เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 425

บทที่ 425 ทำให้ทุกคนตกตะลึง และวันแห่งประวัติศาสตร์!

เมื่อทุกคนได้ยินประโยคดังกล่าว ว่ามีการดำรงอยู่ของตัวตนสัตว์อสูรระดับราชาถึงห้าตัวที่คอยขับเคลื่อนกองทัพสัตว์อสูร และยังได้ประมือกับฉู่โม่ว

เรื่องราวเช่นนี้ทำให้ทุกคนใจสั่นสะท้าน

ราชาอสูรทั้งห้ามีตัวตนอยู่จริงตามข่าวลือ!

สัตว์อสูรระดับราชา!

พวกมันแต่ละตัวอยู่บนห่วงโซ่อาหารสูงสุดของเผ่าพันธุ์สัตว์อสูร ซึ่งมีพลังเพียงพอที่จะบดขยี้ผู้ปลุกพลังราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดทั่วไป มิหนำซ้ำ ยังรู้แจ้งสัมผัสได้ถึงร่องรอยแห่งความศักดิ์สิทธิ์ กล่าวอีกนัยคือพวกมันได้เหยียบย่างไปสู่ขอบเขตขั้นเทียมเทพถึงครึ่งตัวแล้ว!

มีตัวตนเช่นนั้นอยู่ถึงห้าตัว!

หากไปยั่วยุให้พวกมันโกรธ อาจทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดถูกกำจัดได้ในทันที!

“แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อไปครับ?”

“ท่านราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ เกิดอะไรขึ้นต่อไป”

เหล่าราชันย์เทพยุทธ์กล่าวอย่างประหม่า มีหลายคนอดไม่ได้ที่หลุดปากถามออกไป

“ต่อมา…ผมได้ต่อสู้กับพวกมันอย่างสุดความสามารถ แต่ขอบเขตของการต่อสู้แผ่ออกไปไกลหลายพันกิโลเมตร ก่อนที่ผมจะสามารถสังหารพวกมันทั้งห้าลงได้!” ฉู่โม่วพูดออกไปอย่างเขินอาย

ฮะ…อะไรนะ!!!

ฉู่โม่วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายไม่ดังมาก แต่เหล่าราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหมดได้ยินเสียงนั้นราวกับเสียงระเบิดลูกใหญ่ดังสนั่นอยู่เต็มหู มันทำให้ทุกคนตกตะลึงจนตาแข็งค้างไปทันที พวกเขาตกใจมากจนพูดไม่ออก ไม่มีอะไรต้องเอื้อนเอ่ย

สัตว์อสูรระดับราชาถึงห้าตัวเชียวนะ…พวกมันถูกสังหารโดยราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์จริงงั้นเหรอ?

“เดี๋ยวครับ…ยังไม่จบ!”

ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงในเรื่องที่ได้ฟัง

ฉู่โม่วก็พูดต่อไปว่า “หลังจากปลิดชีพราชาอสูรทั้งห้า ผมก็ได้ทำการทิ้งเจตจำนงแห่งกระบี่ไว้ที่เกาะแนวพรมแดนใต้ทะเลลึก ซึ่งมีพลังการรู้แจ้งในเต๋าแห่งกระบี่”

“เจตนาแห่งกระบี่นี้แผ่รัศมีออกไปแสนกิโลเมตรโดยรอบ และยังสามารถดูดซับพลังชีวิตได้ ซึ่งผมรับประกันว่ามันจะไม่ถูกทำลายลงในระยะเวลาร้อยปี!”

“ในช่วงร้อยปีนี้ ตราบใดที่ไม่มีสัตว์ดุร้ายระดับราชาย่างกรายเข้ามาภายในระยะรัศมีหนึ่งล้านกิโลเมตรจากแนวชายฝั่งโดยไม่ได้รับอนุญาต มันก็จะไม่มีการบุกรุกของคลื่นกองทัพสัตว์อสูรอีกต่อไป”

“หรือหมายความว่า…แนวป้องกันชายฝั่งจะอยู่ได้อย่างสงบสุขไปอีกหลายทศวรรษ!”

ตู้ม!

ประโยคนี้ราวกับเสียงฟ้าผ่าลงในหูของทุกคน

ทันใดนั้น จิตใจของทุกคนก็เริ่มเหม่อลอย พร้อมในดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายสีทอง

หลังจากนั้นไม่นาน ใครบางคนจึงเริ่มกลับมามีสติและพึมพำว่า “นี่หมายความว่า…จากนี้ไป เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราจะไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการรุกรานของสัตว์อสูรทะเลเป็นเวลาอีกหลายทศวรรษ?” “ถูกต้องไหมครับคุณฉู่”

“ใช่แล้วครับ”

ฉู่โม่วพยักหน้ายิ้มให้

ด้วยการยืนยันจากปากของฉู่โม่ว ในที่สุดเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ทุกคนก็เริ่มรู้สึกตัว และแสดงสีหน้าแห่งความปีติยินดี

“เยี่ยมมาก…มันเป็นข่าวดีมาก ๆ!”

“ในที่สุดเผ่าพันธุ์มนุษย์เราก็ไม่ต้องกังวลกับการโจมตีของสัตว์อสูรทะเล!”

“นี่คือยุคทศวรรษแห่งสันติภาพ…พวกเราจะไม่ต้องสูญเสียทรัพยากรจำนวนมากทุกปี เพื่อปรับปรุงขุมกำลังแนวป้องกันชายฝั่งอีกต่อไป!”

“ด้วยทรัพยากรเหล่านี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถนำไปใช้พัฒนาด้านอื่นได้มากขึ้น และเพียงพอที่จะปลุกปั้นสร้างอัจฉริยะที่ทรงพลังขึ้นมาใหม่มากมาย!”

“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง!”

ราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหมดต่างมีความสุข สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ทุกคนตระหนักดีว่ามันมีความสำคัญเพียงใด

นับตั้งแต่การสร้างแนวกำแพงป้องกันชายฝั่งเสร็จสิ้น เพื่อที่จะสกัดกั้นสัตว์อสูรที่อยู่นอกพื้นที่ทะเลได้อย่างสมบูรณ์

เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ส่งผู้ปลุกพลังหลายล้านคนไปประจำการเป็นกองทหารรักษาการณ์ทุกปี และกำลังรบระดับสูงส่วนหนึ่งจะต้องถูกตรึงอยู่ที่นี่เพื่อรักษาการณ์อยู่ตลอด

ที่สำคัญกว่า

เพื่อสนับสนุนแนวป้องกันจากคลื่นกองทัพสัตว์อสูร ทำให้ทรัพยากรจำนวนมากของเผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องหมดไปกับส่วนนี้ทุกปี ซึ่งเป็นภาระอันหนักอึ้งมาตลอด

แต่ตอนนี้

เผ่าพันธุ์สัตว์อสูรสูญเสียขุมกำลังไปเป็นจำนวนมาก รวมถึงราชาอสูรทั้งเจ็ดที่ถูกสังหารลง ซึ่งนับเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรง ทำให้อย่างน้อยพวกมันก็คงจะไม่กล้าผลีผลามบุกโจมตีไปอีกหลายทศวรรษ

แม้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้กับฝูงสัตว์อสูรขนาดเล็กที่รุกรานเข้ามา แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะปลดประจำการผู้ปลุกพลังจำนวนมากออกไป เพื่อลดการใช้ทรัพยากรลง และจัดสรรไปฝึกฝนเหล่าอัจฉริยะระดับสูงรุ่นใหม่หรือผู้ที่มีพรสวรรค์อันโดดเด่น

ด้วยแนวทางเช่นนี้

ภายในอีกไม่กี่ทศวรรษ จะปรากฏผู้คนที่แข็งแกร่งขึ้นมาจำนวนมาก ซึ่งเพียงพอแล้วที่จะใช้ต่อกรกับเผ่าพันธุ์สัตวอสูร

อีกทั้งมีความเป็นไปได้ที่จำนวนราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดและราชันย์เทพยุทธ์ธรรมดาจะเพิ่มขึ้น หรือกระทั่งผู้ที่มีความแข็งแกร่งระดับเดียวกับราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์

หากช่วงเวลานั้นมาถึงจริง ๆ เหตุใดเผ่าพันธุ์มนุษย์จะต้องยอมเป็นฝ่ายถูกรุกรานอยู่ฝั่งเดียวด้วยล่ะ?

“ยอดเยี่ยมมากครับ!”

“นี่เป็นของขวัญอันยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์เราในรอบร้อยปี!”

“ในที่สุดเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราก็มีแสงแห่งความหวังสักที!”

“เรื่องนี้ต้องได้รับการป่าวประกาศ ให้เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์มนุษย์ทุกคนรับทราบและร่วมยินดี!”

เหล่าราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหมดตื่นเต้นจนแทบหายใจไม่ออกและแย่งกันประกาศ

สุดท้ายราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือ ก็เป็นผู้โชคดีให้แจ้งข่าวแก่ทุกคน “เพื่อน ๆ เผ่าพันธุ์มนุษย์ครับ ฉันคือราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือ ต่อไปนี้ฉันมีข่าวดีจะมาประกาศต่อทุกคนให้รับทราบโดยทั่วกัน มันเป็นข่าวเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับทุกคน!”

เสียงนั้นดังกึกก้องราวกับเสียงสวรรค์อย่างกังวานไร้ขอบเขต แผ่กระจายออกไปหลายหมื่นกิโลเมตรในชั่วพริบตา

เมื่อสิ้นเสียงคำกล่าวแนะนำตัว

ผู้ปลุกพลังมนุษย์ทุกคนที่อยู่ใกล้กับแนวป้องกันชายฝั่งภายในระยะแสนกิโลเมตร พลันเงียบลงและเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือ และรอฟังคำพูดต่อไปของเขา

เมื่ออยู่ต่อหน้าสายตาของทุกคน น้ำเสียงของราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพเหนือก็กลายเป็นจริงจังและเคร่งขรึมขึ้น แต่ด้วยความตื่นเต้นจึงเสียอาการอย่างเก็บไม่อยู่ “เมื่อสักครู่นี้ ท่านราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ได้กลับมาจากการย่างกรายสู่ใต้ทะเลลึกซึ่งเป็นมาตุภูมิแห่งเหล่าสัตว์อสูร และเขาได้นำข่าวน่ายินดีมามอบแก่ทุกคน…ทะ…ท่านราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ โปรดมาประกาศเองดีกว่า!”

ในตอนท้ายเขามองไปที่ฉู่โม่วด้วยสีหน้าวิงวอน

เฮ้อ…

ฉู่โม่วไม่รีรอ และพูดอย่างเสียงดังว่า “ทุกคนครับ ผมคือราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ เมื่อวานนี้ผมได้ดำดิ่งลึกลงไปใต้ท้องทะเลเพียงลำพัง และได้ลงมือสังหารสัตว์อสูรระดับราชาไปห้าตัว เพื่อเป็นการประกาศกร้าวแก่เหล่าสัตว์อสูรว่าห้ามย่างกรายขึ้นมารุกรานบนแนวป้องกันชายฝั่งในรัศมีห่างออกไปล้านกิโลเมตร…ดังนั้น ต่อไปนี้ที่แนวป้องกันชายฝั่งของเราจะมีแต่สันติภาพและความสงบสุขไปอีกหลายทศวรรษครับ!”

ตู้ม ตู้ม ตู้ม!

เมื่อเสียงอันทรงพลังสิ้นสุดลง ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างตัวสั่นเทาทันที

โลกทั้งใบราวกับถูกแช่แข็งจนนิ่งไป

ผู้ปลุกพลังทั้งหมดของเผ่าพันธุ์แสดงสีหน้าตกตะลึง พวกเขาต่างมองไปที่ฉู่โม่วด้วยความตกใจอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

สัตว์อสูรระดับราชาทั้งห้านั้น แค่เพียงตัวเดียวก็มีพลังเหนือกว่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปแล้ว

แต่ละตัวมีขุมพลังที่สามารถทำลายล้างโลกซึ่งมากเกินพอที่จะกวาดล้างอารยธรรมและชีวิตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด

แต่ในขณะนี้ฉู่โม่วบอกว่าได้สังหารพวกมันทั้งห้าตัว?!

ความเงียบเข้าปกคลุม!

ไม่มีเสียงใด ๆ แม้แต่น้อย!

“สวรรค์มีจริง พวกเขาเมตตาเราแล้ว!”

ผู้ปลุกพลังคนหนึ่งร้องตะโกนความรู้สึกภายในใจ พร้อมดวงตาอันแดงก่ำ ยิ่งไปกว่านั้น เขาลงไปคุกเข่ากับพื้นและร้องไห้ออกมา

เมื่อเห็นฉากดังกล่าว

ตัวตนระดับราชันย์เทพยุทธ์หลายคนก็เริ่มมีอารมณ์ร่วมเช่นกัน ดวงตาของพวกเขาพลันกลายเป็นแดงก่ำ

มีราชันย์เทพยุทธ์หลายคนประจำการอยู่ที่นี่ตลอดทั้งปี และพวกเขาได้เห็นผู้ปลุกพลังจำนวนมากที่ได้รับการเกณฑ์มาจากฐานอื่นอยู่ตลอด

แต่บ่อยครั้งที่หน้าใหม่เหล่านั้นจะหายไปหลังจากประจำการได้สักพัก

พวกเขาทั้งหมดเสียชีวิตลงในการต่อสู้กับสัตว์อสูรทะเล

แต่ตอนนี้

ขุมกำลังหลักของสัตว์อสูรทะเลถูกกวาดล้าง… และราชาอสูรทั้งเจ็ดตัวถูกสังหาร

ทำให้เผ่าพันธุ์สัตว์อสูรอยู่ในช่วงบอบช้ำสาหัส จึงไม่สามารถเตรียมกองทัพขนาดใหญ่โจมตีได้อีกในเวลาอันสั้นอย่างแน่นอน

นับเป็นโอกาสที่ดีของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่จะพัฒนาขุมกำลังและจะไม่มีการสูญเสียผู้ปลุกพลังรุ่นเยาว์เป็นจำนวนมากในที่นี้อีกต่อไป

โอกาสอันสำคัญนี้เป็นผลงานของราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!

“วันนี้นับเป็นวันที่ธรรมดามาก แต่ก็เป็นวันที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน!”

เมื่อเห็นทุกคนกำลังเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย

ทันใดนั้น ราชันย์เทพยุทธ์คนหนึ่งก็พูดขึ้นด้วยเสียงที่สะท้อนออกไปหลายพันกิโลเมตร “สำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรา นี่คือช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ และมันคือการเริ่มต้นใหม่ของเรา…มันคือชีวิตใหม่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์เรา!”

“และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้โดยฝีมือของท่านราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”

“มาร่วมจดจำช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์นี้กันเถอะ! ดื่มด่ำกับชีวิตใหม่ต่อจากนี้! กู่ร้องชื่อของราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์! ให้เป็นประวัติศาสตร์…จดจำความรู้สึกของวันนี้และจดจำทุกคนที่อยู่เคียงข้างกันในขณะนี้!”

เมื่อสิ้นเสียงของเขา

มีช่วงเวลาแห่งความเงียบงันระหว่างสวรรค์และโลก…หลังจากนั้น

“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”

“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”

“ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”

ทันใดนั้น คนทั้งหมดก็ร้องตะโกนจนเสียงแหบพร่า

มันดังมากขึ้นเรื่อย ๆ

จากเดิมในตอนแรกเป็นเพียงผู้ปลุกพลังทั่วไป และต่อมา แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ก็เข้าร่วมด้วย ทุกคนร้องตะโกนออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ทุกคนโห่ร้องอย่างบ้าคลั่ง

ทุกคนตะโกนชื่อฉู่โม่ว

ผู้ปลุกพลังนับล้านกู่ร้องจนเสียงนั้นทำให้เกิดเป็นคลื่นเสียงมหึมาดังแผ่นเป็นระลอกออกไปไกลแสนไกล

เสียงเหล่านี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอารมณ์อันหลากหลายนับไม่ถ้วน

ดั่งที่ราชันย์เทพยุทธ์ได้กล่าวไปเมื่อครู่

วันนี้

มันคือการเกิดใหม่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์! และยังถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ด้วยเช่นกัน!

ในที่สุด วันนี้จะถูกจดจำไว้เป็นประวัติศาสตร์ และถูกจารึกไว้ในอนุสรณ์แห่งอารยธรรมของมนุษยชาติทั้งหมด

ตราบใดที่ไฟแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ยังคงลุกโชนอยู่ วันแห่งประวัติศาสตร์นี้ก็จะไม่ถูกลืมเลือนอย่างแน่นอน!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์