเช่นนี้ มันทำให้เขตแดนของมนุษย์ขยายตัวเพิ่มอีกเป็นอย่างมากด้วย และมันกลายเป็นสัตว์อสูรเสียเองที่เสียดินแดนไป

จากนี้เป็นต้นไป

ชีวิตของสัตว์อสูรเองก็จะเข้าสู่ช่วงวิกฤตบ้างแล้ว!

ตระหนักได้เช่นนั้น

สัตว์อสูรจำนวนมากมายต่างก็รู้สึกเศร้าหงอยกันลงไป แต่พวกมันก็ไม่ได้ทุกข์ระทมอะไรนัก ถึงแม้ว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะทรงพลัง แต่ก็ยังไม่มีศักยภาพมากพอที่จะสำรวจทะเลลึก พวกมันเพียงแค่ต้องกลับไปยังถิ่นเก่าที่จากมา เพื่อรักษาชีวิตของตนเองไว้เท่านั้น

อนึ่งก็เพราะบนภาคพื้นดินยังมีสัตว์อสูรอยู่อีก

ในอนาคตภายภาคหน้า หากดันทุรังขึ้นไป ยังไงก็น่าจะต้องพบเจอกับความยากลำบาก

ความยากลำบากที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ตั้งแต่วันนี้

ดังนั้นแล้ว เหล่าอสูรสมุทรที่ปรึกษากันเสร็จ ก็ตัดสินใจดำดิ่งสู่ห้วงทะเลลึกไปดังเดิมและไม่คิดจะกลับขึ้นมาอีก

ทางด้านของฉู่โม่ว แม้ท้องทะเลจะกลืนซากราชาอสูรกลับไป แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บร่างของพวกมันกลับไปในมิติพกพา และกลับไปยังเกาะเจียเป่ย เพื่อรวบรวมเจตจำนงแห่งกระบี่เข้าไปข้างในนั้น ในอนาคต เมื่อไหร่ก็ตามที่มีสัตว์อสูรกล้าเข้าใกล้เกาะแห่งนี้ ต่อให้จะเป็นระยะห่างกว่าหนึ่งแสนกิโลเมตร เจตจำนงแห่งกระบี่ของเขาก็จะทำงานและปลดปล่อยคลื่นกระบี่ออกไป

เจตจำนงแห่งกระบี่ที่ติดตั้งไว้ ณ เกาะแห่งนี้ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากนัก แต่ก็แกร่งพอที่จะกำจัดสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งน้อยกว่าระดับ 9 ได้อย่างง่ายดาย

ยิ่งไปกว่านั้น

เจตจำนงแห่งกระบี่นี้ ถูกอัดแน่นไปด้วยเต๋าแห่งกระบี่ของฉู่โม่ว ตราบใดก็ตามที่โลกและทะเลยังเชื่อมต่อกัน มันจะสามารถดูดกลืนเอาอณูแห่งชีวิตระหว่างโลกและสวรรค์มาหมุนเวียนใช้ได้ ซึ่งด้วยพลังนี้ มันทำให้เขามั่นใจได้ว่าจากนี้ไปอีกอย่างน้อยสักร้อยปี เจตจำนงแห่งกระบี่ของเขาที่นี่จะยังคงทำงานตลอด

แน่นอน

เพราะมันมีระยะปกป้องเพียงแสนกิโลเมตรเท่านั้น หากมีสัตว์อสูรที่ต้องการจะเข้าใกล้ชายฝั่งอยู่ในระยะล้านกิโลเมตร มันย่อมสามารถเข้ามาผ่านส่วนอื่นของน่านน้ำได้ หากเป็นแบบนั้น พวกมันก็จะก้าวผ่านเขตแดนของเกาะเจียเป่ยเข้ามาได้

แต่ด้วยร่มเงาของมนุษย์ที่ได้ทำการย่ำเท้าลงไปในใจของอสูรทะเลแทบจะทุกตน

ตราบใดก็ตามที่เกาะเจียเป่ยยังตั้งตระหง่านอยู่ และบนเกาะแห่งนี้ยังมีเจตจำนงแห่งกระบี่อยู่ เพียงเท่านี้มันก็มากพอที่จะทำให้อสูรทะเลทั้งหลายหวาดกลัวกันหมดแล้ว พวกมันจะไม่กล้าขึ้นมาบนบกได้ง่าย ๆ เพราะมันรู้ดีว่า เมื่อไหร่ที่มันขึ้นมาได้ ฉู่โม่วไม่ปล่อยพวกมันไว้แน่

“ด้วยสิ่งนี้ อย่างน้อย ๆ ก็มั่นใจได้แล้วว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นที่แนวป้องกันชายฝั่งไปสักสิบห้าปีละนะ!”

ฉู่โม่วคิดกับตนเอง

และด้วยเวลาสิบห้าปีนี้ เหล่าผู้ปลุกพลังที่รอดชีวิตไปก็คงจะได้เติบใหญ่กลายเป็นกำลังที่แข็งแกร่งของมนุษยชาติสืบต่อไปได้ บางทีกว่าตอนนั้นจะมาถึง อาจจะมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าฉู่โม่ว ณ ตอนนี้ปรากฏขึ้นมาแล้วก็ได้

หากเหล่าสัตว์อสูรเกิดเหิมเกริมเข้าโจมตีมนุษย์ในภายภาคหน้าละก็ มนุษย์จะต้องโต้กลับได้อย่างไม่เกรงกลัวแน่นอน

คิดแบบนั้นแล้ว ฉู่โม่วก็หันมองรอบ ๆ ผืนทะเล รู้สึกได้ถึงพลังแห่งจิตวิญญาณที่ปกคลุมไปทั่ว ทำให้เหล่าสัตว์อสูรมากมายต่างรีบลงไปซ่อนยังก้นทะเลลึกด้วยความหวาดกลัว รู้เช่นนั้นแล้วชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะผลิยิ้มออกมา

จากนั้น

ด้วยร่างที่หายไปอย่างรวดเร็ว เขาปรากฏตัวขึ้นบนฟากฟ้า เมื่อจับทิศทางของอะไรบางอย่างได้แล้ว ฉู่โม่วก็กลายเป็นดวงแสงและพุ่งไปยังชายฝั่งทันที

ในชั่วพริบตา เขาก็หายวับไปจากท้องฟ้า

“เฮ้อ…”

“เจ้ามนุษย์ที่น่ากลัวนั่นไปได้สักที!”

เมื่อฉู่โม่วจากไป เหล่าอสูรทะเลที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความสุขยินดีราวกับเพิ่งจะผ่านวันสิ้นโลกมา สิ่งนี้ไม่เกินจริงสักเท่าไหร่ ยังไงเสีย… ในสายตาของพวกมัน ผู้ปลุกพลังคนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับภัยพิบัติระดับสูญพันธุ์!

ทว่าขณะที่พวกเขากำลังกังวล ราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือก็สีหน้าเปลี่ยนไป ตามด้วยราชันย์เทพยุทธ์มารอหังการและราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพา พวกเขาหันไปยังทิศทางเดียวกันโดยไม่ได้ปรึกษาก่อน

ที่สุดปลายสายตาเหนือฟากฟ้าทิศตะวันออก แสงสว่างได้พุ่งเข้ามาจากทิศทางนั้น ด้วยความเร็วที่มากมาย เพียงชั่วพริบตา เส้นแสงดังกล่าวก็เคลื่อนที่ผ่านกี่กิโลเมตรไปแล้วก็ไม่รู้และมาหยุดอยู่ที่แนวป้องกันชายฝั่ง

“นี่มัน…ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!?”

“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์กลับมาแล้ว!?”

“เร็วเข้า! ไปพบเขากัน!”

ทันทีทันใด ใบหน้าของเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ก็แสดงความตื่นเต้นและรีบมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่จับสัมผัสได้กันหมด

ไม่นาน

เมื่อคนสองกลุ่มเข้าใกล้กัน กลุ่มแสงที่มุ่งหน้ามายังชายฝั่งก็ค่อย ๆ ลดความเร็วลง ดวงแสงสีทองกระจายออกเผยให้เห็นใบหน้าของผู้ที่อยู่ภายในดวงแสงนั้น

เป็นฉู่โม่ว!

“ยินดีที่ได้พบท่านราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”

ราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือ ราชันย์เทพยุทธ์มารอหังการ ราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพาและเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดคนอื่น ๆ ต่างก้มหัวทำความเคารพ

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นถึงราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด เป็นจุดสูงสุดของมนุษยชาติ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของฉู่โม่วที่ได้ก้าวข้ามพวกเขาไปแล้วในตอนนี้ มันจึงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่จะได้รับความเคารพจากเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดทั้งหมดนี้

ด้านหลังพวกเขา

ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ราชันย์เทพยุทธ์ดับดารา ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริง และเหล่าราชันย์เทพยุทธ์คนอื่น ๆ ที่มาจากสุดยอดฐานต่าง ๆ ก็ไม่รอช้าที่จะทำความเคารพฉู่โม่วด้วย

“ไม่ต้องสุภาพกันขนาดนั้นก็ได้ครับ”

ชายหนุ่มพูดด้วยความสุภาพและรีบบอกให้คนอื่น ๆ เงยหน้าขึ้น

ภายหลังจากที่ทั้งสองได้ทำการทักทายกันแล้ว ราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือก็อดไม่ได้ที่จะถาม “ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ ฉันได้ยินมาจากราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางว่าคุณได้ดำดิ่งลงไปใต้ทะเลลึกมา ฉันไม่มั่นใจว่า…”

ภายใต้คำพูดนั้น มันมีความไม่มั่นใจแฝงอยู่ สลับกับความคาดหวังที่ไม่สามารถซ่อนได้

ได้ยินเช่นนั้น

ฉู่โม่วก็ไม่ได้แสดงท่าทีหยิ่งผยองอะไร เขายิ้มกลับและพูด “ผมกำลังจะบอกเลยครับ”

“ระหว่างที่ผมออกไปด้านนอก ผมได้ไปยังใต้ทะเลลึก และสร้างเกาะอนุสรณ์ขึ้นมาภายในทะเลที่ห่างออกไปจากชายฝั่งกว่าหนึ่งล้านกิโลเมตร แล้วก็กำจัดพวกอสูรทะเล…”

เขาอธิบายคร่าว ๆ

เมื่อฉู่โม่วเล่าให้ฟังว่า เขาทำให้เหล่าอสูรทะเลไม่สามารถข้ามผ่านเกาะอนุสรณ์มาได้ในระยะหนึ่งล้านกิโลเมตรจากชายฝั่ง ทุกคนก็อดแสดงใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความตกตะลึงออกมาไม่ได้

พวกเขารู้ดีว่าพวกสัตว์อสูรในเขตนี้ดุร้ายขนาดไหน

หากราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ทำเช่นนี้ จะไม่ให้พวกเขากลัวว่ามันจะเป็นการยั่วโมโหพวกสัตว์อสูรให้รุกหนักขึ้นมามากกว่าเดิมได้อย่างไร?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์