เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 427

บทที่ 427 หลังจบมหาสงคราม และล้างแค้นมนุษย์ถ้ำ!

เป็นเวลาหลายวันแล้วที่ฝูงสัตว์อสูรบริเวณแนวป้องกันชายฝั่งถูกไล่ล่าสังหาร

เป็นช่วงเวลาหลังจากที่ข่าวการตายของราชาอสูรทั้งเจ็ดตัวและกองทัพสัตว์อสูรหลายร้อยล้านตัวได้ถูกฉู่โม่วกวาดล้าง

แต่ก็ยังมีสัตว์อสูรบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและดำดิ่งหนีลงไปในทะเลลึกเพื่อรักษาบาดแผลได้สำเร็จ

สัตว์ดุร้ายระดับต่ำเหล่านี้ ผ่านการถูกไล่ล่าสังหารมานับครั้งไม่ถ้วน จึงไม่กล้ากลับเข้าใกล้ชายฝั่งอีก ดังนั้นในขณะนี้จึงไม่มีสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียวที่อยู่ใกล้แนวป้องกันชายฝั่งในระยะหนึ่งพันกิโลเมตร

แนวป้องกันชายฝั่งที่ทำสงครามกันมาเป็นร้อยปี กลับสงบสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ทำให้ลดจำนวนการบาดเจ็บล้มตายของเหล่าทหารที่รักษาการณ์อยู่ไปไม่น้อย

เป็นเรื่องดีที่ไม่มีสงครามและการสู้รบ ดังนั้นหลังจากความประหลาดใจครั้งแรก กองกำลังทหารรักษาการณ์เหล่านี้ก็เริ่มปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาก็เริ่มอพยพกลับฐานใหญ่ทีละคน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวป้องกันชายฝั่งระยะทางหลายสิบล้านกิโลเมตรได้ถูกบุกโจมตีอย่างป่าเถื่อนแทบทุกวัน ทำให้มีผู้ปลุกพลังที่อาศัยอยู่ที่นั่นถาวรหลายล้านคน

แต่ตอนนี้เมื่อสถานการณ์โดยรวมสงบสุข ก็ไม่จำเป็นต้องมีผู้ปลุกพลังมากมายคอยเฝ้าระวังอีกต่อไป

ยกเว้นกองกำลังทหารรักษาการณ์ที่จำเป็น ผู้ปลุกพลังส่วนใหญ่ได้เริ่มทยอยกลับไปยังฐานต่าง ๆ ที่ตัวเองจากมา

จากเหตุการณ์นี้

ด้วยการกลับมาของผู้ปลุกพลังมากมาย ทำให้ความแข็งแกร่งของฐานใหญ่หลายแห่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้แต่การรวมกลุ่มเพื่อออกล่าฝูงสัตว์อสูรหรือทำการสำรวจหาทรัพยากรก็ทำได้สะดวกง่ายขึ้น

จากนี้ไปเผ่าพันธุ์มนุษย์จะเริ่มต้นพัฒนาสู่ยุคสมัยใหม่อย่างรวดเร็ว

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนจะไม่ลืมก็คือ

ทุก ๆ ปีจะมีการรำลึกถึงวันเวลาแห่งประวัติศาสตร์นี้ ชนชั้นนำระดับสูงของเผ่าพันธุ์มนุษย์จะร่วมกันจัดเทศกาลพิเศษสำหรับวันนี้ที่เรียกว่า เทศกาลเริ่มต้นใหม่ ซึ่งแสดงถึงการเริ่มต้นใหม่และเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของเผ่าพันธุ์มนุษย์

เดิมที ตำหนักราชันย์เทพยุทธ์วางแผนที่จะตั้งชื่อเทศกาลนี้ตามชื่อฉู่โม่ว เพื่อรำลึกถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของเขา แต่ข้อเสนอนี้กลับถูกชายหนุ่มปฏิเสธไป

“ความจริงที่ว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถยืนหยัดมาจนถึงวันนี้ได้เป็นผลมาจากการเสียสละของผู้กล้าเผ่าพันธุ์มนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนนับตั้งแต่หายนะครั้งใหญ่ นี่เป็นเส้นทางที่ถูกปูด้วยชีวิตและเลือดเนื้อ ถือเป็นความเสียสละร่วมกันของทุกคนในเผ่าพันธุ์ ไม่ใช่จากผมคนเดียว” นี่เป็นคำพูดจากใจแท้จริงของฉู่โม่วในครั้งนั้น

หลังจากได้ยินเช่นนั้น เหล่าผู้อาวุโสระดับสูงหลายคนของตำหนักราชันย์เทพยุทธ์ก็คิดว่ามันสมเหตุสมผล ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจใช้ชื่อ ‘เทศกาลแห่งการกำเนิดใหม่’ ให้กลายเป็นวันหยุดตามปฏิทินของเผ่าพันธุ์มนุษย์เพื่อเฉลิมฉลอง

การเกิดใหม่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ พร้อมกับการเฉลิมฉลองของเทศกาล ทำให้ฝูงชนจำนวนนับไม่ถ้วนมีความสุขมากยิ่งขึ้น พวกเขาต่างมารวมตัวกัน แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ตาม แต่ก็ส่งต่อความสุขจากก้นบึ้งหัวใจของพวกเขาออกมาอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

เนื่องจากบรรยากาศนี้ช่วยเยียวยาสิ่งที่ผ่านมาในอดีต จึงได้ขยายช่วงเวลาการเฉลิมฉลอง จากสิบวันตามกำหนดเดิม ให้เลื่อนออกไปเป็นเวลาครึ่งเดือน

แม้เวลาจะผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว ทุกคนก็ยังออกมาร่วมยินดีอย่างไม่หยุดหย่อน

ท่ามกลางการเฉลิมฉลองอันอบอุ่น ผู้ปลุกพลังหลายแสนคนจากสุดยอดฐานจงไห่ที่ออกไปเป็นทัพเสริมได้กลับมาหมดแล้ว

ผู้ปลุกพลังสี่แสนสองหมื่นคนที่ออกไปเป็นกำลังเสริม เมื่อพวกเขากลับมา ก็ยังเหลือมากกว่าสี่แสนคน มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บเพียงหมื่นคนเท่านั้น

เดิมทีดูเหมือนกับจะต้องบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ทั้งหมดพร้อมที่จะต่อสู้จนตัวตาย และมีหลายคนถึงกับเขียนจดหมายลาตายสั่งเสียไว้

แต่เมื่อตอนนี้ผู้คนจำนวนมากสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย จึงนับได้ว่าเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง

นอกจากนั้น เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้เข้าสู่ยุคใหม่ ดังนั้นทุกหนทุกแห่งของสุดยอดฐานจึงอยู่ในบรรยากาศงานเลี้ยงอันรื่นเริง

ณ ย่านรุ่งอรุณ ในคฤหาสน์ 0264

ฉู่โม่วกลับมาแล้ว

หลังจากปฏิเสธคำเชิญร่วมฉลองจากวิหารราชันย์เทพยุทธ์อย่างสุภาพ ฉู่โม่วจึงรีบตรงกลับมาเพื่อเฉลิมฉลองกับเฉินซีเวยและลูกศิษย์สองคนของเขาทันที

ทั้งสี่คนร่วมทานอาหารเย็นอย่างอบอุ่น

ในวันต่อมา ราชาเทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ได้ปฏิเสธร่วมกิจกรรมทั้งหมด และเลือกออกไปท่องเที่ยวชมวิวกับภรรยาอย่างเพลิดเพลิน ราวกับทั้งโลกมีแค่พวกเขาสองคน

พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือน

วันนี้

ฉู่โม่วได้รับจดหมายเทียบเชิญเรียกเข้าพบจากตำหนักราชันย์เทพยุทธ์เพื่อเข้าร่วมประชุม

เขาจึงเปิดสร้อยข้อมือและกดเข้าไปในตำหนักราชันย์เทพยุทธ์

เพียงชั่วครู่ ชายหนุ่มก็พบว่าสติของเขาได้เข้ามาอยู่ในห้องประชุมของตำหนักราชันย์เทพยุทธ์แล้ว

เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็พบว่ามีผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์จำนวนมากอยู่ที่นี่แล้วเช่นกัน

“คารวะราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์!”

เมื่อฉู่โม่วมาถึง ผู้ปลุกพลังทุกคนในที่นี้ก็ยืนขึ้น และทำความเคารพ

“ไม่ต้องสุภาพ ทุกท่านโปรดนั่งลงเถอะครับ”

ฉู่โม่วโบกมือ ก่อนจะเห็นว่ายังมีราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดอีกหลายท่านที่ยังมาไม่ถึง จึงนั่งลงรออย่างสงบ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งหมดได้มาถึงและเริ่มการประชุมอย่างเป็นทางการ

คนที่เป็นผู้นำในการประชุมครั้งนี้คือ ราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพา

“เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามใหญ่ที่แนวป้องกันชายฝั่ง ช่วงเวลานี้เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้จัดแจงงานอย่างเหมาะสมเพื่อฟื้นฟูเตรียมพร้อมสำหรับก้าวต่อไปของเผ่าพันธุ์เรา มีผู้ปลุกพลังหลายคนที่เคยประจำการอยู่ที่ชายฝั่งได้ทยอยอพยพกลับฐานใหญ่ออกมาทีละคน… อาจกล่าวได้ว่าพวกเราทุกคนที่นี่ได้ทำงานอย่างหนัก จนทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นปัจจุบันนี้”

ประการแรก ราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพาได้รายงานความคืบหน้าของช่วงเวลาที่ผ่านมาและกล่าวขอบคุณทุกคน

“ท่านราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพาก็กล่าวเกินไป เราทุกคนต่างก็เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ นี่เป็นหน้าที่ที่เราต้องทำอยู่แล้วครับ”

“ใช่ ราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพา ไม่จำเป็นต้องกล่าวขอบคุณ นี่คือสิ่งที่เราควรทำ!”

“เราได้ทำหน้าที่เพียงบางส่วนเท่านั้นตามระดับพลังที่มี ดังนั้นผลงานที่เกิดนี้จึงไม่ถือว่าเป็นของพวกเรา!”

“ถ้าคุณอยากจะกล่าวชมเชยวีรกรรมทั้งหมดนี้ ก็ต้องยกให้ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ก่อนเลย!”

“ใช่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ วันนี้ฉันจะยังได้มานั่งอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัยได้ยังไง”

ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวทั้งหมด ต่างโบกมือปฏิเสธถึงผลงาน พวกเขาไม่กล้าที่จะรับคำชมดังกล่าว

รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาหายไปและแทนที่ด้วยความเคร่งขรึมทันที “อย่างที่ทุกคนทราบ แม้การต่อสู้ที่แนวป้องกันชายฝั่งจะจบลงแล้ว แต่มีข้อสังเกตบางอย่างที่ไม่อาจมองข้ามมันไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เหตุใดแนวป้องกันชายฝั่งจึงถูกบุกโจมตีโดยที่พวกเราไม่รู้ตัวหรือมีการแจ้งเตือนให้รู้ก่อนล่วงหน้า”

“อะไรนะ…มีคนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?”

ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางถามออกไปอย่างจริงจัง

แม้ว่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวคนอื่น ๆ รวมถึงฉู่โม่วจะไม่พูด แต่ทั้งหมดก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึม แสดงออกถึงความกังวลอย่างมากเช่นกัน

“ถูกต้องครับ เมื่อเราสืบลึกลงไปจึงพบกับร่องรอยหลักฐาน!”

ราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพาพยักหน้า “ก่อนหน้านี้ เราได้ดำเนินการสืบสวนแบบลับ ๆ เป็นการส่วนตัว โดยให้ราชันย์เทพยุทธ์แยกย้ายกันออกไปตามสืบ เราจึงได้พบกับเบาะแสบางอย่าง ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะป้องกันอย่างเข้มงวดมาก แต่ก็สามารถยืนยันได้ในที่สุด”

“ตัวตนของจอมบงการเบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คือ ลัทธิเพลิงโลกาหรือพูดตรง ๆ ก็คือพวกมนุษย์ถ้ำครับ!”

อะไรนะ… เรื่องจริงอย่างนั้นเหรอ!

ฉู่โม่วพลันแสดงสีหน้าคาดไม่ถึง หลังจากได้ยินคำพูดของราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพา

“มนุษย์ถ้ำงั้นเหรอครับ?”

“ฉันก็พอจะรู้ว่ามนุษย์ถ้ำพวกนี้แอบแฝงไปด้วยเจตนาร้าย แต่ไม่คิดว่าพวกมันจะสมรู้ร่วมคิดกับเผ่าพันธุ์สัตว์อสูร!”

“คนต่างเผ่าพันธุ์ย่อมมีจิตใจที่แตกต่างกัน คำสอนของคนสมัยก่อนไม่เคยโกหกจริง ๆ ด้วย!”

“ในเมื่อพบผู้ร้ายตัวจริงแล้ว เราจะต้องรออะไรอีก รีบไปแก้แค้นพวกมันกันเถอะ!”

“ใช่แล้วครับ มีเพื่อนร่วมชาติทั้งสามสิบห้าล้านคนที่เสียชีวิตกับเหตุการณ์ครั้งนี้ พวกเขาต้องไม่หลั่งเลือดอย่างเปล่าประโยชน์”

มิหนำซ้ำ ยังมีการตายของท่านราชันย์เทพยุทธ์อสงไขย ฉะนั้นยิ่งต้องรีบไปแก้แค้นพวกมัน!”

ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวหลายคนเต็มไปด้วยความแค้นเคืองถึงขีดสุด

แนวป้องกันชายฝั่งแตก ทำให้ประชาชนสูญเสียอย่างหนัก

ความเกลียดชังเช่นนี้ทำให้ผู้ปลุกพลังทุกคนขบฟันแน่น และตั้งตารอคอยหาผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงเพื่อแก้แค้น

และเมื่อผู้ร้ายตัวจริงถูกค้นพบแล้ว พวกเขาก็ไม่อาจยอมปล่อยพวกมันให้รอดไปได้อีกต่อไป

“ทุกคน ไม่ต้องกังวลไป”

ขณะที่ทุกคนกำลังเร่งเร้า ราชันย์เทพยุทธ์แสงบูรพาก็กล่าวว่า “ประเด็นหลักของการเชิญทุกคนมาในครั้งนี้ ก็เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้แค้น แต่พวกมนุษย์ถ้ำนั้นไม่ได้อ่อนแอ และแซงหน้าพวกเราไปแล้ว”

“พวกเขามีภูมิปัญญาและความลึกลับมากมายที่ปิดบังซ่อนเร้น ภายใต้การดำรงอยู่บนโลกมนุษย์ของเรามาเป็นเวลาหลายพันปี ซึ่งอาจมีขุมพลังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ และอาจเปรียบได้กับสัตว์อสูรระดับราชา ดังนั้นพวกเราจะต้องคิดอย่างรอบคอบให้มั่นใจว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด!”

ในเวลานี้ เหล่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดทั้งหมดหันมองไปที่ฉู่โม่ว

ที่แห่งนี้ ฉู่โม่วนับว่ามีความแข็งแกร่งมากที่สุด และหากพวกเขาต้องการโจมตีพวกมนุษย์ถ้ำ ก็ต้องหารือเพื่อให้ได้รับความยินยอมจากเขาเสียก่อน

และราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ก็ไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง

ฉับพลันนั้น เขาพูดขึ้นโดยไม่ลังเลว่า “ผมจะไม่บอกพวกคุณว่าต้องจัดการเรื่องนี้ยังไง แต่ผมจะเข้าร่วมด้วยกับพวกคุณในการปิดล้อมครั้งนี้ เพื่อแก้แค้นและสังหาร!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์