เข้าสู่ระบบผ่าน

ระบบกลืนกินพรสวรรค์ นิยาย บท 452

บทที่ 452 หอคอยท้าดารกะ!

ไม่มีสกุลเงินอื่นในเครือข่ายโลกเสมือน ธุรกรรมระหว่างผู้ปลุกพลังมักจะโอนด้วยเหรียญเงินครามเท่านั้น

ฉู่โม่วใช้เงินสองแสนเหรียญเงินคราม ซื้อแผนที่เครือข่ายเสมือนจริงจากร้านค้า และใช้เงินอีกหนึ่งแสนห้าหมื่นเหรียญเงินครามเพื่อซื้อสารานุกรมข้อมูลทั่วไปของดาวเคราะห์สีเงิน

จนถึงตอนนี้

เขาใช้เงินไปทั้งหมดเก้าแสนห้าหมื่นจากหนึ่งล้านสามแสนล้านเหรียญเงินคราม ที่ได้รับมาตอนผ่านการรับรองว่าเป็นอัจฉริยะระดับ B

แม้จะต้องสูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็คุ้มค่าในสายตาของฉู่โม่ว

แผนที่เครือข่ายเสมือนประกอบด้วยเขตที่ตั้งอาคารและพิกัดของสถานที่สำคัญ ส่วนสารานุกรมข้อมูลทั่วไปของดาวเคราะห์สีเงินจะบอกเล่าข้อมูลครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งหลังจากอ่านจบ ฉู่โม่วก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับดาวเคราะห์สีเงินมากขึ้น

ดาวเคราะห์สีเงินมีขนาดกว้างใหญ่มาก

ใหญ่เกินกว่าที่ฉู่โม่วจินตนาการ!

สมแล้วที่เป็นหนึ่งในเจ็ดดาวเคราะห์หลักของห้วงทางช้างเผือก

ดาวเคราะห์สีเงินมีทวีปใหญ่แปดแห่ง ก่อตัวขึ้นเป็นรูปวงกลม ระหว่างทวีปจะมีทะเลคั่นกลาง และใจกลางของทวีปทั้งแปดนั้นเป็นมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาล

นอกจากนั้น

ยังมีทวีปเล็ก ๆ และเกาะน้อยใหญ่จำนวนมาก

แม้พวกมันจะถูกเรียกว่าเกาะ แต่ในความเป็นจริงแล้วมีเกาะหลายแห่งที่มีพื้นที่รวมใหญ่กว่าดาวเคราะห์สีน้ำเงิน

ทวีปเล็ก ๆ พวกนี้ หากจับแยกออกมา ก็เปรียบได้กับเป็นดาวเคราะห์ใหญ่ดวงหนึ่งเลยทีเดียว

สำหรับทวีปที่ฉู่โม่วอาศัยอยู่ในตอนนี้ คือทวีปตงวั่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในแปดทวีปอันยิ่งใหญ่

ทวีปตงวั่ง มีเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่เก้าเมือง เมืองใหญ่สามสิบสองแห่ง และเมืองทั่วไปอีกมากมายนับไม่ถ้วน

เมืองที่ฉู่โม่วอาศัยอยู่เรียกว่า เมืองวสันตฤดู ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่สามสิบสองแห่ง

แม้จะเป็นถึงเมืองใหญ่ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อื่น ๆ และตามข้อมูลที่ฉู่โม่วได้รับมา ทุก ๆ เมืองใหญ่จะมีประชากรที่อาศัยอยู่จำนวนมหาศาล

ซึ่งในบรรดาเมืองใหญ่ ผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพจะถูกมองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทั่วไปเท่านั้น แต่หากเป็นผู้ปลุกพลังขั้นเทวะยุทธ์ก็จะถือว่าแข็งแกร่ง พวกเขาจะถูกเทียบเชิญให้เข้ารับตำแหน่งระดับสูงของเมืองใหญ่ และหากใครต้องการเป็นเจ้าเมืองของเมืองใหญ่สักแห่ง อย่างน้อยก็ต้องเป็นถึงเทวะยุทธ์ระดับสูงสุด!

ตัวอย่างเช่น เมืองใหญ่วสันตฤดูที่ฉู่โม่วอาศัยอยู่ ซึ่งมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับแนวหน้าของเมืองใหญ่ทั้งสามสิบสองแห่ง

ดังนั้น เจ้าเมืองที่ครองตำแหน่งอยู่ในขณะนี้จึงเป็นถึงเทวะยุทธ์ระดับสูงสุด

ส่วนแต่ละเมืองศักดิ์สิทธิ์ ว่ากันว่าความแข็งแกร่งขั้นต่ำที่สุดคือเทวะยุทธ์ระดับสูงสุด หรือกระทั่งมหาเทวะยุทธ์ซึ่งความแข็งแกร่งนั้นเกินจะพรรณา

หากคิดอย่างเรียบง่าย

จะพบว่าดาวเคราะห์สีเงินนั้นรุ่งเรืองอย่างมาก และมีผู้แข็งแกร่งแท้จริงมากมาย

‘ช่างเป็นดาวเคราะห์ที่กว้างใหญ่จริง ๆ!’

ฉู่โม่วรู้สึกประหลาดใจและตื่นเต้นอย่างมาก

‘ดาวเคราะห์สีเงินดวงนี้มีตัวตนขั้นเทวะยุทธ์และมหาเทวะยุทธ์ ซึ่งไม่ใช่เพียงขั้นเทียมเทพและเทวะยุทธ์ นี่แสดงให้เห็นว่าที่นี่มีทรัพยากรให้ฝึกฝนอย่างอุดมสมบูรณ์ และด้วยพรสวรรค์ที่มี ฉันสามารถเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วแน่นอน!’

‘ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ปลุกพลังเหล่านี้จะต้องมีพรสวรรค์ที่เหนือกว่าระดับตะวันอย่างแน่นอน และถ้ากลืนกินพวกเขาได้ละก็?!’

เมื่อคิดได้แบบนั้น ฉู่โม่วก็รู้สึกตื่นเต้นมาก!

สำหรับเขาที่มีระบบกลืนกิน จึงไม่กลัวว่าจะมีผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งมากมายเพียงใด แต่กลัวว่าจะไม่มีมากกว่า!

เพราะตราบใดที่มีผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่ง นั่นก็เหมือนมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์รอให้เขาไปเก็บเกี่ยวอยู่

เพื่อที่จะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เขาจำเป็นต้องกลืนกินพรสวรรค์ที่อยู่ระดับสูงกว่าเดิม จึงจะสามารถรักษาความเร็วในการเติบโตเช่นนี้ไว้ได้ วนเวียนไปไม่รู้จบ

‘เพียงแต่’

‘ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหาทรัพยากรมาให้ได้ก่อนเพื่อนำมาใช้เลื่อนขั้น!’

‘มิฉะนั้น ด้วยพลังกายในปัจจุบัน มันไม่มีค่าอะไรเลยบนดาวเคราะห์สีเงิน และก็ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้รับทรัพยากรระดับสูงขึ้นไป!’

ฉู่โม่วกำลังครุ่นคิด

ราชันย์เทพยุทธ์สูงสุดอาจนับว่าอยู่บนจุดสูงสุดบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน แต่เมื่ออยู่บนดาวเคราะห์สีเงินหรือแม้กระทั่งในเมืองใหญ่วสันตฤดู มันก็ไม่นับว่ามีค่าอะไรเลย

หากต้องเผชิญหน้ากับผู้ปลุกพลังขั้นเทวะยุทธ์ เขาก็เหมือนมดปลวกตัวหนึ่ง

แม้ว่าความแข็งแกร่งของฉู่โม่วจะไม่สามารถวัดได้โดยขั้นพลัง แต่ขุมพลังทั้งหมดของเขาก็สามารถเทียบได้กับผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพที่อ่อนแอเท่านั้น

หากต้องเผชิญกับผู้ปลุกพลังขั้นเทียมเทพทั่วไป เขาอาจตายได้ในทันที

‘ต้องหาทรัพยากรเพิ่มก่อนแล้วค่อยมาบ่มเพาะ!’

เมื่อฉู่โม่วตัดสินใจเรียบร้อย

เขาก็เดินตรงไปที่ห้องโถงภารกิจ

ในเครือข่ายโลกเสมือนจริง มีห้องโถงภารกิจที่ผู้ปลุกพลังสามารถแลกเปลี่ยนหรือรับภารกิจได้

ชายหนุ่มดูแผนที่เมืองเพื่อหาตำแหน่งของอาคารห้องโถงภารกิจ ก่อนจะเดินไปยังแท่นเคลื่อนย้ายของเครือข่ายเสมือนและไปยังห้องโถงที่ใกล้ที่สุดทันที

ณ ห้องโถงภารกิจ หมายเลข 0233

ทันทีที่ฉู่โม่วมาถึง เขาก็เห็นผู้ปลุกพลังจำนวนมากเดินกันขวักไขว่

มีร้านค้าเรียงรายยาวทั้งสองข้างทาง และมีเสียงตะโกนเรียกลูกค้าอย่างคึกคัก

ที่ส่วนท้ายห้องโถงมีหน้าจอเสมือนขนาดใหญ่ซึ่งคอยรายการภารกิจใหม่ ๆ มากมายอย่างต่อเนื่อง

มันทำให้ชายหนุ่มเริ่มขมวดคิ้ว

“ไม่มีภารกิจดี ๆ เลย ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปฉันจะไปสมัครงานที่แบล็กฮอร์สคลับแล้วนะ!”

“มันมีแต่ภารกิจยาก ๆ ที่ทำไม่ได้ ส่วนอันง่าย ๆ …ก็ไม่อยากทำเหมือนกัน”

“ใช่เลย ฉันละอิจฉาพวกอัจฉริยะเหล่านั้นจริง ๆ พวกเขาเพียงเข้าไปที่หอคอยท้าดารกะแล้วแข่งขัน และหลังจบเกมพวกเขาสามารถสร้างรายได้มากกว่าแสนเหรียญเงินคราม หรือแม้กระทั่งหลายล้านเหรียญเงินครามด้วยซ้ำ มันดูง่ายจนฉันอิจฉาเลยละ!”

“น่าเสียดายที่เราไม่ใช่อัจฉริยะ ไม่อย่างนั้นจะต้องมารับงานหนักแบบนี้ทำไม?”

ขณะที่ฉู่โม่วกำลังเคร่งเครียด เขาก็ได้ยินบทสนทนาของผู้ปลุกพลังสองสามคนที่อยู่ข้าง ๆ

หอคอยท้าดารกะ?!

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ฉู่โม่วก็หูผึ่งขึ้นทันที

เขารีบหันไปตามเสียงและเข้าไปถาม “ขอโทษนะครับ ก่อนหน้านี้ผมได้ยินพวกคุณพูดถึงหอคอยท้าดารกะ มันคืออะไรเหรอครับ?”

“คุณไม่รู้จักหอคอยท้าดารกะเหรอ?”

เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่โม่ว พวกเขาก็รู้สึกประหลาดใจ

“บอกตามตรงว่าผมเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก จึงยังไม่ค่อยรู้จักสถานที่มากมายนัก”

ฉู่โม่วกล่าว

“อ้อ เข้าใจแล้ว”

ทั้งสองพยักหน้า

จากนั้นผู้ปลุกพลังคนหนึ่งก็เริ่มอธิบาย

ปรากฏว่าหอคอยท้าดารกะ ก็เปรียบได้กับสนามประลองเสมือนจริง

ผู้ปลุกพลังจำนวนมากมาที่หอคอยท้าดารกะเพื่อเข้าร่วมแข่งขัน โดยระบบจะสุ่มจับคู่ผู้เข้าแข่งขันที่มีขั้นพลังและความแข็งแกร่งใกล้เคียงกันเพื่อมาประลองกัน

การแข่งขันประเภทนี้จะช่วยให้ผู้ปลุกพลังสามารถปรับปรุงจุดอ่อนของตนเอง และเมื่อพวกเขากลับสู่ความเป็นจริง พวกเขาจะได้รับประสบการณ์การต่อสู้มากมาย

นอกจากนั้น ผู้ปลุกพลังทุกคนที่ต้องการเข้าร่วมการแข่งขันจำเป็นต้องวางเดิมพันเป็นเหรียญเงินครามจำนวนหนึ่ง และหากฝ่ายใดชนะก็จะได้รับเหรียญเงินครามของผู้แพ้เต็มจำนวน ทำให้ผู้ปลุกพลังหลายคนที่มั่นใจในพลังตัวเองมักจะไปลงแข่งขัน

บ่อยครั้งหลังจบการแข่งขัน เมื่อพวกเขาชนะก็จะได้รับเหรียญเงินครามหลายแสนหรือหลายล้านเหรียญ ซึ่งอัจฉริยะหลายคนไม่เพียงแต่แจ้งเกิดจนมีชื่อเสียงผ่านหอคอยท้าดารกะเท่านั้น แต่ยังได้รับรางวัลเป็นทรัพยากรอันมากมายอีกด้วย และภายหลังจากกลับสู่โลกแห่งความจริง พวกเขาก็บ่มเพาะได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากฟังคำบรรยายของผู้ปลุกพลังจบ ดวงตาของฉู่โม่วก็สว่างขึ้นทันที

‘หากเป็นกรณีนี้ หรือหอคอยท้าดารกะจะเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับฉันในการหาเงิน!’

ฉู่โม่วรู้สึกตื่นเต้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์