เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 451

บทที่ 451 เริ่มตั้งรกราก และเข้าสู่เครือข่ายโลกเสมือนจริงระหว่างดวงดาว!

หลังมาถึงเมือง ซูเจาเจาก็อาสานำทางฉู่โม่วไปเปิดใช้งานใบรับรองประจำตัว

ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะเขาเห็นว่าซูเจาเจาคุ้นเคยกับเมืองนี้เป็นอย่างดี

เธอพาชายหนุ่มไปยังอาคารสำนักงานใหญ่ของการระบุข้อมูลตัวตน พร้อมหยิบบัตรออกมาชำระค่าธรรมเนียมการจัดการหนึ่งหมื่นเหรียญเงินคราม และให้เขากรอกข้อมูลเอง

หลังจากเสร็จเรียบร้อย บัตรประจำตัวของฉู่โม่วก็ใช้งานได้

ในตอนนี้

เมื่อมีแฟ้มข้อมูล ก็ถือว่าเขาได้เป็นพลเมืองของดาวเคราะห์สีเงินเรียบร้อยแล้ว

เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของห้วงทางช้างเผือกอย่างแท้จริง

นับจากวันนี้ไป

เขาจะได้รับการปกป้องโดยดาวเคราะห์สีเงิน จะไม่ใช่ ‘คนเถื่อน’ อีกต่อไป และสามารถได้รับสิทธิประโยชน์หรือการรักษาต่าง ๆ

“ฉู่โม่ว คุณจะทำอะไรต่อไป”

ซูเจาเจาถาม

“ฉันวางแผนจะตั้งรกรากที่นี่ เลยว่าจะซื้อที่อยู่อาศัยก่อนน่ะ” ฉู่โม่วกล่าว

“งั้นเดี๋ยวฉันพาไปเอง!”

ซูเจาเจาอาสา

ทันใดนั้น

หลังจากเธอพูดจบ ชายชราผู้ดูแลที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พูดขัดว่า “คุณหนูครับ คุณนายรอพบหน้าคุณหนูนานแล้วนะครับ” เมื่อสิ้นสุดคำนั้น

เพียงคำพูดเดียว

ฉู่โม่วก็เข้าใจความหมายได้ทันที ให้ซูเจาเจากลับบ้านโดยเร็วที่สุดและอย่าเถลไถลออกไปข้างนอก

ชายหนุ่มไม่อยากให้เสียบรรยากาศ จึงยิ้มและพูดขึ้นว่า “งั้นไม่จำเป็นแล้วละ เดี๋ยวผมหาหน่วยงานนั้นด้วยตัวเอง คุณกลับไปก่อนดีกว่า อย่าทำให้ตระกูลต้องเป็นห่วงเลย”

“แบบนี้ดีไหม”

ซูเจาเจารู้ว่าเขาไม่ต้องการให้เธอลำบากใจ จึงต้องยอมรับด้วยความหดหู่ใจ

ทว่า

ทันใดนั้น เธอก็นึกบางอย่างออก และทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ให้ชายหนุ่ม

“ฉู่โม่วนี่คือ ID ส่วนตัวของฉันในเครือข่ายโลกเสมือนจริง หากคุณลงทะเบียนบัญชีในเครือข่ายโลกเสมือนจริงเสร็จเมื่อไหร่ ก็อย่าลืมเพิ่มฉันเป็นเพื่อนนะ แล้วไว้เราค่อยพบกันข้างในนั้น!”

ซูเจาเจากล่าว

“ได้สิ”

เขาพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

“ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะ คุณต้องอย่าลืมเพิ่มฉันเป็นเพื่อนเด็ดขาด!”

ก่อนจากไปซูเจาเจาก็พูดเตือนอีกครั้ง

ฉู่โม่วมองเธอกับชายชราจากไปจนลับสายตา

“ช่างเป็นสาวน้อยที่อัธยาศัยดีจริง ๆ”

เขาหัวเราะเบา ๆ

หลังจากนั้นราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ก็เดินตามถนนไปเรื่อย ๆ ชมวัฒนธรรมที่แปลกใหม่ ในขณะเดียวกันก็คอยสอบถามเพื่อตามหานายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ แต่เขาก็ใช้เวลาไม่นานนักในการหานายหน้า

ฉู่โม่วเดินมาถึงคฤหาสน์นายหน้าอสังหาริมทรัพย์อันงดงามแห่งหนึ่ง

นี่คือบริษัทนายหน้าที่เขาสอบถามมา ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในสิบบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำบนดาวเคราะห์สีเงิน ซึ่งมีสาขามากมาย

หลังจากมองดูแล้ว ชายหนุ่มก็ก้าวเข้าไป

“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่บริษัทนายหน้าอันเจีย”

ในห้องโถงของที่นี่ มีพนักงานหญิงที่สวมหูกระต่ายบนศีรษะรอต้อนรับ ดวงตาและรอยยิ้มสดใส เมื่อเห็นว่าลูกค้าเป็นถึงราชันย์เทพยุทธ์ จึงรีบออกมาต้อนรับอย่างสุภาพทันที “คุณอยากใช้บริการอะไรของทางเราดีคะ?”

“ผมอยากซื้ออสังหาริมทรัพย์ครับ”

ฉู่โม่วพูดอย่างกระชับ

“แล้วคุณลูกค้าต้องการอสังหาริมทรัพย์แบบไหนดีคะ” พนักงานหญิงถาม

“เงียบสงบ กว้างขวาง เป็นส่วนตัว และสามารถตอบสนองความต้องการในการบ่มเพาะได้โดยไม่ถูกรบกวน!” ฉู่โม่วกล่าว

พูดยังไม่จบดี

เขาก็เพิ่มเข้าไปอีกประโยค “ถ้าเป็นคฤหาสน์ได้ก็จะดีมากครับ ขอที่ผมสามารถย้ายเข้าไปอยู่ได้ในทันที!”

“เข้าใจแล้วค่ะ!”

พนักงานหญิงพยักหน้า จากนั้นพาชายหนุ่มไปที่จอแสดงผลเสมือนจริงด้านข้างเธอเพื่อให้เขาเลือก

หลังจากดำเนินการบางอย่าง เธอก็พูดว่า “ตามคำขอของคุณ ฉันได้คัดเลือกมาประมาณยี่สิบรายการ คุณสามารถเลือกดูได้เลยค่ะว่าชอบหลังไหน เมื่อเสร็จแล้วทางเราจะพาคุณไปดูที่นั่นทันทีค่ะ!”

ฉู่โม่วค่อย ๆ เลือกดู

ตัวเลือกทั้งยี่สิบกว่าหลังล้วนเป็นคฤหาสน์ มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่

หลังเล็กมีพื้นที่เพียงไม่กี่ร้อยตารางเมตร ส่วนหลังใหญ่จะมีพื้นที่หลายสิบกิโลเมตรซึ่งหรูหรามาก ชายหนุ่มเลือกอยู่สักพักก็คัดออกมาเหลือเพียงห้าหลังที่ถูกใจ

ในเวลาต่อมา

พนักงานหญิงพาฉู่โม่วไปยังแท่นค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติ

ซึ่งในฐานะที่เป็นถึงหนึ่งในสิบบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำบนดาวเคราะห์สีเงิน ทำให้แต่ละสาขาของบริษัทนายหน้ามีแท่นค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติที่เอาไว้คอยดูแลลูกค้าทั้งระยะใกล้และไกล ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่บนดาวเคราะห์สีเงิน

เมื่อมาถึงฉู่โม่วจึงมองไปที่คฤหาสน์ทั้งห้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเลือกคฤหาสน์หลังสุดท้ายในที่สุด

เป็นคฤหาสน์ขนาดกลางที่มีพื้นที่ประมาณเจ็ดถึงแปดตารางกิโลเมตร ภายในคฤหาสน์จะแบ่งเป็นโถงรับแขก ห้องฝึกฝน และห้องพัก การตกแต่งไม่ได้หรูหราแต่ดูเก่าแก่และมีเสน่ห์

รวมถึงยังมีแท่นค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติขนาดเล็กที่สามารถเคลื่อนย้ายไปยังแท่นเคลื่อนย้ายสาธารณะได้ในทันที หรือกระทั่งเคลื่อนย้ายไปยังแท่นภายนอกดาวเคราะห์สีเงินก็ยังทำได้อีกเช่นกัน

โดยรอบคฤหาสน์ทั้งหมดยังมีแนวกำแพงขนาดใหญ่ซึ่งสามารถป้องกันการโจมตีของราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดได้ ซึ่งแม้ว่ามันจะไม่แข็งแกร่งมาก ทว่าก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย และสิ่งสำคัญคือสามารถปิดกั้นสายตาของคนด้านนอกได้

นอกจากนั้น

ยังมีเพื่อนบ้านไม่มากนักที่อยู่ใกล้กับคฤหาสน์แห่งนี้ ภายในระยะหลายแสนกิโลเมตร มีเพียงคฤหาสน์ตั้งอยู่ไม่กี่แห่ง พวกเขาล้วนเป็นผู้ปลุกพลังระดับสูง หรือกระทั่งขั้นเทวะยุทธ์ก็ยังอาศัยอยู่บริเวณนี้เช่นเดียวกัน

หลังจากมาถึงดาวเคราะห์สีเงิน เขากลับแทบสิ้นเนื้อประดาตัวเพียงเพราะซื้อที่อยู่อาศัย

ขณะนี้มิติพกพาของฉู่โม่วนั้นว่างเปล่า เพราะก่อนที่จะจากมาเขาได้ทิ้งหญ้าจิตวิญญาณและดอกไม้จิตวิญญาณทั้งหมดที่ได้รับจากบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำให้แก่เฉินซีเวย

ทำให้ในตอนนี้เขาเหลือหินปฐมกาลระดับสูงเพียง 100 ล้านก้อน หินปฐมกาลระดับชั้นยอดอีก 2,000 ก้อน และหยกปฐมกาลอีกหลายสิบก้อนเท่านั้น

นั่นคือทรัพยากรทั้งหมดที่เขาเหลือ

“เฮ้อ กลับมายากจนอีกแล้ว!”

“ฉันต้องหาเงินให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ซื้อทรัพยากรมาบ่มเพาะต่อไปได้อย่างราบรื่น มิฉะนั้น คงเป็นเรื่องยากที่จะพัฒนาความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว!”

ฉู่โม่วเริ่มครุ่นคิด

ด้วยขุมกำลังในปัจจุบัน คงไม่สามารถทำอะไรบนดาวเคราะห์สีเงินได้มากมาย

หลังจากที่ฉู่โม่วทำความคุ้นเคยกับคฤหาสน์หลังใหม่เสร็จแล้ว เขาก็เปิดใช้งานเครือข่ายโลกเสมือนจริงทันที

เขากำลังเชื่อมต่อกับเครือข่ายโลกเสมือนจริงระหว่างดวงดาว เพื่อสำรวจดูข้อมูลโดยรวมของดาวเคราะห์สีเงิน ในขณะเดียวกัน ก็ค้นหาว่ามีวิธีหาเงินและทรัพยากรอย่างไรบ้างที่เหมาะสมกับเขา

การเชื่อมต่อไปยังเครือข่ายโลกเสมือนจริงระหว่างดวงดาวนั้นสะดวกสบายมาก

เพียงมีบัตรประจำตัวของดาวเคราะห์สีเงินและเพ่งสติเล็กน้อยก็สามารถเชื่อมต่อเข้ากับโลกเสมือนผ่านเครือข่ายได้ทันที

ตามคำบอกเล่าก่อนหน้านี้ของซูเจาเจา เธอบอกว่าหลังจากเชื่อมต่อจิตสำนึกเข้ากับเครือข่ายโลกเสมือนจริงเสร็จแล้ว ก็ให้กรอกข้อมูลประจำตัว และลงทะเบียนบัญชีให้เรียบร้อย

กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่นาน และหลังจากนั้นฉู่โม่วก็เข้าสู่โลกเสมือนจริงได้สำเร็จ

นี่คือเมืองใหญ่ มีผู้คนสัญจรไปมาบนถนน มีร้านค้ามากมายสองข้างทางซึ่งมีชีวิตชีวามาก

ที่สุดถนนมีเศษใบไม้ผลิร่วงหล่น และบางครั้งผู้คนที่เพิ่งเข้าสู่เครือข่ายโลกเสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นรอบตัวเขาเป็นครั้งคราว

โอ้โห!

ในขณะนี้ มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นข้าง ๆ น้ำพุ เขาสวมชุดสีดำ มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาและดูตื่นเต้น ซึ่งกำลังมองไปรอบ ๆ ด้วยความงุนงง

เขาคือฉู่โม่ว

“นี่คือโลกเสมือนระหว่างดวงดาวงั้นเหรอ?”

ฉู่โม่วมองไปรอบ ๆ แล้วมองดูตัวเอง จึงสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าจิตสำนึกของเขาได้เข้าสู่โลกที่ลึกลับ ซึ่งร่างกายที่เขารับรู้อยู่ตอนนี้แม้ว่าจะไม่ใช่ของจริง แต่ก็สามารถดึงพรสวรรค์ทั้งหมดออกมาใช้งานได้

“มันค่อนข้างคล้ายกับ ‘เขตแดนศักดิ์สิทธิ์’ ที่ฉันเคยเข้าไปในตอนนั้น แต่โลกแห่งนี้เหนือล้ำหน้ายิ่งกว่าและดูสมจริงมากกว่า!”

“ไม่แปลกใจเลยที่หลายคนมองว่านี่คือโลกใบที่สองและเลือกจะอาศัยอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต เพราะมันไม่ต่างจากโลกแห่งความจริงเลย ซึ่งสำหรับหลาย ๆ คน สถานที่แห่งนี้ก็ดูมีสีสันมากกว่าโลกแห่งความจริงมากมาย ที่สำคัญคือพวกเขาสามารถฟื้นคืนชีพหลังจากการตายได้ในทันที!”

ฉู่โม่วพึมพำ

แน่นอนว่า

ชายหนุ่มไม่คิดจะยึดติดกับมัน ปณิธานของเขายังมั่นคงเสมอ นั่นคือการเป็นชายที่แข็งแกร่งและก้าวต่อไปบนเส้นทางของผู้ปลุกพลัง

เครือข่ายโลกเสมือนจริงนี้จึงเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับเขาเท่านั้น

เมื่อหยุดความคิดที่ยุ่งเหยิงเรียบร้อย เขาก็เดินตรงไปที่ร้านค้าเพื่อซื้อแผนที่ของเครือข่ายโลกเสมือนจริง ในขณะเดียวกันก็คอยสอบถามสถานการณ์เฉพาะของดาวเคราะห์สีเงินไปด้วย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์