บทที่ 435 บรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำพ่ายแพ้ และ ตรวจสอบการเก็บเกี่ยว!
“ฉัน… ฉันไม่อยากตาย!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงอณูแห่งชีวิตและอายุขัยที่หายไปอย่างรวดเร็ว บรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำก็พูดคำสุดท้ายออกมาอย่างยากลำบาก แล้วเขาก็ไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้อีก
กระบี่กาลเวลาทั้งสองตัดอายุขัยของเขา!
ที่ผ่านมา ผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพผู้ยืนอยู่เหนือมนุษย์ทั่วไปนั้นไม่อาจต้านทานพลังแห่งกาลเวลาได้แม้แต่น้อย และต้องเผชิญหน้ากับความตาย!
ครืน!
บรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำพ่ายแพ้และผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพมาถึงจุดจบ สายฟ้ามากมายปรากฏขึ้นและดังกึกก้องไปทั่วผืนฟ้า กระทั่งสายฝนก็กระหน่ำลงมาราวกับว่าสัมผัสได้และแสดงความเคารพต่อการตายของผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพ
ไกลออกไป
ผู้ปลุกพลังกลุ่มหนึ่งมองดูภาพนี้ด้วยสายตาที่เหม่อลอยและตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
“ผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพตายง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ?”
พวกเขาพึมพำกับตัวเองและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นด้วยความหวาดผวาในหัวใจที่มากเสียจนต้องขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว ไม่มีใครเชื่อว่ามันคือเรื่องจริงจนกระทั่งภาพนี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาจริง ๆ
“เฮือก!”
“สวรรค์ ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ฆ่าผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพได้จริง ๆ!”
“นั่นมันผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพนะ!”
“แข็งแกร่งเกินไป! ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์แข็งแกร่งเกินไปจริง ๆ!”
“น่ากลัว!”
พวกเขาตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัวและความตกตะลึง
ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขาได้เห็นการตายของผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพด้วยตาตัวเอง แต่เป็นเพราะตกตะลึงในความแข็งแกร่งของฉู่โม่วด้วย!
เมื่อได้รู้ดังนั้น
ราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ก็ดูราวกับเป็นเทพเจ้า!
เมื่อยืนอยู่เหนือผืนโลกและมองลงมา เขาแตกต่างไปจากผู้ปลุกพลังทั่วไปโดยสิ้นเชิง แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดก็เป็นแค่มดตัวหนึ่งสำหรับเขาเท่านั้น
และฉู่โม่ว…
เขาไม่เพียงต่อสู้กับผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพหลายต่อหลายครั้งโดยไม่พ่ายแพ้ แต่ยังเป็นฝ่ายสังหารคู่ต่อสู้อีกด้วย
แม้ว่านั่นจะเป็นผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพที่ใกล้หมดอายุขัยและเหลือพละกำลังเพียงแค่หนึ่งในสิบ แต่อย่างไรแล้วเขาก็เป็นผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพตัวจริง!!
น่าตกตะลึงยิ่งนัก!
ทุกคนยังคงตะลึงงันจนทำอะไรไม่ถูก
ในตอนนี้ ฉู่โม่วเดินเข้าไปหาบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำ ก่อนจะดึงร่างของบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำเข้าไปในที่เก็บของในมิติพกพา
หลังจากนั้น
เขามองลงมาบนพื้นดินและเห็นมนุษย์ถ้ำที่ยังคงไร้ซึ่งสติ
ฉู่โม่วไม่รอให้เสียเวลา
เขากวัดแกว่งกระบี่ดาราทมิฬและสังหารพวกมันทันที
หากไม่ถอนรากถอนโคนวัชพืชให้หมด พวกมันก็จะงอกกลับขึ้นมาอีกครั้ง
แค่ต้องเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ แต่ในเมื่อทำแล้วก็ต้องทำให้สุด!
ตอนนี้เขามาที่นี่เพื่อแก้แค้นและไม่มีความเมตตาใด ๆ ทั้งสิ้น ฉู่โม่วจึงสังหารมนุษย์ถ้ำจนตายคามือคนแล้วคนเล่า
ครืน!
ฉู่โม่วฟันออกไปพร้อมกับเสียงระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่า
ผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์มากมายได้สติกลับมาในทันใด
พวกเขาต่างก็เก็บความตกตะลึงเอาไว้ในใจและฟาดฟันเหล่ามนุษย์ถ้ำไปพร้อมกับฉู่โม่ว
ด้วยพละกำลังที่เสียเปรียบอยู่แล้วประกอบกับการตายของบรรพบุรุษ มนุษย์ถ้ำเหล่านี้สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักหน่วงและหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของมนุษย์เช่นนี้ พวกมันก็รีบวิ่งหนีทันที
…
หลังจากผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง
ผู้ปลุกพลังทุกคนของมนุษย์ถ้ำก็ถูกสังหาร รวมไปถึงเจ้าลัทธิเพลิงโลกา มั่วลา และผู้ปลุกพลังเหนือขั้นราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหมด
ตอนนี้การต่อสู้เริ่มสงบลงแล้ว ที่เหลืออยู่ก็แค่เก็บกวาดสนามรบและจับกุมมนุษย์ถ้ำที่เหลือ
แน่นอนว่าฉู่โม่วไม่สนใจสิ่งเหล่านี้
เขาจึงหยุดลงมือและนั่งขัดสมาธิลงกลางห้วงอากาศด้านข้าง ตรวจสอบดูทุกอย่างสักพัก แล้วจึงนำร่างของบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำออกมาจากที่เก็บของ
ได้เวลากลืนกิน!
ชายหนุ่มหยิบถุงเก็บของที่ห้อยอยู่ที่เอวของบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำออกมา เขาไม่ได้เปิดมันออกทันที แต่ใช้สัมผัสห้วงมิติตรวจสอบร่างกายของเขาอย่างระมัดระวัง
ผู้ปลุกพลังอย่างเขาคงไม่เก็บของล้ำค่าไว้ในถุงเก็บของแบบนี้ แต่ห้วงมิติจะเปิดช่องว่างในร่างกายที่เอาไว้เก็บสมบัติล้ำค่าเหล่านั้น
อย่างที่คาดการณ์ไว้
ฉู่โม่วสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วว่ามีกระแสห้วงมิติผันผวนอยู่ที่กระดูกนิ้วชี้มือซ้ายของบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำ เมื่อตั้งสมาธิดูก็เห็นได้ทันทีว่ามีช่องว่างถูกเปิดออก
“ตรวจสอบถุงเก็บของก่อน!”
หลังจากที่พบพื้นที่ที่เก็บสมบัติเอาไว้ ชายหนุ่มก็โล่งอก
เมื่อเปิดถุงเก็บของออก
อย่างที่เขาคิดเอาไว้ ไม่มีสมบัติอะไรอยู่ข้างใน และมีเพียงหินปฐมกาลเท่านั้น ส่วนมากเป็นหินปฐมกาลระดับกลางและที่เหลือเป็นหินปฐมกาลระดับสูง แค่มองดูคร่าว ๆ ก็รู้ว่ามีมูลค่าเท่ากับหินปฐมกาลระดับสูง 5 พันล้านก้อนแล้ว
นอกจากนี้…
ฉู่โม่วยังพบว่ามีหินปฐมกาลระดับชั้นยอดหลายพันก้อนรวมอยู่ด้วย
หินปฐมกาลระดับชั้นยอดนั้นมีคุณภาพสูงกว่าหินปฐมกาลระดับสูงมาก อณูแห่งชีวิตที่อยู่ภายในนั้นเข้มข้นยิ่งกว่า โดยสามารถหาพวกมันได้จากสายแร่หินปฐมกาลระดับสูงและหายากอย่างถึงที่สุด
และการสกัดหินปฐมกาลระดับชั้นยอดออกมาจากสายแร่หินปฐมกาลระดับสูงก็ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง
ในเชิงของมูลค่า หินปฐมกาลระดับชั้นยอดนั้นมีค่ามากกว่าหินปฐมกาลระดับสูงถึง 100 เท่า
แต่
การแลกเปลี่ยนหินปฐมกาลระดับสูงหลายร้อยก้อนเป็นหินปฐมกาลระดับชั้นยอดนั้นเป็นไปไม่ได้!
แม้จะใช้หินปฐมกาลระดับสูงหลายพันก้อนก็ไม่อาจทำได้!
เพราะหินปฐมกาลระดับชั้นยอดนั้นมีจำนวนน้อยมาก พวกมันส่วนมากจึงเป็นของผู้ปลุกพลังและไม่มีขายในตลาดทั่วไปหรือรับแลกเปลี่ยนด้วยหินปฐมกาลระดับต่ำ พวกมันจึงมีมูลค่าไร้ที่สิ้นสุด!
“เยี่ยมไปเลย!”
ฉู่โม่วตาลุกวาว
เหตุผลที่หินปฐมกาลระดับชั้นยอดเหล่านี้ล้ำค่ามากนั้น นอกจากเพราะอณูแห่งชีวิตมหาศาลแล้ว ยังเป็นเพราะอีกคุณสมบัติหนึ่ง นั่นคือมันสามารถพัฒนาคุณภาพสายแร่หินปฐมกาลได้ด้วย!
ถ้าใส่หินปฐมกาลระดับชั้นยอดเข้าไปในสายแร่ขนาดเล็ก หลังจากผ่านไปสักพัก มันก็อาจพัฒนากลายเป็นสายแร่ขนาดกลางได้
และหากเป็นสายแร่ระดับกลางก็มีความเป็นไปได้ที่มันจะกลายเป็นสายแร่ขนาดใหญ่
“พรสวรรค์ของซีเวยไม่แย่เลย และวิธีการโจมตีของเธอก็อยู่ในระดับเดียวกันกับฉันเมื่อก่อนด้วย!”
“มีแค่จิตวิญญาณที่ยังเป็นจุดอ่อน!”
“ด้วยสมบัติปกป้องจิตวิญญาณนี้ เธอก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเจอศัตรูที่โจมตีจิตวิญญาณได้อีก!”
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
แล้วจึงค้นต่อไป
มันคือกองขวดหยกที่เต็มไปด้วยยา!
เมื่อลองเปิดขวดดู เขาก็สัมผัสได้ถึงตัวยาที่บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุดที่พัดเข้ามาใส่หน้า แค่ได้สูดดมก็ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกว่าอณูแห่งชีวิตในร่างกายเพิ่มขึ้นในทันที
“เป็นยาที่น่าตกตะลึงจริง ๆ!”
ฉู่โม่วประหลาดใจ
สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงยิ่งกว่าคือยาเหล่านี้ล้วนเป็นยาเก้าจุดชีพจร!
มันเป็นยาคุณภาพสูง!
ยาเก้าจุดชีพจรนั้นมีผลข้างเคียง หากผู้ปลุกพลังได้กินมันเข้าไปก็อาจสะสมพิษไว้ในร่างกายได้ง่าย ๆ และเมื่อผ่านไปเป็นเวลานาน มันก็จะทำลายพื้นฐานพลังได้
ตัวยาบริสุทธิ์ระดับ 3 จุดชีพจรขึ้นไปเท่านั้นที่จะไม่ส่งผลข้างเคียงและมีคุณภาพสูงกว่ามหาศาล
และยิ่งยามีจุดชีพจรมากเท่าไร พลังของยาก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น
แต่การสกัดยาจุดชีพจรระดับเริ่มต้นก็ยากอย่างถึงที่สุด แม้แต่นักปรุงยาขั้นสูงสุดในสุดยอดฐานจงไห่ก็สามารถสกัดได้แค่ยาเจ็ดจุดชีพจรเท่านั้น และโอกาสสำเร็จก็ต่ำอย่างถึงที่สุด
“นี่เป็นยาเก้าจุดชีพจรนี่ล้ำค่าสุด ๆ สำหรับเทียมเทพ!”
ฉู่โม่วคิดในใจ
ในตอนนี้
เห็นได้ชัดว่าบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำเก็บยาเหล่านี้ไว้ในพื้นที่พิเศษเพราะเขาเก็บมันมานานกว่าหลายพันปีและไม่อยากใช้มันอย่างสิ้นเปลือง
“แต่ตอนนี้ ทั้งหมดนี่เป็นของฉันแล้ว!”
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง
ยาเก้าจุดชีพจรนั้นเต็มไปด้วยพลังที่รุนแรง หากกินเข้าไปก็เพียงพอที่จะเพิ่มอณูแห่งชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นการเปิดจุดชีพจรและจุดตันเถียนมากมาย!
ตอนนี้เขามีเปิดทวาราแห่งกระบี่ได้สำเร็จแค่ 39 จุดและยังห่างไกลจากการขั้นสมบูรณ์แบบอีกมาก ด้วยยาเก้าจุดชีพจรนี้ เขาก็สามารถประหยัดเวลาได้มหาศาล
นอกจากนี้ยังมีของจิปาถะอีกมากมายอยู่ในถุงเก็บของที่มีมูลค่ามาก
ฉู่โม่วตรวจสอบดูคร่าว ๆ และพบว่ามูลค่าโดยรวมเหล่านี้สูงทีเดียว ทั้งหมดนี้มีมูลค่าเทียบเท่ากับหินปฐมกาลระดับสูงราว 2 พันล้านก้อนซึ่งไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ เลย
ฉู่โม่วเก็บทั้งหมดเข้าไปในมิติพกพาของของเขา
“อะไรน่ะ?”
เมื่อหยิบถุงเก็บของขึ้นมา เขาก็เห็นหยกสีขาวบริสุทธิ์หลายสิบชิ้นกองอยู่ในมุมด้านในและอุทานออกมาเบา ๆ
เมื่อหยิบมันออกมา
เขาก็เห็นว่าหยกเหล่านี้มีขนาดเท่ากับกำปั้นเด็กและเต็มไปด้วยอณูแห่งชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด พวกมันบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก แค่ฉู่โม่วสูดหายใจเข้าไปก็สัมผัสได้ว่าแขนขาและกระดูกในร่างกายถูกเปิดออก รวมไปถึงทุกเซลล์และยีนในร่างกายด้วย
“นี่…”
“นี่มันหยกปฐมกาล!!!”
ฉู่โม่วอุทานลั่น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์