บทที่ 467 มังกรทมิฬประดิษฐ์ เทพแห่งความพรั่นพรึง!
สิ้นคำพูดของกวนหนิงหนิง เสียงเฮของฝูงชนก็ดังอื้ออึง พวกเขาลงมายังพื้นดินเบื้องล่างโดยไม่รอคำสั่ง
“แรงเหนี่ยวนำมาจากทางทิศตะวันออก แต่ก็อ่อนแรงมาก บางทีมันคงอยู่ห่างไปจากเรา!”
กวนหนิงหนิงคิดบางอย่างขึ้นมาได้
“งั้นจะรออะไรล่ะ รีบไปกันเถอะ!” ซูเจาเจาพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
ผู้เป็นเพื่อนพยักหน้ารับ แล้วจึงนำทุกคนไปทางตะวันออก
แม้ว่าทุกคนจะมีความสุดที่พบกับสถานที่ลึกลับ แต่พวกเขาก็ไม่คิดหลงละเลิง หากยังคงไว้ซึ่งความไม่ประมาท และเหาะไปด้วยความเร็วปานกลาง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
พวกเขาบินมาไกลเกือบแสนกิโลเมตรแล้ว เสียงของกวนหนิงหนิงจึงพูดขึ้น “แรงเหนี่ยวนำรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แสดงว่าสถานที่ลึกลับน่าจะอยู่ไม่ห่างจากเรามากนัก… ทุกคนกระจายตัวค้นหาอย่างระมัดระวังในรัศมีร้อยกิโลเมตรนี้!”
“รับทราบ!”
ผู้ใต้บังคับบัญชารับคำสั่ง พวกเขาจับคู่กันและเริ่มค้นหาทั่วพื้นที่
อย่างไรก็ตาม
ทันใดนั้น
ตู้มมม!
พลันเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นไหว อณูแห่งความมืดที่ลอยอยู่กลางอากาศก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ เคลื่อนที่หมุนวนไปแต่ละทิศทางด้วยความเร็ว
มันขยายตัวอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย ในไม่ช้าก็กลายเป็นคลื่นลมที่มีรัศมีกระจายไปหลายร้อยกิโลเมตร ส่งกระแสพลังแผ่ไปไกลหลายพันกิโลเมตร
“นั่นมัน…”
“ลางไม่ดีแล้ว มันเป็นมังกรทมิฬประดิษฐ์ มาจัดการให้จบ ๆ เถอะ!”
สีหน้าของกวนหนิงหนิงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
ผู้ปลุกพลังที่เหาะออกไปตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างรวดเร็ว พวกเขากลับมารวมตัวกันโดยแทบจะทันที แต่กระนั้นก็ยังช้าเกินไป!
“กรร!!!”
เสียงคำรามของมังกรกึกก้องไปทั่งแผ่นปฐพี ก่อตัวเป็นระลอกคลื่นกระจายออกไปในอากาศทั่วทิศทางอย่างไร้ขอบเขต ทุกแห่งหนที่มันเคลื่อนผ่าน ล้วนปราบปรามบรรดาผู้ปลุกพลังให้ขยับไม่ได้ ตัวของพวกเขาแข็งค้างอยู่กับที่
ในส่วนของฉู่โม่วนั้น
ทันทีที่เขาได้ยินเสียงมังกรคำราม ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึง ‘เสียงกึกก้อง’ ที่ดังอยู่ภายในหัว ทำให้เขารู้สึกเหมือนว่ามีใครบางคนกระแทกศีรษะนั้นด้วยวัตถุบางอย่าง ชวนให้วิงเวียนอยู่ในที
โชคดีที่ในเวลาต่อมา กงล้อทองคำปฐมวิญญาณก็เปล่งแสงสว่าง สร้างเกราะขึ้นมากำบังปฐมวิญญาณของเขาและปิดกั้นการโจมตีทางจิตวิญญาณที่มองไม่เห็น ตอนนี้เองที่ฉู่โม่วคืนสติรับรู้กลับมา
หากนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
ตอนนี้เอง
สถานที่ลึกลับกลืนเข้าสู่ความมืดดำ หากภาพเบื้องหน้านั้นคือดวงอาทิตย์สีดำย่ำขึ้นเหนือแผ่นฟ้า เมื่อพินิจจะเห็นว่ามันถูกห้อมล้อมไปด้วยอณูแห่งความมืด คล้ายเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่ไร้จุดสิ้นสุด สามารถกลืนกินแสงได้ทั้งเอกภพ
ที่แปลกมากก็คือ ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่นี้สะท้อนแสงสีดำปริศนาปกคลุมพื้นที่ราว ๆ หลายร้อยกิโลเมตร
ฉึบ!
มวลก้อนสีดำนั่นหมุนรอบตัวเองอย่างเชื่องช้า ปล่อยลมหลายใจที่เปี่ยมด้วยแรงดึงดูดอันทรงพลังกระจากทุกสารทิศ
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ผู้ปลุกพลังที่อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าวไม่อาจต้านทานแรงกดดันได้อีกต่อไป ร่างกายของพวกเขาระเบิดกลายเป็นหมอกโลหิต ก่อนจะถูกดูดกลืนเข้าไปในดวงอาทิตย์สีดำนั้น!
หลังจากดูดกลืนผู้คนเข้าไปนี้ พลังของมันยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้พลังดูดกลืนนั่นรุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อน
อณูแห่งความมืดทั้งแผ่นดินรอบรัศมีร้อยกิโลเมตรต่างถูกดูดกลืน หลั่งไหลเข้าสู่ดวงอาทิตย์สีดำไม่ต่างกระแสธารนับร้อยคืนสู่ห้วงสมุทร แม้แต่เศษหินดินทรายก็พัดวนไม่รู้สิ้นสุด
ผู้ปลุกพลังที่กำลังต่อสู้ขัดขืน พลังของพวกเขาไม่ต่างจากเรือเล็กท่ามกลางทะเลคลั่ง พร้อมอับปางได้เสมอเมื่อถึงคราว
“สิ่งประดิษฐ์แบบนี้หาได้ยากมากแม้จะเป็นในเขตแดนลับก็เถอะ ทำไมถึงได้ซวยแบบนี้นะ!”
“นี่ไม่ใช่เวลามาคร่ำครวญ มารวมตัวกันสร้างค่ายกลป้องกันเร็วเข้า!”
เหล่าผู้ปลุกพลังมีสีหน้าตื่นตระหนก
ในสถานการณ์คับขันนี้ พวกเขาดึงธงบัญชาแสงออกมาและเตรียมสร้างแนวป้องกัน
ประกายกระบี่สีดำสาดส่อง พัดพาพลังอันชวนสะพรึงที่คล้ายจะแยกฟ้าดินออกเป็นสองส่วน ปะทะเข้ากับดวงอาทิตย์สีดำขนาดใหญ่!
เกิดแรงสั่นสะเทือนในอากาศ
แผ่นดินส่งเสียงดังกึกก้อง ก่อนจะแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ
แกร๊ก! แกร๊ก! แกร๊ก!
รอยแยกในอากาศเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า สร้างกระแสปั่นป่วนอันไร้ที่สิ้นสุด
สิ่งนี้เป็นผลพวงมาจากปราณกระบี่
ตอนนี้แหละ!
ปราณกระบี่ปรากฏขึ้นในที่สุด ท่ามกลางสายตาหลายสิบหลายร้อยคู่ ประกายแสงนั้นตวัดลงฟาดกับดวงอาทิตย์มืดทมึน บังเกิดเสียงสั่นสะเทือนกระจายไปหลายพันกิโลเมตร ปราณกระบี่แตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ในขณะที่ฝ่ายซึ่งถูกโจมตีสั่นสะท้าน
ทันใดนั้น…
มันก็ระเบิดตัวครั้งใหญ่
แรงดึงดูดที่น่าหวาดผวาสลายไปในทันที
ผู้ปลุกพลังหลายคนที่ยังเหลือรอด ถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว
“อ๊า!!!”
เสียงกรีดร้องของมังกรดังขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความว่างเปล่าอันห่างไกล มังกรทมิฬซึ่งมีลำตัวยาวหลายร้อยเมตรทะลุผ่านอากาศพุ่งใส่ฉู่โม่วทันที
พลังอันแข็งแกร่งนั้นทำให้ห้วงมิติคล้ายจะหยุดลง
ในสายตามังกรทมิฬตัวเขื่อง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ผู้ใดหรือแม้แต่ตัวฉู่โม่วเองก็เล็กจ้อยไม่ต่างจากมดปลวก ไม่มีพลังใดมากพอจะต้านทานมันได้
ถึงอย่างนั้น
ฉู่โม่วตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ก็แค่สิ่งประดิษฐ์เท่านั้น ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์