บทที่ 434 คมกระบี่กาลเวลา ที่แม้แต่ขั้นเทียมเทพก็สู้พลังแห่งเวลาไม่ได้!
ครืน!
เมื่อปราณกระบี่ปรากฏขึ้น ห้วงมิติก็พังทลาย ห้วงอากาศฉีกขาด และผืนโลกภายในระยะกว่าแสนกิโลเมตรต้องสั่นสะท้าน ขณะที่ดวงอาทิตย์สาดทอลงมา
ท้ายที่สุด!
ในสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วน ปราณกระบี่ที่อาบไปด้วยพลังทำลายล้างโลกปะทะเข้ากับลำแสงสีดำที่ดูราวกับว่าสามารถทำลายดวงดาวบนฟ้าได้
ครืน!
เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกัน ห้วงอากาศก็พังทลายลงและก่อเกิดกระแสห้วงมิติแปรปรวนขึ้นนับไม่ถ้วน มันแพร่กระจายคลื่นสั่นสะเทือนออกไปทำลายล้างโลกด้วยระยะกว่าหลายแสนกิโลเมตร!!
ในพื้นที่โดยรอบ ต้นไม้ ภูเขา และแม่น้ำนับไม่ถ้วนถูกทำลายหายไป แม้แต่สิ่งมีชีวิตก็กลับกลายเป็นผุยผงไปในทันที
ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวและราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดทั้งหลายไม่กล้าต้านทานคลื่นสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงกลัวนี้และกระจัดกระจายตัวกันหนีไป
ผู้ที่ตอบสนองทันนั้นหลบหนีไปได้อย่างปลอดภัย
ส่วนผู้ที่ไม่เร็วพอต่างก็ได้รับผลกระทบจากคลื่นสั่นสะเทือน ทั้งร่างกายของพวกเขาพลิกกลับหัวราวกับโดนสายฟ้าฟาดและกระอักเลือดออกมากลางอากาศ แล้วจึงกระเด็นลอยออกไปหลายหมื่นกิโลเมตรก่อนจะตั้งตัวได้
“เป็นพลังที่น่ากลัวอะไรอย่างนี้!”
“แค่ผลพวงจากการต่อสู้ก็ทำให้เราต้องหนีขนาดนี้แล้ว!”
“มันทรงพลังเกินไป นี่ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะทำได้แล้ว!”
“เขาเป็นเทพหรือไง? น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ!”
“เกิดอะไรขึ้นกับราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์น่ะ เขาหยุดมันไว้ได้ไหม?!”
ผู้ปลุกพลังมนุษย์คนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความหวาดผวา
และแล้ว
พวกเขาก็หันไปมองที่ใจกลางสนามรบทันที
บนใจกลางพื้นที่ของการต่อสู้
เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกัน ปราณกระบี่ของฉู่โม่วคงอยู่เพียงแค่ชั่วอึดใจก่อนจะจางหายไป ลำแสงสีดำจากคันฉ่องแสงมายาอ่อนแอลงเพียงแค่เล็กน้อย แล้วก็มุ่งหน้าเข้าหาอีกฝ่ายต่อไป
“หน่วงกาลเวลา!”
“สกัดห้วงมิติ!”
“พรสวรรค์แรงโน้มถ่วง!”
ฉู่โม่วใช้พรสวรรค์หลักทั้งสามโดยไม่ลังเลและปกคลุมลำแสงสีดำในทันใด ความเร็วของลำแสงลดลงมหาศาลในทันใด แม้ว่าจะมีพลังมหาศาล มันก็ใช้เวลาเกือบชั่วอึดใจกว่าจะหลุดออกมาได้
แต่แค่อึดใจเดียวก็พอแล้ว!
ฉัวะ!
ฉัวะ!
ฉัวะ!
ฉู่โม่วฟันกระบี่ออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า และในพริบตาเดียว เขาก็ฟันปราณกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวไปยังลำแสงสีดำหลายสิบครั้งติดต่อกัน
ตูม! ตูม! ตูม!
ทุกปราณกระบี่ถูกทำลายอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ค่อย ๆ ทำให้พลังของลำแสงสีดำอ่อนแอลง
ท้ายที่สุด หลังจากที่ฉู่โม่วฟันปราณกระบี่ออกไปกว่าหลายร้อยรอบ แม้ว่าพลังของลำแสงจะลดลงมหาศาลแล้ว แต่มันก็ยังพุ่งเข้าหาฉู่โม่วอย่างดุดันและทะลุเข้าไปยังร่างกายของฉู่โม่ว
ครืน!
เกราะป้องกันธาตุดินแตกสลายไปในทันที!
แล้วการป้องกันของเขาที่เพิ่มขึ้นด้วยพรสวรรค์ธาตุดินก็พังทลายลงเช่นกัน
พลังทั้งหมดหลั่งไหลเข้าไปในร่างกายของราชันเทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์และทะลุผ่านร่างของเขา เขาพลิกกลับหัวกลับหางและร่วงลงกระแทกพื้นดินจนเป็นหลุมกว้างกว่าหลายร้อยกิโลเมตรทันที
“พอได้รับการโจมตีจากคันฉ่องแสงมายา เด็กนี่ก็ได้รับบาดเจ็บหรืออาจจะตายไปแล้วก็ได้?”
บรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำแอบคิดอยู่ในใจ
หลังจากนั้น เขาก็บินเข้าไปตรวจสอบดูอาการของฉู่โม่ว และหากไม่ตายเขาก็จะได้สังหารในทันที
แต่แล้ว
เมื่อบินไปถึงบริเวณหลุม แรงโน้มถ่วงมหาศาล รวมไปถึงพรสวรรค์แห่งห้วงมิติและห้วงเวลาก็ปกคลุมเขาอีกครั้ง ก่อนที่จะได้โต้ตอบอะไร เขาก็ถูกฟันเข้าเสียแล้ว
แต่ปราณกระบี่นั้นก็สร้างบาดแผลบนร่างกายของบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำได้เพียงน้อยนิด แล้วมันก็ถูกฟื้นฟูหายไปในพริบตา
“ยังไม่ตายเหรอ?”
บรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำประหลาดใจเล็กน้อยที่พลังชีวิตของฉู่โม่วแข็งแกร่งขนาดนี้
แต่แล้ว
เขาก็ได้สติกลับมา หันไปมองยังชายหนุ่มและเอ่ยชื่นชม “บอกเลยว่าพลังชีวิตของเจ้าแข็งแกร่งจริง ๆ ถึงข้าจะใช้คันฉ่องแสงมายาก็ยังฆ่าเจ้าไม่ได้ พรสวรรค์ธาตุไม้ของเจ้าคงมีระดับสูงมาก!”
“แต่… จะฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้ก็ต้องใช้พลังอีกมหาศาล สภาพของเจ้าตอนนี้คงเหลือพลังให้ใช้อีกแค่ไม่กี่ครั้งแล้ว แต่ข้าจะใช้คันฉ่องแสงมายากี่ครั้งก็ได้ เจ้าไม่มีโอกาสชนะได้หรอกนะ! ที่เจ้ากำลังทำอยู่ตอนนี้ก็แค่ความดื้อด้านเฮือกสุดท้าย!”
“ยอมแพ้ซะ!”
“เจ้ากับข้าแตกต่างกันเกินไป ตายด้วยคันฉ่องแสงมายาซะ ข้าจะได้ไม่ต้องทำให้พรสวรรค์ของเจ้าอับอาย!”
เขากล่าวอย่างเยือกเย็น
ห่างไกลออกไป
เมื่อได้ยินคำพูดของบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำ ฉู่โม่วก็ปาดเลือดออกจากมุมปาก
พลังของคันฉ่องแสงมายานั้นแข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน แม้ว่าเขาจะฟันปราณกระบี่ติดต่อกันกว่าหลายร้อยครั้งก็ยังไม่อาจทำลายมันได้ และเมื่อโดนลำแสงสีดำนี้เข้า พลังป้องกันที่เพิ่มขึ้นจากเกราะป้องกันธาตุดินก็ลดพลังของลำแสงนั้นลงจนเหลือแค่ไม่ถึงหนึ่งในสิบเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ทะลุผ่านร่างกายของเขา และทำให้อวัยวะภายในทั้งหมดถูกทำลายในทันที
โชคยังดีที่เขามีพรสวรรค์ธาตุไม้ระดับตะวัน เขาจึงยังไม่ตายในทันที แต่ในการที่จะรักษาอวัยวะภายในได้นั้น เขาต้องใช้พลังมหาศาล ซึ่งพลังที่เหลืออยู่ในร่างกายตอนนี้กำลังจะหมดลงแล้ว!
บอกได้เลยว่า หากโดนลำแสงนั้นเข้าอีกสองรอบ เขาก็จะสิ้นลมหายใจอย่างแท้จริง!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้
ฉู่โม่วก็กล่าวด้วยใบหน้าซีดเผือด “คุณแข็งแกร่งมากจริง ๆ ถึงจะมาถึงจุดสิ้นสุดของอายุขัยและมีพละกำลังแค่หนึ่งในสิบของเมื่อก่อนแล้ว ฉันก็ยังสู้ไม่ได้… ฉันได้เห็นแล้วว่าขั้นเทียมเทพนั้นแตกต่างจากผู้ปลุกพลังทั่วไปมากจริง ๆ!”
“เข้าใจความเป็นจริงแล้วหรือ?”
บรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำเผยยิ้มออกมาและคิดว่าฉู่โม่วยอมแพ้แล้ว
วินาทีที่คิดได้ดังนั้น
เขาก็เห็นฉู่โม่วยกมือขึ้นมา ระลอกคลื่นสีม่วงพลันแพร่กระจายออกมาพร้อมพลังห้วงเวลามหาศาล แล้วพวกมันก็ควบแน่นกลายเป็นคมกระบี่แห่งกาลเวลาที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“นั่นมันอะไรกัน?!”
บรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำยังไม่ได้ได้ตอบสนองอะไร
เขาเคยเห็นฉู่โม่วใช้พรสวรรค์ห้วงเวลาแล้ว แต่เขาไม่เคยเห็นฉู่โม่วจริงจังขนาดนี้จนอดรู้สึกสับสนไม่ได้
และระหว่างที่เขากำลังงุนงงอยู่นั้น คำตอบก็ถูกเปิดเผยออกมาก่อนแล้ว
หึ่ง!
ฉู่โม่วพลันยื่นแขนออกมาด้านหน้าพร้อมกับห้วงมิติที่สั่นสะเทือน ในขณะเดียวกัน กระบี่กาลเวลารอบกายเขาก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่บรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำจะได้ตอบโต้ มันก็ฟันเข้าที่ร่างกายของเขาแล้ว
ในชั่ววินาทีนั้น
บรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำสัมผัสได้ว่าอณูแห่งชีวิตข้างในร่างกายที่บางเบาอย่างถึงที่สุดจางหายไปอย่างรวดเร็ว ปริมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งหายวับไปในพริบตา
เส้นผมและแม้กระทั่งลมหายใจของเขาเริ่มรวยรินและเบาบางลงขณะที่อณูแห่งชีวิตจางหายไป
“กระบี่แห่งกาลเวลา! นี่มันคมกระบี่แห่งกาลเวลา!”
“พรสวรรค์แห่งกาลเวลาของเจ้าไปถึงระดับไหนแล้ว? เจ้าใช้กระบี่แห่งกาลเวลาได้จริง ๆ รึ?!”
ตอนนี้ ในที่สุดบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำก็ได้สติกลับมาและตะโกนลั่นด้วยความหวาดผวา
คมกระบี่แห่งกาลเวลา!
หากเขายังอยู่ในจุดสูงสุดก็คงจะมั่นใจและไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย
คมกระบี่แห่งกาลเวลาก็คือการตัดอายุขัยของเขาหลายสิบปี เมื่อเทียบกับอายุขัยทั้งหมดหลายหมื่นปีแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยสักนิด
แต่ในตอนแรกที่ได้กลายเป็นขั้นเทียมเทพ เขาต่อสู้กับศัตรูเพื่อปกป้องสมาชิกของเผ่ามนุษย์ถ้ำและได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้อายุขัยของเขาถูกลดลงมหาศาล
และบนโลกใบนี้ เขาใช้อายุขัยไปมากกว่าหมื่นปีและมาถึงขีดจำกัดแล้ว คมกระบี่แห่งกาลเวลาเช่นนี้สามารถทำลายอายุขัยกว่ายี่สิบปีได้ จึงถือเป็นอันตรายถึงชีวิต!
และในตอนนั้นเอง
ฉู่โม่วก็ฟันคมกระบี่แห่งกาลเวลาออกมาอีกครั้ง
“ไม่!!!”
บรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำขวัญผวาและกรีดร้องออกมา
ถึงเขาจะพูดเอาไว้ว่าตนจะสังหารอีกฝ่ายด้วยอายุขัยนี้ แต่ชายหนุ่มกลับยังมีชีวิตอยู่ แล้วใครกันแน่ที่จะต้องเผชิญหน้ากับความตาย?
เมื่อเผชิญหน้ากับคมกระบี่แห่งกาลเวลาที่สามารถทำลายอายุขัยของเขาได้ แม้แต่ขั้นเทียมเทพตัวจริงอย่างบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำก็ต้องสะพรึงกลัว!
ในตอนนี้ เขากลับหลังหันและกำลังจะหนีไปโดยบินไปไกลกว่าหลายพันกิโลเมตรในพริบตาเดียว
ทว่า
คมกระบี่กาลเวลา แม้ล่องหนก็ยังตามทัน!
ฉับ!
เสียงฟันพลันดังขึ้นราวกับว่ามีบางสิ่งถูกสับออก บรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำที่กำลังหลบหนีด้วยความหวาดผวาตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์